Masukเรือนผืนป่า“เอาไว้ครั้งหน้านิลจะทำอย่างอื่นให้พี่กินอีก”เสียงหวานเอ่ยบอกด้วยสีหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มในขณะที่นั่งเอนกายพิงอกเขาอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าเรือนเพื่อดูพระจันทร์ที่คืนนี้นั้นเต็มดวงหลังจากที่มื้อค่ำได้ผ่านพ้นไปซึ่งแม้ว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะถูกโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่แต่บริเวณหน้าเรือนของผืนป่ากลับมองเห็นได้อย่างชัดเจน“เอ็งทำอะไร พี่ก็กิน”“แม้ว่าจะไม่ถูกปากน่ะเหรอคะ”“ถูกหมดทุกอย่าง เพราะเอ็งทำ”“ปากหวานมากค่ะ”“ไม่ได้พูดเอาใจ พูดจริง”“เฮ้อ นิลมีความสุขจัง”นิลตราเงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้มก่อนจะลากสายตามองไปยังดวงจันทร์ในขณะที่มือก็ประสานอยู่กับมือเขา แล้วไล้นิ้วมืออีกข้างเล่นหลังมือที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดของเขาอย่างเพลิดเพลิน“พี่ก็รู้สึกไม่ต่าง”“นิลรักที่ป่ามาก ๆ เลยนะคะ”“พี่ก็รักเอ็ง”“รักนิลแบบนี้ไปนาน ๆ เลยได้ไหมคะ”“ทั้งชีวิตของพี่ รักแค่เอ็ง”นิลตราหลับตาลงด้วยความสุขอยู่ในอ้อมกอดเขาหลังจากที่ได้ยินคำบอกรักที่ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ และเมื่อพูดจบผืนป่าก็ก้มหน้ามาหอมแก้มนิ่มและโอบกอดเธอไว้ด้วยสองแขนของเขา“พี่ป่าคะ”แต่หลับตาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มได้เพียงไม่นานน
ตกค่ำเสียงริมฝีปากกดจูบยังผิวเนื้อบอบบางยังคงคลอเคล้าไปกับเสียงพูดคุยของเธอและเขาทำให้ภายในเรือนที่เคยเงียบเหงาอบอวลไปด้วยความสุขสมจนแทบไม่อยากออกไปไหน“ปากนี้ทำไมซนนักคะ”นิลตราที่กำลังนั่งหวีผมและส่องกระจกอยู่บริเวณโต๊ะไม้ไผ่ตัวเล็กที่ผืนป่าเป็นคนทำให้ เพื่อที่นิลตราจะได้ไว้วางของใช้ส่วนตัวพวกเครื่องประทินผิวที่เธอขนเอาเข้ามา แม้ว่าจะนำไปฝากน้ำอบเยอะพอสมควรแต่ที่มีเหลืออยู่ก็ไม่น้อยเลยใบหน้าสวยหันกลับไปมองคนหน้าหล่อที่นั่งชันเข่าซ้อนอยู่ด้านหลังเธอ ริมฝีปากก็กดจูบไปทั่วแผ่นหลังและหัวไหล่เล็กและดูเหมือนจะลามมาถึงแก้มขาวของเธอเสียแล้ว“ยังไม่อิ่ม”“เพราะงั้นต้องไปหาอะไรกินได้แล้วค่ะ”“กินเอ็ง”“หมดแล้วค่ะ หมดแรง”นิลตราหันมาย่นจมูกใส่เขาพร้อมกับเลื่อนใบหน้าเข้าไปหอมแก้มเขาทั้งซ้ายและขวาด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะลุกขึ้นนั่งคุกเข่าแล้วหันกลับมาหาเพื่อจับมือใหญ่ของเขาทั้งสองข้างเขย่าเบา ๆ ด้วยใบหน้าที่แสนอ้อน“พานิลไปเติมพลังหน่อย”“กินพี่”“ถ้าอยากให้นิลมีแรงมากินพี่ทั้งตัว ก็ต้องพานิลไปหาอะไรใส่ท้องก่อน หิวแล้ว”มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองเพื่อบอกว่าตอนนี้เธอหิวมาก ซึ่งผืน
นิลตรามองตามนิ้วเรียวของเขาที่ยกขึ้นชี้ไปยังพุ่มไม้ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งนิลตราจำได้ว่าตอนนั้นที่เธอกับสีฝุ่นมานั่งพักเหนื่อยรู้สึกได้ว่ากำลังถูกมอง“เห็นเอ็ง”“จริงเหรอคะ สวยแต่ก็โยนนิลทิ้งจนตัวปลิวเลย”“ก็แค่สวย แต่ยังไม่วางใจ ตอนนั้นไร้เสน่ห์”“ไร้เสน่ห์?!”“อืม”“ไร้เสน่ห์แต่ก็มองนิลไม่หยุดเลยนะคะ”พอได้ยินเขาบอกว่าเธอไร้เสน่ห์ทั้ง ๆ ที่นิลตราแอบคาดหวังว่าจะได้ยินเขาสารภาพว่าตกหลุมรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้า ก็มองหน้าเขาด้วยสายตาขุ่นเคืองแต่พอโดนเขาเลื่อนหน้าเข้ามาหอมแก้มราวกับกำลังง้อ ก็ถึงกับวางของที่อยู่ในมือแล้วหันกลับไปกอดเอวหนาแล้วซบหน้าอยู่กับแผงอกกว้าง“เลิกมองไม่ได้”“แสดงว่าพี่ก็มองนิลจริง ๆ สินะ แล้วทำไมถึงเลิกมองไม่ได้คะ”“ใจพี่เต้นแรง”“...”“เจอกี่ครั้งก็เห็นเพียงแค่เอ็งก่อนผู้อื่นเสมอ”“...”“หนักเข้าแม้แต่ตอนนอนก็ยังนึกถึงหน้าเอ็ง”“...”“พี่เลิกมองไม่ได้ จึงต้องนำเอ็งมาเป็นของพี่ จะได้มองทั้งตอนก่อนหลับและตอนตื่น”ยิ่งได้ฟังเขาพูดก็ยิ่งร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าเพราะไม่ใช่แค่เขาคนเดียวหรอกที่ชอบมอง เธอเองก็เอาแต่มองเขาไม่หยุดเหมือนกัน มีอย่างที่ไหนเห็นเขาเมื่อใดจะต
สองวันต่อมาน้ำตกบริเวณปากถ้ำผ้าสีแดงผืนใหญ่ถูกนำมาปูอยู่บริเวณริมลำธารก่อนจะวางกระจาดผลไม้มากมายที่ผืนป่าเป็นคนถือมาจากเรือนไว้ตรงกลาง และตามด้วยหนุ่มรูปงามอย่างเขาที่กึ่งนั่งกึ่งนอนชันขาขึ้นข้างหนึ่งพิงโขดหินมามองมาที่นิลตรา ซึ่งท่านี้เหมือนจะเป็นท่านั่งประจำของเขาแต่นิลตราที่เห็นประจำกลับไม่ชินเอาเสียเลยเพราะทั้งรูปร่าง ใบหน้าหล่อเหลา และสายตามีเสน่ห์ของเขายามที่นั่งแล้วมองมาที่เธอแบบนี้ มันยิ่งทำให้เขาหล่อมากขึ้นอย่างที่เธอไม่อาจจะหาคำไหนมาจำกัดความได้เลย“แดดแรงรึ”“ไม่นะคะ”“แล้วเหตุใดเมียพี่ถึงหน้าแดง”“...”“หรือมองหน้าพี่แล้วคิดอะไร”“ปะ เปล่านะคะ นิลไม่ได้คิดอะไรเลย”“คิดได้พี่ไม่ว่า คิดไว้แล้วค่อยกลับไปกระทำพี่ที่เรือน”“นิลเหรอทำ พี่นั่นแหละทำนิลไม่หยุด”คนตัวเล็กที่นั่งพับเพียบหันหลังพิงตัวเขาอยู่นั้นหันหน้ากลับไปพูดตัดพ้อด้วยความเขินอายเพราะตั้งแต่ที่เธอกลับมา เขาเอาแต่กอดเธอไว้ไม่ให้ห่างกายไม่ว่าจะทำอะไรก็จะต้องมีส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายของเธอและเขาที่สัมผัสโดนกันเสมอเรียกได้ว่าหนุ่มในฝันที่เสพติดการสัมผัสโดนตัวนั้น เธอได้ผู้ชายคนนั้นมาครอบครองแล้ว“แล้วอยากให้พี่หยุ
“พี่ไม่ปล่อยให้เอ็งตกหรอก”“...”“มีแต่จะปล่อยให้เอ็งแตก...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”ประโยคสุดท้ายเขากระซิบเสียงเบาชิดแก้มใสก่อนจะแนบริมฝีปากร้อนพรมจูบคลอเคลียไม่ห่าง แล้วพาเธอมาหยุดยืนอยู่บริเวณริมหน้าต่างสร้างความตื่นเต้นให้หัวใจดวงเล็กทำงานหนักและรีบเบียดชิดเข้าหาเขาด้วยความกลัวกลัวว่าเขาจะเปิดมันออก เพราะว่าเขามั่นใจในคาถาวิชาของตัวเองจนแทบจะพาเธอเดินแก้ผ้าลงเล่นน้ำในทุกคืนอยู่แล้ว“กลัวพี่เปิดรึ”“แล้วคิดจะเปิดหรือเปล่าล่ะคะ”“หากเอ็งร้อนพี่จะช่วยเปิด”“เปิดหมดทั้งหลังคานิลก็ไม่หายร้อนหรอก เพราะตัวต้นเหตุที่ทำให้นิลร้อน ยังกอดนิลไม่ปล่อยอยู่แบบนี้”“ไม่ปล่อย จวบจนถึงเช้าพี่ก็ไม่ปล่อย”ปึก!“อ๊า นิลจุกนะ”“จุกหรือถูกใจ หน้าเอ็งแดงก่ำ แววตาเป็นประกายถึงเพียงนี้”“คนขี้แกล้ง”เมื่อไม่อาจจะเถียงชนะเขาได้นิลตราก็ซบหน้าเข้าหาไหล่กว้างเพื่อหลบสายตาที่แสนจะเจ้าเล่ห์ ในขณะที่ผืนป่าเองปกติมักจะทำหน้านิ่งกลับยิ้มได้บ่อยเมื่ออยู่กับเธอริมฝีปากนุ่มกดจูบยังกลุ่มผมหอมแล้วกอดรัดเนื้อตัวนุ่มนิ่มให้แนบชิดอยู่กับตัวเขาแล้วขยับเอวสอดใส่เข้าออกในร่องสีหวาน ที่บัดนี้เริ่มแดงช้ำเพราะโดนกระทำติดต่อกันโดยไม่ให้เ
ท่อนเนื้อแข็งถูกสอดใส่เข้าไปในร่องรักเปียกแฉะและกดแช่ค้างไว้จนนิลตราสั่นเทิ้มด้วยความเสียวกระสัน เพราะความยาวของเขาที่เข้าไปโดนตุ่มไตที่ไวต่อความรู้สึกและอ่อนไหวของเธอนั้น ทำเอาแทบจะเสร็จตั้งแต่ที่เขายังไม่ทันจะได้ขยับ“เป็นอย่างไร ลึกอีกดีไหม”“พะ พอแล้วพี่ป่า นิลจะแตก”“แตกแล้วอย่างไร เอ็งแตกได้อีกซ้ำ ๆ”“อื้อ ของพี่มันใหญ่นะ กดเข้ามาแบบนี้นิลได้ตายพอดี”นิลตรานั่งงอตัวแล้วเอ่ยพูดด้วยความงอแงสองมือที่วางอยู่บนไหล่กว้างก็ออกแรงจิกข่วนฝังไปในผิวเนื้อของเขาเพื่อระบายความรู้สึก แต่ผืนป่าก็ไม่ได้ว่าเพราะนอกจากเขาจะไม่เจ็บยังชอบให้เธอทำลอยทิ้งไว้บนตัวเขาด้วยซ้ำ“อ่า รัดพี่แน่นนัก”“นิลรัดพี่แน่น หรือของพี่ใหญ่จนเต็มของนิลกันแน่”“ใหญ่แค่ไหนเอ็งก็ครอบครองพี่ไว้ได้ทั้งหมด”ผืนป่าเลื่อนหน้าเข้ามากระซิบชิดใบหูเล็กแล้วแลบลิ้นปาดเลียสลับกับขบกัดด้วยความมันเขี้ยวจนนิลตราต้องเอียงคอหนีด้วยความขนลุก“เห็นทีว่าเอ็งจะใหญ่กว่า”“อ๊ะ ของนิลไม่ได้ใหญ่สักหน่อยเพราะพี่นั่นแหละที่เข้ามา...ขยายมัน”“พี่เชื่อ เห็นอยู่เต็มตาว่ามันขยายปริออกถึงเพียงนี้”“พี่ป่าอย่า อ๊า!”นิลตราโต้เถียงอย่างไม่ยอมด้วยใบหน้างอง
ประโยคที่ออกมาจากปากของนิลตราไม่ได้ทำให้สีฝุ่นตกใจนักเพราะเธอเองก็คิดเหมือนกันเพียงแค่ยังไม่มั่นใจและไม่กล้าที่จะพูดออกไปด้วยเกรงว่าจะทำให้นิลตราเครียดและพาลกลัวไปด้วยแต่เมื่อเพื่อนพูดยืนยันออกมาแบบนี้ทั้งสองคนจึงได้แต่มองหน้ากันด้วยแววตาที่วูบไหวพร้อมกับฝ่ามือเล็กที่จับกระชับกันเอาไว้ให้แน่นมากยิ
“มีอะไรหรือเปล่า”“ขอทำสัญลักษณ์ไว้หน่อยแล้วกัน”“จริงด้วย นิลน้อยนี่สุดยอดไปเลยนะสมแล้วที่เป็นหลานนายพรานสุดเจ๋ง”“เจ๋งอะไร แค่ดูเข็มทิศยังดูไม่เป็นเลย”“บางเรื่องเราก็ไม่จำเป็นต้องรู้หรอก แค่เอาตัวรอดได้ก็พอ”นิลตรายิ้มออกมากับประโยคปลอบใจของเพื่อน ก่อนจะหันไปใช้มีดอันเล็กที่เธอพกติดตัวมาด้วยเนื่
นิลตราและสีฝุ่นเดินกลับมายืนตรงหน้าคุณยายที่ยื่นพวงมาลัยสีแดงมาตรงหน้าของเธอพร้อมกับส่งยิ้มให้ นิลตราจึงยกมือขึ้นไหว้ด้วยความอ่อนน้อมแล้วค่อย ๆ เอื้อมมือไปรับด้วยสีหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มก่อนที่คุณยายจะส่งให้สีฝุ่นอีกหนึ่งพวง“เท่าไหร่เหรอคะ”“ข้าให้”“เอ่อ แต่พวกเราเกรงใจค่ะ นะคะให้พวกเราซื้อเถ
รถกระบะสองแถวสีแดงคันเก่าขับมุ่งหน้ามาตามถนนเส้นเล็กจากถนนคอนกรีตสู่ถนนพื้นดินที่ขรุขระ และสองฝั่งข้างทางเริ่มมีต้นไม้หนาทึบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งยังบรรยากาศยังเงียบสงบความรู้สึกหนึ่งคือสบายใจกับวิวทิวทัศน์ที่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติ แต่อีกความรู้สึกหนึ่งก็รู้สึกว่าหากมาคนเดียวในยามที่ท้องฟ้าเริ่ม







