Mag-log in“ด้านนี้มันเก็บปุ๋ย” นพฤทธิ์ชี้ไปยังแผ่นกระดาษที่อธิปวาดเอาไว้คร่าวๆ แต่อ่านง่ายว่าอะไรอยู่ตรงไหน
“เสี่ยชาญขายปุ๋ยด้วยนี่ มันคงหาทางยัดยาเข้าไปในกระสอบปุ๋ยตอนผลิต ที่นี่กว้างมากเป็นพันๆ ไร่ กว่าตำรวจจะเข้ามาตรวจมันก็ไวตัวทัน”
“ใช่ครับ มันอยากจะซื้อไร่ธารธาราด้วยแต่นายกับนายใหญ่ไม่ขาย”
“ฉันก็ไม่ขายให้ไอ้เลวนั่นเด็ดขาด นอกจากส่งมันเข้าคุก” อธิปพูดเช่นนั้นเพราะไร่ธารธาราครึ่งหนึ่งถูกโอนยกให้เขาเรียบร้อยแล้ว ด้วยการคะยั้นคะยอของเกรียงไกร แลกกับการที่เขาอยากจะมาสืบเรื่องคนเลวๆ อย่างเสี่ยชาญ
“ถ้ามันซื้อไร่ธารธาราได้ ที่นี่ก็เป็นของมันทั้งหมด”
“แล้วพอมันจะทำอะไรผิดกฎหมายก็สะดวกน่ะสิ เพราะซีกหนึ่งของที่นี่เป็นของมันแล้ว” อธิปต่อประโยคของนพฤทธิ์
“แล้วคุณไทจะสำรวจไร่ตอนไหนครับ”
นพฤทธิ์เอ่ยถาม เขานั้นต้องคอยตามติดความเคลื่อนไหวของเสี่ยชาญ และทำตัวให้กลมกลืนกับลูกน้องของเสี่ยนั่นทำให้เขาไม่มีเวลาสำรวจไร่เท่าที่ควร แค่รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนเท่านั้น เพราะวันๆ หัวหมุนกับการรับใช้พวกมัน เพื่อให้มันตายใจ
“ฉันสำรวจอยู่ทุกวัน ไปกับคุณหนูชัชญา” พอพูดถึงชัชญาดวงตาอธิปก็วาววับขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ นพฤทธิ์รับรู้ถึงอาการของเจ้านายหนุ่มในทันที
“ไปกับคุณหนูชัชจะทำให้คุณไทปลอดภัย แล้วได้เห็นอะไรมากกว่าเราไปกันเอง”
“ฉันไม่ได้คิดจะเกาะชายกระโปรงผู้หญิงหรอกนะ”
“ผมรู้ว่าคุณเข้าใจ นี่ไม่ได้หมายถึงการเกาะชายกระโปรงผู้หญิง แต่หมายถึงงานและผลประโยชน์ หรือดีไม่ดีอาจมีเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้องด้วย”
“อาทิเช่น” อธิปเลิกคิ้วขึ้นถาม
“อาทิเช่นเรื่อง... หัวใจยังไงล่ะครับ”
อธิปนิ่งไปเมื่อได้รับคำตอบจากลูกน้องเช่นนั้น ไอ้หมอนี่เห็นเงียบๆ แต่รู้เพียบชะมัด!!!
“พูดมากฉิบ” อธิปเริ่มร้อนตัวเมื่อโดนดักทาง
“แล้วเรื่องที่เราวางยาสลบพวกมันล่ะครับ”
“ก็เงียบไว้สิ ฉันจัดการกับกล้องวงจรปิดพวกนั้นแล้ว รับรองว่าไม่มีใครสงสัย ดีไม่ดีพวกมันอาจจะคิดว่าแค่หลับไป ไม่ได้ระแวงอะไรก็เป็นได้”
“คุณไทรู้ได้ยังไงครับ”
“พวกมั้นโง่จะตาย” อธิปอัดควันบุหรี่เขาปอด ก่อนจะยักไหล่อย่างไม่ยีหระ
“นายเข้ามาในอาณาเขตหวงห้ามทำไม”
น้ำเสียงแข็งๆ ของชัชญาไม่ได้ทำให้คิมหันต์สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขาลูบคางไปมา กวาดสายตามองร่างงดงามตรงหน้า วันนี้เธออยู่ในชุดสบายๆ เป็นชุดเดรสเกาะอกสีหวานสั้นเลยเข่าขึ้นไปจนเห็นขาเพรียวขาวเนียนละเอียด ทำให้เขามองอย่างลามเลียหิวกระหาย อยากจะแตะริมฝีปากลงไปและบดจูบลามเลียให้หายอยาก
บนศีรษะของเธอผูกด้วยที่คาดผมลายเดียวกับชุดเดรสตัวสวย ทำให้เธอดูอ่อนหวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว กระตุ้นต่อมความหื่นหิวในกายชายให้คุโชน
“ทีไอ้หมอนั่นยังเข้ามาได้”
“นายหมายถึงใคร” ชัชญาเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย ก่อนจะยิ้มเยาะ “อ้อ... นายไทนะเหรอ เขาเป็นบอดี้การ์ดของฉัน แต่นายไม่ใช่”
“ผมยิ่งกว่ายินดีและเต็มใจจะเป็นบอดี้การ์ดของคุณหนู แต่คุณหนูไม่เห็นผมอยู่ในสายตา”
“นายมีหน้าที่รับใช้พ่อของฉัน ไม่ใช่ฉัน ฉันไม่ชอบใช้ใครร่วมกับพ่อ”
“ถ้าคุณอยากให้ผมมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว เสี่ยก็ไม่ว่าอะไร”
“แต่พอดีฉันไม่ต้องการ เสียใจด้วย”
“คุณหนูอย่าเพิ่งไป”
“เอ๊ะ! ปล่อยนะ มาจับฉันไว้ทำไม”
“อย่าทำเป็นสะดีดสะดิ้งไปหน่อยเลย ผมรู้ว่าคุณหนูชอบ ไปอยู่เมืองนอกหลายปี ไซส์ฝรั่งคงทำให้คุณหนูถึงใจ ลองบิ๊กไซส์ของผมดูบ้าง รับรองว่าไม่แพ้ชาติใดในโลก”
“เอามือสกปรกของแกออกไป ไอ้ที่ไม่แพ้ชาติใดในโลกคือความเลวของแกต่างหาก ปล่อย!!!”
ชัชญามองด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวแฝงไว้ด้วยความรังเกียจ เธอไม่ชอบหน้าลูกน้องของบิดาคนนี้เลยจริงๆ และเธอก็ไม่จำเป็นต้องถนอมน้ำใจ เมื่ออีกฝ่ายคิดจะลวนลามเธอก่อน
“จุ๊ๆ อย่าพูดแบบนั้นสิครับ ผมจะบริการคุณหนูอย่างดี รับรองจะติดใจ”
เพียะ!!!
เสียงฝ่ามือของชัชญาฟาดเต็มใบหน้าของคิมหันต์ ใบหน้าของเขาหันไปตามแรงตบ ขึ้นรอยฝ่ามือแดงเป็นริ้วทันตาเห็น ดวงตาคมวาวโรจน์หันกลับมามองอย่างโกรธจัดที่โดนหยาม
“ปากเสียๆ ของนาย สมควรโดน และควรจะโดนมากกว่านี้ ฉันจะบอกพ่อว่านายมันสารเลวแค่ไหน”
“ก่อนที่คุณหนูจะบอก ก็ได้ผมเป็นผัวเรียบร้อยแล้ว”
“ปล่อยนะ อื้อ อือ... ไอ้เลว อุ๊บ!”
ร่างบางถูกแบกขึ้นพาดบ่า หลังจากที่เขาจัดการมัดปากเธอเอาไว้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้ใครได้ยิน ชัชญาพยายามดิ้นรนแต่เหนื่อยเปล่าเพราะเขาสามารถพาเธอเข้ามาในบ้านได้เป็นผลสำเร็จ
เรือนดอกไม้ที่เธอพักอยู่ เป็นส่วนตัวมาก เพราะเธอไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวาย และไม่อยากอยู่ร่วมกับบิดา เพราะท่านมักพาผู้หญิงมาหาความสุขแบบแปลกๆ เสมอๆ แม้เธอจะมองด้วยความเคยชิน แต่หลังๆ ชักเริ่มขยะแขยงและไม่อยากมอง
หลังเธอกลับมาจากเมืองนอกจึงขอบิดามาอยู่ที่นี่ และพบว่าลูกน้องของท่านมองเธอด้วยสายตาหื่นกามหลายครั้ง เธอไม่ชอบคิมหันต์และรังเกียจเขาอย่างที่สุด เธอแสดงออกให้เขาเห็นว่าเธอไม่อยากสนทนากับเขาหรือแม้แต่เข้าใกล้
ก่อนหน้านี้เขาก็แค่มีท่าทีกับเธอ ไม่ได้รุนแรงและหยาบคายรวมถึงคุกคามเท่านี้มาก่อน แต่คราวนี้เขาทั้งคุกคามและฉุดคร่าเธอเหมือนคนบ้า
“ถ้าคุณหนูได้ผมเป็นผัวแล้ว จะยังดีดดิ้นอยู่อีกไหม เอาเลยครับคนดีของไอ้คิม ถ้าได้ไอ้คิมเป็นผัวก็เชิญไปฟ้องเสี่ยได้เลย เสี่ยเองก็ไม่ได้สนใจไยดีคุณหนูอะไรมากมาย ถ้าคุณหนูมีผัวอย่างผม ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิท ทำงานทุกอย่างให้เสี่ยด้วยความเต็มใจและจงรักภักดี รับรองว่าเสี่ยคงรีบเอาคุณหนูใส่พานประเคนให้ผมอย่างแน่นอน”
“อื้อๆๆๆ” ชัชญาร้องด่าแต่ไม่มีเสียงเปล่งออกมา มีเพียงเสียงอู้อี้เท่านั้น มือเธอก็โดนรวบไปมัดเอาไว้
“ร้องไปเถอะครับ ไม่มีใครได้ยินหรอก อีกอย่างบ้านของคุณหนูก็เก็บเสียงดีชะมัดยาด ขอบคุณนะครับที่ทำให้ผมปฏิบัติภารกิจได้สะดวกยิ่งขึ้น” มันพูดอย่างกระหยิ่ม
หญิงสาวหาทางเอาตัวรอด เพราะคิมหันต์พาเธอขึ้นมาจนถึงห้องนอน เธอรู้สึกแปลกใจที่เขารู้จักห้องนอนของเธอเป็นอย่างดี เดินขึ้นมาแทบไม่ต้องหาห้องเลยว่าห้องนอนเธออยู่ตรงไหน
“ไม่ต้องแปลกใจไปล่ะครับ คนรักกันชอบกัน ก็ต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี ในบ้านของคุณหนูทุกซอกทุกมุม ผมรู้จักหมดแหละครับ”
ชัชญาคิดเสมอว่าบิดาเป็นผู้มีอิทธิพล และมีลูกน้องที่ยำเกรงอยู่ในโอวาท จึงคิดว่าไม่มีอะไรหากเธอจะแยกมาอยู่แบบนี้ ในบ้านของตัวเองจะมีอันตรายได้ยังไง แต่ไม่คิดว่าอันตรายจะอยู่ใกล้ตัวแค่นี้เอง เธอเจ็บใจที่ประมาทปล่อยให้คิมหันต์เข้าถึงตัวได้
“ผมเฝ้ามองคุณหนูทุกวัน ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถไหน” มันทำตาวาวขณะกวาดมองเรือนร่างสมส่วนที่อยู่ภายใต้ชุดเดรสลายดอกสีสวยหวาน ชัชญาพยายามคิดหาทางหนี แต่มันก็รู้ทันเดินมาดักหน้าดักหน้าเธอเอาไว้ แม้ปากและมือจะโดนมัด แต่ขาก็ยังช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง
“หรือผมควรจะจับคุณหนูมัดเท้าเสียด้วย” มันพูดแล้วลูบปลายคางไปมาอย่างชั่วร้าย
ชัชญารีบส่ายหน้าไปมาทันที ถอยหนีไปชนกับข้าวของในห้องหล่นระเกะระกะ มันหัวเราะชอบใจที่ได้ไล่ต้อนเธอ ก่อนจะรวบร่างของเธอโยนลงไปบนเตียงเต็มแรง ชัชญานิ่วหน้าด้วยความจุก พยายามตะกายหนี มันก็ตามมาตะครุบเท้าเล็กๆ เอาไว้ แล้วดึงเข้าไปอยู่ใต้ร่างหนา
“อื้อๆๆๆๆ” ชัชญาดิ้นรนส่ายหน้าไปมา เพราะปากของเธอโดนมัดเอาไว้ มือก็ถูกมัดไพล่ไว้ด้านหลัง มีเพียงเท้าที่เธอเตะถีบมันแต่มันรวบเอาไว้ด้วยแรงที่มากกว่า ทำให้เธอไม่สามารถทำร้ายอะไรคิมหันต์ได้
“บ้าสิ ไม่เอาปวดหลังตาย และนายก็ปล่อยได้แล้ว”“แต่ถ้าผมนอนบนตัวคุณหนู เตียงนี้ก็จุพอดีจริงไหม” เขาพูดอย่างเจ้าเล่ห์“ว้าย!” ชัชญาร้องเสียงหลงเมื่อเขากดเธอลงบนเตียงแล้วทาบทับลงมาหา“คิดถึงผมหรือเปล่า”“คิดถึงแล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะ”“มีสิ รู้ไหมว่าผมคิดถึงคุณหนูใจจะขาด ยอดรักของไอ้ไท”อธิปค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นทีละชิ้น ชัชญาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเหมือนต้องมนตร์สะกด เขาให้ยกแขนก็ยก ยกสะโพกก็ยก อาภรณ์ของเธอถูกดึงออกจากตัวแล้วปลิวไปตกอยู่ข้างเตียง“เห็นฉันง่ายหรือไง เลยจะย่ำยีกันอีก”“แต่งงานกันนะ” อธิปไม่สนใจคำพูดตัดพ้อของเธอ เขาดึงมือเธอกุมเอาไว้ ก่อนจะดึงแหวนออกมาแล้วสวมพรวดเข้าไปที่นิ้วนางข้างซ้าย ก่อนจะกดจุมพิตลงไปหนักๆ“คนเถื่อน ให้มันโรแมนติกกว่านี้ไม่ได้หรือไง” เธอค้อนให้คนห่ามๆ ที่ทื่อๆ แข็งๆ ไม่เอาไหนเสียเลย ก่อนจะทุบอกเขาด้วยความหมั่นไส้ จะขอเธอแต่งงาน แต่ไม่ฟังคำตอบรับ สวมแหวนพรวดเข้าได้“ต้องรีบสิ เดี๋ยวคุณไม่ยอม ผมรักจริงหวังแต่ง ไม่ปรุงแต่ง สรุปว่าจะแต่งงานกับผมหรือเปล่า” เขาคาดคั้นมัดมือชก ยังกับเธอเป็นผู้ต้องหาที่ต้องยอมรับสภาพ“มัดมือชกกันขนาดนี้จะให้ปฏิเส
“ตำรวจขอเชิญคุณหนูไปสอบปากคำที่โรงพักครับ”“สอบปากคำเรื่องอะไร” เธอถามอธิปเสียงราบเรียบ“เรื่องเสี่ย”“เรื่องพ่อนะเหรอ” ชัชญาน้ำเสียงยังราบเรียบ กวาดสายตามองอธิปตั้งแต่หัวจรดเท้า“เชิญคุณชัชญาครับ” ตำรวจแจ้งความประสงค์แก่ชัชญาอีกรอบ และหญิงสาวก็ยอมเดินตามไปแต่โดยดี อธิปมองตามไปด้วยความรู้สึกแปลกๆใจของเขาหวาดหวั่นอย่างประหลาด ท่าทีเฉยชาของเธอ ดวงตาว่างเปล่านั้นทำให้อธิปใจหาย แต่เขาก็โล่งใจที่ว่าที่พี่สะใภ้ของเขาปลอดภัยดี และพี่ชายของเขาก็ช่วยเหลือทุกคนได้สำเร็จ…อธิปแทบบ้าเมื่อชัชญาหายตัวไป เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขามัวแต่ยุ่งเคลียร์เรื่องต่างๆ กับพี่ชาย แต่พอรู้ตัวอีกที หญิงสาวก็จากไปเสียแล้ว ขนาดนพฤทธิ์เองก็ไม่รู้ว่าพิกุลหายไปไหน อีกฝ่ายก็แทบบ้า เขาเองก็เพิ่งเห็นคนนิ่งๆ หลุดมาดก็วันนี้เอง“แกไม่รู้หรือไงว่าเมียแกหายไปไหน”“ผมก็เหมือนคุณไทนั่นแหละ ไม่รู้ว่าพิกุลหายไปไหน” นพฤทธิ์ตอบอย่างเฉื่อยชาเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจ“กวนฉิบ” อธิปนึกอยากกระชากหมอนี่มาต่อยปากสักทีด้วยความหมั่นไส้ แต่เขาก็ยั้งเอาไว้อธิปออกตามหาชัชญาจนทั่ว ที่ที่คิดว่าเธอจะไป เขาเองก็แทบไม่รู้จักตัวเธอนัก ไม่รู้จักเพื่อ
จันทร์จวงเบียดกายกระแซะเข้าไปหาเจิด เสียดสีร่างกายกับท่อนแขนของเขา เจิดหรี่ตามอง กวาดสายตามองหญิงสาวอย่างจาบจ้วง ก่อนจะกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจ“ก็ได้ ถ้าเธอทำให้ฉันพอใจ ฉันจะไม่ส่งเธอให้พวกนั้นก็ได้” เจิดลูบคางไปมา ก่อนจะกระชากร่างของจันทร์จวงเข้ามาบดจูบ หญิงสาวดิ้นรนในคราแรก แต่สำนึกได้ว่าเธอต้องเอาตัวรอดจึงต้องปล่อยเลยตามเลยอย่าให้เธอรอดไปได้ก็แล้วกัน ไอ้บ้ากามเอ๊ย!!!จันทร์จวงแช่งชักหักกระดูกเจิดอยู่ในใจ แต่เพราะเข้าตาจนต้องยอมมัน เธอเลยต้องไปตามน้ำ คิดแล้วเจ็บใจนักที่พวงชมพูหนีรอดไปได้ ทั้งหมดก็เพราะนังนั่น ทุกอย่างจึงเป็นแบบนี้ เธอจึงต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ ความสาวที่พร่ำเก็บรักษาเอาไว้ให้อุกฤษฏ์ กลับถูกย่ำยีอย่างไร้ค่า เธอขอสาบานว่าจะต้องตามจองล้างจองผลาญพวงชมพูให้ถึงที่สุด ในเมื่อเธอไม่มีความสุขก็อย่าหวังเลยว่าใครจะมีความสุข ในเมื่อเธอไม่ได้ครอบครองอุกฤษฏ์ ผู้หญิงหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครองเขาเช่นกันหญิงสาวโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของพวงชมพูแต่เพียงผู้เดียว ถ้าไม่มีพวงชมพูเธอก็คงจะครองรักกับอุกฤษฏ์ไปแล้ว ก็ในเมื่อชายหนุ่มยังไม่มีใคร และผู้หญิงคนเดียวที่ใกล้ชิดอุกฤษฏ์มากที่สุ
“ใครจะโรคจิตเหมือนนาย”“ว่าผม แต่มองตาเป็นมัน”“บ้า”“จริงๆ มองตาไม่กะพริบ” เขาจับหน้าเธอให้หันเข้าหากระจก ชัชญาเบี่ยงหลบอย่างดื้อรั้น แต่ก็ยอมจำนนอยู่ดีเมื่อเขาเริ่มขยับกายสอดประสานกับเธอเป็นจังหวะล้ำลึก“ไม่อยากมองสักหน่อย นายบังคับนี่นา แล้วไม่ต้องพูดมากเลย รีบๆ ทำหน้าที่เสียทีสิ” เธอสะบัดเสียงใส่“เมียไอ้ไทขี้งอนชะมัด แถมยังชอบสั่งการ”“นายต้องเป็นทาสสวาทของฉันตลอดไป จำไม่ได้หรือไง อื้อ...” ชัชญาร้องครางเมื่อเขายกกายขึ้นมากระแทกเธอ จนร่างสาวเด้งขึ้นเด้งลงสวมครอบแก่นกายของเขาจนล้ำลึก“กระผมจำขึ้นใจเลย แต่คุณหนูก็ต้องจำเอาไว้ว่าคุณหนูเป็นเมียผม”“นายพูดกรอกหูทุกวัน”“แล้วจำหรือเปล่าล่ะ” เขากระซิบข้างหูแล้วขบเม้มบางเบา“ถามเซ้าซี้จัง ไม่พูดด้วยแล้ว”“ไม่พูดแต่ถนัดทำมากกว่า”“อื้อ...” ชัชญาร้องครางเสียงพร่า เธอวางมือบนขาแกร่งของเขา แยกขาออกแล้วเริ่มขยับ มองภาพแสนรัญจวนเบื้องหน้า เนื้อกายของเขาผลุบหายเข้าไปในร่างของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อเกิดความเสียวซ่านจับใจอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามแรงโยกคลอน เสียงหอบประสานกันระงม ก่อนที่เขาจะกอดรัดเธอแนบแน่นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอธิปวางคางที่ไหล่ก
เตรียมคำแก้ตัวไปอย่างดิบดี แต่ผลปรากฏว่ากลับไปเจอกับชัชญากำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่อย่างสบายที่พื้นกระท่อม เขาชะงักนั่งลงใกล้ๆ กับที่เธอนอนอยู่ มือหนาปัดปอยผมให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะอดใจไม่ไหวก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากจิ้มลิ้ม พร้อมกับกดจุมพิตหนักๆ ที่หน้าผากนูนเกลี้ยง“อือ... นายไท อุ๊ย!” ชัชญาปรือตามอง ก่อนจะอุทานเมื่อเห็นดอกกล้วยไม้ป่าที่ถูกยื่นมาตรงหน้า“ผมให้คุณหนู”“นึกว่านายจะเถื่อนๆ เป็นอย่างเดียว ให้ดอกไม้ผู้หญิงเป็นด้วยเหรอ” เธอเอ่ยแซว“ผมเห็นมันสวยดีก็เลยเก็บมาให้”“นี่เหรอของที่นายจะมาเซอร์ไพร้ส์ฉัน”“ก็เอ่อ... ใช่ครับ” อธิปลูบท้ายทอยตัวเองไปมา ลืมไปเลยว่ารับปากอะไรเธอเอาไว้ เพราะมัวแต่หัวหมุนเรื่องพวงชมพู“สวยดี ขอบใจมากนะ นี่น่ะดอกไม้ดอกแรกจากนาย จีบฉันไม่เคยให้ดอกไม้เลย” เธอเอ่ยแซวอีก“จีบตอนไหน” อธิปถามกลับ คนถูกถามหน้างอ“ตอนที่นายหื่นนั่นแหละ”คราวนี้อธิปหัวเราะลงลูกคอเมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนั้น แถมยังเห็นเธอย่นจมูกใส่เขา ความน่ารักนั้นทำให้เขาคว้าตัวเธอมากอดเอาไว้ ก่อนจะบดจูบเต็มอารมณ์รัก“ผมขอนะคุณหนู” อธิปเลื่อนมือไปตามร่างกายของหญิงสาว น้ำเสียงแหบพร่านั้นทำให้ชัชญาตัวสั่น“เสี
อธิปถอยห่างออกไปยืนมองร่างที่มีฟองสบู่บางส่วน เขาดันเธอไปที่กำแพงห้องน้ำ ก่อนจะเริ่มฟอดสบู่ด้านหน้าจากต้นคอระหงลงมายังปทุมถันอวบ เคล้นคลึงส่วนนั้นเป็นพิเศษชัชญาแหงนใบหน้าขึ้น มือวางบนมือหนาของเขาที่วนไล้อยู่รอบๆ ยอดถันสีชมพูสดที่ตั้งเต้าเพราะแรงกระตุ้นแห่งอารมณ์พิศวาสอธิปเลื่อนสายตากวาดมองสัดส่วนความสมบูรณ์ของวัยสาว ชัชญาเป็นคนแขนยาวขายาว รูปร่างของเธอกระตุ้นอารมณ์หนุ่มได้เป็นอย่างดี ทรวงอกของเธออวบอิ่มจนเขากระหายทุกครั้งที่ได้ยล เอวคอดของเธอก็เล็กนัก เหมาะเจาะกับสะโพกผายและหน้าท้องแบนราบไร้ไขมันชายหนุ่มลากมือไปกับหน้าท้องเนียน เขาละมือจากทรวงสาวอย่างตัดใจ ก่อนจะกอบกุมเอวคอดเอาไว้ แล้วเลื่อนลูบลงไปยังสะโพกผายผิวของเธอเนียนนุ่ม มือหยาบกระด้างของเขาดูแตกต่างจากผิวผุดผ่องของเธอนัก อธิปคุกเข่าลงตรงหน้า เขาลูบมือกับขาเพรียวของเธอทั้งสองมือ สลับด้านกัน ได้ยินเธอครางเสียงแผ่วหวิวเมื่อเขาเลื่อนสัมผัสลงไปเรื่อยๆ จนหยุดที่หลังเท้า“ฉันชอบให้นายอาบน้ำให้เพราะว่า มันวาบหวิวแบบนี้ไง”“คุณหนูดูแลรูปร่างดีจัง”“ฉันก็ดูแลสามีและลูกดีด้วยนะ ถ้าคนนั้นเป็นคนที่ฉันรัก”“ผมเชื่อ”“เชื่อคนง่ายจัง” เธอว







