Share

ม่านมลทิน
ม่านมลทิน
Author: เฌอรามิล

บทนำ

last update Last Updated: 2026-01-07 19:58:30

"ได้ยังไงคะ!! อาไทม์จะแต่งงานกับใครไม่ได้นะ" เด็กสาวตัวเล็กยืนกำมือแน่นเข้าหากัน ทั้งตัวทั้งร่างสั่นเทิ้ม ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้นที่ตีตื้นอยู่ภายใน

           "น้องเอย...อย่าดื้อแบบนี้สิ เราโตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ เหมือนเมื่อก่อน ส่วนอา...ก็อายุมากแล้วต้องแต่งงานต้องสร้างครอบครัว จะให้อาอยู่เลี้ยงเราไปจนตายแบบนี้ไม่ได้หรอก อีกอย่าง...เดี๋ยวพอเราโตกว่านี้อีกหน่อยเราก็ต้องแต่งงานเหมือนกัน"

           ใครคนหนึ่งเอ่ยอธิบายด้วยสีหน้าเหยียดยิ้มเอ็นดูเด็กสาววัยสิบห้าปีซึ่งเป็นหลานบุญธรรมของตัวเอง

           "น้องเอยจะแต่งกับอาไทม์ จะไม่แต่งกับใครทั้งนั้น อาไทม์เคยสัญญาแล้วไงคะว่าจะให้น้องเอยเป็นเจ้าสาว แล้วทำไมทิ้งกันแบบนี้"        หล่อนทวงคำมั่นที่ตนเองยึดถือมาตั้งแต่วันที่ได้ฟังมันหลุดออกจากปากเขา รอคอยเวลาอย่างมีความหวังแต่แล้วชายหนุ่มกลับมาพังทุกอย่างด้วยมือของเขา โดยที่หล่อนไม่เข้าใจ...ว่าเพราะอะไร

หากไม่จริงจัง หากไม่เคยรักใครแล้วมาหลอกให้เผลอไผลลวงใจหล่อนทำไมกัน...

           "แก่แดดจริงๆ นะเรา...อากับน้องเอยจะแต่งกันกันได้ยังไงล่ะครับ น้องเอยเป็นหลานอานะ หืม...เอาล่ะ อาต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวจะแวะไปส่งที่โรงเรียนก็แล้วกัน"

           "ไม่ต้อง!!!" หล่อนปัดมือใหญ่ที่กำลังลูบศีรษะด้วยความเอ็นดู รู้สึกเจ็บปวดเหลือเกินราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางจิตใจ...

           แล้วที่หล่อนเชื่อมั่นทุ่มเทมาตลอดล่ะ เพื่ออะไรกัน...

           "น้องเอย! ทำไมดื้อแบบนี้..."

           "อาไทม์ไม่ต้องมายุ่งกับเอย ถ้าไม่รักเอย ไม่เคยจริงใจกับเอยแล้วมาหลอกให้เอยรักอาทำไม!! ไปให้พ้นเลยคนใจร้าย" หล่อนใช้มือผลักร่างเขาสุดแรงแล้วหันหลังวิ่งไปพร้อมกับเสียงร้องไห้สะอื้น ปล่อยให้ทัพไทยืนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

           "น้องเอย...นี่จริงจังขนาดนี้เลยเหรอ..." ชายหนุ่มก่นบ่นกับตัวเอง

           "ไทม์..."

           "คุณแม่...ออกมาทำไมครับ ฝนกำลังจะตกเดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก" พลันชายหนุ่มก็ละความสนใจจากร่างเล็กในชุดนักเรียนชั้นมัธยมต้นที่วิ่งหนีหายไปลับไปกับกำแพงบ้าน หันมาประคองมารดาในวัยหกสิบเศษซึ่งกำลังเดินออกจากตัวบ้านตรงเข้ามายังเขา

"ปล่อยเขาไปเถอะ...ลูกอาจจะคิดว่าเอยยังเป็นเด็ก แต่เขากำลังโตเป็นสาวแล้ว ต่อให้เป็นอาหลานแต่ก็ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน ถ้ามีอะไรเลยเถิดมันจะไม่งาม เพราะยังไง...ก็ได้ขึ้นชื่อตามศักดิ์ว่าเป็นญาติกันอยู่"

           หญิงสาวในชุดผ้าไหมสุภาพถอนหายใจเฮือกใหญ่ในขณะที่เอ่ยปากพูดกับบุตรชายคนเดียว สายตานั้นมองไปยังทางเดินที่เด็กสาวตัวเล็กวิ่งลับหายไปด้วยความกังวล

           "คุณแม่พูดอะไรอย่างนั้นครับ...ผมกำลังจะแต่งงาน อีกอย่างผมรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ผมไม่เคยคิดกับเอยเป็นอย่างอื่นนอกจากเป็นน้องเป็นหลาน" ทัพไทประคองมารดาเอาไว้แล้วพาเดินเข้าบ้าน

           "แต่เอยคิด...และเขาเชื่อมั่นมาตลอดว่าลูกกับเขาเป็นคนรักกัน"

           "ผมยอมรับว่าผมผิดเองเรื่องนั้น...ที่ไม่ทันคิดเพราะมัวมองว่าแกเป็นเด็กอยู่ร่ำไป เล่นอะไรไม่ระวัง" เมื่อกล่าวมาถึงจุดนี้เขาเองก็ค่อนข้างไม่สบายใจเช่นเดียวกัน ยอมรับโดยสดุดีว่าตอนนี้ค่อนข้างเป็นห่วงสภาพจิตใจของหญิงสาวไม่น้อย            

           หล่อนถูกเลี้ยงมาแบบตามใจเพราะขาดแม่ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดคอยอบรมดูแล อีกทั้งผู้เป็นพ่อก็ไม่ใคร่มีเวลาสักเท่าไหร่เนื่องจากต้องแบกรับภาระธุรกิจของทางบ้าน ดังนั้นหากมีสิ่งใดที่ชดเชยความเหว่ว้าตรงนั้นให้กับเด็กสาวได้ ทุกคนจึงพยายามทำ

เหมือนเมื่อก่อนอีก แม่อยากให้เอยเขาตัดใจ เขา...ยังไม่เข้าในความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองเท่าไหร่หรอก"

           "ครับ...คุณแม่" ทัพไทรับปากพร้อมเหยียดยิ้มอ่อน กระนั้นเขาก็ยังอดที่จะเป็นห่วงหลานสาวบุญธรรมไม่ได้ ป่านนี้จิตใจไม่รู้จะเตลิดไปไหนถึงไหนต่อไหนแล้ว กล่อนยิ่งชอบคิดมาก ขี้น้อยใจอยู่ด้วย

           แต่ก็ไม่ใช่เพราะความสงสารเหล่านั้นหรอกรึ...ถึงทำให้เกิดเรื่องความเข้าใจผิดกันขึ้น...

           มารดาและบิดาของเขาหย่าขาดจากกันมานานแล้ว ผ่านเป็นเกือบยี่สิบปีท่านก็ได้พบรักใหม่อีกครั้งกับคุณนพราช ทั้งคู่ได้ทำความรู้จักและสานสัมพันธ์แน่นแฟ้น จนตกลงปลงใจแต่งงานใช้ชีวิตคู่ เนื่องจากคุณนพราชเองก็สูญเสียภรรยาไปนานหลายปีแล้วเช่นกันเพราะโรคภัยไข้เจ็บ

           เขาเป็นลูกชายคนเดียว...เป็นลูกติดแม่ ส่วนคุณนพราชก็มีลูกโทนเป็นผู้ชายเช่นกัน อายุมากกว่าเขาอยู่เกือบๆ สิบปีชื่อณราช  ณราชแต่งงานแล้วแต่ก็หย่าร้างไปแล้ว

           ณราชกับอดีตภรรยามีบุตรสาวด้วยกันหนึ่งคน เมื่อเลิกรากันไปฝั่งผู้เป็นพ่อก็เป็นฝ่ายรับผิดชอบดูแล นั่นก็คือภาวนาหรือน้องเอยนั่นเอง

อดีตภรรยาของณราชไม่เคยหวนกลับมาอีกเลย แม้กระทั่งจะมาพบลูกสักครั้งก็ไม่เคยเห็นในช่วงตลอดระยะเวลาสิบปีที่เขาเข้ามาร่วมชายคาด้วย

           ความสัมพันธ์ของคนในบ้านเป็นไปด้วยดี ณราชรักเขาเหมือนน้องชายแท้ๆ เคารพแม่เลี้ยงคนใหม่ไม่ได้ตั้งแง่รังเกียจรังงอน และเขาก็คิดกับณราชเปรียบเหมือนพี่ชายเช่นกัน

           ดังนั้นภาวนาจึงเป็นสาวน้อยขวัญใจของคนในบ้าน รวมถึงเขาและมารดาที่ยังไม่เคยมีหลานไว้อุ้มชูด้วย ต่างก็ช่วยกันดูแลเลี้ยงดูมาจนถึงบัดนี้...

           เด็กสาวมีความสนิทสนิทกับเขาเป็นพิเศษ เนื่องจากเขาจะเป็นคนดูแลคอยไปรับไปส่งที่โรงเรียนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะณราชนั้นไม่ค่อยมีเวลาว่าง แต่เขาก็ยินดีจะช่วยเหลือเพราะถือว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

           เรื่องคาดไม่ถึงเกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน ในงานฉลองครบรอบวันเกิดอายุสิบสองขวบของภาวนา ชายหนุ่มได้พลั้งปากให้หล่อนขอของขวัญชิ้นหนึ่งจากเขา โดยรับปากว่าหากไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็จะยินดีให้ได้ทุกอย่าง...

           โดยไม่คาดฝัน...ภาวนาขอเป็นเจ้าสาวของเขา แต่ด้วยในขณะนั้นหล่อนยังเด็กนักเขาจึงไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงจัง จึงรับปากส่งๆ ไป เพื่อความสบายใจของหนูน้อย ใครจะไปคิดล่ะว่าภาวนาจะจริงจังเก็บมันมาใส่ใจจนถึงบัดนี้...

"ผมฝากคุณแม่ด้วยนะครับ...เอยดื้อ อาจจะเข้าใจอะไรยากหน่อย แต่สักวันเธอจะเข้าใจได้เองว่าสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่มันไม่ใช่ มันเป็นแค่ความรู้สึกของเด็กๆ ที่พอได้ผูกพันกับใครก็เอาไปวาดฝันต่างๆ นานาเอยขาดความรัก...ขาดคนเข้าใจแกจริงๆ แกถึงได้เป็นแบบนี้ ผมสงสารเธอมาก"

           "แม่เข้าใจ...แต่แกกำลังจะแต่งงาน แต่งแล้วก็ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น อย่าให้เมียแกต้องมาระแวงใจกับเรื่องในบ้านเลย มันจะเป็นปัญหากันซะเปล่าๆ"

           "ครับคุณแม่...งั้นผมขอตัวไปรับเปรี้ยวก่อนนะครับ...ว่าจะไปลองชุดแต่งงานกัน" ชายหนุ่มประคองร่างเล็กของมารดาให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้สักตัวใหญ่ พลางเข้าไปสวมกอดแล้วคลี่ยิ้มซบลงบนบ่าซึ่งได้แบกความรักที่มีตัวตนอย่างเขามานานกว่าสามสิบปีแล้วด้วยความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว

           "อืมๆ ขับรถดีๆ นะลูก" ประภาอวยชัยให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจนกระทั่งเขาเดินออกออกไปจากตัวบ้านได้สักพัก

           "พร้อม! พร้อมเอ้ย! อยู่ไหนล่ะนั่นมานี่หน่อยสิ"

           "อยู่นี่ค่ะคุณภา...คุณภามีอะไรหรือเปล่าคะ..." สาวใช้ร่างอวบรีบปรี่เข้ามายืนใกล้ๆ นายสาวแล้วเอ่ยถามสีหน้ากระตือรือร้น

           "แม่เอยเขาไปโรงเรียนหรือเปล่า...ฉันเห็นทะเลาะกับตาไทม์แล้ววิ่งหนีเข้ามาในบ้านแน่ะ ไปถามคนขับรถซิ"

           "อ๋อ...คุณเอยไม่ได้ไปโรงเรียนค่ะคุณท่าน...พร้อมเห็นวิ่งขึ้นไปบนห้องตั้งแต่เมื่อครู่แล้วค่ะ ถามก็ไม่ตอบ พร้อมไม่กล้าซักมากความเดี๋ยวเธอจะเสียอารมณ์..." พร้อมรายงาน

"อืม...งั้นมีอะไรก็ไปทำเถอะ...ฉันจะขึ้นไปดูเขาเอง" พูดจบประภาก็ลุกเดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านหลังใหญ่ ตัวนางเองก็คิดเช่นเดียวกับทัพไทนั่นแหละ...

ภาวนาเป็นเด็กขาดความอบอุ่น เมื่อมีใครสักคนยื่นมือเข้ามาโอบอุ้มแกด้วยความสงสารและหวังดีจากใจจริง แกก็แยกแยะไม่ออกว่าความรู้สึกที่มอบให้ตอบกลับไปคืออะไร

           รู้แต่เพียงว่าหากอยากให้เขาคนนั้นอยู่ด้วยตลอดไปก็ต้องแต่งงานอยู่กินเฉกเช่นฉันสามีภรรยา

           "น้องเอย...น้องเอยนี่ย่าภานะลูก เปิดประตูให้ย่าหน่อยซิ..."          ก๊อกๆ!  ประภายืนอยู่หน้าประตูชั่วครู ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้าใกล้ พร้อมกับแย้มบานประตูเปิดออกแล้วโผล่หน้าออกมา

           "เป็นอะไรหืม...ให้ย่าอยู่เป็นเพื่อนไหม..."

           "ย่าภา ย่าภาต้องจัดการให้เอยนะคะ อาไทม์กำลังจะทิ้งเอยไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น" ราวกับต้นไม่เฉี่ยวเขาได้ฝนโปรย...ภาวนาโผเข้ากอดย่าเลี้ยงเล็กแรงพร้อมกับเสียงหอบสะอื้นตัวโยน

           "โถ...เด็กหนอเด็ก มาๆ ใครทำอะไรมาบอกย่า ย่าจะจัดการให้เอง" นางปลอบไปพลางประคองหลานรักเข้าไปในห้องพลางเพื่อกันสายตาจากพวกคนใช้ในบ้านที่อาจจะเอาความไปพูดซุบซิบนินทาต่อความยาว

           "เอยไม่ใช่เด็กแล้วนะคะย่าภา เอยโตแล้ว..."

           "จ้าจ้ะ...มานั่งตรงนี้ก่อนนะ แล้วเล่าให้ย่าฟังสิว่าเกิดอะไรขึ้น" สองร่างนั่งลงบนที่นอนนุ่มซึ่งถูกตกแต่งอย่างดีด้วยของใช้ราคาแพงยิบ

           "อาไทม์จะแต่งงาน...จะย้ายไปจากที่นี่ อาไทม์กำลังจะทิ้งเอยค่ะย่าภา ย่าภาอย่าให้อาไทม์ไปเลยนะคะ" หล่อนกล่าวพร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรู อาดูสุดแสนราวกับกำลังสูญเสียสิ่งสำคัญไปแล้วไม่มีวันได้กลับคืน

           "อาไทม์แต่งงาน...เขาก็ต้องไปสร้างครอบครัวของเขานะเอย อีกอย่างต่อให้ไปอยู่ที่ไหนเขาก็ต้องกลับมาที่นี่วันยังค่ำ อาไทม์ไม่มีทางรักใครเท่าเอยหรอก แต่ความรัก...มันไม่ได้จำเพาะเจาะจงในความหมายเดียว อาไทม์รักหนูเหมือนลูกเหมือนหลาน เขาไม่มีวันลืมและไม่มีวันทิ้งเอยหรอกนะลูก"

           "แต่เอยไม่อยากให้อาไทม์แต่งงานนี่คะ...อาไทม์เคยสัญญาว่าจะรอเอย จะแต่งงานกับเอยคนเดียว" หล่อนเถียง

           "เฮ้อ! เอยเอ้ย...เอาไว้หนูโตกว่านี้อีกหน่อยหนูจะเข้าใจนะ รู้ไหมทำแบบนี้อาไทม์เขาไม่สบายใจ เขาเป็นห่วงหนูมาก..."

           "ไม่จริงหรอกค่ะ อาไทม์ไม่ได้รักหนู ไม่ได้ห่วงหนูอีกแล้วเพราะเขามีคนอื่นที่ต้องรัก ต้องอยากดูแลมากกว่า"

           "ย่าบอกแล้วไงว่ามันคนละกรณีกัน...ไม่มีใครมาแทนที่ใครได้หรอกเอย"

           "คอยดูนะ...หนูจะฆ่าเจ้าสาวของอาไทม์ให้ตายเลย อยากมาแย่งอาไทม์จากหนูดีนัก หนูเกลียดผู้หญิงคนนั้น หนูเกลียดนังเปรี้ยว ผู้หญิงที่แย่งคนรักของคนอื่น ต้องไม่ตายดีแน่ๆ"

"เอย!!" ประภาอุทานด้วยความตกใจกับถ้อยวาจาที่ไม่น่ารักสมวัย แต่ก็สงสารหลานสาวที่ปล่อยโฉโผเข้ากอดนางเอาไว้อีกครั้ง มือของนางลูบไปตามแผ่นหลังของร่างเล็กสั่นสะท้าน

           "ทำไมถึงคิดอะไรแบบนั้นล่ะลูก หืม...มันไม่ดีเลยรู้ไหม"

           "หนูพูดจริงๆ ค่ะ คอยดูนะคะหนูจะทำลายผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้อาไทม์ ใครที่คิดแย่งอาไทม์ไปจากหนูมันต้องไม่ตายดี ย่าภาขา...พวกนั้นมันรังแกหนู"

           "เฮ้อ!!! หลานรักของย่า คราวหน้าคราวหลังอย่าไปพูดแบบนี้ให้ใครได้ยินรู้หรือเปล่า เรื่องอาไทม์น่ะหนูไม่ต้องไปคิดอะไรให้มันมาก ถ้ารักอาเขา อยากให้อาเขามีความสุขหนูก็ควรเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน...เขาจะได้ไม่ต้องเป็นกังวลใจรู้ไหม"

           "หนู...หนูจะพยายามค่ะ แต่หนูคงคิดถึงอาไทม์มากๆ แน่เลย เพราะหนูอยู่กับอาทุกวัน ไปไหนด้วยกันตลอด ตอนนี้อาเขามีคนอื่นที่อยากไปด้วย อยากอยู่ด้วยมากกว่าหนูแล้ว ไม่สนใจหนูอีกแล้ว"

           "หนูยังมีย่า มีปู่ แล้วก็คุณพ่อ...ส่วนอาไทม์ก็อย่างที่ย่าบอก เขาไม่มีวันทิ้งหนู หรือรักหนูน้อยลงหรอกลูก แต่ชีวิตคนเรามันต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซึ่งเราเองก็ไม่อาจรู้ได้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า ที่แน่ๆ...ไม่มีอะไรยังยืนตลอดไปหรอกลูก"

           "แม่แต่ความรักหรือคะคุณย่า..."

           "ทุกสิ่งทุกอย่างจ้ะหลาน...แม้แต่สายน้ำ ท้องฟ้า...หรือแผ่นดินที่เราเหยียบย่ำอยู่ทุกวันนี้" ประภากอดร่างเล็กเอาไว้พร้อมสรรหาคำปลอบโยนเพื่อให้คลายความทุกข์ในใจ

           "ค่ะคุณย่า...หนูเชื่อคุณย่าค่ะ แต่คุณย่าไม่ทิ้งหนูไปอีกคนนะคะ"   "เด็กโง่...ย่าแต่งงานกับปู่ของหนู ก็เพื่อฝากผีฝากไข้ฝากชีวิตเอาไว้ที่นี่ แล้วย่าจะทิ้งหนูไปไหนได้ล่ะ หืม อย่าคิดมากเลยนะ..."

           "ค่ะ..." ความเศร้าในใจค่อยคลายลงเมื่อได้พูด ได้คุยและมีคำปลอบโยนดีๆ คอยช่วยประทังบาดแผลใจไม่ให้ปวดระบม

           "เอยเป็นเด็กดี ย่าเชื่อว่าสักวันเอยจะต้องได้เจอคนดีๆ คนที่เหมาะสม...ในวันที่เอยรู้และเข้าใจความหมายของคำว่ารักมากกว่านี้"

           เด็กสาวกอดกระชับร่างอุ่นของย่าเลี้ยงเอาไว้แน่น ยังปล่อยน้ำตารินไหล และรับฟังคำสอนคำปลอบโยนอยู่เงียบๆ

           เพราะหล่อนยังเป็นเด็กใช่ไหม...ทุกคนถึงได้คิดว่าหล่อนรักไม่เป็น เพราะหล่อนอายุยังน้อยใช่ไหม ใครๆ จึงละเลยที่จะมองความรู้สึกของหล่อน เด็กสาวโดดเดี่ยวอ้างว้างยิ่งนัก

            หล่อนมีแต่ทัพไทที่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอมา มีแต่เขาที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ มีแต่เขาที่รู้ใจทุกสิ่งทุกอย่าง หลายคนอาจจะมองว่าเพราะดูแลกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย หล่อนจึงรู้สึกพิเศษกับเขา แต่หล่อนรู้ดีว่ามันไม่ใช่...

           มันลึกซึ้งมากกว่านั้น หล่อนเรียกเขาว่าอาตามที่ควรจะเรียกเพราะเป็นน้องเลี้ยงของพ่อ แต่หากใจจริงแล้ว ตั้งแต่หล่อนรู้สึกเป็น คิดได้...หล่อนไม่เคยคิดกับเขาตามศักดิ์ที่นับญาติกันเลย...

           "อ้าวคุณไทม์ คิดว่าออกไปข้างนอกแล้วเสียอีก มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้คะ" พร้อมเอ่ยทักในขณะที่หล่อนกำลังเดินมาเคาะประตูห้องภาวนา เนื่องจากมีธุระบางอย่างจะคุยกับคุณประภาที่อยู่ในห้องนี้ด้วย             

 แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นทัพไทยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าห้อง สีหน้าเข้มครึมจนน่ากลัว

           ปกติทัพไทเป็นคนอารมณ์ดี อ่อนโยน ไม่ค่อยโกรธเกลียดใครหรือแสดงความก้าวร้าวให้เห็น แต่ดูจากสีหน้าวันนี้คงมีเรื่องบางอย่างกวนใจเขาไม่น้อย

           "เปล่า...มาเอาของ ไม่ต้องบอกใครนะว่าเจอฉันที่นี่..." พูดจบก็เดินจากไปทันที ปล่อยให้พร้อมยืนทำหน้างง ออกอาการสงสัยอยู่อย่างนั้น...

            เขาแค่เป็นห่วง กระวันกระวายว่าเด็กสาวอาจจะคิดมากถึงขั้นทำร้ายตัวเองจึงได้ละภารกิจและกลับมาดูแล ที่ไหนได้...เขากลับได้ยินได้ฟังความรู้สึกจากปากของหล่อนจนแทบไม่อยากเชื่อหู

           ที่ผ่านมาเขาคงเข้าใจผิดมาตลอดสินะ ว่าเด็กน้อยที่เขาฟูมฟักมากับมือตั้งแต่อ้อนแต่ออกคือความไร้เดียงสา หล่อนติดเขาแจเพราะเหงาใจ ขาดความอบอุ่น หลอกใช้ความขี้สงสารของเขาลวงล่อให้ตายใจและหลงเชื่อว่าหล่อนยังเป็นเด็กที่ควรได้รับการดูแลอย่าดีอยู่เสมอ

แต่จากที่ได้ยินได้ฟังมันไม่ใช่เลย...ความคิดความอ่านของภาวนาอันตรายนัก จิตใจไม่ได้บอบบางเหมาะสมกับช่วงวัยของหล่อนเลย แต่ก้าวร้าวรุนแรงเหมือนพวกเด็กจรจัดในสังคมที่มีปัญหา

           การอบรมสั่งสอน...การเอาใจใส่และพยายามหยิบยื่นทุกอย่างเพื่อชดเชยปมด้อยที่หล่อนมีไม่ได้ทำให้เด็กสาวสำนึกแม้แต่น้อยว่าคนอื่นๆ ต้องเสียสละขนาดไหนเพื่อเอาอกเอาใจหล่อนคนเดียว

           แต่นับต่อจากนี้ไป...หล่อนจะไม่มีวันได้รับความรู้สึกดีใดๆ จากเขาอีก นั่นก็เพราะ...จิตใจของหล่อนมันหยาบช้านัก คิดได้แม้กระทั่งจะทำร้ายผู้หญิงที่เรารักให้ถึงตาย

           อายุแค่สิบห้ายังคิดการอันตรายได้ขนาดนี้ ต่อไปคงไม่วายเป็นเด็กใจแตกดีๆ นี่เอง โลกมันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

ทัพไทเข้าพิธีวิวาห์ในเวลาต่อมาตามกำหนดการ เจ้าสาวเป็นถึงดีไซเนอร์สาวสวยผู้มากความสามารถ และย้ายออกจากบ้านพ่อบุญธรรมไปอยู่เรือนหอซึ่งอยู่ต่างจังหวัด เพราะพวกเขาตั้งใจจะใช้ชีวิตครอบครัวท่ามกลางความสงบ ไม่วุ่นวายอย่างเช่นในตัวเมือง

           ชายหนุ่มทำตัวห่างเหินกับภาวนาอย่างเห็นได้ชัด มันชัดเจนทั้งในความรู้สึกและในสายตาของทุกๆ คน ซึ่งต่างก็เข้าใจว่าเป็นเพราะเขาอยากให้เด็กหญิงโตเป็นผู้ใหญ่เสียที และดำเนินชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็งให้ได้แม้จะไม่มีเขาคอยประคบประหงมเหมือนอย่างแต่ก่อน

            โดยไม่มีใครรู้หรอกว่าเหตุผลที่แท้จริงของทัพไทนั้นเขาผิดหวัง และมีอคติต่อเด็กสาวจนไม่อยากมองหน้าเลยต่างหาก

           สำหรับภาวนาแล้ว หล่อนตรอมใจกับการกระทำนั้นเป็นอย่างมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่หลายเดือนนับตั้งแต่วันที่เขาย้ายออกไป แต่วันเวลาก็ช่วยเยียวยาหล่อน สอนให้หล่อนเรียนรู้ รวมถึงอะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านเข้ามาก็ช่วยแทรกตัวซ้อนทับความทรงจำและความรู้สึกเก่าๆ ไปได้ในที่สุด...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ม่านมลทิน   บทที่ 1 ตอนที่ 5

    พวกเขาแทบเห็นหล่อนเป็นธาตุอากาศยามทัพไทกับปาหนันมาที่บ้าน บัดนี้...ทั้งคู่ทั้งคู่ก็กำลังจะมีลูกน้อยมาเป็นแม่เหล็กดึงเอาความอาทรทั้งหลายที่หล่อนเคยได้รับอย่างเต็มเปี่ยมไปอีก แล้วหล่อนจะเหลืออะไร... ปาหนัน...ช่างร้ายกาจราวกับเป็นภูตผี ตั้งแต่มีผู้หญิงคนนี้เข้ามาอะไรๆ ในชีวิตของหล่อนก็เปลี่ยนไปหมดเลย "ไม่ใช่อย่างนั้นนะเอย...ไม่มีใครแทนที่ใครได้ ปู่ดีใจที่จะมีหลานเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าปู่และคนอื่นๆ จะรักเอยน้อยลงเลยนะลูก อย่าเข้าใจผิด" นพราชพยายามปลอบใจหลานสาวพร้อมกับเดินเข้าไปหา "คุณปู่อย่ามาโกหกหนูเลย มันไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว ทุกคน...กำลังจะลืมหนู ตั้งแต่อาไทม์ คุณย่าภา คุณปู่ ต่อไปก็คงเป็นคุณพ่อด้วย...หนูไม่มีความหมายกับใครอีกแล้ว!" "โธ่เอย...ทำไมคิดแบบนั้น" "เพราะผู้หญิงคนนั้นไงคะ...ตั้งแต่มีมันเข้ามาชีวิตหนูก็พังไปหมดเลย หนูเกลียดมัน!! ถ้ารักหนูคุณปู่ก็อย่าให้มันเข้ามาในบ้านอีกสิคะ! คุณปู่ทำได้ไหม!!" ภานาตะโกนปาวๆ ด้วยอารมณ์น้อยใจเสียใจสุดแสน ความรู้สึกกลัวครอบงำให้หล่อนควบคุมตัวเองไมได้โดยสิ้นเชิง ทัพไท

  • ม่านมลทิน   บทที่ 1 ตอนที่ 4

    วันใหม่มาเยือน...ภาวนาตื่นสาย เพราะกว่าจะนอนหลับได้เมื่อคืนก็ปาเข้าไปดึกมากแล้ว หล่อนอาบน้ำแต่งตัวด้วยความเอื่อยเฉื่อยก่อนจะเดินออกจากห้อง มีความหวังลึกๆ ว่าทัพไทและภรรยาของเขาคงออกไปทำธุระข้างนอกกันแล้ว โดยปกติแล้วหากหล่อนลงไปรับประทานมื้อเช้าสายอย่างนี้ ย่าเลี้ยงจะต้องให้คนขึ้นมาตาม หรือไม่ก็ขึ้นมาตามเองถึงห้องก็มี แต่วันนี้ท่านกลับเมินเฉย นั่นแสดงว่าท่านคงรู้ว่าหล่อนยังไม่อยากออกไปเผชิญหน้ากับใครในบ้าน โดยเฉพาะสองสามีภรรยาคู่นั้น... "เดี๋ยวทางอู่จะเอารถมาให้เราเอง...ไทม์จะได้อยู่คุยกับคุณแม่ไม่ต้องยุ่งยาก เปรี้ยวจัดการให้แล้วค่ะ" เสียงแว่วหวานของอาสะใภ้ทำให้สองเท้าของภาวนาสะงักกึก หล่อนถอนหายใจและกำลังจะเดินเลี่ยงไปจากห้องรับแขกที่กำลังครึกครื้นพร้อมหน้าทั้งคุณปู่ของหล่อน ย่าภา และทัพไทกับปาหนัน หล่อนคงเป็นส่วนเกินหากเข้าไปหรือไม่ก็อาจทำให้วงแตกเสียอารมณ์กันเปล่าๆ "ที่รักของผมรอบคอบตลอด..." "แหม่...หวานกันขนาดนี้เมื่อไหร่จะมีหลานให้แม่กันล่ะ หืม...หรือแกไม่มีน้ำยาห๊ะ เจ้าไทม์" ย่าประภาเอ่ยแทรกการเย้าหยอกของสองสามีภรรยา บางครั้ง

  • ม่านมลทิน   บทที่ 1 ตอนทึ่ 3

    มื้อค่ำเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขชื่นมื่น...ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตายกเว้นก็แต่ภาวนาที่ขอตัวเข้านอนก่อนโดยอ้างเหตุผลต่างๆ เพื่อเอาตัวรอด หล่อนนั่งเจ่าอยู่บนเตียงกว้างของตัวเอง หยิบของขวัญของใช้ต่างๆ ที่เคยได้รับในวันสำคัญจากมือของอาไทม์ในวันวานมันยังถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีเสมอแม้ในวันนี้มันจะไม่ได้ถูกจดจำจากคนให้แล้วก็ตามในอดีต...ทุกย่างก้าวในชีวิตของทัพไทจะต้องมีหล่อนเป็นส่วนหนึ่งด้วยเสมอ ทั้งเที่ยว กิน เล่น นอน แม้กระทั่งอาบน้ำก็อาบด้วยกันบ่อยๆ สมัยที่หล่อนยังเป็นเด็ก และค่อยๆ มาห่างกันในช่วงหลังตามความเหมาะสม กระนั้นก็ไม่ได้ห่างเหินจนเหมือนกลายเป็นคนอื่นอย่างเช่นในตอนนี้ ปาหนัน...ผู้หญิงคนนั้นมาพรากทุกความรู้สึกของเขาไปจากหล่อน "แม้แต่จะมองหน้าเอย อาไทม์ยังไม่อยากมอง อาไทม์เกลียดเอยแล้วจริงๆ ใช่ไหม" น้ำตาไหลพรากในยามที่ตัดพ้ออยู่กับตัวเอง มีบ้างในช่วงบางเวลาที่หล่อนลืมหายความรู้สึกกดดันเช่นนี้ แต่พอได้ยิน ได้รับรู้เรื่องราวของพวกเขาความเจ็บปวดมันก็ตอกย้ำเสียดแทงอยู่ร่ำไป อาจฟังดูตลกสำหรับคนอื่นที่เด็กหญิงคนหนึ่งมีความผูกพันกับน้องชายบุ

  • ม่านมลทิน   บทที่ 1 ตอนที่ 2

    หลังจากเลิกงานในเย็นวันนั้น ปาหนันก็ถูกสามีหอบหิ้วไปกรุงเทพฯ ด้วยจนได้ เนื่องจากรถของชายหนุ่มเครื่องยนต์มีปัญหาหล่อนจึงเป็นคนนำเข้าอู่ไปซ่อมให้ในตอนที่นัดพบกับลูกค้าในกรุงเทพฯ พอดี และกำลังจะไปรับกลับ ชายหนุ่มยังถือโอกาสนั้นทำธุระอื่นๆ ไปด้วยในตัว รวมถึงพาหล่อนไปพบแพทย์เพื่อตรวจครรภ์ด้วย"เป็นอะไรหรือเปล่าเปรี้ยว...ดูซึมๆ คูณเริ่มแพ้ท้องแล้วเหรอ..." พลขับเอ่ยถามภรรยาสาวด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เมื่อเห็นว่าหล่อนมีอาการเหม่อลอย ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจาเหมือนอย่างเช่นปกติ "ก็เวียนหัวนิดหน่อยค่ะ..." หล่อนหันมายิ้มพร้อมให้คำตอบ "ผมขอโทษนะเปรี้ยว...ที่ใจร้อนพาคุณมาด้วยทั้งที่คุณไม่สบายอยู่แท้ๆ" ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับมือเล็กของภรรยาดึงมาจูบพรมซ้ำๆ อย่างเอาใจ "เปรี้ยวไม่ได้เป็นอะไรเยอะแยะหรอก ไทม์ไม่ต้องห่วง รีบขับรถเถอะค่ะ เดี๋ยวจะมืดเสียก่อน""มืดก็ดี...จะได้หาโรงแรมแถวนี้พักก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปต่อ นานแล้วนะที่เรา...ไม่ได้เปลี่ยนบรรยากาศกันเลย" วาจาหวานทุ้มเอ่ยกรุ้มกริ่ม พร้อมรอยยิ้มและสายตาแพรวพราว"ทะลึ่ง...เดี๋ยวก็ได้ลงไปนอนข้างทางหรอกค่ะ" "เอ..

  • ม่านมลทิน   บทที่ 1 ตอนที่ 1

    สามปีต่อมา "ทำไมคุณไม่บอกผมเปรี้ยว!" ร่างใหญ่วิ่งโร่ออกจากห้องน้ำถือของบางอย่างเอาไว้ในมือ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เข้ามาสวมกอดภรรยา ซึ่งนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจกในห้องนอน... "อะไรกันคะไทม์...ตื่นเต้นอะไรกัน..." ปาหนันวางหวีลงบนโต๊ะแล้วหันหน้าไปมองสามีซึ่งกำลังฝังจมูกลงบนพวงแก้มของหล่อนพอดี "นี่ไง...คุณคิดจะบอกผมเมื่อไหร่ หืม...ที่รัก" น้ำเสียงของเขาเต็มตื้นไปด้วยความดีใจสุดแสน กอดหอมภรรยาสาวนัวเนียแสดงถึงความรักและอาทรในตัวหล่อนเหลือคณา "คุณ...นี่คุณไม่เก็บมาได้ยังไงคะ..." ปาหนันหยิบของในมือเขากำไว้แน่น ยิ้มอ่อนหลบสายตาแล้วซบลงอิงกับใบหน้าของคมกร้านของสามี"สามเดือนแล้วค่ะ...เปรี้ยวทำงานจนลืม แล้วก็เอ่อ...ตั้งใจจะชวนคุณไม่คุยกับคุณหมอเลยทีเดียว จะได้มั่นใจร้อยเปอร์เซ็น" หล่อนกล่าวบอกน้ำเสียงแผ่วอ่อน "ผมดีใจที่สุดเลยเปรี้ยว...เราจะมีลูกด้วยกันแล้ว ผมรอวันนี้มานานแค่ไหนคุณรู้ไหม ในที่สุด...เขาก็มา..." "ค่ะ...เปรี้ยวรู้... เอ่อ...ไทม์คะ..." "หืม...มีอะไรครับ หรือว่ากลัว..." น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนทุ้มเนิบ...

  • ม่านมลทิน   บทนำ

    "ได้ยังไงคะ!! อาไทม์จะแต่งงานกับใครไม่ได้นะ" เด็กสาวตัวเล็กยืนกำมือแน่นเข้าหากัน ทั้งตัวทั้งร่างสั่นเทิ้ม ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้นที่ตีตื้นอยู่ภายใน "น้องเอย...อย่าดื้อแบบนี้สิ เราโตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ เหมือนเมื่อก่อน ส่วนอา...ก็อายุมากแล้วต้องแต่งงานต้องสร้างครอบครัว จะให้อาอยู่เลี้ยงเราไปจนตายแบบนี้ไม่ได้หรอก อีกอย่าง...เดี๋ยวพอเราโตกว่านี้อีกหน่อยเราก็ต้องแต่งงานเหมือนกัน" ใครคนหนึ่งเอ่ยอธิบายด้วยสีหน้าเหยียดยิ้มเอ็นดูเด็กสาววัยสิบห้าปีซึ่งเป็นหลานบุญธรรมของตัวเอง "น้องเอยจะแต่งกับอาไทม์ จะไม่แต่งกับใครทั้งนั้น อาไทม์เคยสัญญาแล้วไงคะว่าจะให้น้องเอยเป็นเจ้าสาว แล้วทำไมทิ้งกันแบบนี้" หล่อนทวงคำมั่นที่ตนเองยึดถือมาตั้งแต่วันที่ได้ฟังมันหลุดออกจากปากเขา รอคอยเวลาอย่างมีความหวังแต่แล้วชายหนุ่มกลับมาพังทุกอย่างด้วยมือของเขา โดยที่หล่อนไม่เข้าใจ...ว่าเพราะอะไรหากไม่จริงจัง หากไม่เคยรักใครแล้วมาหลอกให้เผลอไผลลวงใจหล่อนทำไมกัน... "แก่แดดจริงๆ นะเรา...อากับน้องเอยจะแต่งกันกันได้ยังไงล่ะครับ น้องเอยเป็นหลานอานะ หืม...เอาล่ะ อาต้องรีบไปแล้ว เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status