로그인
หลังจากพรีมเก็บกวาดห้องเสร็จ เธอก็ออกมานั่งรับลมที่ระเบียง ในใจตอนนี้คิดถึงหม่าล่าหน้ามอ และน้ำเต้าหู้หน้าปากซอยเป็นที่สุด รู้สึกว่าไม่ได้แวะไปกินหลายวันแล้ว สาเหตุไม่ใช่เพราะเงิน แต่เพราะกลัวพวกนั้นจะดักรอ เธอถึงได้นั่งเซ็ง มีความเงียบเป็นเพื่อนอยู่ตรงนี้
ดวงตาคู่สวยจ้องมองออกไปสุดลูกหูลูกตา ถัดจากหลังคาบ้านชั้นเดียวหลายหลังก็เป็นถนน ทั้งสายรองสายหลักเต็มไปหมด วุ่นวายด้วยรถราวิ่งสวนกันกวักไขว่ พลางถอนหายใจออกมา คลำหาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมส์ เพื่อคั่นเวลาก่อนจะลงไปหาอะไรกินแถวผับ
ครืด...ครืด...
ทว่ายังไม่ทันได้เล่น โทรศัพท์ในมือกลับสั่นสะเทือนซะก่อน
+ต้า+
อาจเพราะเพื่อนสนิทเป็นฝ่ายโทรมาเองเธอถึงได้ยิ้ม ปกติเธออยากคุยมากแต่ไม่กล้าโทรก่อน เพราะเกรงใจ
“ฮัลโหลต้า”
(แกอยู่ไหนอ่ะ มาที่ห้องไม่เห็นเจอ ออกไปข้างนอกเหรอ)
ตายล่ะหว่า..
ลืมไปเลยว่าเพื่อนของเธอยังไม่รู้เรื่องนี้
“เอ่อ.. ทำไมเหรอ แกมีอะไร”
(จะชวนไปหาอะไรกินอะดิ วันนี้มีตลาดเปิดท้าย อยากกินโรตีกับหม้อไฟ)
“แต่ว่า..”
(แกอยู่ข้างนอกใช่ปะ ตรงไหน ไกลไหมอะ เดี๋ยวฉันไปรับ เอารถพ่อมา)
ตาต้าหมายถึงรถยนต์คันเก่าของพ่อ ที่มักจะจอดทิ้งไว้ที่บ้าน เพราะพ่อของเธอเกษียณแล้ว พอไม่ต้องออกไปทำงานก็ไม่ค่อยได้ขับ ส่วนเธอถ้าพ่อไม่ได้มารับมาส่งก็โหนรถเมล์ซะส่วนใหญ่
“มะ ไม่ไกล อยู่ซอยถัดไปนี่แหละ”
(ไปทำไรอะ? ...แล้วเสร็จรึยัง)
“ทำไมถึงไม่ถามว่าอยากไปด้วยหรือเปล่า”
(ไม่ได้จ้า ฉันโทรไปชวน แกก็ต้องไป ห้ามปฏิเสธ)
พรีมคว่ำปากให้กับปลายสาย พลางส่ายหน้าแล้วยิ้มบางๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับชุดลำลองแสนจืดชืดอีกที
“อือ ไปก็ไป.. รอหน้าปากซอยนะ แกขับมาเดี๋ยวก็เห็น”
เธอไม่ได้จะไปยืนตระหง่านเป็นเป้าหรอก ความหมายของเธอคือถ้าเธอเห็นรถตาต้า จะเป็นฝ่ายเดินออกไปเอง เมื่อตกลงกันเสร็จแล้วโทรศัพท์ก็ถูกวาง ร่างเล็กเดินออกไปพร้อมกับย่ามสีขาวเป็นงานถักจากแฮนด์เมด และไม่ลืมที่จะหยิบคีย์การ์ดไปด้วย แต่พอเปิดประตูเท่านั้นแหละกลับต้องยืนตัวแข็งทื่อ
เพราะแขกตรงทางเดินสี่คนก่อนหน้านี้ยังคงอยู่ แถมหันมามองเธอเป็นตาเดียว
“อ๋อ..อยู่ห้องนี้เองเหรอ”
นั่นคือเสียงน้ำหวาน หญิงสาวหันไปมองตามเสียง ก่อนคิ้วบางจะขมวดเข้าหากัน ทำไมจะดูไม่รู้ว่าหล่อนไม่ชอบเธอ และยิ่งเรื่องทะลึ่งไปซ้อนท้ายคนที่หล่อนอุตส่าห์ออกปากห้ามยุ่งด้วยอีก ก็คงยิ่งทวีคูณความหมั่นไส้เข้าไปใหญ่
แต่เธอไม่ผิดนะ เขาคนนั้นบังคับเธอ แม้จะไม่มีปืนมาจ่อหัว แต่มันไม่ต่างกัน เธอกลัวหรอกถึงได้ยอมมากับเขา อีกอย่างจังหวะนั้นกำลังเสียขวัญอยู่พอดี ไม่มีสมองให้คิดวิเคราะห์ รู้ตัวอีกทีคืออยู่บนเบาะรถเขาแล้ว ยังงงอยู่เลยว่าเบาะสูงขนาดนั้นปีนขึ้นไปได้ยังไง
“ใช่..”
พรีมพยักหน้า เธออยากถามว่าพวกหล่อนย้ายมาอยู่ตึกนี้ได้ไง ก็กลัวว่าคำถามนั้นจะถูกมองเป็นอีกแบบ จึงได้แต่พับความอยากรู้นั้นเก็บไว้ และใช้จังหวะตอนทุกคนเงียบ หันไปปิดประตู แล้วหันกลับมาส่งยิ้มบางๆให้คนที่คิดว่าถ้าทำแบบนั้น จะถูกทำกลับมาอย่างแน่นอน นั่นคือ..กล้วย กับฝัน ส่วนจีนกับน้ำหวานสะบัดหน้าหนี
ช่างปะไร!
ร่างเล็กถอนหายใจพรืดเดินออกมายังลิฟต์
ติ๊ง!
.
.
สองทุ่มเศษ
เสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์บิ๊กไบค์คันใหญ่ดังสนั่นไปทั่วถนนยามค่ำคืน นอร์ธในชุดหนังสีดำสนิทก้มตัวแนบกับถังรถ สายตาคมกริบภายใต้หมวกกันน็อกเต็มใบจับจ้องไปยังท้องถนนเหยียดยาวนั้น
หลังจากเรียนจบเขาเผชิญกับมรสุมชีวิต จากการตายของพ่อจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ชนวนเหตุที่ทำให้เขากลายเป็นมือปืนเต็มตัวและตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปหาหัวหน้าแก๊งมาเฟีย หนึ่งในผู้มีบุญคุณที่เคยยื่นมือเข้าช่วย เพื่อรับงานใหญ่อีกครั้ง
บิ๊กไบค์คันดุจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หรู ร่างสูงก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางนิ่งขรึม การเข้าพบหัวหน้าในครั้งนี้เต็มไปด้วยความกดดัน
“คุณนอร์ธมาแล้วครับนาย”
ประตูบานหรูถูกดันแยกออกด้วยมือของการ์ด เขาทักทายพวกการ์ดด้วยการก้มศีรษะและส่งยิ้มบางๆให้ ก่อนจะไปก้มต่ำลงกว่าเดิมอีกทีก็ตอนยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเมฆา หัวหน้าแก๊ง THE APEX
“นั่งสิ” จากนั้นก็ทำตามอย่างที่เขาว่าคือหาที่นั่ง พอนั่งซองสีน้ำตาลก็ถูกยื่นมาให้ “ฆ่ามันซะ”
พร้อมกับคำสั่งที่ไม่มีการเกริ่นก่อน
.
“ของสะสมค่ะ”เขาเปิดฝากล่องออกดูเพียงครู่เดียว ก่อนปิดลงเหมือนเดิม“เอาไป”“ยังไม่ได้ดูเลยว่ามีอะไร”“ของหนู ก็ต้องสำคัญกับหนูสิ”ประโยคนั้นทำให้มือของพรีมหยุดลง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังถือกล่องออกไป ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ อุ่นขึ้นในอก ไม่นานนัก ห้องที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของของเธอก็ค่อย ๆ ว่างลง ตู้เสื้อผ้าเหลือเพียงไม่กี่ชุด ชั้นหนังสือโล่งขึ้น โต๊ะเครื่องแป้งเหลือเพียงของจำเป็นพรีมยืนมองห้องนั้นอยู่ตรงกลางสถานที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งบ้าน เป็นที่หลบซ่อน และเป็นความทรงจำที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปหาแต่วันนี้...เธอกำลังเดินออกจากมันด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป นอร์ธเดินกลับมาหยุดข้างเธอ“พร้อมหรือยัง”พรีมมองไปรอบห้องอีกครั้ง“ค่ะ”เธอปิดไฟ ก่อนเดินออกมา แต่เมื่อถึงหน้าประตู เธอกลับหยุดแล้วหันกลับไปมองอีกครั้งนอร์ธไม่ได้เร่ง เขายืนรออยู่ตรงนั้น...พัชร พรีมช่วยพัชรได้แค่นี้นะ ไม่ว่าพัชรกำลังทำอะไรอยู่ พรีมจะไม่เป็นตัวถ่วงพรีมยิ้มบาง ๆ ก่อนปิดประตูลง เสียงกลอนประตูดัง กึก เหมือนเป็นการปิดฉากชีวิตช่วงหนึ่งของเธอไว้ และเปิดประตูให้กับอีกช่วงหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างแต่ครั้ง
และในที่สุดก็กลายเป็นความโกรธอย่างชัดเจน นี่เขาพลาดไปตอนไหน ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน“เคยเป็นผู้หญิงของมันงั้นหรือ..”เขาลุกขึ้นยืน คำนี้หลุดออกมาจากริมฝีปากราวกับเป็นเรื่องน่าขันที่สุดในโลก เขาเดินไปยังหน้าต่างบานสูง มองออกไปยังสวนมืดด้านนอก ภาพในอดีตย้อนกลับเข้ามา พัชร...พี่ชายของพรีม ชายที่เขาจับเอาไว้บนเรือ และบีบให้ยอมทำตามเงื่อนไขของเขา เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือพรีม เขาต้องการให้พัชรยอมยกน้องสาวให้เขา แต่สุดท้าย...ปาร์คหลับตาลงชั่วครู่ และกรามขบแน่นยาก..ยากกว่าเดิมจู่ๆก็รู้สึกแค้นใจที่ถูกปิดบัง พัชรพี่ชายของพรีมไม่เคยพูดเรื่องนี้“ไอ้พัชรมันรู้ไหมว่าผัวน้องมันเป็นมือปืน”“ไม่แน่ใจครับ” เพล้ง!แก้วคริสตัลในมือถูกขว้างกระแทกกำแพง เศษแก้วแตกกระจายลงบนพื้นเสียงดังสนั่นลูกน้องทุกคนสะดุ้ง แต่ไม่มีใครกล้าขยับ ปาร์คหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนใช้มือปาดริมฝีปากตัวเอง“น่าขำชะมัด”เขาหันกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหึงหวงจนแทบปิดไม่มิด“เธอจำฉันไม่ได้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันกันแน่”ไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีใครกล้าเสี่ยงตอบผิด ปาร์คเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเทลงแก้วใหม่
นอร์ธไม่ได้หันกลับไปมองชายกลุ่มนั้นอีกเขาเพียงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทางพรีมที่ยังยืนมองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เข้าไปข้างในเถอะ”น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรีมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินนำเข้าไปในบ้านของตัวเอง นอร์ธตามหลังเธอเข้ามา ก่อนจะเป็นคนปิดประตู เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ตัดโลกภายนอกออกไปในทันที แต่คำถามในหัวของเขากลับไม่ได้เงียบลงไปทั้งหมดถ้าต้องการเงินจริง ทำไมยังยืนมองเธออยู่แบบนั้น?เขาจำแววตาของพวกมันได้ มันไม่ใช่สายตาของเจ้าหนี้ที่เพิ่งได้รับเงินครบแล้วกำลังจะกลับ มันเหมือนคนที่กำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างหรือบางที...กำลังรอให้แน่ใจว่า พรีมยังอยู่ที่นี่ และอยู่คนเดียว“พี่นอร์ธ?”เสียงเรียกของเธอดึงเขากลับมาชายหนุ่มกะพริบตาช้า ๆ ก่อนมองไปรอบๆบ้าน บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เฟอร์นิเจอร์เก่าบางชิ้นถูกใช้งานจนเห็นร่องรอยของเวลา บนโต๊ะมีของใช้ไม่กี่อย่าง ทุกอย่างเรียบง่ายจนแทบไม่มีสิ่งไหนบอกได้ว่าเจ้าของบ้านเคยมีชีวิตเป็นอย่างไรเขาไม่เคยเห็นมันไม่เคยรู้ว่าเธออยู่ที่นี่อย่างไรและตลอดสองปีที่ผ่านมา...เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอต้องใช้ชีวิตแบบไ
ตาต้านั่งนิ่งอยู่กับโทรศัพท์ในมือ เธอมองหน้าจอที่ดับลงด้วยความรู้สึกประหลาดใจไม่เข้าใจว่าทำไมพัชรถึงพูดเหมือนกำลังบอกลา และไม่รู้เลยว่าในวินาทีเดียวกันนั้นคนที่เธอเพิ่งคุยด้วยกำลังถูกลากตัวออกจากห้องใต้ท้องเรือ ไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน รวมถึงพรีมเองก็ด้วย. ค่ำแล้วกว่าพรีมจะเดินออกจากอาคารเรียนพร้อมตาต้าแล้วก็โบกลากันเหมือนอย่างเคยเมื่อพ่อของเธอมารับ แสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนทอดยาวลงบนพื้นเปียกชื้น หลังฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน หญิงสาวสะพายกระเป๋าขึ้นบนไหล่ พลางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างเหนื่อยล้าก่อนจะเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากประตูมหาวิทยาลัยกระจกฝั่งคนขับลดลง คนที่อยู่หลังพวงมาลัยมองเธอผ่านกระจกด้วยสายตานิ่งๆ“ขึ้นรถครับ”พรีมยิ้มบางๆ“มารับจริงๆด้วย”“บอกแล้วไงว่าจะมา”เธอเปิดประตูขึ้นนั่ง ก่อนจะคาดเข็มขัด รถเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างเงียบๆระหว่างทาง พรีมมองแสงไฟนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นเดิม เธอก็หันมามองเขา“วันนี้กลับบ้านเก่านะคะ อย่าลืม”นอร์ธเหลือบมองเธอ“ครับ”เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงเปลี่ยนเส้นทางตามที่เธอบอก แต่
หลังจากทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็แยกกันที่โรงอาหาร ในขณะพรีมกับตาต้ากลับมาที่ห้องเรียน คนที่เป็นเพียงศิษย์เก่าอย่างนอร์ธ ก็ขับรถออกจากมหาลัยไป ครั้งนี้เขาไม่ได้กลับที่พักหรือไปธุระที่อื่นอาทิเช่นโต๊ะสนุ๊ก สถานที่ที่เคยไปมั่วสุมกับเพื่อนสนิทของเขา แต่เลือกที่จะไปหาคนที่สืบเรื่องราวของคนอื่นเพื่อที่จะนัดรับข้อมูลแทนการลืมของเธอทำให้เขาอยากย้อนอดีตขึ้นมาจริงๆแล้วครั้งนี้ ต่อให้ผลเสียที่ตามมาหนักหน่วงสักแค่ไหน ก็จะไม่สนใจอีกรถสีดำจอดนิ่งอยู่บนถนนลูกรังที่ทอดผ่านพื้นที่รกร้างนอกชานเมือง รอบด้านเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าเป็นระยะ นอร์ธยืนพิงข้างรถอยู่คนเดียว บุหรี่ในมือถูกจุดขึ้นเป็นมวนที่สอง ทั้งที่มวนแรกยังทิ้งกลิ่นควันจางๆเอาไว้บนเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มของเขาชายหนุ่มสูดควันเข้าปอดลึกกว่าปกติ ก่อนจะผ่อนออกช้าๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังถนนว่างเปล่าตรงหน้า แต่สิ่งที่อยู่ในหัวกลับไม่ใช่ภาพตรงนั้นเลย“สองปี…”คำพูดของนักสืบยังวนกลับมาอยู่ในหัวข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับไม่ได้มากพอจะตอบทุกอย่าง แต่กลับมากพอที่จะทำให้เรื่องที่เขาพยายามฝังมาตลอดสองปีเริ่มตอผุดขึ้นมาอีกครั้งโดยเฉพาะคำหนึ่งที่อ
คราวนี้ดวงตานีน่าลุกเป็นไฟ เธอขึงตาใส่อีกคน ความอับอายเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น เมื่อหันมองรอบๆ แล้วเห็นว่านักศึกษาหลายคนกำลังให้ความสนใจอยู่ ถึงการประจานของตาต้าจะไม่ได้เสียงดังมาก แต่เชื่อว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงจะได้ยินหล่อนเกือบจะกรี๊ดแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคนที่กำลังพูดถึงกำลังเดินเข้ามา และใกล้กว่าเดิมแล้ว ไม่อย่างนั้น คงได้เปิดศึกหยุมหัวกันตาต้าขยิบตาให้ ก่อนจะเดินเร็วไปหาพรีม แล้วหมุนตัวเดินขนาบข้าง โดยตอนนั้นคนที่เดินตามหลังมาติดๆคือร่างสูง เขาไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากมองบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคย แต่ตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปสำหรับเขา“ไง ยัยไวไฟ พามาได้ไงเนี่ย”ตาต้าใช้หัวไหล่เล็กกระแทกต้นแขนพรีม บีบเสียงล้อเลียน เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาพรีมปะทะกับนีน่าพอดี เธอรู้ทันทีว่าฝ่ายนั้นไม่พอใจเธอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องเมื่อคืนที่ทะเลาะกัน แต่เป็นความหึงหวง และอิจฉา ยิ่งมารู้ทีหลังว่าแฟนของพรีมตามที่พัชรเคยเล่าว่าน้องสาวกำลังมีความรัก สมัยยังคงคบกันนั้นเป็นคนนี้ ก็ยิ่งทวีคูณความริษยาเข้าไปอีกหล่อนหมายปองนอร์ธมานาน เพียงแต่เข้าไม่ถึงตัวทว่าเด็กปรุงจืดอย่างพรีม ที่หล่อนมักมองว







