เข้าสู่ระบบ“ตรวจสินค้าผ่านแล้ว ต่อไปก็ใช้งาน”
ลู่ฟางเหนียงที่กำลังหย่อนขาลงข้างโต๊ะเขียนหนังสือหมายใจนำกระดาษสัญญาไปมอบให้ฮูหยินหลิวไม่ทันเท้าแตะพื้นเรือนก็ถูกสองแขนวางขนาบข้าง ดวงตากลมพลันเบิกกว้าง หางตามองไปยังกระดาษสัญญาในมือหนา ไม่ได้นางต้องเร่งเอากระดาษสัญญาไปให้ฮูหยินหลิว ยิ่งกระดาษสัญญานี้ถึงมือฮูหยินเร็วเท่าไหร่ ท่านพ่อของนางก็จะได้รับการรักษาเร็วเท่านั้น
“คุณชายข้าขอเอากระดาษสัญญานี่ไปให้ฮูหยินก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ”
“ข้าเป็นคนใจร้อน หากเจ้ามิยินดีเช่นนั้น”
"ว้าย! คุณชายอย่าเจ้าค่ะ"
มือหนายื่นมุมกระดาษจุ่มลงไปในกาน้ำชาบนโต๊ะเล็กด้านข้าง ลู่ฟางเหนียงพลันเบิกตากว้าง ร้องเสียงหลง มือเรียวขยับคว้าข้อมือหนาเอาไว้ก่อนที่กระดาษสัญญาของนางจะเปียกน้ำเสียก่อน
“ข้ายินดีเจ้าค่ะ คุณชายท่านส่งกระดาษสัญญาให้ข้าก่อนเถิด”
หลิวเฉินคังยกยิ้มมุมปากก่อนส่งกระดาษสัญญาให้คนใต้ร่าง นางเร่งรับเอามาถือไว้ประคองด้วยสองมืออย่างทะนุถนอม ดวงตากลมจดจ้องข้อความในกระดาษด้วยประกายสดใส หากแต่ไม่ทันได้อ่านเนื้อความใดในกระดาษข้อมือบางทั้งสองข้างก็ถูกมือหนาจับกดแนบลงบนพื้นโต๊ะอีกครั้ง
“คุณ...”
ลู่ฟางเหนียงไม่ทันเอ่ยจบประโยคริมฝีปากเล็กก็ถูกครอบครองด้วยริมฝีปากหยักร้อน หลิวเฉินคังขยับมือหนาวางบนอกอวบอิ่มทั้งสองข้างของนางบีบเคล้นจนเนื้อนุ่มล้นออกตามซอกนิ้วยาว
ช่างนุ่มมือ และใหญ่ถูกใจข้านัก
“อุนอาย... อื้ม”
ลู่ฟางเหนียงครวญเสียงสั่นฟังไม่ได้ศัพท์ในลำคอ ยามที่มือหนาลงแรงที่อกอวบอิ่มของตนร่างกายก็คล้ายกองไฟถูกโยนเชื้อเพลิงรู้สึกร้อนรุ่มเสียวซ่านอย่างประหลาดจนมือเล็กพลั้งเผลอกำขยุ้มกระดาษสัญญาในมืออย่างไม่รู้ตัว
“อ่ะ...”
ลู่ฟางเหนียงร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดเสียวซ่านอย่างที่ไม่เคยเป็น เมื่อยอดปทุมสีหวานทั้งสองข้างถูกนิ้วยาวขยับบีบเคล้นเน้นไปมา เปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนเข้าสอดใส่เกี่ยวพันลิ้นเล็กดูดกลืนความหวานไปทั่วทั้งอุ้งปาก
“อื้ม...”
หลิวเฉินคังครวญเสียงต่ำอย่างพึงพอใจ ตวัดลิ้นพัวพันลิ้นเล็กดูดดึงจนริมฝีปากบางบวมเป่ง จึงยอมขยับริมฝีปากและจมูกไล้ไปตามพวงแก้มนุ่ม แลเลื่อนลงมาที่ลำคอระหง
"อ่ะ... คุณชายเจ็บเจ้าค่ะ"
ลู่ฟางเหนียงร้องเสียงลั่นยามที่หลิวเฉินคังขบเม้มผิวกายขาว หลิวเฉินคังไล่ริมฝีปากร้อนฝากรอยรักมากมายราวกับจะกลืนกินนางไปทั้งตัว มิคิดว่าสาวใช้ชาวสวนเช่นนางจะมีกายนุ่มนิ่มชวนกลืนกินได้ถึงเพียงนี้
“ซี๊ด... คุณชาย”
ลู่ฟางเหนียงครวญเสียงสั่นยามที่ยอดอกสีชมพูข้างหนึ่งถูกริมฝีปากร้อนเขาดูดดึงแลขบเม้มไปมา หลิวเฉินคังมือหนึ่งบีบเคล้นอกอวบ อีกมือหนึ่งก็เลื่อนลงต่ำจับเรียวขานางแยกออกจากกันก่อนแทรกกายหนาเข้าระหว่างกลางกายสาว นิ้วยาวขยับลูบไล้เนินเนื้อหวานที่เขาพึ่งลิ้มลองไปเมื่อครู่ ก่อนที่จะแทรกเข้ากลางกลีบบุปผารุกล้ำเข้ากลางช่อเกสรฉ่ำเยิ้มของนาง
แน่นชะมัด หลิวเฉินคังนึกหงุดหงิดระคนยินดี ร่างกายของนางำลังจถูกเขาครอบครองเป็นคนแรก ในฐานะบุรุษเขาย่อมรู้สึกยินดี เพียงแต่ความคับแน่นเช่นนี้ย่อมเป็นอุปสรรคในการครอบครองนางของเขา
“โอ๊ย! คุณชาย ข้าเจ็บเจ้าค่ะ ท่านเอานิ้วออกก่อน”
ลู่ฟางเหนียงร้องบอกพร้อมขยับกายหนี หากแต่พอนางขยับตัวหนีหลิวเฉินคังก็ลงโทษด้วยการขบกัดยอดอกของนางจนขึ้นรอยหยักอีกทั้งยังขยับนิ้วยาวกระแทกรุนแรงจนขาเรียวสั่นสะท้าน ลู่ฟางเหนียงขนกายรุกชันทั้งเจ็บกลางกายสาวทั้งร้าวระบบยอดอกอวบอิ่ม
"อย่าขัดใจข้า"
“อื้ม... คุณชายเอานิ้วของท่านออกไปก่อนเจ้าค่ะ ข้าเจ็บ”
หลิวเฉินคังเงยหน้าจากอกนุ่มที่ตอนนี้มีริ้วแดงมากมายราวดอกเหมยโปรยกลางหิมะ ดวงตาคมมองใบหน้าที่เหยเกด้วยความเจ็บปวดระคนเสียวซ่านของนางแล้วขบกรามแน่น แรงปรารถนาในร่างกายรุกโชนเป็นทบทวี
“ตั้งขาของเจ้าขึ้นแล้วอ้าออกกว้างๆ แล้วเจ้าจะไม่เจ็บ”
หลิวเฉินคังเอ่ยบอกขณะที่มือหนายังคงขยับเข้าออกไม่หยุด ลู่ฟางเหนียงเม้มริมมือเล็กกำขอบโต๊ะเหนือศีรษะ ขณะที่สองเท้าก็ขยับวางบนขอบโต๊ะด้านล่างพร้อมกับฉีกขาออกกว้างตามที่คนตรงหน้าบอก
“ดีมาก อยู่นิ่งๆ แล้วเจ้าเจ็บน้อยลง”
“คุณชายเมตตาข้าด้วย”
“ข้าย่อมเมตตาเจ้า”
........................................................
เสิ่นอวี้เหยาขยับเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความหนักอึ้งของท่อนแขนแกร่งที่พาดทับเอวคอด และความอุ่นร้อนจากแผ่นอกกว้างที่แนบชิดอยู่กับแผ่นหลังของนาง กลิ่นอายของบุรุษเพศผสมกับกลิ่นเหงื่อไคลจางๆ และรสสวาทที่ยังอบอวลอยู่ในห้อง ทำให้หัวใจของหญิงสาวพองโตอบอุ่นนางพยายามจะขยับตัว แต่อาการปวดหนึบที่กลางกายสาวก็ทำให้ต้องครางออกมาเบาๆ"ตื่นแล้วหรือ ฮูหยิน..." เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดังขึ้นชิดใบหู พร้อมกับริมฝีปากสากที่กดจูบลงบนลาดไหล่ขาวผ่องเสิ่นอวี้เหยาพลิกกายกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม ดวงตาเรียวจ้องมองใบหน้าคมพลางยกมือเรียวขึ้นลูบไล้แก้มสาก"เมื่อคืนข้ายังจัดหนักไม่พอหรือ""ลู่เจิง... เจ้ามันปีศาจชัดๆ" นางบ่นอุบแต่แฝงไปด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าลู่เจิงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวาน"มิใช่เจ้าหรือที่ท้าทายข้า"เมื่อเห็นว่าบรรยากาศกำลังหวานชื่น เสิ่นอวี้เหยาก็ไม่อาจทิ้งโอกาสทอง นางขยับกายเข้าไปซุกในอ้อมกอดแกร่ง พลางใช้ปลายนิ้วเรียววาดวนบนแผงอกกว้าง ช้อนตามองด้วยท่าทีอ้อนวอนและยั่วยวน"ในเมื่อเจ้ายอมรับข้าแล้ว เช่นนั้นเรื่องการแต่งงานของลูกๆ เรา เจ้าจะยอมใจอ่อ
"เป็นอย่างไรบ้างฮูหยิน... ชอบรสรักที่ข้าปรนเปรอหรือไม่" ร่างสูงใหญ่เอ่ยถามพลางขยับกายทาบทับร่างที่อ่อนระทวยของหญิงสาวเสิ่นอวี้เหยาปรือตามองเขา เผยยิ้มยั่วยวนที่มุมปาก แล้วตวัดสองแขนเรียวโอบรัดรอบคอเขาแน่น"นี่ไม่ใช่แค่การเล้าโลมหรือ หรือว่าเจ้าหมดน้ำยาแล้ว""เจ้าท้าทายข้าหรือ ฮูหยิน!"ลู่เจิงคำรามในลำคอ ดวงตาคมลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาที่เร่าร้อน จงใจกดเบียดท่อนลำกลางกายหนุ่มที่แข็งขืนตื่นตัวเสียดสีที่หน้าขาของนางอย่างยั่วยวน "แล้วหากข้าจะท้าทายเล่า""เช่นนั้นวันนี้ก็อย่าลงจากเตียงเลย" สิ้นคำของชายหนุ่ม เอวสอบก็กดกระแทกแก่นร้อนเข้าไปในกายสาวอย่างรุนแรงในคราวเดียว"อ๊ายย! ลู่เจิง..." เสียงครางหวานถูกกลืนหายไปเมื่อลู่เจิงก้มลงมากดแนบปิดริมฝีปากของนางอีกครั้ง จูบของเขาเต็มไปด้วยความหิวกระหายและเรียกร้อง ขณะที่เอวสอบขยับเร่งเร้าจังหวะรักที่ดุดันรุนแรง จนร่างกายอวบอิ่มสั่นคลอนไปตามแรงอัดกระแทก เตียงไม้หลังใหม่ที่แข็งแรงบัดนี้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะรักที่บ้าคลั่ง"อ่า... ฮูหยินร่างกายของเจ้า ช่างดีเหลือเกิน " เขาคำรามชิดริมฝีปากบาง พลางเลื่อนใบหน้าคมลงซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน ขบเม้มสร้างรอยรั
ยามที่แสงแดดของวันใหม่สาดส่อง เสิ่นอวี้เหยาลุกจากเตียงนอนมานั่งอยู่หน้ากระจก มองเงาสะท้อนของตนเองแล้วถอนหายใจยาว คำพูดของชีเทียนเทียนที่ว่า 'หญิงชรา' ยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำ "นี่ข้าแก่แล้วจริงๆ หรือ" นางพึมพำกับตัวเองพลางเม้มริมฝีปากอวบอิ่มเข้าหากันแน่น "ใครกล้าพูดว่าฮูหยินของข้าแก่กัน" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับวงแขนแกร่งที่สวมกอดรัดเอวคอดของนางเอาไว้แน่น "ยังต้องมีใครบอกอีกหรือ นี่ก็เห็นๆ อยู่" เสิ่นอวี้เหยาพูดด้วยน้ำเสียงแง่งอน ลู่เจิงในสภาพสวมเพียงกางเกงผ้าฝ้ายตัวเดียววางคางลงบนไหล่เล็ก ก่อนจะกระชับวงแขนรั้งคนคิดมากมาแนบอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม"อยู่ที่ไหนกัน ข้าเห็นเพียงฮูหยินคนงามเท่านั้น""เจ้าไม่ต้องมาปลอบใจข้า" ลู่เจิงได้ยินดังนั้นก็หลุดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำออกมาจากลำคอ ทว่ากลับยิ่งทำให้ใบหน้าของหญิงสาวขมวดมุ่นหนักกว่าเดิม"ลู่เจิง! เจ้าหัวเราะเยาะข้า!" นางหันขวับไปตวัดสายตาค้อนวงใหญ่ใส่คนตัวโตด้านหลัง ผ่านกระจกเงาด้านหน้า"ข้าไม่ได้หัวเราะเยาะท่าน แต่กำลังหัวเราะความคิดไม่เข้าเรื่องของท่านต่างหาก" ลู่เจิงแย่งกระจกทองเหลืองจากมือบางแล้ววางคว่ำลง
"ปล่อยข้านะลู่เจิง!" เสิ่นอวี้เหยาหอบหายใจแรง ใบหน้างดงามแดงก่ำด้วยความโกรธ "เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้กับข้า!""สิทธิ์ของความเป็นสามีอย่างไรเล่า!"ลู่เจิงตะคอกกลับ ดวงตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวของนาง "เหยาเหยาเป็นเจ้าที่บุกเข้ามาในชีวิตของข้า ทำให้ข้าหลงใหลจนโง่งม แล้วพอมีเรื่องไม่สบอารมณ์ ก็จะหนีไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ!!""สามีบ้าบออะไร! ในสายตาเจ้า ข้าก็แค่หญิงแก่รวยๆ ที่หลอกใช้ร่างกายแลกกับลูกสาวเจ้าเท่านั้น!" นางเถียงกลับอย่างไม่ลดละ ทว่าคำพูดนี้กลับทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของลู่เจิงขาดสะบั้น เขาไม่โต้เถียงนางอีกต่อไป แต่เลือกที่จะใช้การกระทำแทน ใบหน้าคมก้มลงฉกจูบที่ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างรุนแรง"อื้อออ! ปล่อย!" เสิ่นอวี้เหยาพยายามเบือนหน้าหนีและขบกัดริมฝีปากเขาเพื่อต่อต้าน ทว่าลู่เจิงกลับไม่ยอมถอย เขาดันคางนางให้รับจูบของเขา ลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปกวาดชิมความหวานในโพรงปากอย่างหิวกระหายและดุดัน การต่อสู้ดิ้นรนในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นการปะทะกันของอารมณ์ที่คุ้นเคย ความโกรธเกรี้ยวที่รุนแรงถูกแทนที่ด้วยไฟสวาทที่เร่าร้อน ร่างกายที่แนบชิดเสียดสีกันปลุกปั่นสัญชาตญาณดิบ ลู่เจิงคลายมือ
ลู่เจิงไม่ปล่อยให้นางได้ตั้งตัว มือใหญ่เลื่อนลงไปกอบกุมบั้นท้ายกลมกลึง ออกแรงบีบเค้นอย่างหนักหน่วงจนนางครางอื้ออึงในลำคอ ก่อนจะดันต้นขาแข็งแกร่งแทรกเข้าไประหว่างเรียวขายาวทั้งสองข้างของนาง จงใจกดคลึงความแข็งขืนของตนเองเสียดสีกับจุดอ่อนไหวกลางกายสาวผ่านเนื้อผ้าที่ขวางกั้น"อ๊ะ... ลู่เจิง... ตรงนี้มัน..." เสิ่นอวี้เหยาร้องเสียงหลง ร่างกายอ่อนระทวย สิ้นแรงต้าน หากไม่เพราะได้ท่อนแขนของเขาประคองไว้ คนคงทรุดลงไปกองกับพื้นแล้ว"เหยาเหยาเจ้ารู้หรือไม่ สามวันที่เจ้าไม่อยู่ ข้าแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว" เขาก้มลงขบเม้มติ่งหูเล็ก สูดดมกลิ่นหอมหวานของคนในอ้อมแขน "วันนี้เจ้าต้องชดเชยให้ข้า" พูดจบ ลู่เจิงก็ช้อนร่างอวบอิ่มของเสิ่นอวี้เหยาขึ้นอุ้มแนบอก เตะประตูห้องนอนให้เปิดออกแล้วพานางก้าวเข้าไปด้านใน พร้อมไฟปรารถนาที่รุกโชน หลังจากผ่านศึกรักอันเร่าร้อนจนฟ้าสาง เสิ่นอวี้เหยาที่ขยับตัวตื่นก่อนก็มองลู่เจิงที่หลับใหลข้างกายด้วยความรู้สึกหลากหลายความจริงแล้วระหว่างนางกับเขาก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนต่อกัน ดังนั้นเขาจะใกล้ชิดสนิทสนมกับหญิงอื่นก็มิใช่ความผิด เพียงแต่สิ่งนี้เสิ่นอวี้เหยาไม่อาจยอมรับ ยิ่ง
"และที่สำคัญอย่าได้กล่าววาจาหรือทำสิ่งใดให้ฮูหยินของข้าขุ่นเคืองใจอีก ไม่เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เห็นแก่ไมตรีเก่า"คำว่า 'ฮูหยินของข้า' ที่หลุดออกมาจากปากของบุรุษปากแข็งทำเอาเสิ่นอวี้เหยาตกตะลึงตัวแข็งค้าง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นเบิกกว้างขึ้นด้วยประหลาดใจระคนยินดี ชีเทียนเทียนหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก "ฮูหยินของท่านหรือ พี่ลู่เจิง ท่านตาบอดไปแล้วหรือ นางเป็นแค่แม่หม้ายแก่ๆ จะมาเทียบกับข้าที่เป็นสาวสวยวัยแรกแย้มได้อย่างไร""หุบปาก!" ลู่เจิงคำรามเสียงต่ำ ก้าวเข้าไปหาชีเทียนเทียนหนึ่งก้าว รังสีโทสะแผ่ซ่านจนแม่หม้ายสาวต้องกระถดตัวหนีด้วยความหวาดกลัว "เสิ่นอวี้เหยาคือผู้หญิงของข้า คือฮูหยินของข้า! เจ้ากล้าลบหลู่นางเช่นนี้ต่อไปก็อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก"ความหวาดกลัวต่อท่าทีดุดันของลู่เจิง ทำให้ชีเทียนเทียนไม่กล้าแม้แต่จะกล่าวคำใดอีก รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน แล้ววิ่งจากไปในทันทีลู่เจิงยืนหอบหายใจแรง แผ่นอกกว้างที่กึ่งเปลือยเปล่ากระเพื่อมขึ้นลงตามแรงอารมณ์ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาสบตาเสิ่นอวี้เหยาที่ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูแม้ชายหนุ่มจะเพิ่งออกโรงปกป้องนาง แต่ความขุ่นเคืองในใจขอ
“อาคังจะอยู่ที่นี่แค่เจ็ดวัน ฟางเหนียงดูเหมือนเวลาช่วยชีวิตพ่อเจ้าจะมีไม่มากนัก หากยังลังเล...”“ข้าตกลงเจ้าค่ะ”ยามที่ได้ยินลู่ฟางเหนียงเอ่ยตกปากรับคำฮูหยินหลิวก็พยักหน้ารับอย่างราบเรียบราวกับเรื่องนี้มิได้ใหญ่โตอะไร มือขาวยกชาขึ้นจิบอีกคราด้วยรอยยิ้มที่สมใจยิ่งนักหลานน้อยของข้า รีบมาให้ท่านย่าเจ
หน้าอก! นางตัวเล็กแค่นี้เหตุใดหน้าอกจึงใหญ่โตได้ถึงเพียงนี้หลิวเฉินคังสลัดความคิดอันชั่วร้ายของตน แล้ววางมือลงบนพื้นเรือนหมายใจดันตัวขึ้น หากแต่ร่างกายคล้ายไม่ฟังคำสั่งเขาชั่วคราว ใบหน้าคมก็ไม่ยอมขยับถอย อีกทั้งยังขยับไปมาบนอกนุ่ม จนสาบเสื้อตัวนอกของนางหลุดลุ่ยเผยเนินเนื้อขาวเนียน"อ่ะ! คะ... คุณช
ต้นยามเซิน (ยามเซิน เท่ากับ เวลา 15.00 น. จนถึง 16.59 น.) รถม้าประทับตราสกุลหลิวก็ขับมาหยุดที่หน้าจวน หลิวเฉินคังก้าวลงจากรถม้าโดยมีห้าวอี้หอบเอกสารอีกกองใหญ่เดินตามหลัง“เอาไปเก็บที่ห้องหนังสือ ข้าจะแวะไปคำนับท่านแม่ก่อนแล้วจึงจะตามไป”ห้าวอี้รับคำแล้วเดินแยกไปทางเรือนพักของคุณชายใหญ่ ขณะที่หลิวเฉ
ลู่ฟางเหนียงป้อนยาให้ผู้เป็นบิดาเสร็จก็เดินออกมาที่สวนหลังบ้าน ผักที่นางปลูกเอาไว้ก่อนหน้าถูกเก็บเกี่ยวไปเกือบหมดแล้ว คาดว่าคงขายอีกเพียงไม่กี่วันก็น่าจะหมดแล้ว แต่ที่สำคัญตอนนี้นางไม่มีสถานที่ที่จะไปขายผักขายไข่แล้ว“พี่ใหญ่”เสียงลู่ฟางหรงน้องสาววัยสิบสามปีของลู่ฟางเหนียงเอ่ยเรียกขานด้วยน้ำเสียงห







