Mag-log in
นาทีนั้นเป็นนาทีที่โลกของพรีมหยุดหมุน เพียงแค่ได้ยินเสียงและเห็นหน้าเขา ทั้งที่เหตุการณ์นั้นก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ความรู้สึกของเธอเหมือนกับว่าเพิ่งจะเกิดขึ้นไม่นาน
ปลายจมูกโด่ง ริมฝีปากน่าจูบ และกลิ่นหอมปนเหงื่อจางๆ ..ยังคงติดอยู่ที่ความทรงจำของเธอ
“พรีม..ได้ยินไหมหนู”
..!!!
“คะ?!”
ร่างเล็กสะดุ้งโหยง ตามเสียงเรียกของเจ้านายสาว พร้อมลากสายตาไปมอง เห็นหล่อนกำลังจ้องอยู่ จึงหลุบตาลง นาทีนี้ไม่กล้าหันไปอีกทาง กลัวจะสบตาเข้ากับอีกคน
“ใจลอยไปถึงไหนแล้ว เจ้เรียกตั้งหลายครั้ง”
“ขอโทษค่ะ...”
“งั้นพี่คุยกับน้องเขาก่อนเลย ผมรอ”
ความอึดอัดคืบคลานเข้ามาทันที เมื่อเขาเข้ามานั่งฟังด้วย พรีมลบริมฝีปากตัวเองช้อนหน้ามองเขา ก็เห็นว่าเขานั่งอยู่จริงๆ แถมไม่ไกลกัน จากนั้นก็หันไปทางปานวาด ที่ดูมึนงงอยู่อึดใจหนึ่ง โดยมองทั้งคู่สลับกันก่อนพยักหน้าเบาๆ
“โอเค งั้นนอร์ธนั่งก่อน ส่วนเราพรีม..เมื่อกี้หนูพูดว่าไงนะ”
คนถูกถามเงียบไป กว่าจะพูดขึ้นมาใหม่นั่งชั่งใจอยู่นาน แน่นอนว่าทั้งห้องเงียบกริบหลังจบประโยคนั้น
“คือพรีม..อยากย้ายกลับมาแผนกเดิมค่ะ”
เธอเห็นดวงตาของปานวาด แต่ไม่เห็นดวงตาของอีกคน ทว่าแค่นั้นก็ทำให้รู้สึกวูบวาบแล้ว จากรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมา
“ทำไม?”
เลี่ยงไม่ได้ที่จะถามตัวเองว่า หากเขาไม่โผล่หัวเข้ามาตอนนี้จะอึดอัดเท่านี้ไหม เธอคงไม่รู้สึกประหม่า และคงพูดจาฉะฉานกว่านี้
“งานแม่บ้านพรีมไม่ได้ทิป..พรีมไม่พอใช้ค่ะ”
พอพูดออกไปแบบนั้น แบบตรงไปตรงมาโดยไม่สามารถเลี่ยง เธอจึงเหลือบตามองเขาทันที เห็นร่างสูงนั่งกดโทรศัพท์เอนหลังพิงพนักเหมือนว่าไม่ได้ฟัง ใช่ว่าเธอจะเชื่อใจ แม้ว่าไม่มีประโยคโต้แย้งหรือตำหนิตามที่ควรจะเป็นก็เถอะ เพราะก่อนหน้านี้เขาเป็นคนบอกให้ปานวาดไล่เธอออก
“แล้วเราจะไหวเหรอพรีม...”
ปานวาดถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง หล่อนเองก็เหลือบมองน้องสามีเป็นระยะๆเนื่องจากกลัวว่าเขาจะโพล่งอะไรออกมาแบบไม่คาดคิด แต่เปล่าเลย กลับนั่งเฉยกดโทรศัพท์อยู่อย่างนั้น มิหนำซ้ำยังกระดิกเท้าจังหวะหมุนโทรศัพท์เปลี่ยนเป็นแนวนอน หลังกดเข้าเกม เมื่อปานวาดเห็นเช่นนั้นหล่อนจึงลากสายตากลับมารอคำตอบจากพรีม
“ไหวค่ะ”
เห็นว่านอร์ธเล่นเกมแบบนี้ด้วยท่าทีสบายๆอันที่จริงไม่ใช่หรอกนะ เขาแค่หาบางอย่างทำเพื่อควบคุมสมาธิตัวเองระหว่างนั่งรอต่างหาก และแน่นอนว่าถ้าไม่สำเร็จ พรีมอาจจะโดนดุ ถูกสาดคำแรงๆใส่ก็ได้ ปานวาดถึงได้กังวล และเร่งเคลียร์เรื่องนี้ให้จบ
“แต่หนูอาจจะโดนเหมือนตอนนั้น ของอย่างนี้ในที่แบบนี้ มันหลีกเลี่ยงไม่ค่อยจะได้ ตรงนี้เรารู้ใช่ไหม”
ตอนนี้ปานวาดรู้แล้วว่า ใบลาออกที่นอร์ธให้เตรียมไว้ไม่ใช่ของเธอ แต่เป็นของน้ำหวานที่กำลังเดินมา จากการมองอยู่ในกล่องวงจรปิด และคิดว่าอีกประมาณสองมานาทีจะมาถึง
“พรีมจะระวังไม่ให้เกิดปัญหาอีกค่ะ”
“อ่า..”ปานวาดพยักหน้า “แล้วก็รู้ใช่ไหมว่าถ้าอยากได้ทิปจากลูกค้า เราต้องบริการให้ประทับใจก่อน”
“หนู..รู้ค่ะ”
เสียงของคนตัวเล็กขาดห้วงและเบาหวิว ริมฝีปากสาวเจ้าเม้มเข้าหากันแน่น พร้อมกับมือที่กำจนขึ้นเส้นปูด ขณะก้มลงมองตักตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่าท่าทางนั้นของเธออยู่ในสายตาของเจ้าของผับทั้งสองคน
นอร์ธเอี่ยวตัวมามอง เกมต่อสู้ในมือยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง มีทั้งแสงไฟจากเอฟเฟกต์จังหวะคมดาบเหล็กกระทบกัน เลือดและพลังของตัวฮีโร่ตัวที่เขาเล่นกำลังลดลงเรื่อยๆ หากแต่ไม่ได้อยู่ในสายตาผู้เล่น เท่ากับเด็กผู้หญิงที่นั่งเกร็งอยู่ใกล้ๆเลย
“โอเค ถ้าเราไหวงั้นเจ้ก็..”
“ร้อนเงินขนาดนั้นเลย?”
คำพูดของปานวาดถูกกลืนหายไปในอากาศ เสียงทุ้มต่ำเข้ามาแทนที่ พรีมเงยหน้าขึ้นมาทันที แววตาของเธอขณะมองคนถามบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเธออึดอัดใจ และไม่ได้เต็มใจจะทำงานนี้เลยแม้แต่น้อย
“คะ?”
นอร์ธยังคงมองหน้าเธอตาไม่กะพริบ ข้างในครั่นคร้ามคล้ายก้นเหวลึกที่ไร้ทางตัน จงใจกดดันกันด้วยความว่างเปล่า และเขาก็ทำสำเร็จ เธอกัดฝีปากก่อนจะเอ่ยออกมาตามตรง
“ค่ะ ต้องการเงินไปใช้หนี้พี่ชาย”
ทันใดนั้นดวงตาคมกริบก็หรี่แคบ ไร้แสงประกายกลายเป็นวงรี เธอหันมองปานวาด ราวกับต้องการหาตัวช่วย และแน่นอนว่า..
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ”
หล่อนไม่มีทางพูดทันน้องสามีคนนี้ และจะไม่วันพูดแทรกขณะที่เขาอยู่ในช่วงอารมณ์คุกรุ่นเป็นอันขาด เพราะนั่นจะยิ่งทำให้เรื่องบานปลาย
แต่แล้ว..
“ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเฮียเหมือนกันนะคะ”
ขวับ!
คราวนี้ดวงตานีน่าลุกเป็นไฟ เธอขึงตาใส่อีกคน ความอับอายเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น เมื่อหันมองรอบๆ แล้วเห็นว่านักศึกษาหลายคนกำลังให้ความสนใจอยู่ ถึงการประจานของตาต้าจะไม่ได้เสียงดังมาก แต่เชื่อว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงจะได้ยินหล่อนเกือบจะกรี๊ดแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคนที่กำลังพูดถึงกำลังเดินเข้ามา และใกล้กว่าเดิมแล้ว ไม่อย่างนั้น คงได้เปิดศึกหยุมหัวกันตาต้าขยิบตาให้ ก่อนจะเดินเร็วไปหาพรีม แล้วหมุนตัวเดินขนาบข้าง โดยตอนนั้นคนที่เดินตามหลังมาติดๆคือร่างสูง เขาไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากมองบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคย แต่ตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปสำหรับเขา“ไง ยัยไวไฟ พามาได้ไงเนี่ย”ตาต้าใช้หัวไหล่เล็กกระแทกต้นแขนพรีม บีบเสียงล้อเลียน เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาพรีมปะทะกับนีน่าพอดี เธอรู้ทันทีว่าฝ่ายนั้นไม่พอใจเธอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องเมื่อคืนที่ทะเลาะกัน แต่เป็นความหึงหวง และอิจฉา ยิ่งมารู้ทีหลังว่าแฟนของพรีมตามที่พัชรเคยเล่าว่าน้องสาวกำลังมีความรัก สมัยยังคงคบกันนั้นเป็นคนนี้ ก็ยิ่งทวีคูณความริษยาเข้าไปอีกหล่อนหมายปองนอร์ธมานาน เพียงแต่เข้าไม่ถึงตัวทว่าเด็กปรุงจืดอย่างพรีม ที่หล่อนมักมองว
มหาวิทยาลัยรถหรูคันเดิมที่เธอนั่งขับเข้ามาในรั้วมหาลัย ก่อนจะทำตามกฎระเบียบคือยื่นบัตรตรงป้อมข้างหน้า และขับช้าต่อเนื่องเข้ามาหลังไม้กั้นถูกยกขึ้น หญิงสาวนั่งตัวตรงตั้งแต่ตอนนั้น เพราะการมาเรียนในบริบทนี้ของเธอไม่คุ้นชินเลยสักนิดสายตาของนักศึกษามากมายหันมอง เนื่องจากรถหรูที่เขาขับเป็นจุดสนใจของผู้คนที่พบเห็น มองแบบไม่คลาดสายตา เห็นได้ชัดคงรอจนกว่าพวกเขาจะลง“คนมองเต็มเลย”พรีมพึมพำเบาๆ ก้มหน้าลงมองมือบนตักของตัวเอง จังหวะรถเลี้ยวผ่านวงเวียนเล็กๆ เข้ามายังตึกคณะนิเทศ“แล้ว?” นอร์ธปรายตามอง สีหน้าไม่จริงจังนัก “ยังไง..กลัวใครจะเห็น”ร่างเล็กถึงกับชะงัก เมื่อคำถามของเขาย้อนกลับมาถามหาคำตอบข้างในของตัวเอง ใช่...เธอกลัวอะไรมีอะไรให้ต้องกลัว คนนี้เขาไม่ใช่ชู้...แต่เป็นผัวต่างหาก“เปล่าค่ะ”“นอกจากพรีมและเพื่อน พี่ไม่รู้จักใครที่นี่ สบายใจได้”ไม่ได้โกหก เพราะกับนีน่า ไม่ได้อยากรู้จักตั้งแต่แรก ตอนนั้นมันพลาดท่าเฉยๆ เธอมากับเพื่อนของเขาที่โต๊ะสนุ๊ก คล้ายเป็นเด็กเอ็น แล้วเขาก็โคตรจะเมาเขาเอ่ยเสียงเรียบ ไม่ได้มองหน้าเธอ เพราะจะต้องหาที่จอด และนั่นก็ทำให้เธองง“พี่จอดหน้าตึกก็ได้นะคะ”“พี่
“ครับ รถทุกคันที่เป็นของพี่หนูเคยนั่งหมดแล้ว” นอร์ธพยักหน้าตอบตามความจริง “พี่ไม่ได้มีรถแค่สองคันนี้เหรอคะ” “มีสามคัน อีกคันพาไปชนตอนแข่ง ตอนนี้นอนตายอยู่ที่บ้าน คาดเข็มขัดด้วยครับ” หญิงสาวที่กำลังครุ่นคิดตามในคำบอกเล่าของเขา เผื่อว่ามันจะจำขึ้นมาได้บ้าง จำต้องพยักหน้าโอเค พับเก็บการกระทำนั้นไป ก้มลงไปสนใจสิ่งที่เขาบอก ทันทีที่เส้นเข็มขัดพาดอยู่บนตัว รถคันหรูที่ว่าก็ออกตัวไปอย่างเงียบๆทันที ใช่สิ..พอมีเธอนั่งอยู่ด้วย เจ้าของรถจึงเลือกที่จะไม่กดปุ่มเปิดท่อไอเสียฟังก์ชันที่ทำให้มันมีเสียง ไม่อย่างนั้นเธอคงได้ตื่นตระหนกไปมากกว่านี้เพราะเสียงคำรามของมันแน่ ใช้เวลาไม่นานรถคันดังกล่าวที่เธอนั่งอยู่ก็เลี้ยวเข้าซอยบ้านเก่าของเธอ เนื่องจากว่ามันไม่ได้ไกลกัน พรีมนั่งตัวแข็งทื่อไม่ทันได้ผ่อนคลายก็ต้องหันไปมองเขาอีกแล้ว “จะ จะลงด้วยกันไหมคะ” ร่างสูงที่หันมามองเธอพอดี ถึงกับเลิกคิ้ว “จะชวนผู้ชายขึ้นห้องเหรอครับ” นอร์ธได้ทีแซว ยิ้มมุมปาก “ชวนทั้งทีต้องมั่นใจหน่อยสิ” “ถ้าอย่างนั้น
หลังวางสายจากพี่ชาย ร่างสูงนั้นก็ยืนทำใจอยู่พักนึงก่อน ราวกับเรียกสมาธิของตัวเอง เมื่อดีขึ้นแล้วถึงจะเดินกลับเข้ามา ทว่าระหว่างเดินใกล้จะถึงเตียงที่เธอนอน จู่ๆนึกอะไรบางอย่างออก นั่นคือในห้องนั่งเล่นบนโต๊ะโซฟาที่เขานั่งอยู่เมื่อคืน ก่อนจะผละออกอย่างกะทันหัน เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยจากพี่ชายเต็มไปด้วยข้อมูลของเธอ ซึ่งได้รับมาจากนักสืบเอกชนที่เขาไปว่าจ้างอีกที ให้สืบหาที่มาเกี่ยวกับชีวิตช่วงสองปีก่อนที่เขาไม่รู้ จึงไม่ทันได้เก็บ ถึงได้ชะงักและเปลี่ยนทิศทางก้าวเท้าฉีกออกไปอีกทาง โดยที่เธอไม่ทันเห็น เนื่องจากนั่งกดโทรศัพท์อยู่ เมื่อไปถึงทุกอย่างที่เกลื่อนอยู่บนโต๊ะก็ถูกมือหนากวาดเรียบภายในพริบตา ก่อนจะนำซองสีน้ำตาลที่ว่า มีข้อมูลสำคัญอยู่ในนั้นไปแอบไว้ในที่ลับ จากนั้นก็เดินกลับมาหาเธอ “พรีมว่าพรีมจะกลับ” เธอเอ่ยทันทีที่เห็นเขา ด้วยสีหน้าปกติ ร่างสูงที่เพิ่งจะเดินเข้าไปเลิกคิ้วสูง ปีนขึ้นเตียงแล้วคลานเชื่องช้าเข้าไปนั่งใกล้ ก่อนจะยกแขนแกร่งเสมือนกางปีกให้หัวทุยได้พิง “ทำไมรีบ?” “มีเรียนตอนบ่ายค่ะ” “ให้พี่ไปส่งไหม”
นอร์ธปลายตาไปยังหัวเตียง จุดวางโทรศัพท์ที่กำลังดิ้นพล่านเรียกร้องความสนใจจากเขา ก่อนจะหลุบมองหัวทุย เจ้าของร่างบางที่เขากำลังกกกอดด้วยความลังเล จากนั้นก็ยื่นมือไปหยิบมันมามองจอ เมื่อเห็นว่าเป็นพี่ชาย จึงถอนหายใจพรืด “งั้น...แปปนะ” ก้มลงมาบอก พร้อมจูบหนักๆลงไปทิ้งท้าย ก่อนเดินออกมายังนอกระเบียง “เออ ว่าไง” (ไอ้นอร์ธ ไอ้สัส จนได้นะมึง) เพียงแค่ได้ยินคำทักทายแรก ที่หยาบโลนของพี่ชาย เปลือกตาสีเข้มก็ปิดลงทันที เขาไม่คิดเถียง หรืออธิบายอะไรทั้งนั้น เพราะรู้ว่านพจะต้องขุ่นเคืองแบบนี้ (เห็นกูไม่พูด ไม่เตือน มึงคิดว่ากูยินยอมหรือไง.. เหี้ย กูคิดว่ามึงจะคิดได้ อุตส่าห์ไว้ใจ ที่ไหนได้ไอ้เวร!) ".......” (พี่ชายเด็กนั่น อยู่แก๊งฝั่งตรงข้ามที่ฆ่าพ่อ ไม่เห็นหัวกู ก็เห็นแก่หน้าพ่อบ้าง มึงรู้ไหมมันจะยุ่งเหยิงขนาดไหน ถ้ามันรู้ความจริงแล้วช่วยพี่ชายมันขึ้นมา...ระหว่างพี่กับผัว มึงก็น่าจะรู้ดีมันจะเลือกใคร) “ด่าจบรึยัง” เสียงของเขาเริ่มห้วน เมื่อถูกด่าหนักๆเข้า แววตาที่เคยอ่อนโยนตอนใช้มองเธอ บัดนี้แปรเปล
เปลือกตาสีอ่อนขยับเขยื้อนเบาๆก่อนเปิดออกอย่างช้าๆ รับกับเช้าวันใหม่ ทันทีที่เห็นภาพตรงหน้าได้อย่างชัดเจน สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือปฏิกิริยาของหัวใจของเธอ ที่มันเต้นคร่อมจังหวะซะจนประหม่า เนื่องจากสิ่งนั้นได้ตอกย้ำว่า ... เธอนอนกับเขาแล้วอดีตเจ้านาย“บ้าจริง..”เสียงกระซิบดังกังวานแค่เธอได้ยิน ทว่าความเงียบที่โรยตัวลงมาตั้งแต่เมื่อตอนใกล้สว่าง หลังเสร็จกิจกรรมบนเตียงรอบที่สี่ กลับปลุกเขาที่กำลังจะตื่นขึ้นมาให้ได้ยินด้วยดวงตาคู่หวานกะพริบ ความถี่ของมันบ่งบอกความรู้สึกภายใน“มอนิ่ง”เสียงแหบพร่าปกติของคนเพิ่งตื่นทักทายเธอ ยิ่งเห็นท่าทางไม่สะทกสะท้าน ยังคงดูสบายๆราวกับตื่นเช้าในทุกๆวันยิ่งทำให้เธอตื่นตูม “เอ่อ..มอนิ่งค่ะ”ไม่เคยคิดว่าวันนึงจะได้ตื่นขึ้นมาในห้องของผู้ชายแบบนี้ ในชีวิตที่จำได้ตลอดเวลา ผู้ชายที่ใกล้ชิดด้วย และเดินเหินอยู่ในห้องมีเพียงพี่ชายตัวเอง เอาไงต่อดี.. เธอควรจะทำอย่างไรกลีบปากของเธอเม้มแน่น ตอนเห็นว่าเขาเอาแต่มอง ความรู้สึกมากมายตีกันยับ“เจ็บหรือเปล่า..”ลมหายใจของเธอติดขัด จู่ๆก็ต้องกลั้นหายใจ นึกไม่ถึงว่าเขาจะตั้งคำถามนี้ เป็นคำถามที่ทำให้เธอต้องสำรวจตัวเอง จาก







