แชร์

บทที่ 754

ผู้เขียน: หว่านชิงอิ๋น
องครักษ์เงาทั้งหมดคุกเข่าลงพร้อมกัน

ใต้เท้าเฉาตกใจมากจนถอยหลังไปหนึ่งก้าว “พวกเจ้า…”

ใต้เท้าเฉาสงสัยว่าพวกเขาจำคนผิดหรือไม่

แต่แล้วก็มีเสียงที่เย็นชาและทรงอำนาจดังขึ้นมาข้าง ๆ

“ลุกขึ้นเถอะ”

ใต้เท้าเฉาหันหน้าไปเห็นฟู่เฉินหวนปัดแขนเสื้อ

เซียวชูและคนอื่น ๆ จึงลุกขึ้นยืน

ใต้เท้าเฉาตกใจมากจนแข้งขาอ่อนแรงและล้มพับลงกับพื้น “ผู้สำเร็จราชการ? อ๋องผู้สำเร็จราชการงั้นหรือ?”

เสียงของเขาสั่นเครือ

ใต้เท้าเฉาเงยหน้าขึ้นมองชายที่สวมหน้ากากแต่ยังคงสง่างาม ในใจสั่นสะท้าน เหตุใดเขาถึงเป็นอ๋องผู้สำเร็จราชการไปได้?

ทุกคนในคุกพากันคุกเข่าลง ไม่มีใครกล้าเงยหน้า

“กระหม่อมมีตาหามีแววไม่ จึงมิรู้ว่าท่านอ๋องเสด็จมาเยือน ทำให้ต้องทรงขุ่นเคือง หวังว่าท่านอ๋องจะทรงยกโทษให้พ่ะย่ะค่ะ!” ใต้เท้าเฉาคุกเข่าลงทันทีและเอ่ยปากขอโทษ ร่างกายของเขาสั่นด้วยความกลัว

ลั่วชิงยวนเลิกคิ้ว “ตอนนี้รู้จักกลัวแล้วรึ? เมื่อครู่ใครกันที่บอกว่ามิว่าเราจะเป็นใคร เมื่ออยู่ในซีหยางก็ต้องเชื่อฟังเจ้าทั้งนั้น?”

“ตัวข้ากับท่านอ๋องจะต้องทรมานอย่างสาหัสมิใช่รึ! รีบพาเราไปที่ห้องทรมานสิ!”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ใบหน้าของเซียวชูก็เปลี่ยนไ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 755

    เสียงของฉางจิ่นเหวินดังขึ้นนางเดินเข้าไปในห้องขังด้วยท่าทางอวดดี แต่ก็ได้เห็นว่าใต้เท้าเฉากำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น“ใต้เท้าเฉา นี่ท่านกำลังทำอะไร?”เมื่อหันไปมองอีก นางจะได้เห็นว่าสองคนในห้องขังกำลังนั่งกินดื่มอยู่บนเก้าอี้“เหตุใดสองคนนี้ถึง...”ฉางจิ่นเหวินรู้สึกมิพอใจในทันทีครู่ต่อมา ใต้เท้าเฉาจึงดึงนางให้คุกเข่าลงกับพื้น “รีบขออภัยต่อท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการและพระชายาเสีย!”อย่าได้ก่อเรื่องอีกเลย เขาจะตายอยู่รอมร่อแล้ว!ฉางจิ่นเหวินถูกใต้เท้าเฉาดึงลงกับพื้น เมื่อนางได้ยินคำพูดของใต้เท้าเฉา ใบหน้าของฉางจิ่นเหวินก็เปลี่ยนสีทันทีนางเงยหน้าขึ้นด้วยความสับสน “ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ? พระ… พระชายา?”ฉางจิ่นเหวินรู้สึกตื่นตระหนก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นางหวาดกลัวมิน้อย“เร็วเข้า! รีบขอประทานอภัยท่านอ๋องและพระชายาเสีย! เจ้านี่มันจริง ๆ เลย เหตุใดถึงได้จับคนมิเลือกหน้าเช่นนี้!”น้ำเสียงของใต้เท้าเฉาเต็มไปด้วยการตำหนิ หากฉางจิ่นเหวินมิจับกุมอ๋องผู้สำเร็จราชการ เขาคงมิต้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ใช่หรือไม่?ฉางจิ่นเหวินตกใจมาก สองคนนี้กลายเป็นอ๋องผู้สำเร็จราชการและพระชายาไปได้อย่า

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 756

    เมื่อดูจากปฏิกิริยาของใต้เท้าเฉา ลั่วชิงยวนก็รู้ว่าเขาต้องรู้อะไรเกี่ยวกับลั่วหลางหลางเป็นแน่เรื่องของตระกูลฟ่านคงเป็นที่รู้กันทั่วในซีหยางส่วนลั่วหลางหลางก็ถูกใส่ร้ายและทำให้เสียชื่อเสียง นางต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใดกัน!ลั่วชิงยวนยิ่งรู้สึกโกรธเมื่อคิดถึงเรื่องนี้นางเอ่ยปากเตือน “แม้ว่ามหาราชครูลั่วจะมิอยู่แล้ว แต่จวนมหาราชครูยังอยู่ และข้าลั่วชิงยวนเองก็ยังอยู่! หากใครกล้าใส่ร้ายลั่วหลางหลางอีกครั้ง ได้ยินเมื่อไหร่ข้าจะลงมือเดี๋ยวนั้น!"เมื่อได้ยินเช่นนี้ ใต้เท้าเฉาละล่ำละลักพูดออกมา ”พระชายา หาอย่าได้กังวล!“ฉางจิ่นเหวินก็ก้มหน้าลงและรับปากว่าจะมิใส่ร้ายลั่วหลางหลางอีกฉางจิ่นเหวินแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แปลว่านางมาที่นี่เพื่อลั่วหลางหลาง โชคดีที่อีกฝ่ายมิได้มาที่นี่เพราะสมาคมการค้าเฟิงตูลั่วชิงยวนและฟู่เฉินหวนออกจากที่ว่าการ ก่อนออกเดินทางฟู่เฉินหวนบอกใต้เท้าเฉาว่า "ข้ามิต้องการให้ใครล่วงรู้ถึงการมาที่ซีหยางของข้าเท่าไหร่นัก"“จงทำเหมือนมิเคยพบเห็นข้าก็แล้วกัน”ใต้เท้าเฉาพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำอีก “พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง โปรดวางพระทัย กระหม่อมเข้าใจความพ่ะย่ะค่ะ!”จากนั้นทั้ง

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 757

    ......แม้ว่าตระกูลฟ่านจะไม่ใหญ่โต แต่ก็ดูหรูหรา ทิวทัศน์ในบ้านก็งดงามมากเช่นกันลั่วชิงยวนและลั่วหลางหลางเดินไปที่ทะเลสาบ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ ลั่วชิงยวนจึงเอ่ยถามขึ้นว่า “หลางหลาง ข้าไปซื้อสีผึ้งที่ขายในร้านเครื่องประทินโฉมตระกูลฟ่านเมื่อสองวันก่อน"นางหยิบกล่องสีผึ้งออกมาแล้วเปิดให้ลั่วหลางหลางดมลั่วหลางหลางตกใจเล็กน้อยลั่วชิงยวนถามว่า “กลิ่นนี้เหมือนกับถุงหอมที่เจ้าให้ข้ามาก่อนหน้านี้เลย! เจ้าเป็นคนทำสีขี้ผึ้งนี้ใช่หรือไม่?”ใบหน้าของลั่วหลางหลางเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นเนางก็ยิ้ม “ใช่แล้ว นี่เป็นฝีมือข้าเอง”“แล้วเหตุใด…”ก่อนที่ลั่วชิงยวนจะพูดจบ นางก็ถูกลั่วหลางหลางขัดจังหวะ“ในตอนนั้นตระกูลฟ่านเพิ่งย้ายมาที่ซีหยาง แม้ตระกูลเสวี่ยจะเป็นครอบครัวใหญ่อีกทั้งยังมีกิจการที่ดี แต่ก็เป็นเพียงตระกูลของฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้น บุตรหลานรุ่นหลังกับเรานับว่าห่างเหินกันเป็นอย่างมาก พวกเขาจะช่วยเหลือพวกเราอย่างจริงใจได้อย่างไร"“เพราะเขาพูดจาดี ช่วยเราเปิดร้านและทำการค้า และช่วยให้เราเข้าร่วมสมาคมการค้าเฟิงตูได้ก็จริง แต่จริง ๆ แล้ว เขาต้องการทำลายการค้าของเรา เพื่อจะรีดไถเง

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 758

    ดวงตาของลั่วหลางหลางมืดมน นางขมวดคิ้วมุ่นและก้มหน้าลง น้ำเสียงดูทำอะไรมิถูกเล็กน้อย “ตอนที่ตระกูลเสวี่ยเย้ยหยันว่าข้าไร้ประโยชน์ ฟ่านลิ่งเสวียนก็บังเอิญมาเยี่ยมเยียนพวกเราที่ซีหยาง ดังนั้นเขาจึงออกปากแทนข้าสองสามคำและโต้เถียงกับตระกูลเสวี่ย”“ต่อมา ตอนที่เขาคิดจะกลับเข้ากองทัพ ทว่าคืนก่อนเขาพบว่ารองเท้าของเขาชำรุด ข้าจะช่วยซ่อมแซมให้เขาบ้าง ฟ่านซานเหอเองก็รู้เรื่องนี้ดี”“แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อออกไปสู่ภายนอกแล้วกลับเปลี่ยนไปสิ้นเชิง”หลังจากฟังแล้ว ลั่วชิงยวนก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด แน่นอนว่าทั้งหมดเป็นเพียงข่าวลือ!“นั่นหมายความว่า ต้องเป็นตระกูลเสวี่ยที่กุข่าวลือขึ้นแน่!”“แล้วสินเดิมของเจ้าเล่า ยังจะโลภสินสอดของเจ้าอีกรึ!“เติมทีนางคิดว่าชีวิตในซีหยางคงสงบสุข แต่มิคิดเลยว่านี่จะเป็นรังหมาป่าเมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนก็ถามอย่างสงสัย “ตระกูลฟ่านน่าจะมีเงินเก็บมิน้อย! ไหนจะสินเดิมของเจ้าอีก! เหตุใดเจ้ายังอยากทำการค้าอยู่?”“แน่นอนว่าตระกูลฟ่านมิต้องทำการค้าก็มีกินมีใช้”ลั่วหลางหลางตอบด้วยน้ำตาคลอ “ฟ่านซานเหอมิอยากมีชีวิตธรรมดา ๆ เช่นนั้น”“เขาบอกแก่ข้าว่าเขาอยากให้ข

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 759

    เซียวชูตกตะลึงและกอดดาบไว้ในอ้อมแขนทันใด “ท่านอ๋อง! มิได้หนาพ่ะย่ะค่ะ!"น้ำเสียงของฟู่เฉินหวนเย็นชาเล็กน้อย “หากมิได้ เช่นนั้นก็รีบหาทางเสียสิ? เรื่องแค่นี้ยังต้องถาม เช่นนั้นเจ้าจะมีประโยชน์อันใด”เซียวชูเกาหัว นี่มิใช่หน้าที่ของเขา รู้อย่างนี้เขาพาซูโหยวมาที่นี่ด้วยดีกว่าฟ่านซานเหอรีบพูด “ท่านอ๋อง กระหม่อมมี กระหม่อมจะจ่ายให้พ่ะย่ะค่ะ”ฟ่านซานเหอพูดแล้วหยิบถุงเงินของเขาออกมาทันทีแต่ฟู่เฉินหวนยกมือขึ้นเพื่อปรามและพูดด้วยน้ำเสียงมิแยแส "พระชายาของข้าต้องการซื้อของเพียงมิกี่อย่าง มิต้องให้คนอื่นจ่ายให้หรอก""ข้าจ่ายเองได้"ฟ่านซานเหอพยักหน้าด้วยรอยยิ้มและเก็บถุงเงินกลับอย่างเชื่องช้าลั่วชิงยวนยังคงจับจ่ายกับลั่วหลางหลางต่อไป ออกจากร้านหนึ่งก็เข้าอีกร้านและยังได้ไปที่ร้านของตระกูลฟ่านอีกด้วยนางซื้ออาภรณ์และเครื่องประดับให้ลั่วหลางหลางหลังจากเลือกสร้อยข้อมือมูลค่าสามร้อยตำลึง ลั่วหลางหลางเกิดปฏิเสธ “หากเจ้าต้องการซื้อก็เก็บไว้เองเถิด ข้ามิต้องการสิ่งเหล่านี้"“ดูสิว่าเจ้าแต่งตัวเรียบง่ายขนาดไหน เจ้ามิสวมอะไรเลย ดูสิว่าใส่แล้วเจ้างามเพียงใด” ลั่วชิงยวนบังคับให้ลั่วหลางหลา

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 760

    ลั่วชิงยวนขึ้นไปชั้นบนแล้วเห็นว่าฟู่เฉินหวนมิได้พูดอะไรเขากำลังชงชานั่งอยู่ตรงข้ามนาง ท่าทางของเขาสงบและสง่างามลั่วชิงยวนใช้มือช้อนคางแล้วมองเขา “หม่อมฉันใช้เงินท่านไปมากมายขนาดนั้น ท่านมิเสียดายหรือ?”ฟู่เฉินหวนจิบชาช้า ๆ และมิตอบคำถามลั่วชิงยวนกล่าวเสริม “วันนี้หม่อมฉันได้คุยกับลั่วหลางหลางและพบว่าตระกูลเสวี่ยอาจเป็นคนกุข่าวลือ และกิจการของตระกูลฟ่านก็ถูกตระกูลเสวี่ยวางหมาก จุดประสงค์ของตระกูลเสวี่ยคือเพื่อรีดไถทรัพย์สินของตระกูลฟ่านและยังหมายปองสินเดิมของลั่วหลางหลางด้วย!”“วันนี้หม่อมฉันจึงใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย มิเพียงแต่เพื่อสนับสนุนลั่วหลางหลางเท่านั้น แต่ยังเพื่อให้ตระกูลเสวี่ยที่ซ่อนอยู่ในเงามืด เห็นว่าหม่อมฉันสุรุ่ยสุร่ายและโง่เขลา”“ตระกูลเสวี่ยก็มาจากสมาคมการค้าเฟิงตูเช่นกัน หากพวกเขาติดกับเรา เช่นนั้นเราจะได้หาโอกาสสืบสวน”ลั่วชิงยวนอธิบายเหตุผลแน่นอนว่ายังเหตุผลเล็ก ๆ เพราะอยากแก้แค้นฟู่เฉินหวนด้วยนางมิอาจเป็นฝ่ายเสียเปรียบได้ทุกครั้งยิ่งไปกว่านั้น การสืบสวนคดีใหญ่ขนาดนี้ จะมีการเสียสละทางการเงินบ้างก็หาใช่เรื่องใหญ่อันใดไม่หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ฟู่เฉินหวน

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 761

    ฟู่เฉินหวนครุ่นคิดและพูดว่า “ตอนที่เจ้าอยู่กับลั่วหลางหลางเมื่อกลางวัน ฟ่านซานเหอดูจะกังวลมากทีเดียว”“ดูเหมือนเขาจะกลัวว่าลั่วหลางหลางจะบอกอะไรเจ้า”“ตอนที่เจ้าและลั่วหลางหลางไปที่ทะเลสาบ ฟ่านซานเหอหาข้ออ้างออกไปข้างนอก แล้วแอบฟังการสนทนาของเจ้าจากด้านหลังกำแพง”เมื่อได้ยินสิ่งนี้ การแสดงออกของลั่วชิงยวนก็เปลี่ยนไป “กระไรนะ? เขาได้ยินบทสนทนาทั้งหมดที่หม่อมฉันคุยกับลั่วหลางหลางงั้นหรือ”ฟู่เฉินหวนพยักหน้า “อาจจะ”“ลั่วหลางหลางมิได้บอกอะไรสำคัญแก่เจ้าใช่หรือไม่?” ฟู่เฉินหวนเดาว่าคงไม่มีเรื่องแบบนั้น เพราะในภายหลังฟ่านซานเหอมิได้มีปฏิกิริยาอะไรมาก“ไม่มีหรอก ข้าแค่พูดถึงเรื่องแย่ ๆ ของฟ่านซานเหอก็เท่านั้น” ลั่วชิงยวนเลิกคิ้ว“เขาจะมิโกรธและทำให้หลางหลางต้องลำบากใช่หรือไม่?” ลั่วชิงยวนรู้สึกกังวลทันทีฟู่เฉินหวนครุ่นคิดและพูดว่า “หลังจากดูสถานการณ์ที่บ้านหลังสุดท้ายเสร็จแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปดูลั่วหลางหลางที่บ้านของฟ่านแล้วกัน”“หากเจ้ากังวล เจ้าก็พานางไปที่โรงเตี๊ยมเพื่อพักชั่วคราวได้ บอกว่าเป็นการพบปะกันของพี่น้อง”ลั่วชิงยวนพยักหน้า “เพคะ”แล้วทั้งสองก็รีบไปบ้านหลังสุดท้ายในคว

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 762

    มันว่างเปล่า!ไม่มีใครเลยสักคน!ลั่วชิงยวนรีบหันไปค้นหาภายในห้อง แต่ไม่มีใครอยู่!ฟู่เฉินหวนก้าวไปข้างหน้ายกภาพวาดขึ้นมา พบว่ามีรูขนาดใหญ่อยู่ที่ผนังด้านหลังเมื่อออกไปก็ได้เห็นสวนหลังบ้านใกล้กับกำแพง ต้นไม้เล็ก ๆ ข้างกำแพงถูกเหยียบย่ำจนหักหมดแล้วทั้งสองไล่ตามไป แต่มิพบร่องรอยของคนผู้นั้นเลย“มีรูอยู่ด้านหลังเตียง ดูเหมือนครั้งก่อนที่เขารอดจากการถูกฆ่าปิดปากก็ใช้ทางนี้หนีออกมาเหมือนกัน!”ฟู่เฉินหวนก็มองไปรอบ ๆ แต่ก็มิพบที่ใดเลย “บุคคลนี้คงต้องรู้อะไรบางอย่าง และตระหนักว่าเขากำลังจะถูกปิดปาก ดังนั้นเขาจึงหลบหนีออกมา”“ผู้ที่เสียชีวิตคือพี่น้องของเขา”“วันนี้เขาวิ่งกลับมาเอาเงิน และอาจจะหนีออกจากซีหยางไปก็เป็นได้”นี่เป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว จะปล่อยให้เขาหนีออกจากซีหยางมิได้!ลั่วชิงยวนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เช่นนั้นเรากลับกันก่อนเถิด”ฟู่เฉินหวนพยักหน้า และทั้งสองคนก็กลับไปทันทีฟู่เฉินหวนต้องการกลับไปที่โรงเตี๊ยม เพื่อส่งเซียวชูและคนอื่น ๆ ไปแอบค้นหาบุคคลนั้นและเฝ้าประตูเมือง ขณะที่ลั่วชิงยวนต้องการไปที่บ้านตระกูลฟ่าน เพื่อดูสถานการณ์ของลั่วหลางหลาง พวกเขามีจุดมุ่

บทล่าสุด

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1420

    ต่งอวิ๋นซิ่วตกใจจนหน้าซีดเผือด รีบยกมือขึ้นมาป้องกัน แล้วต่อสู้กับฝูเหมิ่งแต่พลังในตอนนี้ของต่งอวิ๋นซิ่วเทียบกับฝูเหมิ่งแล้วยังอ่อนแอกว่ามากนักสุดท้ายก็ถูกฝูเหมิ่งบีบคอไว้แน่นลั่วชิงยวนเห็นชัดเจนว่าในร่างของฝูเหมิ่งตอนนี้คือโหยวจิ้งเฉิง!เขาเป็นบ้าไปแล้วหรือ? เขาจะฆ่าต่งอวิ๋นซิ่วภรรยาของตนหรือ?เมื่อเห็นดังนั้น โหยวเซียงก็ชักกระบี่พุ่งเข้าไปหมายจะช่วยต่งอวิ๋นซิ่ว แต่ฝูเหมิ่งกลับมิหลบเลยแม้แต่น้อย ปล่อยให้กระบี่ในมือนางแทงทะลุร่างจากนั้นฝูเหมิ่งก็ฟาดมือไปทีหนึ่ง โหยวเซียงจึงกระเด็นปลิวไปโหยวเซียงกระอักเลือดออกมาต่งอวิ๋นซิ่วร้อนใจยิ่งนัก “เซียงเอ๋อร์ มิต้องสนใจแม่ รีบหนีไป!”โหยวเซียงจะทนมองดูมารดาของตนถูกฆ่าได้อย่างไร นางพยายามลุกขึ้นมาสู้ต่อแต่ฝูเหมิ่งกลับมองโหยวเซียงอย่างดุดัน แล้วกล่าวขู่ “คนที่ข้าต้องการฆ่ามีเพียงต่งอวิ๋นซิ่วเท่านั้น เจ้าจงหลีกไป”“มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้ามิเห็นแก่ความเป็นพ่อลูก”เมื่อได้ยินดังนั้น โหยวเซียงก็ตกใจจนยืนอึ้งไปกับที่ แล้วกล่าวเสียงสั่นเครือ “พ่อ… พ่อลูกหรือ?”ตอนนี้เสียงของฝูเหมิ่งก็มิใช่เสียงของฝูเหมิ่งอีกต่อไปแล้วเมื่อต่งอวิ๋นซิ่ว

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1419

    ขณะนี้เอง โหยวเซียงก็ฉวยโอกาสหลบหนีจากมือของลั่วชิงยวนไปได้ต่งอวิ๋นซิ่วมองพวกเขาอย่างเย็นชา “ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วก็เตรียมตัวตายได้เลย!”ทันใดนั้นบนคานเรือนก็ปรากฏชายชุดดำจำนวนมากพร้อมถือหน้าไม้เล็งมาที่พวกเขาลูกดอกอันคมกริบประกายแสงเย็นลั่วชิงยวนยกยิ้มมุมปาก หัวเราะอย่างเย็นชา “ดูเหมือนว่าเจ้าจะเตรียมการมาอย่างดี ตอนนี้พวกข้าคงหนีออกจากห้องนี้ไปมิได้แล้วใช่หรือไม่?”ลั่วชิงยวนสังเกตประตูห้อง รวมถึงผนังห้องทุกด้าน แล้วพบว่ามีกลไกบนประตูเหนือศีรษะ ต่งอวิ๋นซิ่วหัวเราะเบา ๆ “แน่นอน นี่คือห้องกลไกที่สร้างขึ้นมาเพื่อรับมือพวกเจ้าที่บุกรุกเข้ามาบนเขา”“วันนี้พวกเจ้าอย่าหวังว่าจะได้ออกไปแม้แต่คนเดียว!”ลั่วชิงยวนจับกระบี่ห้วงสวรรค์แน่นแล้วพุ่งไปที่กลไกจุดหนึ่งบนผนังห้อง ฟาดฟันกระบี่ลงไปอย่างแรงต่งอวิ๋นซิ่วรีบดึงโหยวเซียงหลบหลีกไปแต่ใครเล่าจะรู้ว่าลั่วชิงยวนมิได้โจมตีพวกนาง แต่กลับฟันกลไกบนผนังห้องทำให้ประตูห้องลงกลอนอย่างสมบูรณ์เมื่อเห็นเช่นนั้น ต่งอวิ๋นซิ่วก็หัวเราะเยาะ “เจ้าช่างรนหาที่ตายยิ่งนัก”ลั่วชิงยวนยกยิ้มอย่างมีความหมาย “เช่นนั้นรึ? ยังมิรู้เลยว่าใครกันแน่ที่จะ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1418

    ร่างที่เดินออกมาจากฝูงชนนั้นมีท่าทางคุกคามยิ่งนักลั่วชิงยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย นั่นคือสตรีที่นางเห็นในความทรงจำของอวี๋ตันเฟิ่งต่งอวิ๋นซิ่ว!โหยวเซียงดิ้นรนพลางเงยหน้ามองต่งอวิ๋นซิ่วด้วยดวงตาแดงก่ำ “ท่านแม่… เป็นความผิดของลูกเองที่ปล่อยให้พวกมันขึ้นเขามาได้”หากมิใช่เพราะลั่วชิงยวนรู้ทางลับของวัดร้างแห่งนั้น พวกนางคงไม่มีทางขึ้นเขามาได้ง่ายดายถึงเพียงนี้!ต่งอวิ๋นซิ่วมองด้วยความเจ็บปวดแล้วตวาดใส่ลั่วชิงยวน “ปล่อยลูกสาวข้าเดี๋ยวนี้! มิเช่นนั้นข้าจะทำให้พวกเจ้าตายเยี่ยงไร้ที่ฝัง!”ลั่วชิงยวนหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกเหยียดหยาม “เมื่อคืนยังพยายามทำลายวิญญาณที่เหลือของอวี๋ตันเฟิ่งอยู่เลย วันนี้เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าศัตรูของเจ้าคือใคร?”“ใครกันแน่ที่จะตายแบบไร้ที่ฝัง ยังบอกมิได้หรอก”เมื่อได้ยินดังนั้น ต่งอวิ๋นซิ่วก็สะดุ้งเฮือก สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมากท่าทางของนางดูตึงเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังพยายามซ่อนไว้ได้ดีนางมองลั่วชิงยวนอย่างใจเย็น แล้วกล่าวว่า “ในเมื่อพวกเจ้ามาถึงเมืองแห่งภูตผี ก็คงต้องการของล้ำค่าของเมืองแห่งภูตผีสินะ”“พวกเจ้าอยากได้อะไร ข้าสามารถให้เจ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1417

    นางปฏิเสธอย่างหนักแน่นลั่วชิงยวนกลับยกยิ้มอย่างพึงพอใจแล้วค่อย ๆ ลุกขึ้น “พานางไปด้วย ไปวัดร้าง!”พวกเนางมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ โหยวเซียงดิ้นรนตลอดทาง แต่โฉวสือชีและคนใบ้จ้องมองทุกการกระทำของนางอย่างใกล้ชิด มิเปิดโอกาสให้นางหลบหนีไปได้แม้แต่น้อยเมื่อเดินไปได้ไกลมากพอสมควร เสียงไก่ขันยามรุ่งอรุณก็ดังขึ้นแล้วในที่สุดพวกเขาก็มาถึงวัดร้างแห่งนั้นในวัดร้างมีพระพุทธรูปที่เป็นซากปรักหักพังล้มลงบนพื้น ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่มีใครมานานแล้วเมื่อมองหาอย่างละเอียดก็พบรอยเท้าบนพื้นลั่วชิงยวนมั่นใจยิ่งขึ้น นี่คือสถานที่ที่ถูกต้อง!โหยวเซียงจ้องมองทุกการกระทำของลั่วชิงยวนอย่างกระวนกระวาย เกรงว่าลั่วชิงยวนจะพบกลไกเข้าแต่ลั่วชิงยวนกลับสังเกตปฏิกิริยาของโหยวเซียง ค่อย ๆ เดินไปในแต่ละที่โดยอาศัยการสังเกตปฏิกิริยาโหยวเซียงสุดท้ายลั่วชิงยวนจึงเพ่งเล็งไปที่ผนังด้านหนึ่งแล้วเริ่มค้นหากลไกเสียงเปิดกลไกดังแกร๊กดังขึ้นประตูบานหนึ่งบนพื้นพลันเปิดออกหลังจากที่ลั่วชิงยวนเปิดประตูแล้วก็พบว่าด้านล่างยังมีประตูอีกบานหนึ่ง และบนนั้นก็มีกลไกเช่นกันแต่สำหรับลั่วชิงยวนแล้วเรื่องนี้ง่ายมากเมื่อประต

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1416

    “เจ้ารีบอะไรนักหนา รอมาตั้งนานแล้ว รออีกสักหน่อยจะเป็นกระไร”เมื่อได้ยินดังนั้น อวี๋ตันเฟิ่งก็หยุดมือลั่วชิงยวนเดินเข้าไปคว้าตัวโหยวเซียงไว้ให้โฉวสือชีมัดนางไว้แน่นหนา จากนั้นจึงปลุกโหยวเซียงให้ฟื้นขึ้นมาเมื่อฟื้นคืนสติ โหยวเซียงก็จ้องหน้าลั่วชิงยวนเขม็งอย่างโกรธแค้น “เจ้ากล้าจับข้า เจ้าคอยดูเถอะว่าจะตายอย่างไร!”ลั่วชิงยวนย่อตัวลงนั่งตรงหน้านาง แล้วหัวเราะเบา ๆ “ใช่แล้ว ใครจะกล้าแตะต้องคุณหนูใหญ่เมืองแห่งภูตผีเล่า”“น่าเสียดาย เมืองแห่งภูตผีแห่งนี้ บิดามารดาของเจ้าไปปล้นเขามา มิใช่ของพวกเขามาแต่เดิม ย่อมมิใช่ของเจ้าเช่นกัน”“ถึงเวลาคืนเจ้าของตัวจริงแล้ว”โหยวเซียงจ้องเขม็งนางอย่างโกรธแค้น “เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร! เมืองแห่งภูตผีแห่งนี้เป็นของบิดามารดาข้ามาแต่เดิม!”เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็ประหลาดใจ “หรือว่าต่งอวิ๋นซิ่วมิได้บอกความจริงแก่เจ้า”“ก็ถูกแล้ว เรื่องน่าอับอายเช่นนี้ นางจะบอกลูกสาวได้อย่างไร”“เมืองแห่งภูตผีแห่งนี้มิใช่เพียงถูกบิดามารดาเจ้ายึดมาเท่านั้น แต่ยังใช้วิธีการที่น่ารังเกียจในการยึดครองด้วย!”“เดาว่าจนถึงตอนนี้เจ้าก็คงยังมิรู้เลยว่าศัตรูของเจ้าคือผ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1415

    โหยวเซียงกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบลั่วชิงยวนมองไปที่อวี๋โหรว หลายวันมานี้อวี๋โหรวผอมซูบไปมาก“เจ้าจับตัวอวี๋โหรวมาเพื่อล่อข้ามาที่นี่รึ?”ลั่วชิงยวนหรี่ตามองโหยวเซียง“แต่เจ้ามิน่าจะมีความสามารถพอที่จะพาอวี๋โหรวออกจากวังหลวงไปได้”“เวินซินถงเป็นคนทำใช่หรือไม่?”“เจ้าทำข้อตกลงอะไรกับนางไว้?”โหยวเซียงหัวเราะเยาะ “อยากรู้รึ?”“คุกเข่าอ้อนวอนข้าสิ”“เจ้าอ้อนวอนข้า ข้าถึงจะบอกเจ้าว่าผู้ใดจับตัวอวี๋โหรวมา และผู้ใดร่วมมือกับข้าวางแผนให้เจ้ามาที่เมืองแห่งภูตผี”ลั่วชิงยวนมองท่าทีหยิ่งยโสของโหยวเซียงแล้วก็อดมิได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ นางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วถามว่า “ต่งอวิ๋นซิ่วมิมาด้วยรึ?”“เมื่อครู่นี้คนที่ต่อสู้กับข้าก็คือนางใช่หรือไม่?”เมื่อได้ยินน้ำเสียงเยาะเย้ยของลั่วชิงยวน โหยวเซียงก็โกรธจัด ในใจนางตกใจ ลั่วชิงยวนรู้แล้วหรือว่ามารดาของนางเป็นใคร“สารเลว!”นางบีบคออวี๋โหรวอย่างแรงเพื่อข่มขู่ลั่วชิงยวน “จะคุกเข่าหรือไม่?!”“ลั่วชิงยวน เจ้ามีโอกาสแค่ครั้งเดียว!”“หากเจ้ามิยอมคุกเข่ายอมจำนนแต่โดยดี ข้าจะหักคอนางเดี๋ยวนี้!”กล่าวจบ โหยวเซียงก็ออกแรงบีบบีบจนอวี๋โหรวหาย

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1414

    ทันทีที่คนใบ้หันมาเห็นจึงรีบเข้ามาย่อตัวลงข้างนางแล้วช่วยประคองนางไว้ลั่วชิงยวนเช็ดเลือดที่มุมปาก ใบหน้าซีดเผือดกว่าเดิม“ข้ามิเป็นอะไร”นางเงยหน้าขึ้นมองอวี๋ตันเฟิ่งที่อยู่กลางอากาศ ในที่สุดจิตวิญญาณของนางก็สมบูรณ์แล้วบนใบหน้าซีดขาวนั้นปรากฏรอยยิ้ม รอยยิ้มนั้นทั้งพึงพอใจและเย่อหยิ่ง“ในที่สุดข้าก็ได้… เป็นอิสระแล้ว! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...”อวี๋ตันเฟิ่งหัวเราะลั่น ทำเอาป่าทั้งผืนเกิดพายุโหมกระหน่ำคนใบ้รีบยกมือขึ้นช่วยลั่วชิงยวนปัดป้องฝุ่นและใบไม้ที่ปลิวว่อน......จู่ ๆ ต่งอวิ๋นซิ่วก็กระอักเลือดออกมาเต็มปาก จากนั้นหมดสติล้มลงบนพื้น“ท่านแม่!”โหยวเซียงตกใจ รีบเข้าไปประคองนาง “ท่านแม่! ท่านแม่! ท่านเป็นอะไรไป!”หลังจากตะโกนเรียกอยู่นาน มารดาของนางก็มิฟื้นโหยวเซียงโกรธจนกัดฟันพูด “ลั่วชิงยวน สารเลว!”“เจ้าคอยดูเถอะ!”......ผ่านไปครู่ใหญ่ อวี๋ตันเฟิ่งถึงจะสงบสติอารมณ์ลงได้ลมพายุในป่าก็สงบลงเช่นกันถูหมิงที่อยู่ข้าง ๆ จึงค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ฉีเสวี่ยเวยที่ยังคงตกตะลึงมองภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ด้วยความมิอยากเชื่อ “เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?”“ต่อไปพวกเราต้องทำอะไร?”ลั่วชิงยวน

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1413

    คนของถูหมิงตายไปหมดแล้ว เหลือเพียงฉีเสวี่ยเวยเท่านั้นในขณะที่พวกเขาเดินทางไปยังถ้ำแห่งที่หกในคืนนั้นผลลัพธ์ที่ได้กลับน่าผิดหวังเพราะในถ้ำว่างเปล่า“ดูเหมือนว่าพวกเราจะมาช้าไปก้าวหนึ่ง”ถูหมิงขมวดคิ้ว “เหลืออีกหนึ่งชิ้น ทำอย่างไรดี? หรือว่าความพยายามทั้งหมดของเราจะสูญเปล่า?”พวกเขาวุ่นวายมาหลายวัน เดินทางไปเกือบทั่วทั้งภูเขาแล้วหากสมบัติหายไปเช่นนี้ เขาคงต้องฆ่าสตรีผู้นี้เป็นแน่!ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วครุ่นคิด แล้วกล่าวว่า “เหลืออีกหนึ่งชิ้นก็เหลืออีกหนึ่งชิ้น”“หาที่ปลอดภัยก่อน”จากนั้นพวกเขาก็มายังป่าที่ค่อนข้างสะอาด ไม่มีพุ่มไม้หรือวัชพืชหนาแน่นบนพื้นมากนัก ค่อนข้างโปร่งโล่งหีบทั้งห้าใบวางอยู่บนพื้นลั่วชิงยวนกล่าวว่า “เปิดหีบกันเถิด”ทันใดนั้นดวงตาของถูหมิงก็เป็นประกาย “เปิดได้หรือ?”เขาเห็นว่าบนหีบมีแต่อักขระสีเลือดปกคลุมอยู่ จึงยั้งมือไว้หลายครั้งแม้จะอยากเปิดก็ตามเมื่อได้ยินเช่นนี้จึงรีบเปิดหีบทันทีแต่เมื่อเปิดออกแล้ว ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อไปศพ?!ทั้งยังเป็นศพที่ถูกชำแหละอีกด้วย?ฉีเสวี่ยเวยก็ตกใจกลัวลั่วชิงยวนกลับสงบสติอารมณ์ สั่งให้โฉวสือชีและคนใบ้ช่วย

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1412

    “ใครกัน?!”ลั่วชิงยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย แล้วตอบเสียงแผ่ว “ซูเซียง”“แต่ตอนนี้ควรเรียกนางว่าโหยวเซียง”“ภารกิจที่พวกเจ้าได้รับก็เป็นเพียงการละเล่นของนางเท่านั้น”“นางต้องการให้พวกเจ้าฆ่ากันเอง”และภารกิจหนังหน้าของหญิงงามที่ฉีเสวี่ยเวยได้รับ ก็คงเป็นการล่อลวงให้ฉีเสวี่ยเวยมาฆ่านางหากสามารถยืมมือคนอื่นฆ่าคนได้ โหยวเซียงก็มิจำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนเพียงแต่โหยวเซียงคาดมิถึงว่าฉีเสวี่ยเวยจะฆ่านางมิได้ กระทั่งโหยวเซียงเองก็ฆ่านางมิได้“โหยวเซียงหรือ? นางเป็นคนของเมืองแห่งภูตผีแห่งนี้หรือ?” ฉีเสวี่ยเวยมองนางอย่างมิเชื่อสายตา“มิแปลกใจเลย… นางท้องแก่ถึงเพียงนั้นยังกล้ามาที่นี่ได้”ลั่วชิงยวนเห็นว่าใกล้รุ่งสางแล้ว จึงให้โฉวสือชีแก้เชือกที่มัดฉีเสวี่ยเวยไว้“ข้าจะยังมิฆ่าเจ้าตอนนี้”“มิว่าเรื่องที่เจ้ากล่าวมาจะเป็นจริงหรือไม่ก็มิสำคัญ ข้าก็มิกลัวว่าเจ้าจะไปบอกเรื่องนี้กับถูหมิง”“หากเจ้าไปบอก เรื่องเดียวที่จะเป็นผลเสียต่อพวกข้าก็คือต้องแบกหีบเพิ่มอีกมิกี่ใบ”“เพียงเท่านั้น”มิใช่เรื่องคอขาดบาดตายที่นางทำเป็นร่วมมือกับถูหมิง ก็เพียงต้องการใช้คนของเขาไปขวางทางศพชายที่ถูกผนึกไว้ในถ้ำ

สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status