LOGINในเมื่อเจ้าต้องการทายาทสกุลหลิว พวกข้าสามคนก็ล้วนแซ่หลิว เช่นนั้นมิสู้ให้พวกข้าเป็นสามีเจ้าทั้งสามคน
View Moreเสิ่นอวี้เหยาขยับเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความหนักอึ้งของท่อนแขนแกร่งที่พาดทับเอวคอด และความอุ่นร้อนจากแผ่นอกกว้างที่แนบชิดอยู่กับแผ่นหลังของนาง กลิ่นอายของบุรุษเพศผสมกับกลิ่นเหงื่อไคลจางๆ และรสสวาทที่ยังอบอวลอยู่ในห้อง ทำให้หัวใจของหญิงสาวพองโตอบอุ่นนางพยายามจะขยับตัว แต่อาการปวดหนึบที่กลางกายสาวก็ทำให้ต้องครางออกมาเบาๆ"ตื่นแล้วหรือ ฮูหยิน..." เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดังขึ้นชิดใบหู พร้อมกับริมฝีปากสากที่กดจูบลงบนลาดไหล่ขาวผ่องเสิ่นอวี้เหยาพลิกกายกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม ดวงตาเรียวจ้องมองใบหน้าคมพลางยกมือเรียวขึ้นลูบไล้แก้มสาก"เมื่อคืนข้ายังจัดหนักไม่พอหรือ""ลู่เจิง... เจ้ามันปีศาจชัดๆ" นางบ่นอุบแต่แฝงไปด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าลู่เจิงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวาน"มิใช่เจ้าหรือที่ท้าทายข้า"เมื่อเห็นว่าบรรยากาศกำลังหวานชื่น เสิ่นอวี้เหยาก็ไม่อาจทิ้งโอกาสทอง นางขยับกายเข้าไปซุกในอ้อมกอดแกร่ง พลางใช้ปลายนิ้วเรียววาดวนบนแผงอกกว้าง ช้อนตามองด้วยท่าทีอ้อนวอนและยั่วยวน"ในเมื่อเจ้ายอมรับข้าแล้ว เช่นนั้นเรื่องการแต่งงานของลูกๆ เรา เจ้าจะยอมใจอ่อ
"เป็นอย่างไรบ้างฮูหยิน... ชอบรสรักที่ข้าปรนเปรอหรือไม่" ร่างสูงใหญ่เอ่ยถามพลางขยับกายทาบทับร่างที่อ่อนระทวยของหญิงสาวเสิ่นอวี้เหยาปรือตามองเขา เผยยิ้มยั่วยวนที่มุมปาก แล้วตวัดสองแขนเรียวโอบรัดรอบคอเขาแน่น"นี่ไม่ใช่แค่การเล้าโลมหรือ หรือว่าเจ้าหมดน้ำยาแล้ว""เจ้าท้าทายข้าหรือ ฮูหยิน!"ลู่เจิงคำรามในลำคอ ดวงตาคมลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาที่เร่าร้อน จงใจกดเบียดท่อนลำกลางกายหนุ่มที่แข็งขืนตื่นตัวเสียดสีที่หน้าขาของนางอย่างยั่วยวน "แล้วหากข้าจะท้าทายเล่า""เช่นนั้นวันนี้ก็อย่าลงจากเตียงเลย" สิ้นคำของชายหนุ่ม เอวสอบก็กดกระแทกแก่นร้อนเข้าไปในกายสาวอย่างรุนแรงในคราวเดียว"อ๊ายย! ลู่เจิง..." เสียงครางหวานถูกกลืนหายไปเมื่อลู่เจิงก้มลงมากดแนบปิดริมฝีปากของนางอีกครั้ง จูบของเขาเต็มไปด้วยความหิวกระหายและเรียกร้อง ขณะที่เอวสอบขยับเร่งเร้าจังหวะรักที่ดุดันรุนแรง จนร่างกายอวบอิ่มสั่นคลอนไปตามแรงอัดกระแทก เตียงไม้หลังใหม่ที่แข็งแรงบัดนี้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะรักที่บ้าคลั่ง"อ่า... ฮูหยินร่างกายของเจ้า ช่างดีเหลือเกิน " เขาคำรามชิดริมฝีปากบาง พลางเลื่อนใบหน้าคมลงซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน ขบเม้มสร้างรอยรั
ยามที่แสงแดดของวันใหม่สาดส่อง เสิ่นอวี้เหยาลุกจากเตียงนอนมานั่งอยู่หน้ากระจก มองเงาสะท้อนของตนเองแล้วถอนหายใจยาว คำพูดของชีเทียนเทียนที่ว่า 'หญิงชรา' ยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำ "นี่ข้าแก่แล้วจริงๆ หรือ" นางพึมพำกับตัวเองพลางเม้มริมฝีปากอวบอิ่มเข้าหากันแน่น "ใครกล้าพูดว่าฮูหยินของข้าแก่กัน" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับวงแขนแกร่งที่สวมกอดรัดเอวคอดของนางเอาไว้แน่น "ยังต้องมีใครบอกอีกหรือ นี่ก็เห็นๆ อยู่" เสิ่นอวี้เหยาพูดด้วยน้ำเสียงแง่งอน ลู่เจิงในสภาพสวมเพียงกางเกงผ้าฝ้ายตัวเดียววางคางลงบนไหล่เล็ก ก่อนจะกระชับวงแขนรั้งคนคิดมากมาแนบอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม"อยู่ที่ไหนกัน ข้าเห็นเพียงฮูหยินคนงามเท่านั้น""เจ้าไม่ต้องมาปลอบใจข้า" ลู่เจิงได้ยินดังนั้นก็หลุดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำออกมาจากลำคอ ทว่ากลับยิ่งทำให้ใบหน้าของหญิงสาวขมวดมุ่นหนักกว่าเดิม"ลู่เจิง! เจ้าหัวเราะเยาะข้า!" นางหันขวับไปตวัดสายตาค้อนวงใหญ่ใส่คนตัวโตด้านหลัง ผ่านกระจกเงาด้านหน้า"ข้าไม่ได้หัวเราะเยาะท่าน แต่กำลังหัวเราะความคิดไม่เข้าเรื่องของท่านต่างหาก" ลู่เจิงแย่งกระจกทองเหลืองจากมือบางแล้ววางคว่ำลง
"ปล่อยข้านะลู่เจิง!" เสิ่นอวี้เหยาหอบหายใจแรง ใบหน้างดงามแดงก่ำด้วยความโกรธ "เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้กับข้า!""สิทธิ์ของความเป็นสามีอย่างไรเล่า!"ลู่เจิงตะคอกกลับ ดวงตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวของนาง "เหยาเหยาเป็นเจ้าที่บุกเข้ามาในชีวิตของข้า ทำให้ข้าหลงใหลจนโง่งม แล้วพอมีเรื่องไม่สบอารมณ์ ก็จะหนีไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ!!""สามีบ้าบออะไร! ในสายตาเจ้า ข้าก็แค่หญิงแก่รวยๆ ที่หลอกใช้ร่างกายแลกกับลูกสาวเจ้าเท่านั้น!" นางเถียงกลับอย่างไม่ลดละ ทว่าคำพูดนี้กลับทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของลู่เจิงขาดสะบั้น เขาไม่โต้เถียงนางอีกต่อไป แต่เลือกที่จะใช้การกระทำแทน ใบหน้าคมก้มลงฉกจูบที่ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างรุนแรง"อื้อออ! ปล่อย!" เสิ่นอวี้เหยาพยายามเบือนหน้าหนีและขบกัดริมฝีปากเขาเพื่อต่อต้าน ทว่าลู่เจิงกลับไม่ยอมถอย เขาดันคางนางให้รับจูบของเขา ลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปกวาดชิมความหวานในโพรงปากอย่างหิวกระหายและดุดัน การต่อสู้ดิ้นรนในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นการปะทะกันของอารมณ์ที่คุ้นเคย ความโกรธเกรี้ยวที่รุนแรงถูกแทนที่ด้วยไฟสวาทที่เร่าร้อน ร่างกายที่แนบชิดเสียดสีกันปลุกปั่นสัญชาตญาณดิบ ลู่เจิงคลายมือ
ลู่ฟางหรงเดินทอดน่องอยู่ในเรือนโมลี่ เรือนพักที่ฮูหยินหลิวยกให้เป็นเรือนของนาง ใบหน้าหวานเช่นผู้เป็นพี่สาวมีอารมณ์เบื่อหน่ายฉายชัด นี่นับเป็นวันที่สามแล้วที่พี่สาวของนางแต่งเข้าสกุลหลิวและตัวนางก็ต้องย้ายติดตามพี่สาวมา หรือกล่าวให้ถูกก็คือย้ายติดตามพี่สาวและบิดา เพราะบิดานางเองก็แต่งเข้ามาเป็นนายท่า
“ตรวจสินค้าผ่านแล้ว ต่อไปก็ใช้งาน”ลู่ฟางเหนียงที่กำลังหย่อนขาลงข้างโต๊ะเขียนหนังสือหมายใจนำกระดาษสัญญาไปมอบให้ฮูหยินหลิวไม่ทันเท้าแตะพื้นเรือนก็ถูกสองแขนวางขนาบข้าง ดวงตากลมพลันเบิกกว้าง หางตามองไปยังกระดาษสัญญาในมือหนา ไม่ได้นางต้องเร่งเอากระดาษสัญญาไปให้ฮูหยินหลิว ยิ่งกระดาษสัญญานี้ถึงมือฮูหยินเ
“อาคังจะอยู่ที่นี่แค่เจ็ดวัน ฟางเหนียงดูเหมือนเวลาช่วยชีวิตพ่อเจ้าจะมีไม่มากนัก หากยังลังเล...”“ข้าตกลงเจ้าค่ะ”ยามที่ได้ยินลู่ฟางเหนียงเอ่ยตกปากรับคำฮูหยินหลิวก็พยักหน้ารับอย่างราบเรียบราวกับเรื่องนี้มิได้ใหญ่โตอะไร มือขาวยกชาขึ้นจิบอีกคราด้วยรอยยิ้มที่สมใจยิ่งนักหลานน้อยของข้า รีบมาให้ท่านย่าเจ
หน้าอก! นางตัวเล็กแค่นี้เหตุใดหน้าอกจึงใหญ่โตได้ถึงเพียงนี้หลิวเฉินคังสลัดความคิดอันชั่วร้ายของตน แล้ววางมือลงบนพื้นเรือนหมายใจดันตัวขึ้น หากแต่ร่างกายคล้ายไม่ฟังคำสั่งเขาชั่วคราว ใบหน้าคมก็ไม่ยอมขยับถอย อีกทั้งยังขยับไปมาบนอกนุ่ม จนสาบเสื้อตัวนอกของนางหลุดลุ่ยเผยเนินเนื้อขาวเนียน"อ่ะ! คะ... คุณช






reviews