LOGINหว่านอี๋เห็น แววตาที่เพิ่งสว่างขึ้นจางลงช้า ๆ “ไม่มีอะไร” ฉางเยี่ยกล่าวในที่สุด เขาเลือกผิดอีกครั้ง “พักเถอะ” หว่านอี๋นิ่ง จากนั้นพยักหน้า “เจ้าค่ะ” ง่ายมาก ง่ายเสียจนเขารู้สึกเหมือนมีอะไรหนัก ๆ ตกลงในอก คืนนั้นทั้งสองยังนอนเตียงเดียวกัน ฉางเยี่ยเอื้อมแขนไปโอบนางจากด้านหลัง หว่านอี๋ไม่ขยับหนี เขาจึง
แต่หลัวเยี่ยนหรง—ไม่เหมือน หญิงผู้นั้นเล่นพิณได้ แต่ขี่ม้าก็เป็น รู้มารยาทในเมืองหลวงแต่ไม่หวั่นเกรงทหาร แต่งกายงามได้ จับอาวุธก็ได้กล้าพูดกับฉางเยี่ยโดยไม่เกรงใจ หว่านอี๋จึงอดคิดไม่ได้ว่า—บางทีคนเช่นนั้นอาจเหมาะกับเขามากกว่าจริง ๆ ความคิดนี้น่าหงุดหงิด นางจึงหยุดมัน หันกลับไปทำงาน หลัวเยี่ยนหรงไม่ไ
บทที่ 24 เมื่อคนข้างหมอนเริ่มห่างไกล สามวันหลังราชทูตออกจากชายแดนเหนือ จวนอ๋องกลับคืนสู่ความสงบ อย่างน้อย—ในสายตาคนนอกเป็นเช่นนั้น หลัวเยี่ยนหรงเข้ากับชีวิตในจวนได้รวดเร็วราวกับนางไม่ได้เพิ่งมาถึง นางไม่สร้างความวุ่นวาย ไม่เคยออกคำสั่งข้ามหน้าพระชายา ไม่แตะบัญชีเรือนหลัง ไม่เปลี่ยนคนรับใช้ แม้แต่เร
หว่านอี๋หันหลัง เดินกลับเรือนใหญ่แผ่นหลังยังตรง ฝีเท้ายังมั่นคง ไม่มีใครเห็นความผิดปกติ ยกเว้นฉางเยี่ย เขาขยับจะตามไป มือบนแขนกลับรั้งไว้ เขาหันมองทันที “ปล่อย” คราวนี้น้ำเสียงอันตรายจริง เยี่ยนหรงจึงปล่อย แต่ก่อนเขาจะเดิน นางกล่าวขึ้น “ท่านจะตามไปทำอะไร หากท่านตามไปปลอบนางทันทีที่คนของเมืองหลวงยังอ
ในสนามรบ หากมีคนไม่เชื่อฟัง—ลงโทษหากเป็นศัตรู—ฆ่า หากเป็นสายลับ—สอบสวนแต่สตรีผู้นี้เป็นพระชายารองที่ฮ่องเต้ส่งมา ทั้งยังถือสิ่งที่เขาไม่กล้าเสี่ยงอยู่ในมือ ฉางเยี่ยได้แต่เดินตามไปด้วยสีหน้ามืดครึ้ม หลัวเยี่ยนหรงใช้เวลาไม่ถึงสามวันในการรู้จักจวนอ๋องเกือบทุกส่วน นางไม่เคยถามเรื่องที่ไม่ควรถาม นางเพีย
บทที่ 23 สิ่งที่เห็นด้วยตา เช้าวันนั้นอาหารบนโต๊ะเรือนใหญ่เย็นลงกว่าครึ่งก่อนเจ้าของจวนจะกลับมา หว่านอี๋นั่งอยู่ตำแหน่งเดิม ชาร้อนถูกเปลี่ยนไปแล้วสองครั้ง ส่วนโจ๊กเนื้อแกะที่นางสั่งให้ครัวเคี่ยวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างถูกยกกลับไปอุ่นครั้งหนึ่ง นางไม่ได้สั่งให้ใครไปตาม ไม่ได้ถามว่าฉางเยี่ยจะกลับเมื่อใ







