LOGIN“พี่วัต”
อรนภัสเหลืออดเมื่อเห็นลูกค้าทยอยออกไปจากร้านจนเหลือเขาเป็นคนสุดท้าย
“ปิดร้านแล้วเหรอ มองเพลินไปหน่อย ชักเริ่มหิว”
ภวัตยืนขึ้นเต็มความสูง ยืดกายบิดไปมาด้วยความเมื่อยล้าและเกียจคร้าน มองน้องสาวเพื่อนอย่างเอ็นดู
“ไม่ใช่เสียหน่อย มานั่งมองอรแบบนี้ได้ยังไง”
เธอถามอย่างโกรธๆ แสร้งกลบเกลื่อนอารมณ์เขินอาย
“แก้วกับหวานฝากปิดร้านด้วยนะ ฉันกับเจ้านายของเธอจะออกไปทานข้าวกัน”
ภวัตไม่สนใจอารมณ์ของหญิงสาวแต่ลากมืออีกฝ่ายเดินออกจากร้าน
“ทานข้าวให้อร่อยนะคะคุณอรคุณวัต ทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวแก้วกับหวานปิดร้านให้เอง”
ดอกแก้วโบกไม้โบกมือให้ทั้งสองยิ้มๆ อรนภัสทำหน้าเหลอหลาเมื่อได้ยินคำพูดของดอกแก้ว ขนาดลูกน้องคนสนิทยังญาติดีกับคนเผด็จการแบบเขา แถมยังโบกไม้โบกมืออวยพรดิบดี แล้วสองคนนี้ไปรู้จักกับเขาตอนไหน?
“รู้จักกันตอนอยู่ในร้านนั่นแหละ”
ภวัตเอ่ยอย่างรู้ทัน อรนภัสหันมองร่างสูงตาโต เขาพาเธอมายังรถโฟร์วิลสีดำมันเงา จับเธอยัดใส่รถและรีบอ้อมมาประจำที่คนขับ
“ใครบอกว่าอรจะไปกับพี่”
เธอหน้างอเมื่อเขาไม่ถามเธอสักคำว่าต้องการไปกับเขาหรือเปล่า
“ไม่มีใครบอก ขึ้นรถมาแล้วลงไม่ได้”
ภวัตพูดขึ้นหันไปส่งสายตาเอ็นดูให้ จนอรนภัสหน้าแดงแล้วแดงอีก
อรนภัสค้อน มองเขาอย่างไม่ไว้ใจ แล้วนี่เธอเป็นอะไร แทนที่จะดิ้นรนขัดขืน กลับไปกับเขาเสียนี่
“จำกันไม่ได้หรือไง ยัยเด็กขี้มูกโป่ง”
คำพูดของเขาทำให้เธอหันมองตาโต “รู้ว่าตาโต แต่อย่าเบิกมาก จะถลนออกมาแล้ว”
ภวัตแหย่น้องสาวเพื่อนด้วยความเอ็นดูไม่คลาย เขานึกน้อยใจนิดๆ ที่เธอจำเขาไม่ได้จริงๆ
“ปากเสีย” เธอว่าให้
“จำพี่ไม่ได้หรือไง”
เขาเอ่ยถามอีก หันมามองเธอแวบหนึ่งก่อนหันไปมองถนนต่อ
“จำใครกันคะ”
อรนภัสได้แต่งุนงง มองหน้าเขานิ่งนาน ขมวดคิ้วเป็นปม
“ไม่คุ้นเลยหรือไง”
เขาเอ่ยถามอีก เธอเริ่มขมวดคิ้วมากขึ้นเรื่อยๆ
“ตอนเด็กๆ ชอบอาบน้ำแก้ผ้าข้างคลองหลังบ้าน จำได้ว่าก้นลาย กางเกงในก็ไม่ใส่” ภวัตเอ่ยแล้วอดจะอมยิ้มไม่ได้
“พี่วัต!” อรนภัสตะโกนลั่นรถ ภวัตแทบเอามือปิดหู
“เออ... รู้แล้วว่าเสียงดัง อย่าตะโกนใส่มากเดี๋ยวประสาทหูพิการ เสียงดังแบบนี้ใครจะกล้ามาขอ เดี๋ยวขึ้นคาน หากพี่ไม่มาขอคงขึ้นคานแน่ๆ”
“พี่วัตไง บอกว่าจะมาขออร”
อรนภัสสวนกลับ เธอเริ่มจำเขาได้แล้ว เขาเป็นเพื่อนพี่ชายของเธอนั่นเอง ตอนเด็กๆ เขาชอบแหย่เธอ แต่ที่เธอจำไม่ได้เพราะได้เจอเขาไม่กี่ครั้งบิดามารดาก็ย้ายจากปักษ์ใต้เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ
“มาชุบตัวที่กรุงเทพฯ ยังก้นลายอยู่ไหมล่ะ นี่พูดแล้วอย่าคืนคำนะ อาทิตย์หน้าจะให้พ่อขึ้นมาสู่ขอแล้ว”
“ห๊า! พี่วัตพูดจริงเหรอคะ” อรนภัสอุทานตาโต
“เห็นครั้งแรกทำเป็นเขินอาย เรียบร้อย แต่พออุทานทีผู้ชายหนีหมด สงสัยอยากจะอ่อยเหยื่อ แต่โชคร้ายหน่อยที่พี่ติดกับเธอแล้วแหละ ดิ้นไม่หลุดเลย จะติดบ่วงเธอไปตลอดชีวิต ยัยเด็กก้นลาย”
ภวัตแสร้งพูดปมด้อยของเธอเล็กน้อย ยั่วให้อีกฝ่ายอารมณ์ขึ้นพอหอมปากหอมคอ
“พี่วัตว่าอรอีกครั้งเดียว อรจะงอนแล้วนะคะ”
อรนภัสทำปากยื่นอย่างแสนงอน
“โอ๋ๆๆ ไม่งอนนะ เดี๋ยวพาไปกินอาหารอร่อยๆ จะได้หายงอน”
เขาบอกอย่างเอาใจ
“งอนแล้วงอนเลยค่ะ โกรธร้อยปีอย่ามาดีร้อยชาติ”
อรนภัสตอบอย่างมีแง่งอน
“ก็ดีนะ บอกล่วงหน้าว่าจะงอน พี่จะได้เตรียมง้อ ชอบทำขนมหรือไง อยู่กับขนมทั้งวันไม่เหนื่อยเหรอ”
เขาเปลี่ยนเรื่อง อยากรู้เรื่องส่วนตัวของเธอบ้าง ได้ฟังแต่กฤษณะพูดให้ฟังไม่เท่ากับได้ฟังจากเจ้าตัวเอง
“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ อรชอบ”
พอพูดถึงสิ่งที่ชอบหญิงสาวก็อมยิ้มอย่างลืมตัว
“อืม... ก็จริงนะ ดูหุ่นก่อนสิ เหมือนลูกหมู สงสัยจะชอบกินของหวาน”
“พี่วัต!” อรนภัสสะบัดค้อนเมื่อโดนล้อ ทำปากยื่นหน้างอมากขึ้น
“เรียกเสียงดังเป็นอะไร เวลาไปเป็นเมียพี่อย่าตะโกนใส่หูนะ ไม่งั้นจับหวดก้น ยัยอ้วน” ภวัตดุสาวน้อยข้างกาย
“พี่วัตว่าอรทำไม” อรนภัสค้อนตาวาว
“พูดเรื่องจริง ก็รู้อยู่ว่าพี่ชอบพูดเรื่องจริง ไม่ชอบโยกโย้ ไม่ชอบอ้อมค้อม ตรงไปตรงมา”
“ถ้าว่าอ้วน ก็ไม่ต้องมาขออรเลยนะ”
อรนภัสสะบัดหน้ามองออกไปนอกรถแทน
“พี่ชอบหุ่นแบบอร กอดแล้วเต็มไม้เต็มมือดี เวลา...”
เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่คนข้างๆ แก้มแดงปลั่งอย่างอายแสนอาย
“พี่วัตพูดอะไรน่าไม่อาย อรจะโกรธนะคะ จะไม่คุยกับพี่วัตอีกเลย”
อรนภัสอยากด่าเขาให้เจ็บแสบ แต่นึกคำด่าไม่ออก เกิดมายังไม่เคยด่าใคร มารดาไม่ชอบให้พูดคำหยาบ เธอมักเตือนตัวเองเสมอจนเป็นความเคยชินว่าไม่ให้พูดจาหยาบคายกับคนอื่น
“พูดเรื่องจริง อยากกอดอยากทำมากกว่านี้อีก แต่มันยังไม่ถึงเวลา ให้แต่งงานก่อนเถอะ หึหึ ไม่รอดแน่”
เขาขู่เธอกลายๆ ทำให้คนที่นั่งอายแสนอายอยู่ด้านข้างแทบอยากกระโจนลงจากรถ
“ไม่ได้อยากให้กอดเสียหน่อย”
อรนภัสบ่นอุบแก้มแดงปลั่ง เขาช่างขยันทำให้เธอหน้าแดง
“ถ้าแต่งงานจะทั้งกอดทั้ง...”
“พี่วัต” หญิงสาวรีบเรียก กลัวเขาจะพูดให้เธออายอีก
“อยู่กันสองคนไม่มีใครได้ยินหรอกน่า”
ชายหนุ่มเลี้ยวรถเข้าไปยังร้านอาหารไทยปักษ์ใต้ เขาเดินมาเปิดประตูให้หญิงสาว เธอเอ่ยขอบคุณเบาๆ แต่ต้องอุทานเมื่อเขากุมมือไว้
“แค่จับมือทำเป็นอาย อยู่เมืองกรุงไม่เคยโดนผู้ชายจับมือหรือไง” เขาแกล้งว่า
“โดนจับจนเบื่อแล้ว อุ๊ย!”
อรนภัสอุทานเมื่อพูดจบประโยคเขาก็บีบมือแน่นสายตาคมดุตวัดมองเธอวาวโรจน์
“พี่วัตอรเจ็บนะคะ”
อรนภัสพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุม
“ทีหลังห้ามใครจับอีก หวง”
ชายหนุ่มพูดหน้าตาเฉย ใบหน้าจริงจังจนเธอลอบกลืนน้ำลาย
“พี่วัตไม่ใช่เจ้าชีวิตอรเสียหน่อย ทำไมต้องมาสั่ง”
หญิงสาวทำเป็นเถียงทั้งที่กลัว
“อย่าเถียงเป็นเด็กเป็นเล็ก เดี๋ยวตีตายเลย”
ภวัตดุและลากอรนภัสเข้าไปในร้าน เธอมุ่ยหน้าใส่แผ่นหลังกว้าง “อยากกินอะไร สั่งเต็มที่เลยยัยอ้วน พี่เลี้ยงเอง” เขาบอกอย่างใจดีเมื่อนั่งลงที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว อรนภัสซ่อนยิ้มหลุบตามองเมนูอาหาร แต่ต้องหุบยิ้มลงเมื่อได้ยินประโยครู้ทันของอีกฝ่าย
“สั่งมาแล้วต้องทานให้หมดนะ ถ้าจะสั่งเพื่อแกล้งให้พี่จ่ายเยอะก็ไม่ต้อง ไม่ใช่เด็กแล้ว ทำอะไรต้องรู้จักคิด”
อรนภัสอ้าปากค้างก่อนหุบฉับ เขาก้มมองเมนูอาหารก่อนสั่งอาหารรสจัดจ้าน มีแกงส้ม ผัดเผ็ด คั่วกลิ้ง แกงป่า เธอจึงสั่งแกงจืด ไข่เจียวหมูสับ หมูทอดกระเทียม และผัดผักรวมแทนเพราะมีแต่อาหารเผ็ดจัด
“เติมข้าวได้นะ จะกินกี่จานก็ได้ ไม่ต้องคิดว่ากินกับผู้ชายแล้วต้องค่อยละเลียด เห็นแล้วรำคาญตา”
“พี่วัต ปากจัด” อรนภัสย่นจมูกใส่
“อ้าว... พูดตรงๆ ไม่ชอบหรือไง พี่ไม่ชอบอ้อมค้อม บอกให้อรกินเต็มที่ไง”
“ทำไมเวลาไปกินข้าวกับผู้หญิงคนอื่นเค้าเป็นแบบนั้นหรือไงคะ”
เธอถามลอยๆ แต่ใจจดใจจ่ออยากฟัง
ภวัตทำท่าคิด อรนภัสมองตาวาว เขาสบตาก่อนพิงพนักกอดอกมองเธอนิ่ง
“หึงเหรอ”
“แค่กๆๆๆ”
เธอสำลักน้ำที่ยกขึ้นจิบ เมื่อได้ยินประโยคนั้น ก่อนจะหน้าแดง เพราะเธอหึงเขาอยู่เหมือนกัน แค่คิดว่าเขาจะไปกินข้าวกับสาวๆ คนอื่น
“จริงด้วย มองตาก็รู้”
ภวัตดักคอ มั่นอกมั่นใจในความคิดของตัวเอง
“อรอ่านง่ายขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
พีระอวยพรให้บุตรชายคนโตและสะใภ้ด้วยความสุขที่ได้เห็นลูกชายเป็นฝังเป็นฝากับเขาเสียที“โธ่... พ่อ ไม่ต้องฝาก อรก็ดูแลฉันดีอยู่แล้วน่า”ภวัตพูดแก้เก้อเมื่อเห็นสายตาของบิดา ทุกคนหัวเราะชอบใจ อรนภัสยิ้มอายๆ ไม่กล้าสบตาคมๆ ของคนข้างๆ“ขอให้คุณวัตมีความสุขมากๆ นะคะ”เขมจิราเอ่ยบอกเสียงสั่นๆ ภวัตเมินเฉยไม่ยินดียินร้ายกับประโยคของแม่เลี้ยงสาวที่อายุน้อยกว่าเขาเสียอีก จนอรนภัสต้องรีบแก้สถานการณ์ตึงเครียดเหล่านั้นลง“ขอบคุณค่ะคุณเขม” อรนภัสยิ้มหวานให้อีกฝ่าย“ค่ะ” เขมจิราหน้าเจื่อนเล็กน้อย ฝืนยิ้มแกนๆ ให้ทั้งสอง“วัต พ่อฝากยัยอรด้วยนะ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะ อร... หนูก็อย่าเอาแต่ใจตัวเองนะลูก”ภวัตและอรนภัสกราบคุณไกรสร ก่อนที่คุณอรนุชจะอวยพรเป็นคนถัดไป“ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุข รีบมีหลานให้แม่อุ้มไวๆ นะจ๊ะ”“วัตฝากน้องฉันด้วยนะ”กฤษณะตบไหล่เพื่อนเบาๆ อรนภัสไหว้พี่ชายก่อนจะโผเข้ากอดเต็มอ้อมแขน คนขี้หวงข้างๆ รีบดึงเจ้าสาวออกมาด้วยใบหน้าขึงขังทำให้ทุกคนลอบอมยิ้มญาติผู้ใหญ่อีกหลายคนต่างอวยพรคู่บ่าวสาวก่อนจะเลี่ยงออกจากห้อง…แขนภายิ้มให้พี่สาว บีบมืออย่างให้กำลังใจ รู้ดีว่าอีกฝ่ายเสียใจแค่ไหน
“คิดถึง” เขาบอกเสียงทุ้ม แตกต่างจากใบหน้าดุๆ นั้น“คะ” เธอขานรับงงๆ ทำให้เขามองอย่างเอ็นดู“พี่บอกว่าคิดถึงอรไง”เขาสำทับอีกครั้ง มองสบดวงตากลมโต แล้วหน้าแดงน้อยๆ“พี่วัต”อรนภัสมองใบหน้าแดงจัดที่ลามไปถึงใบหูของชายหนุ่มแล้วอดอมยิ้มไม่ได้“คิดถึงพี่บ้างหรือเปล่า” ภวัตกระซิบถามเสียงติดจะพร่าเล็กน้อย ส่วนอรนภัสหัวใจสั่นรัวได้แต่ยืนให้เขากอดเพราะทำอะไรไม่ถูก“ใครเค้าจะไปคิดถึงกันคะ”เธอปากแข็งก้มหน้างุดด้วยความอาย ใบหน้าแดงเรื่อร้อนระอุจนรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้“งั้นแปลว่าคิดถึงมาก”เขาพูดอย่างมั่นอกมั่นใจจนเธอนึกหมั่นไส้“บอกว่าไม่สักหน่อย” เธอบ่นอุบชิดอกเขา“ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้... ปากแข็ง”ภวัตมีความสุขที่ได้ต่อล่อต่อเถียง“แล้วผู้ชายล่ะคะ”อรนภัสเองก็ไม่ต่างกัน เธอมีความสุขที่ได้พูดคุยกับเขาแบบนี้มากกว่าการคุยโทรศัพท์ การได้เห็นหน้าทำให้ความรู้สึกคิดถึงแทบจะจางหายไป“ผู้ชายคนอื่นเป็นไงพี่ไม่รู้ แต่สำหรับพี่ ถ้าพี่บอกว่าคิดถึง ก็หมายความว่าคิดถึงจริงๆ” ภวัตพูดจริงจัง“หึ! จะเชื่อได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”อรนภัสย่นจมูกใส่ ค้อนให้อย่างน่ารัก“ก็แล้วแต่จะคิดนะ”เขาบอกเหมือนไม่ใส่ใ
“ไม่อร่อยเหรอคะพี่วัต”อรนภัสมองตามเมื่อเห็นภวัตตักทานเพียงคำเดียวก็วางช้อน ชายหนุ่มไม่ตอบแต่หยิบทิชชูยื่นมาตรงหน้า หญิงสาวทำท่าจะยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก เขาจึงกุมเอาไว้เช็ดปากให้เธอเบาๆ อรนภัสหน้าแดงอีกรอบในการกระทำของอีกฝ่าย“ที่กินเลอะให้ไอติมติดปากแบบนี้ อยากให้พี่จูบให้เกลี้ยงล่ะสิ เสียดายคนในร้านเยอะ” ภวัตแหย่ อรนภัสตาโต“ไม่ใช่เสียหน่อย คนหลงตัวเอง แต่ยังไงก็ขอบคุณค่ะ”เธอตอบอย่างงอนๆ“เปลี่ยนจากขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม”เขาถามตาพราว อรนภัสมองสบตาก็หลบวูบแทบไม่ทัน เขาคงไม่ขอเธอแบบเมื่อคืนอีกนะ “ใช่” เขาเหมือนรู้ใจ หญิงสาวเงยหน้ามองตาโต พวงแก้มแดงจัด บิดมือไปมา“พี่วัตน่ะ”อรนภัสเรียกชายหนุ่ม ไม่รู้จะทำอะไรดี ภวัตกอดอกพิงหลังกับพนักเก้าอี้ มองคนขี้อายอย่างเอ็นดู อรนภัสเสไปหยิบน้ำขึ้นดื่ม กินต่อไปก็ถูกเขามองไม่วางตา“อิ่มแล้วค่ะ” หญิงสาวโพล่งออกไป“อ้าวไหงอิ่มเร็วจัง เพิ่งกินไปเอง”“อรอยากเข้าห้องน้ำค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”คนขี้อายเอ่ยบอกแล้วรีบลุกไปทันที ภวัตมองตามอย่างหวงๆ ก่อนจะเดินตามไปไม่ให้เธอคลาดสายตาทางด้านอรนภัสเข้าห้องน้ำมาได้ก็เอาแต่ยืนลูบแก้มแดงๆ ของตัวเอง หญิงสาวบิดไปบิดมา
“ไม่ต้องใส่แล้วกางเกงใน มันขาดจนใส่ไม่ได้ ใส่กระโปรงยาวแบบนี้ไม่มีใครรู้หรอกว่าไม่ใส่อะไรข้างใน นอกจากพี่คนเดียว”เอากับเขาสิ อรนภัสบิดไปบิดมาทำอันใดไม่ถูก จะให้เธอตอบว่าไงล่ะ ก็มันขาดไปแล้วนี่นาภวัตขับรถมาส่งอรนภัสที่บ้านในเวลาดึกพอสมควร ระหว่างทางหญิงสาวเอาแต่มองออกไปนอกรถด้วยความอาย บิดามารดาที่ยังไม่นอนมองว่าที่ลูกเขยและลูกสาวอย่างเอ็นดู ภวัตนั่งคุยกับท่านทั้งสองอีกครู่จึงขอตัวกลับอรนภัสยืนส่งชายหนุ่มที่บ้านก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำนอน เธอพลิกไปพลิกมาอย่างกระสับกระส่าย ความรู้สึกวาบหวามยังตราตรึงอยู่ในหัวใจ เผลอยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองไปมา สะบัดหัวกับหมอนเมื่อในหัวคิดแต่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ อรนภัสกดรับด้วยความรู้สึกหัวใจพองโต ได้ยินเสียงแหบห้าวทักทายมาตามสายเหมือนดั่งเช่นทุกครั้ง“ทำอะไรอยู่”ภวัตกำลังนอนอยู่บนเตียงกว้างด้วยใบหน้าที่บ่งบอกถึงความสุขอย่างที่สุด“กำลังคิดถึงพี่วัต อุ๊ย! ไม่ใช่ๆ อรกำลังจะนอนค่ะ”อรนภัสเผลอพูดความคิดของตัวเองออกไป ภวัตเผลอยิ้มเอ็นดูหญิงสาว ใบหน้าหล่อเหลาแดงจัดลามไปถึงใบหู เขาเองกำลังคิดถึงเธอใจแทบขาดเ
“อร”ภวัตบีบปลายคางหญิงสาวเบาๆ ใบหน้าก้มลงทำท่าจะประทับกับริมฝีปากสีหวาน“พี่วัต อย่าค่ะ”อรนภัสเบี่ยงหลบ ริมฝีปากร้อนจึงพลาดไปประทับที่พวงแก้มแดงเรื่อแทน ภวัตกระชับร่างบางเข้าหา กดจุมพิตหนักๆ ที่พวงแก้มนวล “อื้อ พี่วัตขา...”“ขา...”ภวัตขานรับแล้วงับใบหูขาวเนียนของหญิงสาวอย่างมันเขี้ยว อรนภัสเบี่ยงหลบด้วยความเสียวซ่าน สัมผัสได้ถึงแรงหอบสะท้อนรุนแรงของเขา ชายหนุ่มควบคุมสติของตนอีกต่อไปไม่ไหว เขาขอแค่ได้ชื่นใจเล็กๆ น้อยๆ ไม่เช่นนั้นคืนนี้คงขาดใจเป็นแน่“อร... พี่ขอนะคนดี”เสียงแหบห้าวดูพร่าสะท้านไม่เป็นตัวของตัวเอง อรนภัสนอนนิ่งอยู่กับที่อย่างทำอันใดไม่ถูก ลึกๆ คือความตื่นเต้นยากที่จะบรรยาย หัวใจเธอมันเต้นแรงจนต้องเผยอริมฝีปากหอบอย่างไม่รู้ตัว นั่นเป็นสัญญาณให้ภวัตประคองใบหน้าหวานไว้ในอุ้งมือร้อนทั้งสอง บดขยี้ริมฝีปากสวยอย่างกระหายเร่าร้อน ปากบนล่างของเธอร่านร้อนด้วยการขบเม้มของชายหนุ่ม ก่อนที่ลิ้นสากจะสอดแทรกเข้าหา กระหวัดรัดรึงคุกคามแสดงความเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงภวัตรุกเร้าเอาแต่ใจ เปิดเผยความดิบเถื่อนต้อนให้อีกฝ่ายยินยอม มือหนาเริ่มเกาะกุมทรวงสาวที่สะท้อนขึ้นลงด้วยแรงหอบหายใจ อรนภ
“นึกว่าเมียจะยืนเป็นตุ๊กตาหน้าร้านอยู่แบบนั้น เห็นไม่ขึ้นรถมาเสียที” ภวัตหัวเราะชอบใจ ขับรถออกไปจากบริเวณร้าน“บอกแล้วไงว่าอรยังไม่ได้เป็นเมียพี่วัตนะ” เธอว่าให้“กำลังจะเป็น พี่หาฤกษ์หมั้นได้แล้วนะ หมั้นแล้วแต่งเลย”“เร็วจังเลยค่ะ” อรนภัสตาโตหันไปมอง“ช้าจะตาย อยากกอดเมียปล้ำเมียจะแย่”“พี่วัตน่ะ พูดอะไร คนบ้าๆๆ”อรนภัสตีแขนล่ำๆ ให้หลายที หน้าแดงแล้วแดงอีก ภวัตหัวเราะชอบใจ อยากจะปล้ำจูบนัก เดี๋ยวเถอะแม่ตัวดี มาทำหน้าแดงใส่“จะพาไปกินข้าว แล้วอยากไปไหนต่อหรือเปล่า พี่เคลียร์งานเรียบร้อยแล้ว มีเวลาให้อรเป็นเดือนๆ เลยนะ”“โห... คนอู้งาน” อรนภัสตาโต แต่ก็พอใจในคำพูดของชายหนุ่ม“ไม่ชอบหรือไงที่พี่มาหา”“ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบเสียหน่อย” อรนภัสอุบอิบตอบ“อะไรนะ อยากให้พี่มาหาทุกวันเหรอ” คนอยากแหย่พูดขึ้น“อรไม่ได้พูดแบบนั้นนะ อย่ามาทำเนียน” เธอว่าให้แบบงอนๆ“กินข้าวเสร็จเดี๋ยวพาไปดูหนัง”ภวัตบอกหญิงสาวที่แสนคิดถึงข้างกาย เขาไม่เคยจีบหญิงมาก่อนเพราะในชีวิตมีแต่งานกับงาน ไม่เคยคิดว่าการจีบกันต้องไปทำอะไรพวกนี้ด้วย ลองสอบถามน้องสาวดู ยัยตัวแสบบอกเขาเอาไว้ว่าให้ทำแบบนี้ ผู้หญิงชอบให้เอาอกเอาใจ เสมอ




![คลั่งรักยัยรุ่นพี่ [Crazy in love] (มี E-book)](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


