LOGIN
แต่แล้ว...
จังหวะนั้นกลับมีสายเข้ามาพอดี เป็นสายของคนที่เธอกำลังคิดถึงอยู่ในตอนนี้นั่นเอง ร่างเล็กรีบคว้ามันมาถือไว้ แต่แทนจะกดรับสายด้วยความเร็วเหนือแสงให้คุ้มกับตอนที่เห็นและดีใจ กลับถือค้างไว้อยู่อย่างนั้น กว่าจะกดปุ่มมาแนบหูใช้เวลานานพอควร เนื่องจากเธอกังวลว่าคนในสายจะนำพาเรื่องที่ชวนให้ใจเต้นแรงมาให้อีก
ซึ่ง..มันก็เป็นอย่างนั้น
“พัชร”
(พรีม เป็นไงบ้าง)
เสียงปลายสายเบาหวิว ราวกับว่ากำลังกระซิบกระซาบ แอบใครสักคนคุย คนตัวเล็กได้ยินคิ้วบางขมวดเข้าหากันทันที
“สบายดี..แล้วพัชร หายไปไหนเหรอ เกิดอะไรกันแน่”
ครั้งนี้..เธออยากจะรู้สิ่งที่ถามออกไปจริงๆ จึงเลือกที่จะไม่อ้อมค้อม ทว่าปลายสายกลับเงียบอีก เหมือนกับทุกๆครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้หญิงสาวจะไม่ยอม เธอจะต้องรู้ให้จงได้
“พัชร...”
(พรีม.. หาเงินให้พัชรหน่อยได้ไหม)
หากแต่ว่าเธอไม่ทันได้พูดจบ ปลายสายก็พูดแทรกเธอเสียก่อน
“อะ อะไรนะ”
จากน้ำเสียงที่เบาหวิวอยู่แล้ว ยิ่งแหบแห้งเข้าไปอีก เมื่อได้ยินคำขอจากพี่ชาย เธอผู้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแฝดพี่ถึงกับนั่งตัวชา ลำพังแค่ใช้หนี้สองคนนั้นเพื่อกลับไปอยู่ห้องเก่าก็ว่าลำบากแล้ว นี่มีเงินก้อนใหม่เข้ามาอีกจะต้องทำอย่างไร อีกอย่างพัชรไม่เคยขอเงินเธอ มีแต่หาให้เธอใช้ด้วยซ้ำ แล้วตอนนี้...
“พัชร..ขอถามได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”
ปลายสายเงียบไป คนรอฟังรู้ได้ทันทีว่าเขาเงียบเพื่อเรียบเรียงถ้อยคำที่จะต้องพูด และแน่นอนว่าอย่างที่บอก...พรีมไม่ยอมแล้ว
“บอกพรีม..”
(พรีม..)
“พัชร..บอกพรีมมา”
(มันไม่มีอะ..)
“บอกมา! ถ้ามันทำให้พัชรเดือดร้อนมากนัก พรีมไม่เรียนแล้วก็ได้!”
จบประโยคนี้คนตกใจมากกว่าเขาคือตัวเธอเอง หญิงสาวนั่งตัวแข็งทื่อ ดวงตาคู่สวยสลดและสงบนิ่ง บีบมืออีกข้างที่ว่างจนเจ็บ พลางถอนหายใจพรืด ขณะปลายสายเงียบ พอพูดออกไปแบบนั้นก็รู้สึกแย่อยู่เหมือนกัน
(อย่าเพิ่งโมโห ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร)
“คิดว่าพรีมโกรธเรื่องนั้นเหรอ”
(แล้วพรีมโกรธเรื่องอะไร)
“ก็พัชรไม่ยอมบอกพรีม ไม่เคยพูดอะไรเลย เวลาพรีมถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น พัชรก็เอาแต่เงียบ ทำไมเหรอ? มันเป็นความลับที่สุดยอดขนาดนั้นเลยเหรอ”
คราวนี้ปลายสายเงียบไปนานกว่าเดิม ถึงขนาดเธอต้องละโทรศัพท์ออกมาจากหูเพื่อดูหน้าจอ แต่พอเห็นตัวเลขของเวลายังเดินอยู่ จึงนำมาแนบหูใหม่ แล้วได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกหอบประชั้นของเขา ที่เหมือนจะดังกว่าปกติ
(ใช่..ถ้าพรีมรู้.. พัชรอาจจะตายได้)
“........”
(คราวนี้.. พรีมยังอยากจะรู้อยู่หรือเปล่า)
“พัชร...”
(พวกมัน ตามหาพัชรอยู่ ถ้าเจอก็จะฆ่าพัชร)
“ทำไมต้องฆ่า พัชรไปทำอะไรให้พวกเขา”
(แค่นี้ก่อนนะ พัชรต้องไปแล้ว คราวนี้อาจต้องออกนอกประเทศเลยนะพรีม)
“อะไรนะ! พัชร..เดี๋ยวสิพัชร ...พะ พัชร”
นาทีที่ปลายสายกดวาง เสียงสะอื้นของเธอก็มาแทนที่ ไม่สามารถเรียกชื่อของเขาได้ เหมือนรู้ว่าเมื่อสายนี้ถูกตัด สายใยความเป็นพี่น้องของพวกเขาก็จะหย่อนยานลง พรีมขาวสะอาด ส่วนพัชรไม่ใช่ บนสีขาวนั้น มีจุดสีดำขนาดเล็กมาแต่งแต้ม และจุดนั้นก็เริ่มซึมออกไปเรื่อยๆ ขยายความกว้างผสมกับสีขาวจนกลายเป็นสีเทา...ที่ผ่านมาพรีมรู้เรื่องนี้มาโดยตลอด เกี่ยวกับนิสัยของพี่ชาย ทว่าไม่คิดว่า...ตอนนี้สีเทานั้นจะกลายเป็นสีดำ ของการถูกแต่งแต้มจากจุดสีดำเล็กไปเรื่อยๆ จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม ...และไม่สามารถกลับมาเป็นสีเทาได้อีก
เมื่อรู้ว่าไม่สามารถคุยกับปลายสายได้แล้ว มือบางก็ละห่างจากหู แนบหน้าจมกับหมอน ปล่อยโฮสะอื้นไห้
.
.
หลังวางสายจากพี่ชายฝาแฝด ความง่วงของเธอก็หายไปเลยในทันที ทั้งที่ตอนเดินเข้าซอยมาเธอยังหาววอดๆราวกับจะทิ้งตัวนอนเสียให้ได้ ไม่สิ...ตั้งแต่ในรถของตาต้าเลยด้วยซ้ำ ทว่าพอได้ยินประโยคนั้นของพัชร โต้รุ่งก็ยังได้เลย
เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่?
พรีมถอนหายใจอีกรอบ ก่อนจะทิ้งตัวนอนหงายลงบนฟูก ทว่าไม่นานกลับต้องมาชะงักใหม่ เพราะเสียงเอะอะตรงทางเดิน ราวกับคนกำลังคุยกัน ตามมาด้วยเสียงกุกกักแปลกๆ ร่างเล็กจึงยันตัวเองขึ้นมานั่งหลังตรง คิ้วบางขมวดเข้าหากันยุ่ง อดทนไม่ได้ที่จะนั่งอยู่กับที่ เลือกที่จะย่องไปดูตาแมว และแน่นอนว่าภาพที่ปรากฏในวงกลมจิ๋วตอนนี้คือ..
นอร์ธ..
ที่กำลังประคองน้ำหวานเข้าห้องของเธอเอง
“ฮะ..”
ถึงกับต้องดึงหน้าออกมาจากประตู ตั้งคำถามกับผีในห้อง เมื่อไม่ได้คำตอบก็ยักไหล่เดินกลับไปที่เตียงตามเดิม หากแต่ที่แตกต่างกันคือ ขากลับเธอรู้สึกแสบร้อนตรงกลางอกแปลกๆ
.
.
ด้านของนอร์ธ
ตุบ
เขาผลักร่างเล็กลงกลางเตียงของหล่อนเอง หลังจากประคองเข้ามาส่งในห้อง จากนั้นปัดมือเข้าหากันราวกับปัดเชื้อโรค มองหญิงสาวกำลังเมามายไม่ได้สติ แทบพูดไม่เป็นศัพท์ ฟังไม่รู้เรื่องด้วยสายตาเย็นชาสุดๆ ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงป่านนี้คงถูกเขาเตะหมอบไปแล้ว ข้อหามอมเหล้าลูกค้า ตั้งใจจะบิดข้อตกลงของการบริการ แต่รับทิปไปเต็มๆ โดยไม่คืนกองกลาง จนสุดท้ายถูกลูกค้ามอมกลับเสียเองด้วยยาปลุกอารมณ์ และตอนนี้คนที่ต้องแก้ปัญหาก็คือเขา เพราะหากให้นพแก้ ก็คงหนีไม่พ้นช่วยหล่อนด้วยการ..มีเซ็กซ์ และผลที่ตามมาคือการมีปัญหากับปานวาด
“เฮีย...เฮียขา” ดวงตาคมกริบหลุบมองปลายเท้าเล็กที่ยื่นเข้ามาถูไถต้นขาเขา พลางพ่นลมหายใจพรืด เสยผมขึ้นอย่างหงุดหงิด “ช่วยน้ำหวานหน่อยสิคะ...น้ำหวานร้อน”
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันยุ่ง ถอยหลังห่างออกมาอัตโนมัติ กอดอกมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางส่ายหน้า
“นอนซะ..พรุ่งนี้สร่างแล้ว มาเขียนใบลาออกด้วย”
“คะ? ไม่เอานะ ไม่อาว..”
จากนั้นหมุนตัวเดินออกมาไม่สนใจเสียงอ้อนวอนของเธอ เป็นจังหวะเดียวกันกับโทรศัพท์สั่นสะเทือนอยู่ในกระเป๋ากางเกงพอดี พอล้วงขึ้นมาเห็นชื่อของปลายสาย เท้าถึงกับเท้าชะงัก
“ครับ”
(ข่าวว่าพรุ่งนี้พวกมันจะหนีออกนอกประเทศ เฮียเดาว่ามึงคงไม่ปล่อยให้มันทำสำเร็จหรอก..จริงไหม)
ไม่ใช่เพราะคนโทร แต่เป็นเพราะเนื้อหาที่ได้ยิน
เขาซึ่งไม่ได้อยู่ในจุดที่คุยเรื่องสำคัญและเป็นความลับมากๆแบบนี้ในที่โล่งได้ จึงตอบกลับแค่เพียงประโยคสั้นๆว่า..
“ครับ”
ทั้งอันที่ความจริงแล้วรู้สึกกดดันไม่น้อย ก่อนเดินต่อจังหวะนั้นสายตาเหลือบไปเห็นประตูอีกบานนึงที่รู้ทันทีว่าเป็นห้องของใคร ริมฝีปากหยักถึงได้ยกขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนจะเดินเร็วหายเข้าไปในกล่องลิฟต์นั้น
.
.
เช้าวันต่อมา
วันนี้เป็นวันหยุดอีกวันของพรีม แต่เธอเลือกที่จะตื่นขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟันและอาบน้ำเพื่อที่จะลงไปข้างล่างไปตามหาปานวาด ทว่าคนที่เจอกลับเป็นนพ สามีของหล่อนแทน
ดวงตาของเขาตอนมองมาที่เธอ ขณะหลุดจากทางเดินใกล้เข้ามาและยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่ต่างกันเลยกับนอร์ธ เธอรู้พวกเขาเป็นพี่น้องกันแต่ไม่คิดว่าจะเหมือนกันขนาดนี้ ไม่มีส่วนไหนที่ต่างกันเลย หากมีก็คงจะเป็นแววตา และนิสัย เพราะรายนี้ส่งยิ้มให้เธอตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น
“น้องพรีมใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยเสียงเบา ไหล่ลาดห่อเข้าหากันเล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง
“พี่ได้ยินเรื่องของเราจากพี่ปาน คงลำบากแย่ มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ”
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน ใบหน้าจิ้มลิ้มเริ่มร้อนผ่าว เธอรู้สึกอึดอัดไม่ต่างกันกับตอนยืนอยู่ตรงหน้าน้องชายของเขา
“ค่ะ..ว่าแต่เจ้อยู่ไหมคะ”
“อืม..ในห้องทำงานเขาน่ะ ไปสิ”
โชคดีที่เขาไม่ใช่คนที่จะถึงเนื้อถึงตัวใคร การหลีกทางยอมให้เดินไปจึงเกิดขึ้นง่ายๆ อีกอย่างเขาคือสามีของผู้หญิงที่ใจดีกับเธอ การได้พูดคุย เมื่อพูดถึงการวางตัวตอนยืนอยู่ตรงหน้าจึงถูกยกมาเป็นเรื่องที่ละอ่อนเป็นพิเศษ หญิงสาวไม่รู้ต้องทำตัวยังไง อาจใช่ว่าทั้งเธอและเขาบริสุทธิ์แต่คนที่มองมาคงไม่ได้คิดแบบนั้น โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้หวังดีกับเธอ ดังนั้นการไม่เจอเขา หรือเลี่ยงได้เลี่ยง มีปัญหาอะไรคุยแต่กับปานวาดดีที่สุด
.
.
ก๊อก ก๊อก
เจ้าของใบหน้าสวยคมละสายตาขึ้นมาจากจอคอม เมื่อเห็นว่าเป็นพรีมหัวคิ้วบางถึงได้ขมวดชนกันเล็กน้อย
“เข้ามาเลยจ้ะ”
เธอมองคนตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นจึงเลิกคิ้วสูง
“สวัสดีค่ะพี่”
“จ้ะ..สวัสดี มีเรื่องอะไร?”
เธอเปลี่ยนแผนกให้แล้ว และวันนี้ก็เป็นวันหยุด ไม่แปลกที่จะงุนงงทำไมถึงมาที่นี่ หรือว่าจะลาออก ปานวาดคิดไปต่างๆนานา
“คือพรีม..”
“นั่งก่อน”
เห็นน้องเกร็งเธอก็ช่วยที่จะให้น้องได้หายใจหายคอก่อนจะพูด กว่าจะเดินมาถึงห้องนี้ตรงหน้าเธอ คงจะพกความเครียดและอึดอัดมาด้วย ดังนั้นการปล่อยให้เธอได้หายใจหายคอก่อนจึงดีที่สุด
“ขอบคุณค่ะ”
พร้อมกับสลับหน้าจอคอม เป็นกล้องวงจรปิดแทน สายตาคู่สวยเหลือบไปเห็นว่านอร์ธกำลังเดินมาทางนี้ก็ชะงัก ก่อนจะลากสายตาไปมองพรีมสลับกัน
“พร้อมแล้วพูดจ้ะ พี่รอได้”
ไม่ใช่แค่รอเธอ แต่ในหัวจำเป็นต้องใช้เวลาแบบฉับพลันเช่นกัน เธอไม่ได้อยากให้นอร์ธเข้ามาห้องนี้ใน ณ ตอนนี้ เพราะรู้ว่าเขาจะมาคุยเรื่องอะไร ก่อนหน้านี้เขาโทรมาให้เตรียมใบลาออกให้พนักงานคนนึง ตอนนั้นไม่ได้ถามรายละเอียด เพราะกำลังรีบออกมาจากบ้าน คิดว่าไม่เป็นไรมาถึงเดี๋ยวก็รู้เอง เธอเตรียมใบลาออกให้แล้ว ทว่าพรีมกลับโผล่มาแบบนี้ ยังไงกันแน่
“คือว่า..พรีมอยากเปลี่ยน...”
พลั่ก!
“พี่สะใภ้เรื่องที่ผมขอ..”
“มาทำแผนกเดิมค่ะ”
“...เตรียมไว้หรือยัง?”
“ของสะสมค่ะ”เขาเปิดฝากล่องออกดูเพียงครู่เดียว ก่อนปิดลงเหมือนเดิม“เอาไป”“ยังไม่ได้ดูเลยว่ามีอะไร”“ของหนู ก็ต้องสำคัญกับหนูสิ”ประโยคนั้นทำให้มือของพรีมหยุดลง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังถือกล่องออกไป ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ อุ่นขึ้นในอก ไม่นานนัก ห้องที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของของเธอก็ค่อย ๆ ว่างลง ตู้เสื้อผ้าเหลือเพียงไม่กี่ชุด ชั้นหนังสือโล่งขึ้น โต๊ะเครื่องแป้งเหลือเพียงของจำเป็นพรีมยืนมองห้องนั้นอยู่ตรงกลางสถานที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งบ้าน เป็นที่หลบซ่อน และเป็นความทรงจำที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปหาแต่วันนี้...เธอกำลังเดินออกจากมันด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป นอร์ธเดินกลับมาหยุดข้างเธอ“พร้อมหรือยัง”พรีมมองไปรอบห้องอีกครั้ง“ค่ะ”เธอปิดไฟ ก่อนเดินออกมา แต่เมื่อถึงหน้าประตู เธอกลับหยุดแล้วหันกลับไปมองอีกครั้งนอร์ธไม่ได้เร่ง เขายืนรออยู่ตรงนั้น...พัชร พรีมช่วยพัชรได้แค่นี้นะ ไม่ว่าพัชรกำลังทำอะไรอยู่ พรีมจะไม่เป็นตัวถ่วงพรีมยิ้มบาง ๆ ก่อนปิดประตูลง เสียงกลอนประตูดัง กึก เหมือนเป็นการปิดฉากชีวิตช่วงหนึ่งของเธอไว้ และเปิดประตูให้กับอีกช่วงหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างแต่ครั้ง
และในที่สุดก็กลายเป็นความโกรธอย่างชัดเจน นี่เขาพลาดไปตอนไหน ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน“เคยเป็นผู้หญิงของมันงั้นหรือ..”เขาลุกขึ้นยืน คำนี้หลุดออกมาจากริมฝีปากราวกับเป็นเรื่องน่าขันที่สุดในโลก เขาเดินไปยังหน้าต่างบานสูง มองออกไปยังสวนมืดด้านนอก ภาพในอดีตย้อนกลับเข้ามา พัชร...พี่ชายของพรีม ชายที่เขาจับเอาไว้บนเรือ และบีบให้ยอมทำตามเงื่อนไขของเขา เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือพรีม เขาต้องการให้พัชรยอมยกน้องสาวให้เขา แต่สุดท้าย...ปาร์คหลับตาลงชั่วครู่ และกรามขบแน่นยาก..ยากกว่าเดิมจู่ๆก็รู้สึกแค้นใจที่ถูกปิดบัง พัชรพี่ชายของพรีมไม่เคยพูดเรื่องนี้“ไอ้พัชรมันรู้ไหมว่าผัวน้องมันเป็นมือปืน”“ไม่แน่ใจครับ” เพล้ง!แก้วคริสตัลในมือถูกขว้างกระแทกกำแพง เศษแก้วแตกกระจายลงบนพื้นเสียงดังสนั่นลูกน้องทุกคนสะดุ้ง แต่ไม่มีใครกล้าขยับ ปาร์คหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนใช้มือปาดริมฝีปากตัวเอง“น่าขำชะมัด”เขาหันกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหึงหวงจนแทบปิดไม่มิด“เธอจำฉันไม่ได้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันกันแน่”ไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีใครกล้าเสี่ยงตอบผิด ปาร์คเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเทลงแก้วใหม่
นอร์ธไม่ได้หันกลับไปมองชายกลุ่มนั้นอีกเขาเพียงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทางพรีมที่ยังยืนมองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เข้าไปข้างในเถอะ”น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรีมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินนำเข้าไปในบ้านของตัวเอง นอร์ธตามหลังเธอเข้ามา ก่อนจะเป็นคนปิดประตู เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ตัดโลกภายนอกออกไปในทันที แต่คำถามในหัวของเขากลับไม่ได้เงียบลงไปทั้งหมดถ้าต้องการเงินจริง ทำไมยังยืนมองเธออยู่แบบนั้น?เขาจำแววตาของพวกมันได้ มันไม่ใช่สายตาของเจ้าหนี้ที่เพิ่งได้รับเงินครบแล้วกำลังจะกลับ มันเหมือนคนที่กำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างหรือบางที...กำลังรอให้แน่ใจว่า พรีมยังอยู่ที่นี่ และอยู่คนเดียว“พี่นอร์ธ?”เสียงเรียกของเธอดึงเขากลับมาชายหนุ่มกะพริบตาช้า ๆ ก่อนมองไปรอบๆบ้าน บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เฟอร์นิเจอร์เก่าบางชิ้นถูกใช้งานจนเห็นร่องรอยของเวลา บนโต๊ะมีของใช้ไม่กี่อย่าง ทุกอย่างเรียบง่ายจนแทบไม่มีสิ่งไหนบอกได้ว่าเจ้าของบ้านเคยมีชีวิตเป็นอย่างไรเขาไม่เคยเห็นมันไม่เคยรู้ว่าเธออยู่ที่นี่อย่างไรและตลอดสองปีที่ผ่านมา...เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอต้องใช้ชีวิตแบบไ
ตาต้านั่งนิ่งอยู่กับโทรศัพท์ในมือ เธอมองหน้าจอที่ดับลงด้วยความรู้สึกประหลาดใจไม่เข้าใจว่าทำไมพัชรถึงพูดเหมือนกำลังบอกลา และไม่รู้เลยว่าในวินาทีเดียวกันนั้นคนที่เธอเพิ่งคุยด้วยกำลังถูกลากตัวออกจากห้องใต้ท้องเรือ ไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน รวมถึงพรีมเองก็ด้วย. ค่ำแล้วกว่าพรีมจะเดินออกจากอาคารเรียนพร้อมตาต้าแล้วก็โบกลากันเหมือนอย่างเคยเมื่อพ่อของเธอมารับ แสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนทอดยาวลงบนพื้นเปียกชื้น หลังฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน หญิงสาวสะพายกระเป๋าขึ้นบนไหล่ พลางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างเหนื่อยล้าก่อนจะเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากประตูมหาวิทยาลัยกระจกฝั่งคนขับลดลง คนที่อยู่หลังพวงมาลัยมองเธอผ่านกระจกด้วยสายตานิ่งๆ“ขึ้นรถครับ”พรีมยิ้มบางๆ“มารับจริงๆด้วย”“บอกแล้วไงว่าจะมา”เธอเปิดประตูขึ้นนั่ง ก่อนจะคาดเข็มขัด รถเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างเงียบๆระหว่างทาง พรีมมองแสงไฟนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นเดิม เธอก็หันมามองเขา“วันนี้กลับบ้านเก่านะคะ อย่าลืม”นอร์ธเหลือบมองเธอ“ครับ”เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงเปลี่ยนเส้นทางตามที่เธอบอก แต่
หลังจากทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็แยกกันที่โรงอาหาร ในขณะพรีมกับตาต้ากลับมาที่ห้องเรียน คนที่เป็นเพียงศิษย์เก่าอย่างนอร์ธ ก็ขับรถออกจากมหาลัยไป ครั้งนี้เขาไม่ได้กลับที่พักหรือไปธุระที่อื่นอาทิเช่นโต๊ะสนุ๊ก สถานที่ที่เคยไปมั่วสุมกับเพื่อนสนิทของเขา แต่เลือกที่จะไปหาคนที่สืบเรื่องราวของคนอื่นเพื่อที่จะนัดรับข้อมูลแทนการลืมของเธอทำให้เขาอยากย้อนอดีตขึ้นมาจริงๆแล้วครั้งนี้ ต่อให้ผลเสียที่ตามมาหนักหน่วงสักแค่ไหน ก็จะไม่สนใจอีกรถสีดำจอดนิ่งอยู่บนถนนลูกรังที่ทอดผ่านพื้นที่รกร้างนอกชานเมือง รอบด้านเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าเป็นระยะ นอร์ธยืนพิงข้างรถอยู่คนเดียว บุหรี่ในมือถูกจุดขึ้นเป็นมวนที่สอง ทั้งที่มวนแรกยังทิ้งกลิ่นควันจางๆเอาไว้บนเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มของเขาชายหนุ่มสูดควันเข้าปอดลึกกว่าปกติ ก่อนจะผ่อนออกช้าๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังถนนว่างเปล่าตรงหน้า แต่สิ่งที่อยู่ในหัวกลับไม่ใช่ภาพตรงนั้นเลย“สองปี…”คำพูดของนักสืบยังวนกลับมาอยู่ในหัวข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับไม่ได้มากพอจะตอบทุกอย่าง แต่กลับมากพอที่จะทำให้เรื่องที่เขาพยายามฝังมาตลอดสองปีเริ่มตอผุดขึ้นมาอีกครั้งโดยเฉพาะคำหนึ่งที่อ
คราวนี้ดวงตานีน่าลุกเป็นไฟ เธอขึงตาใส่อีกคน ความอับอายเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น เมื่อหันมองรอบๆ แล้วเห็นว่านักศึกษาหลายคนกำลังให้ความสนใจอยู่ ถึงการประจานของตาต้าจะไม่ได้เสียงดังมาก แต่เชื่อว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงจะได้ยินหล่อนเกือบจะกรี๊ดแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคนที่กำลังพูดถึงกำลังเดินเข้ามา และใกล้กว่าเดิมแล้ว ไม่อย่างนั้น คงได้เปิดศึกหยุมหัวกันตาต้าขยิบตาให้ ก่อนจะเดินเร็วไปหาพรีม แล้วหมุนตัวเดินขนาบข้าง โดยตอนนั้นคนที่เดินตามหลังมาติดๆคือร่างสูง เขาไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากมองบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคย แต่ตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปสำหรับเขา“ไง ยัยไวไฟ พามาได้ไงเนี่ย”ตาต้าใช้หัวไหล่เล็กกระแทกต้นแขนพรีม บีบเสียงล้อเลียน เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาพรีมปะทะกับนีน่าพอดี เธอรู้ทันทีว่าฝ่ายนั้นไม่พอใจเธอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องเมื่อคืนที่ทะเลาะกัน แต่เป็นความหึงหวง และอิจฉา ยิ่งมารู้ทีหลังว่าแฟนของพรีมตามที่พัชรเคยเล่าว่าน้องสาวกำลังมีความรัก สมัยยังคงคบกันนั้นเป็นคนนี้ ก็ยิ่งทวีคูณความริษยาเข้าไปอีกหล่อนหมายปองนอร์ธมานาน เพียงแต่เข้าไม่ถึงตัวทว่าเด็กปรุงจืดอย่างพรีม ที่หล่อนมักมองว







