LOGINเจียงเสวียนหนิง หญิงสาวจากศตวรรษที่ 26 ใช้ชีวิตอย่างเหนื่อยล้าและผิดหวังกับความรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนแทบไม่เหลือความคาดหวังต่อชีวิต สิ่งเดียวที่เยียวยาหัวใจของเธอได้ คือการอ่านนิยายวายเรื่องโปรดอย่าง ‘ล่ามรักท่านแม่ทัพหวัง’—นิยายที่มีทั้งพระเอกหล่อเหลา นายเอกงดงาม และเนื้อเรื่องเข้มข้นจนเธอยอมอดข้าวเพื่อโดเนตให้นักเขียน! ทว่าอ่านไปอ่านมา เสวียนหนิงกลับแทบคลั่ง เพราะนางร้ายที่คอยกลั่นแกล้งนายเอกสารพัด ดันมีชื่อเดียวกับเธอ! “หนอย! เจียงเสวียนหนิง เธอจะมารังแกลูกรักของฉันไม่ได้นะ!” แต่ในขณะที่กำลังด่านางร้ายอย่างออกรส เสวียนหนิงกลับสำลักขนมจนขาดใจตายเสียอย่างนั้น เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอกลับพบว่าตัวเองมาอยู่ในร่างของ เจียงเสวียนหนิง นางร้ายที่เธอเกลียดที่สุด! พร้อมภารกิจสำคัญจากระบบ— จับคู่พระเอกกับนายเอกให้สมหวัง! ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าจุดจบของนางร้ายคือความพินาศ เสวียนหนิงจึงตัดสินใจเปลี่ยนชะตาตัวเองเสียใหม่ จากคนที่เคยกลั่นแกล้งไป๋ชิงเหยียน นางกลับกลายเป็นผู้คอยดูแล ปกป้อง และผลักดันเขาให้ได้ครองรักกับพระเอก ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้สวย… จนกระทั่งเธอเริ่มรู้สึกว่า สายตาของพระเอกกับนายเอกที่มองมานั้นชักไม่ถูกต้อง “สะ…สายตาแบบนั้น เหมือนพวกเขากำลังจะกินฉันเลยแฮะ!” เดี๋ยวนะ! เธอแค่อยากจับคู่ให้คนอื่นรักกัน แล้วเหตุใดคนที่ถูกหมายตากลับกลายเป็น นางร้ายอย่างเธอ เสียเอง?!
View More“จับกรอกยาให้มันกินเสีย”
น้ำเสียงใสแต่เหี้ยมเกรียมเอ่ยสั่งสาวใช้คนสนิททั้งสอง นางจ้องมองร่างผอมบางอันสั่นเทาของไป๋ชิงเหยียนด้วยสายตาแสนชิงชัง ไป๋ชิงเหยียนถูกกลั่นแกล้งจนเจ็บไปทั้งตัว ฝ่ามือเรียวยาวที่งดงามถูกเจียงเสวียนหนิงเหยียบย่ำจนเลือดไหลซึมออกจากปลายนิ้วทั้งสิบ เขามองฝ่ามือที่ตนเองหวงแหนทั้งน้ำตา หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าคงไม่อาจจับพู่กันได้อีกแล้ว ใบหน้าหล่อเหลางดงามราวสตรีค่อย ๆ เงยขึ้น ก่อนสบตาเจียงเสวียนหนิงโดยไม่คิดอ่อนข้อ “เหตุใดเจ้าถึงทำเช่นนี้กับข้าด้วย คุณหนูเจียง” น้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ยขึ้นอย่างเจ็บปวดใจ ไยสตรีผู้แสนงดงามเช่นนางจึงมีจิตใจชั่วร้ายถึงเพียงนี้ เจียงเสวียนหนิงได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มเยาะอย่างเกลียดชัง ก่อนก้าวเข้าไปบีบคางเรียวของเขาให้เงยขึ้นสบตานางอย่างรุนแรง “เจ้ายังมีหน้ามาถามข้าอีกหรือ ไป๋ชิงเหยียน” แววตาของนางแดงก่ำและแข็งกร้าว เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ฝ่ามือยิ่งออกแรงบีบแน่นขึ้น “เจ้ามันก็แค่บุรุษวิปริตผิดเพศ ชอบบุรุษด้วยกัน” “คิดยั่วยวนแม่ทัพหวัง คนที่ข้ารัก” “เช่นนั้น...เจ้าก็ต้องรับชะตากรรมนี้ไป” ไป๋ชิงเหยียนไร้เรี่ยวแรง เขาสบตานางอย่างอ่อนล้าเต็มที ในใจคิดเพียงว่าขอให้หวังมู่เฉินมาช่วยได้ทันเวลา ก่อนที่นางจะจับเขากรอกยาปลุกกำหนัดจริง ๆ “อึก...เจ้าเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว คุณหนูเจียง” “ข้ากับมู่เฉินเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น” ฟึ่บ! นางสะบัดมือปล่อยคางคมสันของไป๋ชิงเหยียนอย่างแรง จนร่างสูงเซเกือบหน้าคะมำลงพื้น “แค่สหายงั้นหรือ…แต่เจ้ากลับทำตัวติดเขา” “สหายผู้ใดจะใกล้ชิด สบตากันหวานชื่นถึงเพียงนั้น” “เจ้ามันต่วนซิ่ว ไอ้คนผิดเพศ คิดแย่งคนรักของข้า” ไป๋ชิงเหยียนกำหมัดแน่นจนเลือดจากฝ่ามือไหลซึมออกมา นัยน์ตาคมจับจ้องเจียงเสวียนหนิงอย่างแข็งกร้าว “ข้า...ไม่ใช่ต่วนซิ่ว” เขาสบตานางอย่างดุดัน ราวกับไม่ใช่บุรุษคนเดิมอีกต่อไป คำว่า ‘ต่วนซิ่ว’ เปรียบดั่งมีดที่คอยทิ่มแทงใจเขามาเนิ่นนาน นับแต่เด็ก รูปร่างผอมบางสูงโปร่งของเขาคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกอ่อนแอ ยิ่งใบหน้างดงามราวเทพเซียนนี้ ก็ยิ่งทำให้เขาเกลียดตนเอง เพราะถูกตราหน้าว่าเป็นบุรุษที่รักร่วมเพศมาตลอด และวันนี้ นางกลับจงใจจี้ปมด้อยนั้นของเขาอีกครั้ง เมื่อเจียงเสวียนหนิงเห็นท่าทีขึงขังไม่ยอมแพ้ของไป๋ชิงเหยียน ความหวาดกลัวสายหนึ่งพลันวาบผ่านในใจ ร่างบางถอยหลังหนีโดยไม่รู้ตัว “ถอยออกไปนะ เจ้าจะทำอันใดข้า” ฝ่ามือน้อยดันอกของไป๋ชิงเหยียนที่คิดจะเข้าใกล้นางออกไปอย่างหวาดระแวง แววตาของเขาในยามนี้ทั้งดูน่าสงสารและน่าหวาดหวั่นจนบอกไม่ถูก แต่ไป๋ชิงเหยียนที่ถูกรังแกสารพัด บัดนี้ไม่คิดปล่อยนางไปง่าย ๆ เขาคว้าข้อมือบางของนางไว้แน่น ก่อนสบตาอย่างไม่คิดอ่อนข้อ “เจ้ารู้หรือไม่...ว่าต่วนซิ่วคือสิ่งใด” “ขะ...ข้ารู้สิ ก็เจ้านั่นแหละคือพวกต่วนซิ่ว” นางตวาดใส่หน้าเขาเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าในใจ ยามสบเข้ากับดวงตาอันน่าหวาดหวั่นคู่นั้น “แต่ข้าไม่ใช่...” ไป๋ชิงเหยียนกัดฟันกรอด แทบอยากสั่งสอนสตรีใจร้ายตรงหน้าให้หลาบจำเสียเหลือเกิน ทว่ากลับยังยั้งความโกรธของตนเองไว้สุดกำลัง ฟึ่บ! เสวียนหนิงฉวยโอกาสยามเขาเผลอ ผลักร่างสูงจนล้มลงกับพื้นอย่างไร้เยื่อใย “ยืนบื้ออันใดอยู่อีก” “พวกเจ้าสองคนรีบจับมันกรอกยาปลุกกำหนัดเดี๋ยวนี้” เมื่อได้ยินคำสั่ง ไป๋ชิงเหยียนเงยหน้าขึ้นมองเจียงเสวียนหนิงด้วยความสิ้นหวัง เขาถูกสาวใช้ของนางจับกดจนดิ้นไม่หลุด ได้แต่มองถ้วยยาปลุกกำหนัดที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ทุกทีด้วยใจอันหนักอึ้ง ‘มู่เฉิน...หากเจ้ายังไม่มา เห็นทีข้าคงเสียความบริสุทธิ์เป็นแน่’ “อย่าเข้ามานะ! ออกไป!” เสี่ยวจินกับเสี่ยวจูสองพี่น้องได้แต่ฝืนลงมือทำร้ายไป๋ชิงเหยียนตามคำสั่งของคุณหนูอย่างจนใจ ทั้งสองช่วยกันจับร่างผอมบางของไป๋ชิงเหยียนเอาไว้ ขณะที่อีกคนบังคับให้เขาอ้าปาก ก่อนกรอกยาปลุกกำหนัดจนหมดถ้วย เพล้ง! เสียงถ้วยถูกไป๋ชิงเหยียนปัดจนตกแตก เขาได้แต่สำลักยาที่เพิ่งถูกกรอกเข้าไป จนใบหน้าแดงก่ำ เจียงเสวียนหนิงยิ้มเยาะ มองดูไป๋ชิงเหยียนในสภาพตกต่ำเช่นนี้ด้วยความสะใจ “หึ ๆ ๆ ในเมื่อเจ้าไม่ชอบสตรีนัก” “เช่นนั้น...ข้าจะมอบสาวงามให้เจ้าได้ดื่มด่ำทั้งคืน” “ดีหรือไม่ ไป๋ชิงเหยียน” ไป๋ชิงเหยียนมองนางด้วยความเกลียดชัง กำหมัดแน่น นัยน์ตาแดงเถือกด้วยความเจ็บปวดใจ “เจียงเสวียนหนิง...สักวันเจ้าจะต้องเสียใจที่ทำกับข้าเช่นนี้” ทั้งคู่จ้องตากันอย่างแข็งกร้าว ทว่ากลับอยู่ในสถานะที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง เจียงเสวียนหนิงคือบุตรสาวคนโตของเจิ้นกั๋วกงผู้ทรงอำนาจ ทำสิ่งใดย่อมไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด ส่วนไป๋ชิงเหยียนคืออดีตซื่อจื่อแห่งจวนโหวที่ตกต่ำจากคดีกบฏ มีหรือจะสามารถต่อกรกับนางได้ “ฮ่า ๆ ๆ ไป เสี่ยวจิน เสี่ยวจู” “คืนนี้...ข้าจะรีบไปปรนนิบัติแม่ทัพหวัง” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ก่อนมองไป๋ชิงเหยียนที่สิ้นสภาพด้วยสายตาชิงชัง จากนั้นจึงพาสาวใช้ทั้งสองเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะอย่างสะใจ เมื่อเจียงเสวียนหนิงจากไป สาวงามทั้งห้าคนจากหอโคมแดงก็ย่างกายเข้ามาหาไป๋ชิงเหยียน ราวกับเขาเป็นเพียงเหยื่ออันโอชะ “คุณชาย...ให้ข้าช่วยท่านเถอะเจ้าค่ะ” “อย่าหนีเลยคุณชาย ท่านช่างรูปงามนัก” ไป๋ชิงเหยียนหลบอยู่มุมห้อง ร่างกายสั่นเทา ยกมือขึ้นปกป้องตนเองจากสาวงามเหล่านั้นอย่างหวาดกลัว “อย่านะ! พวกเจ้าออกไป!” แต่สตรีเหล่านั้นกลับยิ่งรุมล้อมเข้าหาไป๋ชิงเหยียนไม่ยอมหยุด ราวกับต้องการย่ำยีศักดิ์ศรีของเขาให้ได้ ส่วนเจียงเสวียนหนิงนั้น นางให้สาวใช้วางยาปลุกกำหนัดลงในสุราของแม่ทัพหวังมู่เฉิน ป่านนี้ฤทธิ์ยาคงออกเต็มที่แล้ว โฉมงามยิ้มกริ่มอย่างย่ามใจก่อนผลักประตูห้องตำราเข้าไปหาเขาทันที นางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่ออย่างพึงพอใจ แล้วเยื้องกรายเข้าไปยั่วยวนอย่างเปิดเผย “อึก! ร้อน...เหตุใดข้าถึงเป็นเช่นนี้” “ท่านแม่ทัพ...มาเถอะ ให้ข้าช่วยบรรเทาความทรมานให้ท่าน” ฝ่ามือบางลูบไล้ลงต่ำ สัมผัสมัดกล้ามแน่นของหวังมู่เฉินอย่างลุ่มหลง หวังมู่เฉินกัดฟันแน่น พยายามควบคุมความต้องการอย่างสุดกำลัง นัยน์ตาสีเข้มจับจ้องนางด้วยความโกรธแค้น เขาเกลียดรอยยิ้มหวานอาบยาพิษเช่นนี้ที่สุด “เจียงเสวียนหนิง” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างอดกลั้น หมับ! ฝ่ามือหยาบคว้าบีบคอนางอย่างแรงด้วยความเดือดดาล “เป็นฝีมือเจ้าใช่หรือไม่” หวังมู่เฉินเพิ่มแรงบีบโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมเย็นเยียบลงอย่างน่าหวาดหวั่น “อึก! ปะ...ปล่อยข้านะ” นางสะบัดตัวดิ้นจนหลุด ก่อนหันกลับมามองเขาที่นั่งหอบหายใจ ใบหน้าแดงก่ำอยู่บนเก้าอี้ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “หึ...ดิ้นรนไปก็สูญเปล่า ยอมข้าเสียดี ๆ เถอะ หวังมู่เฉิน” สิ้นคำกล่าว นางโยนอาภรณ์ออก เหลือเพียงเอี๊ยมสีแดงตัวบาง ก่อนทิ้งตัวนั่งลงบนหน้าตักแกร่ง กักขังเขาไว้ด้วยอ้อมแขนทั้งสองข้าง “ออกไป!” หวังมู่เฉินหันหน้าหนี พยายามอดกลั้นไม่ให้เผลอแตะต้องนาง มือทั้งสองข้างกำขอบเก้าอี้แน่น เจียงเสวียนหนิงลากปลายนิ้วช้า ๆ ผ่านอกกำยำลงสู่ขอบกางเกง สายตาท้าทายและเย้ายวน “ข้าจะฆ่าเจ้า เจียงเสวียนหนิง” นัยน์ตาคมแดงก่ำ สบตานางอย่างแข็งกร้าวท่ามกลางความร้อนรุ่มในกาย ทว่าเสวียนหนิงหาได้สนใจ นางดึงเขาเข้ามาบดจูบอย่างเร่าร้อน เบียดกายเข้าหาร่างแกร่งอย่างโหยหา หวังมู่เฉินเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง กำขอบเก้าอี้แน่นจนฝ่ามือสั่น ยิ่งนางสอดมือนุ่มเข้ามากอบกุมส่วนที่ปวดหนึบ เขายิ่งแทบคลั่ง อาภรณ์ของทั้งสองหลุดลุ่ย ร่างกายแนบชิดกันท่ามกลางสติที่เริ่มพร่าเลือน ทว่าหวังมู่เฉินยังพยายามผลักนางออกด้วยความรังเกียจ เขาตัดสินใจบีบคอนางอย่างแรงเพื่อหยุดทุกอย่างลง “เจียงเสวียนหนิง...เจ้าทำข้าหมดความอดทนแล้ว” ปึก! ปึก! ปึก! นางที่หายใจไม่ออกทุบฝ่ามือแกร่งอย่างร้อนรน ใบหน้างามเริ่มเขียวคล้ำ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจกลับสั่นไหวด้วยความสิ้นหวัง นางไม่เข้าใจ เหตุใดบุรุษผู้นี้จึงยอมฝืนฤทธิ์ยาจนเลือดกำเดาไหล เพียงเพื่อหยุดนางให้ได้ สติของเจียงเสวียนหนิงค่อย ๆ ดับวูบลงท่ามกลางความมืดมิด และในวินาทีสุดท้าย นางได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างเลือนราง [กำลังเชื่อมต่อวิญญาณ…]เจียงเสวียนหนิงกลับออกมาจากห้องของไป๋ชิงเหยียน ก็พบว่าสาวใช้หน้าตาใสซื่อสองคนกำลังยืนตัวสั่น มองมาที่นางอย่างกล้า ๆ กลัว ๆเมื่อเสวียนหนิงเห็นพวกนาง นางก็จำได้ทันทีจากความทรงจำของนางร้าย รวมถึงเนื้อหาในนิยายที่เคยอ่านมา“เร็วเข้า เสี่ยวจิน เสี่ยวจู กลับจวนไปตั้งหลักก่อน”เสวียนหนิงคว้ามือของสาวใช้ทั้งสองคนไว้คนละข้าง เตรียมพาพวกนางกลับจวนเจิ้นกั๋วกงก่อน วันนี้นางร้ายคนเดิมก่อเรื่องเอาไว้มากมายเหลือเกินทว่าเสี่ยวจินกับเสี่ยวจูกลับฝืนรั้งนางเอาไว้ เสวียนหนิงจึงหยุดฝีเท้า ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไปมองใบหน้าซีดเผือดของสาวใช้ทั้งสอง“ทำไม…รีบกลับจวนสิ”“พวกเจ้าจะอยู่รอให้แม่ทัพหน้านิ่งผู้นั้นมาตัดหัวหรืออย่างไร”“เอ่อ…คุณหนูเจ้าคะ ไม่สิ…ฮูหยิน ท่านกลับจวนเจิ้นกั๋วกงไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ”เสี่ยวจินกะพริบตาปริบ ๆ เอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง พลางสังเกตท่าทีของคุณหนูตนเอง“ทำไม!” เสวียนหนิงมองพวกนางด้วยความสับสน“ฮูหยินลืมสิ้นแล้วหรือเจ้าคะ”“ว่าท่านแม่ทัพสั่งห้าม…ไม่ให้ท่านกลับไปฟ้องท่านกั๋วกงเรื่องของคุณชายไป๋อีก”เสี่ยวจูเห็นว่าสีหน้าของคุณหนูนางเต็มไปด้วยความสงสัย จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยออกไปเจียงเสวี
ปี 2026.เจียงเสวียนหนิงเปิดประตูเข้ามาในห้องเช่าเล็ก ๆ ของเธอ ภายในห้องเต็มไปด้วยภาพพระเอกและนายเอกจากนิยายวายเรื่องโปรดที่แปะอยู่แทบทั่วทุกผนังปึก! ร่างเล็กทิ้งตัวลงบนที่นอนอย่างหมดแรง“เฮ้อ...เหนื่อยชะมัด”เธอเหลือบมองเอกสารกองโตบนโต๊ะ ก่อนขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิดติ๋ง! เสวียนหนิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู‘เสวียนหนิง เราเลิกกันเถอะ’“ห๊ะ?” เธอเบิกตากว้าง กำโทรศัพท์แน่น ก่อนสบถออกมาอย่างเจ็บใจ“ไอ้เวรเอ๊ย! แกกล้าบอกเลิกฉันหรือห๊ะ”ติ๋ง! เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นแอปนิยายนักเขียนอัปตอนใหม่แล้วดวงตาของเสวียนหนิงพลันเป็นประกาย ความเศร้าเมื่อครู่ราวกับถูกปัดหายไปในพริบตา“ตอนใหม่มาแล้ว!”เธอปัดหน้าแชตแฟนเก่าทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ แล้วรีบกดเข้าไปยังนิยายวายเรื่องโปรด ล่ามรักแม่ทัพหวังนิ้วเรียวกดโดเนตปลดตอนอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มผุดขึ้นเมื่อเห็นชื่อ ไป๋ชิงเหยียน นายเอกที่เธอรักที่สุดไม่ว่าวันนั้นจะเหนื่อยล้าเพียงใด นิยายเรื่องนี้คือสิ่งเดียวที่ช่วยปลอบประโลมหัวใจของเธอแต่ยิ่งอ่าน สีหน้าของเสวียนหนิงก็ยิ่งมืดครึ้มเพราะเนื้อหาในนิยาย“เจียงเสวียนหนิง! หล่อนกล้ารังแกลูกชายฉันได้ยังไ
“จับกรอกยาให้มันกินเสีย”น้ำเสียงใสแต่เหี้ยมเกรียมเอ่ยสั่งสาวใช้คนสนิททั้งสอง นางจ้องมองร่างผอมบางอันสั่นเทาของไป๋ชิงเหยียนด้วยสายตาแสนชิงชังไป๋ชิงเหยียนถูกกลั่นแกล้งจนเจ็บไปทั้งตัว ฝ่ามือเรียวยาวที่งดงามถูกเจียงเสวียนหนิงเหยียบย่ำจนเลือดไหลซึมออกจากปลายนิ้วทั้งสิบเขามองฝ่ามือที่ตนเองหวงแหนทั้งน้ำตา หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าคงไม่อาจจับพู่กันได้อีกแล้วใบหน้าหล่อเหลางดงามราวสตรีค่อย ๆ เงยขึ้น ก่อนสบตาเจียงเสวียนหนิงโดยไม่คิดอ่อนข้อ“เหตุใดเจ้าถึงทำเช่นนี้กับข้าด้วย คุณหนูเจียง”น้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ยขึ้นอย่างเจ็บปวดใจ ไยสตรีผู้แสนงดงามเช่นนางจึงมีจิตใจชั่วร้ายถึงเพียงนี้เจียงเสวียนหนิงได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มเยาะอย่างเกลียดชัง ก่อนก้าวเข้าไปบีบคางเรียวของเขาให้เงยขึ้นสบตานางอย่างรุนแรง“เจ้ายังมีหน้ามาถามข้าอีกหรือ ไป๋ชิงเหยียน”แววตาของนางแดงก่ำและแข็งกร้าว เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ฝ่ามือยิ่งออกแรงบีบแน่นขึ้น“เจ้ามันก็แค่บุรุษวิปริตผิดเพศ ชอบบุรุษด้วยกัน”“คิดยั่วยวนแม่ทัพหวัง คนที่ข้ารัก”“เช่นนั้น...เจ้าก็ต้องรับชะตากรรมนี้ไป”ไป๋ชิงเหยียนไร้เรี่ยวแรง เขาสบตานางอย่างอ่อนล้าเต็มที ใน

















