로그인เพียงแพรตอบน้ำเสียงหงุดหงิด ภวัตทำเรื่องย้ายที่เรียนให้เธอเสร็จสรรพเพราะรู้จักกับคณะบดีที่ราชภัฏ เธอจึงย้ายมาเรียนปีสามเทอมสองที่ราชภัฏในจังหวัดได้
เธอมองบิดาแล้วรู้สึกใจหายมาก ท่านดูแก่ลงไปมาก ไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน
เฮ้อ! นี่เธอใจดำมากไปหรือเปล่าหนอ?
แต่พอเห็นเขมจิรามารดาเลี้ยงที่เธอเกลียดชังกับแขนภาน้องสาวของหล่อน ที่ทำตัวเหมือนพวกปลิงดูดเลือดเข้ามาเสวยสุขเธอก็หน้างอหงิกกว่าเดิม เขมจิราเคยชอบภวัตพี่ชายของเธอมาก่อน หญิงสาวเข้ามาตามตื๊อแต่ภวัตไม่เล่นด้วย ไม่นานแม่ของเขมจิรานำลูกสาวมาฝากทำงานที่สุทธนนท์เพื่อนำเงินไปใช้หนี้ อีกฝ่ายทะเยอทะยานจนได้มาเป็นภรรยาของบิดาหลังจากแม่เธอตายเพราะตรอมใจ
“แพร”
ภวัตมองสบตากับน้องสาวคนรอง ไม่ต้องรอให้สั่งรอบสอง เพียงแพรเดินไปทรุดนั่งลงตรงหน้าบิดาและกราบท่าน “แพรลูกพ่อ” พีระแทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว ก่อนจะสวมกอดบุตรสาวอย่างคิดถึง
“พ่อแก่ไปมากนะ”
เพียงแพรเสียงอ่อนเมื่อพูดกับบิดา อย่างไรเสียสายใยความรักก็ตัดไม่ขาด
“พ่อดีใจที่แกกลับมา มาอยู่บ้านเรานะลูก ลูกรักของพ่อ”
“แพรคงไม่กลับมาหรอก ถ้าพี่วัตไม่บังคับ”
เพียงแพรยังโกรธพี่ชาย หันไปมองภวัตอย่างโมโห ก่อนไปทรุดนั่งตรงข้ามกับบิดา
“แกสอบเสร็จปิดเทอมแล้วไม่ใช่เหรอ อย่าโวยวายไปหน่อยเลย”
ภวัตสวนกลับอย่างรู้ทัน ไม่มีใครยอมใคร เพียงแพรหน้าบูดบึ้งแต่ไม่กล้าเถียงพี่ชายอีก
“พ่อ เดี๋ยวจะให้ไปขอเมีย เตรียมตัวไว้แล้วกัน”
คำพูดของภวัตทำให้ทุกคนตาโตอุทานพร้อมกัน
“ห๊า!!! ขอเมีย”
“ใครเป็นผู้โชคร้ายคนนั้น”
ภูวดลที่เพิ่งเข้ามาถามพี่ชายอย่างกวนๆ
“ปากแกเหรอนั่น”
ภวัตหันไปดุน้องชายที่เดินยิ้มเข้ามากับพีรดาซึ่งเป็นน้องสาวอีกคนของเขา
ชบานำน้ำมาเสิร์ฟให้เจ้านาย
“ใครเป็นคนล้างแก้ว ไม่สะอาดเลย ไปเปลี่ยนมาใหม่ เหม็นคาว”
ภวัตมักหงุดหงิดเสมอ เขากลับนึกไปถึงมารดา ท่านเป็นคนสะอาดสะอ้านเรียบร้อย แตกต่างจากเขมจิราอย่างสิ้นเชิงที่เอาแต่แต่งตัวสวย งานบ้านงานเรือนพอใช้ได้ ไม่ถึงกับดีอยู่ในขั้นที่น่าพึงพอใจ ถ้าเขาจะหาภรรยาสักคน คนคนนั้นจะต้องเหมือนกับมารดา
ชบากลืนน้ำลายลงคอ รีบกุลีกุจอไปจัดการโดยเร็ว... พีระได้แต่ยิ้ม ที่ได้เห็นลูกๆ กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตา
“ฉันเจอแม่ของลูกแล้ว คราวนี้ไม่ต้องมาบ่นอีกว่าอยากอุ้มหลาน เดี๋ยวจะจัดให้อุ้มสักโหลเลย”
“พี่วัต จะขอเมียหรือจะขอแม่พันธุ์มาผลิตลูก ใครจะยอมให้พี่ปั๊มลูกเป็นโหล บ้าแล้ว” เพียงแพรแขวะพี่ชาย
“ถ้าแกมีผัว ฉันจะยุให้ผัวแกปั๊มแกให้มีลูกสักสองโหล”
“แหวะ! พี่วัตบ้า” เพียงแพรแหวกลับหน้าแดงก่ำ
“ทำมาเป็นรับไม่ได้” ภวัตเอื้อมมือไปเคาะหน้าผากน้องสาว
“โอ๊ย!” เพียงแพรลูบหน้าผากตัวเองไปมา มองพี่ชายตาคว่ำ
“ลูกเต้าเหล่าใครกันวัต นี่แกไปแอบมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมพ่อไม่เห็นรู้เรื่อง”
พีระถามอย่างกระตือรือร้น ดีใจจนออกนอกหน้า ทุกคนพร้อมใจหันไปจ้องภวัตเป็นตาเดียว ต่างอยากรู้ด้วยกันทั้งนั้น
“พ่อรู้จักดีทีเดียวเชียวแหละ รับรองว่าต้องถูกใจ”
ภวัตเอ่ยกับบิดาอย่างอารมณ์ดี
ทุกคนมองหน้ากันทำตาปริบๆ อยากรู้จักว่าที่สะใภ้คนโตของตระกูลสุทธนนท์ใจจะขาด ภวัตนั่งสนทนากับครอบครัวอีกครู่จึงขอตัวออกไปสั่งงานลูกน้อง เพียงแพร พีรดา และภูวดลจึงขอตัวตามไปด้วย
เขมจิราเข้าซบที่อกของพีระ เม้มริมฝีปากแน่น เธอนึกขุ่นใจเมื่อได้ยินภวัตบอกว่าจะให้บิดาไปสู่ขอผู้หญิง เขากำลังจะแต่งงานอย่างนั้นหรือ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน ทำไมเธอถึงไม่เคยรู้มาก่อน เธอไม่มีวันยอมให้ใครได้ครอบครองภวัตเด็ดขาด หรือถ้าทำให้ผู้หญิงทุกคนกระเด็นไปได้เธอก็จะทำ ในเมื่อเธอไม่ได้ อย่าหวังว่าคนอื่นจะได้ภวัตไปครอบครอง
ด้านอรนภัสรู้สึกผิดหวังที่ภวัตไม่ได้มารับเธอตามสัญญา แต่เขาโทรมาบอกแล้วว่าต้องกลับไปจัดการธุระทางบ้าน เธอบอกว่าไม่เป็นไร รู้สึกใจหายที่เขาหายหน้าหายตาไป ยิ่งคิดก็ยิ่งด่าตัวเองว่าเธอจะไปรู้สึกแบบนั้นทำไม ทั้งๆ ที่เพิ่งรู้จักกัน
“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ”
เสียงของพนักงานซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทเอ่ยทักแขกที่เดินเข้ามาในร้าน อรนภัสมัวแต่ใจลอยเลยไม่ทันได้สังเกตว่าคนที่เธอกำลังคิดถึงมายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว
“รับอะไรดีคะ”
ดอกแก้วเอ่ยถามภวัตหลังจากยื่นเมนูให้ชายหนุ่มเรียบร้อย
“ขอกระดาษหนึ่งแผ่น”
เขาเอ่ยบอกสิ่งที่ต้องการ ดอกแก้วขมวดคิ้วก่อนยื่นกระดาษในมือตนให้ ภวัตเขียนอะไรบางอย่างแล้วพับกระดาษ เงยหน้าขึ้นมองพนักงานที่จ้องเขาตาหวาน “เอาไปให้เจ้าของร้านหน่อย” เขาพูดเสียงเรียบติดจะขรึม ดอกแก้วงุนงงเข้าไปอีก แต่ก็ทำตามอย่างไม่อิดออด
“คุณอรคะ คุณอร”
“หือ... ว่าไงจ๊ะ” อรนภัสสะดุ้งหันมามองลูกน้อง
“มีคนฝากมาให้ค่ะ”
อรนภัสรับมาอย่างงุนงง ก่อนจะเปิดข้อความด้านในอ่าน
‘หัดมองหน้าว่าที่สามีหน่อย เดินเข้ามาตั้งนานแล้วแทนที่จะเข้ามาทัก คิดถึงจะแย่ เดี๋ยวฉุดกลับบ้านซะเลย’
หญิงสาวอ้าปากค้าง ก่อนหันมองคนที่นั่งเก๊กอยู่มุมร้าน หัวใจสาวพองโตแต่แสร้งเป็นไม่ยินดีที่ได้เห็นเขา เธอทำท่าจะเขียนข้อความ แต่เขาลุกจากเก้าอี้มุมร้านเดินเข้ามาเสียก่อน
“ไม่ชอบอ่าน อยากได้ยินเสียงมากกว่า”
เขาเดินมาหยุดยืนพูดอยู่ตรงหน้า มองเธออย่างลึกซึ้ง
“อุ๊ย!”
อรนภัสสะดุ้งมองตาโต ดอกแก้วและตาหวานพนักงานอีกคนได้แต่มองคนโน้นทีคนนั้นทีด้วยความงุนงง ว่าทั้งสองรู้จักกันด้วยหรือ
“อยากดื่มกาแฟ แล้วก็ขนมอร่อยที่สุดในร้าน และเธอต้องเป็นคนเสิร์ฟให้พี่ด้วยตัวเอง”
เขาสั่งอย่างเผด็จการทำให้อรนภัสค้อนให้ แต่ยอมทำตามอย่างว่าง่าย ลึกๆ ในใจคิดถึงเขามากเช่นกัน
“คิดถึงหรือเปล่า หายหน้าไปหลายวัน”
เขาเอ่ยถามด้วยท่าทีสบายๆ ขณะจิบกาแฟ ปล่อยให้พนักงานของเธอบริการลูกค้าไป ส่วนเขาก็รั้งเธอเอาไว้ด้วยการชวนสนทนา
“ใครเค้าจะไปคิดถึง”
คนปากแข็งเอ่ยบอกอายๆ แก้มนวลแดงปลั่ง ทำให้ภวัตแอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก
“พี่ไงคิดถึง” ภวัตพูดแล้วก็หน้าแดงอย่างห้ามไม่อยู่
“พี่” อรนภัสทวนคำของชายหนุ่ม
“เรียกฉันว่าพี่วัตสิ เรียกคุณดูห่างเหินยังไงไม่รู้”
เขาสั่งเธออีกแล้ว อรนภัสคิดในใจ
“ไม่ได้สั่ง แต่ขอให้เรียก”
“คุณ!”
อรนภัสค้อนให้คนรู้ทัน เธอดูง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ภวัตส่ายหน้าไปมา มองด้วยสายตาไม่ชอบใจในคำเรียกขานของเธอ
“พี่วัต พอใจหรือยังล่ะคะ” เธอประชดให้
“ไม่ชอบคนประชด ทำไมผู้หญิงต้องชอบประชดด้วยนะ”
เขาขมวดคิ้วยกกาแฟขึ้นจิบ แล้วพยักหน้าอย่างถูกใจในรสชาติ
“กาแฟรสชาติดีกว่าเก่าไม่หวานเกิน”
เขาเอ่ยชม อรนภัสลอบยิ้มที่เขาชอบ เธอตั้งใจชงให้เขาจริงๆ
“ยิ้มน่ารัก” เขาต้อนจนเธอหน้าแดงเรื่อ
“อรขอไปช่วยดอกแก้วกับตาหวานก่อนนะคะ ลูกค้าเยอะแล้ว”
เธอรีบขอตัว หากอยู่ใกล้เขาต่อไป อัตราการเต้นของหัวใจต้องรุนแรงกว่านี้ เธอนึกว่ามันจะกระเด็นกระดอนออกมานอกอกให้เขาได้เห็นความตื่นเต้นเสียแล้ว
“เย็นนี้ไปทานข้าวกัน”
เขาเอ่ยชวนเมื่อเธอทำท่าจะลุก อรนภัสตาโต เขาสบตาพราวระยับ แก้มนวลแดงจัด ไม่ตอบรับแต่เดินหนี “ถือว่าตกลง” เขารวบรัดจึงถูกเธอค้อนให้อีก แต่จริงๆ เธอก็ไม่ได้อยากปฏิเสธเขาสักนิด
ในเมื่อเขากล้าชวน เธอก็กล้าไปสิ! อรนภัสหยิบของผิดๆ ถูกๆ จนดอกแก้วกับตาหวานอมยิ้มเสียทุกครั้ง จะไม่ให้เธอประหม่าได้ยังไง หันไปทีไรก็เห็นสายตาคมจ้องเธออยู่ตลอดเวลา เขาไม่มีงานมีการทำหรือไงนะ!
ภวัตก้มใบหน้าเข้าหาซอกกายสาวเมื่อจับขาทั้งสองแยกออก เขาดูดิบเถื่อนรุนแรงไร้การเล้าโลม อรนภัสสะดุ้งสุดตัวเมื่อเส้นไหมสีอ่อนถูกขยุ้มแล้วดึง ฟันขาวสะอาดขบกัดติ่งเกสรสาวอย่างมันเขี้ยว สะโพกสาวลอยเด่น สะบัดใบหน้าไปมารอรับการลงโทษที่แสนหวามอย่างต่อต้านไม่ไหวอรนภัสจิกมือไปกับที่นอนบ้าง สอดเข้าในกลุ่มผมดกหนายาวประบ่าของเขาบ้างตามแรงอารมณ์ จมูกโด่งฝังเข้าในยอดเกสรสาวแล้วปาดเลียรุนแรงซุกซอนซอกไซ้เข้าออกด้วยลิ้นที่บิดเป็นเกลียวแข็งกร้าวสากร้อนจนอรนภัสแทบคลั่ง หวีดร้องติดกันหลายๆ ครั้งพร้อมกับเสียงหอบกระตุกเยือกเมื่อไปถึงจุดหมายอย่างร้อนแรง ริมฝีปากขบเข้าหากัน มือสั่นเทายังวางอยู่บนศีรษะของสามีเมื่อเขาดูดกลืนน้ำหวานที่หลั่งรินออกมาต้อนรับจนเหือดแห้งลิ้นหนายังแช่ฝังอยู่ในกายภรรยา ภวัตผละห่างลากลิ้นสัมผัสขึ้นไปโดยการปาดเลียไล้กลุ่มไหมเส้นสวยที่ยุ่งเหยิงพอสมควร ไม่นานมันก็เปียกชื้นแนบไปกับสวนกุหลาบที่เปิดเปลือยอย่างเร้าใจของผู้เป็นเจ้าของอรนภัสแขม่วหน้าท้องแบนราบเมื่อปลายลิ้นวนไปทั่วอย่างมีชั้นเชิง สะดือสวยถูกความร้อนชื้นวนรอบจนหดเกร็ง อกอวบเป็นสิ่งต่อไปที่เขาทาบทับขึ้นมากลืนกิน หญิงสาวสะดุ้งเมื่
อรนภัสครางเบาๆ ลูบมือไปตามกายแกร่งของสามีที่ซุกซ่อนอยู่ในกางเกงผ้าเนื้อดี มือแกร่งที่สอดเข้าใต้เสื้อดึงเสื้อภรรยาออกทางศีรษะ ตวัดลิ้นไปตามซอกคอหวาน ขบเม้มผิวเนื้อจนเป็นจุดแดงทันตาเห็น เต้าทรวงอวบอิ่มล้นมือที่ดีดตัวออกจากเสื้อ ชูชันอยู่ตรงหน้าของภวัตเมื่อเสื้อพ้นไปกองอยู่ข้างเตียง“ในที่สุดพี่ก็ได้เจอกับมันอีกครั้ง”ภวัตกอบกุมทรวงสาวเอาไว้ด้วยมือหนา ฟอนเฟ้นหนักหน่วง อรนภัสก้มมองศีรษะของสามีที่ปกคลุมด้วยเส้นผมดกหนายาวประบ่า เธอลูบศีรษะสอดแทรกนิ้วเข้าสู่เรือนผมเมื่อเขาคลุกเคล้าดูดรัดอกสาวอย่างตะกละตะกลามให้สมกับที่ทรมานมาหลายวัน อรนภัสครางสะท้านความร้อนของลิ้นสากทำให้กายสาวเสียวปลาบไปทั้งร่างอรนภัสหายใจหอบแรงเกร็งตัวโอบรอบคอหนาให้เขาซุกเข้าหาร่องอกมากขึ้น ผมดกหนาของภวัตยุ่งเหยิงจากมือเรียวที่สอดเสยเข้าหา มือใหญ่อีกข้างที่เคล้นคลึงเต้าอวบอัดของภรรยาเลื่อนลูบไปตามหน้าท้องก่อนจะสอดแทรกเข้าไปกอบกุมเนินเนื้อความเป็นสาว ภวัตรับรู้ถึงความสะดวกของเส้นทางเพราะเธอไม่ได้สวมใส่กางเกงในอย่างที่คิดเอาไว้กลีบเนื้อนิ่มละมุนมือที่ปกคลุมด้วยเส้นไหมอ่อนละมุนถูกลูบไล้หยอกเย้าหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ อรนภัสครา
“ไม่ไป”เพียงแพรตอบเสียงเรียบ รอฟังคำพูดของพี่ชาย ภวัตเอามือลูบท้ายทอยเก้อๆ ไปเหมือนกันเมื่อต้องเอ่ยประโยคที่คิดว่าจะไม่มีวันออกจากปากของเขา เขาสำนึกผิดจริงๆ ตอนนั้นไม่ได้ต้องการจะแกล้งภรรยาให้เธอเสียใจร้องไห้ แต่เพราะโกรธที่เธอทำอะไรโดยพลการไม่ปรึกษาเขาเลย เขาคิดว่าทำแบบนั้นต่อไปเธอจะไม่กล้าขัดเขาอีก ถึงตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันไม่ใช่ ต่อไปสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำให้เธอเสียใจอีก มีอะไรก็จะพูดกันให้รู้เรื่อง ครั้นจะให้เขาเอ่ยออกมาตรงๆ มันก็กระไรอยู่“ไม่ได้ข่าวคราวพี่สะใภ้แกเลย”ภวัตพูดขึ้นลอยๆ เพียงแพรกับภูวดลมองหน้ากันยิ้มๆ“อืม คิดถึงเค้าล่ะสิ” น้องชายและน้องสาวรับคำ ก่อนจะพูดพร้อมกัน รอฟังพี่ชายขี้เก๊กพูดต่อ“ก็คิดถึงเค้า ป่านนี้เป็นไงบ้างก็ไม่รู้ คิดถึงยัยหนูด้วย หายโกรธหรือยังก็ไม่รู้ หรือว่ายังโกรธอยู่”ภวัตพูดเก้อๆ เมื่อต้องเอ่ยความในใจให้น้องๆ ฟัง“รักเค้ามากเหรอพี่อรน่ะ”“รักสิ รักยิ่งกว่าอะไรเลย ไม่รักจะไปจีบไปขอแต่งงานเหรอไง เกิดมาเคยจีบใครที่ไหนล่ะ”ภวัตคิดว่าการที่พูดออกมาตรงๆ ก็ไม่เห็นจะเสียศักดิ์ศรีอะไรมาก น้องๆ ทั้งสองดูจะยิ้มกว้าง ไม่ได้ล้อเลียนอะไรเขาเลย“แล้วสำนึกเปล่
“เดี๋ยวค่อยโทรไปอีกรอบตอนค่ำๆ พี่วัตน่าจะถึงแล้ว เราโทรไปบอกให้พี่วัตใจเย็นๆ ดีกว่า”เพียงแพรเสนอ ทุกคนจึงแทบจะไม่ไปไหน อรนภัสร้อนใจโทรไปหากฤษณะก็ไม่ติด“อย่ากังวลไปเลย อาจไม่มีอะไรก็ได้”ไวกูรณ์ปลอบใจทุกคน ก่อนที่เขาจะขอตัวพาภรรยาและน้องสาวกลับบ้านเมื่อผ่านไปหลายชั่วโมง... เพียงแพรรีบกดโทรศัพท์หาพี่ชายทันที โดยมีพี่สะใภ้นั่งประกบอยู่ข้างๆ“พี่วัตถึงไหนแล้ว”เพียงแพรยิงคำถามใส่พี่ชายทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย“อยู่หน้าบ้าน”เสียงเข้มที่ตอบกลับมาทำให้ทั้งสามมองหน้ากันเลิ่กลั่ก“พี่วัตใจเย็นๆ นะคะ”เพียงแพรเอ่ยเตือนพี่ชาย จะบอกว่าอรนภัสอยู่ที่บ้านนี่แหละก็ไม่อยากบอก ในใจยังหมั่นไส้พี่ชายไม่หาย“ไม่เย็นโว้ย เมียหายทั้งคน แค่นี้นะ ใครให้ที่หลบซ่อนเมียฉัน ยิงทิ้งสถานเดียว!!! ตู๊ดๆๆๆ” เสียงดุดันของภวัตทำให้อรนภัสร้อนใจยิ่งขึ้นทางด้านภวัตเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ อย่างร้อนรน เสียงกริ่งหน้าบ้านทำให้สาวใช้ไปเปิดประตู ชายหนุ่มลงมาจากรถอย่างรีบร้อนตรงเข้ามาในบ้านทันที เจ้าของบ้านมองด้วยความงุนงงที่บุตรเขยเดินทางมาไม่บอกกล่าว“วัตมาทำธุระในกรุงเทพฯ เหรอลูก งั้นคืนนี้พักที่นี่ก่อนสิ”อรนุชถามด้วยรอยยิ้มขณ
ภวัตหันมาถามน้องสาวคนรอง“แพรก็แค่เดาเอา พี่วัตบอกเองว่าพี่อรหายไป ตัวเองทำอะไรกับเค้าไว้ตั้งเยอะ ไม่สนใจทำให้เค้าน้อยใจตั้งหลายวัน ป่านนี้หนีไปมีกิ๊กใหม่แล้วมั้ง”“ไอ้แพรปากแกนี่มัน!”“นั่นแหละทำเป็นรับไม่ได้”“เมื่อคืนเค้ายังดีๆ อยู่เลย เค้าไม่เห็นว่าอะไรสักคำ ยังปลาบปลื้มเดินชมเรือนหออยู่เป็นนานสองนาน บอกว่าตื่นขึ้นมายังบอกจะทำอาหารให้กิน และที่แกบอกว่าพี่สะใภ้แกจะไปมีคนอื่น นั่นยิ่งไม่มีทาง เค้ารักฉันจะตาย ฉันพูดคำเดียวเค้าก็ทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง” ภวัตพูดอย่างเชื่อมั่นในตัวเองจนเพียงแพรแอบเบะปากหมั่นไส้พี่ชายตงิดๆ นึกว่าพี่ชายจะร้อนรนมากกว่านี้ ถ้าเป็นแบบนี้เธอก็จะแกล้งเสียให้เข็ด เมื่อคืนหลังจากที่เลี้ยงสังสรรค์เธอก็หาโอกาสนัดแนะกับพี่สะใภ้ อรนภัสเป็นอย่างที่ภวัตพูดจริงๆ ไม่กล้าทำให้สามีร้อนใจ คนที่รวมหัวอยากแกล้งคนวางอำนาจอย่างภวัตถึงกับยื่นคำขาด นั่นแหละอรนภัสถึงได้ยอมทำตามโดยไม่บิดพลิ้ว เพียงแพรหัวเราะในใจอย่างชั่วร้ายนิดๆ“โอ๊ย! ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เค้าจะหนีไปทำไมนี่”“แกพูดเหมือนรู้ บอกมาว่าแกเอาเมียฉันไปไหน ต้องเป็นแผนการของแกแน่ หรือคนอื่นๆ ด้วย ฉันรู้ดีว่าอรไม่มีวันทำอะไร
อรนภัสพูดไม่ทันจบประโยคเธอก็อึ้งไป เมื่อเห็นเค้กวันเกิดที่ประดับประดาสวยงามโดยมีสามีถืออยู่ตรงหน้า บุตรสาวตัวน้อยกำลังดิ้นซนอยู่ในอ้อมแขนบิดา ภวัตมองเธอผ่านแสงเทียนด้วยสายตาอบอุ่น อรนภัสสะอื้นเบาๆ ตื้นตันจนพูดไม่ออก ตรงกลางเค้กมีกล่องสร้อยไข่มุกเม็ดงามวางอยู่“ทุกปีให้ตุ๊กตา ปีนี้ให้เครื่องประดับ หวังว่าคงชอบนะ พี่สั่งเค้าทำนานแล้ว”ภวัตบอกเก้อๆ ทุกคนต่างส่งเสียงล้อเลียนเล็กๆ อรนภัสน้ำตาซึมลูบสร้อยไข่มุกเม็ดงามที่วางอยู่ในกล่องกลางเค้กวันเกิดที่ปักเทียนไปโดยรอบด้วยความตื้นตัน ภวัตหยิบขึ้นมาสวมให้หญิงสาวอย่างเบามือ เธอหอมแก้มเขาอย่างขอบคุณ ทุกคนต่างอมยิ้มในความหวานของคู่สามีภรรยา“อธิษฐานเลยค่ะพี่อร แล้วก็เป่าเค้กนะคะ”เพียงแพรบอกพี่สะใภ้ก่อนจะขึ้นเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้ทุกคนร้องตาม อรนภัสอธิษฐานก่อนจะเป่าเค้กวันเกิด ไฟฟ้าในห้องก็สว่างพรึ่บทั่วบ้าน“สุขสันต์วันเกิดจ้ะ”เสียงอวยพรที่อบอวลไปทั่วห้องทำให้อรนภัสยิ้มทั้งน้ำตา วันเกิดปีนี้มีบิดามารดา พี่ชายและน้องชายของเธอมาด้วยเอ๊ะ!ทำไมเธอถึงไม่รู้ว่าพวกท่านจะมา ทุกคนรวมหัวกันอย่างนั้นเหรอ แต่พอเธอได้เห็นรอยยิ้มและของขวัญวันเกิดจากทุกคนก็







