ログインนางเกิดใหม่เพื่อมาสร้างตำนาน ให้ได้กล่าวขานและจารึก วีรกรรมสุดป่วนและตำนานบทใหม่กำลังจะเริ่มต้นต่อจากนี้ ...
もっと見る“มี่เอ๋อร์ ไม่ต้องอภัยให้พวกเราก็ได้ แต่ว่าย่าอยากจะบอกเจ้าว่าให้ดูแลรักษาตัวเองดี ๆเพราะตั้งครรภ์อยู่” ไท่ฮูหยินหลี เดินเข้ามากุมมือนางไว้แล้วลูบที่หลังมือแผ่วเบา ดูเมือนว่านางจะมีน้ำตาเอ่อรื้นที่ขอบตาด้วย“เรื่องที่ทำผิดต่อข้า ข้าจะยกโทษให้พวกท่าน ข้าจะไม่ถือสาเอาความ ให้แล้วกันไป แต่จะให้กลับมารักใคร่กลมเกลียวกันนั้น เรื่องนี้ข้าคงไม่อาจทำได้ในเร็ววัน คงต้องใช้เวลาเยียวยาเจ้าค่ะ อย่างไรแล้วเชิญพวกท่านไปที่เรือนรับรองเพื่อพักผ่อนกันก่อนเถอะเจ้าค่ะ” นางเอ่ยออกไปเช่นนั้น ทุกคนไม่ได้ว่าอันใด นางไม่รู้ว่าพวกเขาสำนึกจริงหรือเล่นละครตบตา แต่ทว่าก็คงต้องใช้เวลาต่อจากนี้พิสูจน์หากสักวันหนึ่ง เมื่อความรักความเข้าใจเยียวยาบาดแผลให้บรรเทาลงแล้ว นางอาจจะเปิดใจรับพวกเขา เช่นนั้นเรื่องนี้ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องในภายภาคหน้าเถิดคนสกุลหลีเดินตามบ่าวไปที่สมทบกันที่เรือนรับรอง ที่มีท่านตาท่านยายจากสกุลหยาง กำลังสนทนากับสวีเจี้ยนกั๋วอยู่อย่างออกรสออกชาติหลีเนี่ยนเจินยังไม่ไปที่เรือนรับรอง เพราะเขาอยากจะสนทนากับบุตรสาวเป็นการส่วนตัวก่อน“มี่เอ๋อร์ พวกเราผิดต่อเจ้ามหันต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบิดาเช่นข้า
หลีซูมี่ตัดเค้กมันเทศใส่จานกระเบื้องเพื่อแบ่งไปให้เด็ก ๆด้วย“ว่าแต่เมื่อครู่อธิษฐานว่าอะไรหรือเจ้าคะ”นางเอ่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น“ข้าไม่บอกเจ้าหรอก เพราะถ้าบอกสิ่งที่ข้าอธิษฐานอาจจะไม่เป็นจริง” สวีเจี้ยนกั๋วยิ้มกริ่มมุมปาก“ท่านพี่จำได้หรือไม่เจ้าคะ ที่ท่านถามข้าว่าข้าไม่สบายหรือไม่” หลีซูมี่อ้อมแอ้มถามเขาเสียงอ่อย“จำได้ ตกลงเจ้าไม่สบายจริงใช่หรือไม่ ให้ท่านลุงจางจิ้งตรวจดูหรือยัง” นางแย้มยิ้มแล้วส่ายหน้าหวือปฏิเสธ“ข้าสบายดีเจ้าค่ะ ท่านพี่กินเค้กก่อนเจ้าค่ะ” นางใช้ช้อนตักเค้กขึ้นมาป้อนเขา สวีเจี้ยนกั๋วอ้าปากงับเอาเค้กเข้าปากเคี้ยวกร้วม ๆ“เพียงแต่ว่า...” หลีซูมี่หยุดชะงักไป เขาขมวดคิ้วมุ่นเอียงคอถามนาง ด้วยความสงสัย“แต่ว่าอะไรหรือ ?”“ดูเหมือนว่าตรงนี้” หลีซูมี่ยกฝ่ามือบางมาลูบท้องตัวเองวน ๆไปมา สายตาเขามองตามมือของนาง“กั๋วกั๋วน้อยจะมาเกิดแล้วล่ะเจ้าค่ะ” “แค่ก แค่ก เจ้าว่าอะไรนะ! ...” สวีเจี้ยนกั๋วสำลักขนมเค้กที่เคี้ยวอยู่ และรีบกลืนมันลงท้อง อุ้งมือหนาเอื้อมมากระชับไหล่มนของนาง“จะ เจ้าพูดจริงหรือ” เขาเอ่ยตะกุกตะกักน้ำเสียงขาดห้วงระคนไปด้วยความดีใจจนเก็
“ท่านพี่อยากกินอะไรเจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะหามาให้” หากเขาไม่ได้กินอะไรเลยอาการจะยิ่งแย่มากกว่าเดิม นางรู้สึกเป็นห่วงเขายิ่งนัก“พี่รู้สึกอยากกินของเปรี้ยว”“ของเปรี้ยวหรือเจ้าคะ ?” หลีซูมี่เลิกคิ้วสูงน้อยวันพันปีไม่เคยเห็นอยากกินของเปรี้ยว วันนี้เหตุใดอยากกินเสียได้ นางพยักหน้ารับ“ได้เจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะลองหามาให้นะเจ้าคะ” หลังจากนั้นหลีซูมี่จึงเดินเข้าไปที่ครัว“พี่เสี่ยวจูมีผลไม้อะไรเปรี้ยว ๆไหม” นางเอ่ยถาม“หืม คุณหนูอยากกินหรือเจ้าคะ” หลีซูมี่ส่ายหน้าวืด“ท่านพี่ต่างหากที่อยากกิน ไม่ใช่ข้า”“หืม!นายท่านหรือเจ้าคะ ?” เสี่ยวจูมองร่างกายของเจ้านาย พลางทำท่าครุ่นคิด‘ช่วงนี้คุณหนูก็มีน้ำมีนวลขึ้นมาก หรือว่า...’“คุณหนูเจ้าคะ รอบเดือนคุณหนูมาปกติหรือไม่เจ้าคะ” เสี่ยวจูโพล่งถามขึ้น น้ำเสียงมีความดีใจปะปนอยู่ ถ้าเป็นอย่างที่นางคิดจวนกั๋วกงคงมีเรื่องมงคลเกิดขึ้นในไม่ช้าเป็นแน่“ทำไมหรือพี่ รอบเดือนข้าหรือ เอ๋ ตายจริงนี่ก็หายไปสามเดือนแล้ว”“เช่นนั้นคุณหนู กลับไปที่หอนอนก่อนนะเจ้าคะ บ่าวจะไปตามท่านลุงจางจิ้งให้ตรวจให้” เสี่ยวจูเอ่ยด้วยความดีใจ“ตรวจอะไรข้าไม่ได้ป่วย” เสี่ยวจูดันนางอ
ฮ่องเต้หายจากประชวร จากการดูแลของจางจิ้งและอิ้งเยว่ เมื่อพระวรกายกลับมาแข็งแรงแล้ว ก็กลับคืนบัลลังก์ก เขามีราชโองการแต่งตั้งตำแหน่ง “กั๋วกง” ให้แก่สวีเจี้ยนกั๋ว ซึ่งเป็นตำแหน่งบรรดาศักดิ์ของขุนนางชั้นสูงสุดที่องค์จักรพรรดิจะประทานให้ รวมทั้งประทานทรัพย์สิน เงินทอง และที่ดินให้อีกมากมาย ส่วนบุคคลอื่นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยครั้งนี้ด้วย พระองค์ก็อวยยศให้สูงขึ้นและประทานทรัพย์สินเงินทองให้ตามแต่เห็นสมควรเช่นกันส่วนไทเฮา นับว่าพระองค์ยังเมตตาไม่ประหารชีวิต ถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวงไปอยู่ที่อารามชีไกลจากเมืองหลวงหลายพันลี้ และห้ามนางกลับมาที่เมืองหลวงอีกตลอดชีวิต ส่วนขุนนาง เสนบดี องครักษ์ และ ทางการที่เกี่ยวข้อง ถูกปลดออกจากตำแหน่งราชการ และรับโทษตามสมควร จากนั้นก็ส่งไปใช้แรงงานในดินแดนห่างไกล และนอกจากนั้น ฮ่องเต้ยังมีราชโองการอภัยโทษให้สกุลหยางเพื่อล้างมลทิน ตามคำขอของสวีเจี้ยนกั๋วด้วย เพราะเมื่อตรวจสอบแล้ว สกุลหยางถูกขุนนางผู้ฉ้อฉลภายในวังหลวงโยนความผิดคิดกลั่นแกล้ง“มีราชโองการอภัยโทษสกุลหยาง” ท่านตาท่านยายของหลีซูมี่ ยื่นมืออันสั่นเทาออกไปรับราชโองการด้วยความตื้นตันใจ เ





