Share

บทที่ 10

Penulis: ฉินอันอัน
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่แม่นมจางกำลังจมดิ่งกับห้วงความคิดฟุ้งซ่าน กว่านางจะได้สติรู้ตัวอีกครั้ง ก็มาถึงจวนหย่งผิงโหวแล้ว

ชีเจิ้นเพราะเพิ่งพบเซียวอวิ๋นถิงที่ศาลาว่าการเมืองต้าซิงมาเมื่อสักครู่ ยามนี้ก็ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ และไม่มีเวลามาสนใจสวี่อินอินเช่นกัน เพียงแต่เอ่ยปากออกคำสั่งอย่างส่งเดชไปว่า “ไปพบมารดาของเจ้าก่อนเถิด!”

เขาเอ่ยพลางเตรียมจะออกไป สวี่อินอินเองก็ไม่ได้สนใจนัก ยอบกายลง ทำความเคารพต่อชีเจิ้น

นางไม่ทำความเคารพยังดีเสียกว่า ครั้นยอบกายลงแล้ว ชีเจิ้นกลับชะงักฝีเท้าทันที

ไหนว่าอากัปกิริยาท่าทางการทำความเคารพของสวี่อินอินไม่ถูกต้องไม่สมควร

ปัญหาคือตรงนี้ มันถูกต้องตามระเบียบเกินไปแล้วต่างหาก

ท่วงท่าลีลาการยอบกายทำความเคารพของสวี่อินอิน ลื่นไหลดุจสายน้ำและเมฆา หาจุดบกพร่องไม่ได้แม้แต่จุดเดียว

เขาชะงักฝีเท้า “เจ้าเคยเรียนมารยาทมาก่อนหรือ?”

สวี่อินอินส่ายหน้าค่อยๆ ไม่ช้าไม่รีบร้อน เห็นชีเจิ้นขมวดคิ้ว ก็เม้มริมฝีปากเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทางดูคล้ายขลาดกลัว “ยายคนหนึ่งเคยสอนข้าเจ้าค่ะ”

ยาย?

ชีเจิ้นรู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่าเก่า หมู่บ้านที่สวี่อินอินอาศัยอยู่ หลายปีที่ผ่านมานี้ แม้แต่บัณฑิตขั้นจิ้นซื่อสักคนยังไม่เคยมี ตระกูลใดจะมีความฟุ้งเฟ้อร่ำรวย จนต้องใช้มารยาทประเพณีเหล่านี้กัน?

เขาเกิดความคิดในใจ ก็ถามด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า “เป็นยายจากที่ใดหรือ?”

มาแล้ว!

สวี่อินอินเอ่ยคำพูดแก้ต่างที่วนเวียนอยู่ในใจของตนนับไม่ถ้วนออกมา “ข้าต้องเดินทางหลายสิบลี้ไปตัดไม้ทำฟืนเสมอ ด้านบนของภูเขาลูกนั้นมีศาลเจ้าอยู่แห่งหนึ่ง ที่ศาลเจ้ามียายเฒ่าคนหนึ่งบอกว่าต้องชะตาข้ายิ่งนัก จึงสอนข้าอ่านตำราเขียนอักษร…”

บนภูเขา?

ด้านบนภูเขาลูกนั้นที่ห่างจากที่อาศัยของสวี่อินอินมีศาลเจ้าอยู่จริงๆ

หัวใจของชีเจิ้นพลันเต้นอย่างรุนแรง “ยายเฒ่าคนนั้น แซ่เจียงหรือไม่?”

สวี่อินอินเงยศีรษะขึ้นด้วยความประหลาดใจ “ท่านรู้ได้อย่างไร?”

ชีเจิ้นสูดหายใจเฮือกหนึ่งด้วยความตกใจ

พินิจมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง สีหน้ายิ่งปรากฏความประหลาดใจหนักขึ้นกว่าเก่า

ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยพินิจพิเคราะห์เด็กสาวคนนี้อย่างตั้งใจเลยสักครั้ง กระทั่งยามนี้ได้จ้องมองอย่างละเอียดแล้ว ถึงค้นพบว่า แม้ใช้ชีวิตตรากตรำทำงานหนักในชนบท ทว่าเด็กสาวคนนี้กลับมีผิวผิวพรรณขาวผ่องนุ่มเนียน

คิ้วคางเครื่องหน้าเองก็งดงามละเอียดอ่อน สันจมูกสูงตรง นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นเปล่งประกายดุจเกลียวคลื่น

แค่คิ้วคางใบหน้าเพียงอย่างเดียว เทียบกับชีจิ่นแล้วก็ไม่มีจุดใดด้อยกว่าเลย

ชีเจิ้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโพล่งขึ้นทันที “ไปกันเถิด ข้าจะไปที่เรือนหลังพร้อมเจ้า”

สวี่อินอินยิ้มเยาะอย่างเงียบเชียบในใจ

ก่อนหน้านี้ยังรีบร้อนจะออกไป บัดนี้กลับร้อนใจจะเดินไปส่งตนเองแล้ว

สิ่งนี้มิใช่เพราะมโนสำนึกของชีเจิ้นถูกค้นพบ มิใช่ความรักของผู้เป็นบิดาถูกกระตุ้น

แต่เป็นเพราะนางจงใจเอ่ยถึงแม่นมเจียงขึ้นมาก็เท่านั้น

นางย่อมรู้ดีว่าท่าทีของชีเจิ้นเปลี่ยนไปด้วยเหตุผลอะไร

เพราะคนที่แม่นมเจียงรับใช้คือองค์หญิงใหญ่ และคนที่กำลังบำเพ็ญเพียรรักษาความสงบในศาลเจ้าแห่งนั้น ก็คือองค์หญิงใหญ่เช่นกัน

เด็กสาวที่ได้รับคำชี้แนะจากคนข้างกายขององค์หญิงใหญ่ ยังไม่เรียกว่ามีคุณค่าอีกหรือ?

เมื่อคิดได้ดังนี้ นางจึงเหลือบสายตาพร้อมรอยยิ้มมองแม่นมจางที่อยู่ด้านหลังปราดหนึ่ง

แม่นมจางถูกสายตาของสวี่อินอินจ้องมองก็รู้สึกอกสั่นขวัญแขวนขึ้นมาแล้ว

ก่อนหน้านี้คุณหนูใหญ่แสดงท่าทีว่าอยากให้ตนไปพึ่งพิง ทว่าตนเองก็ยังไม่เต็มใจนัก

แต่กระนั้น คุณหนูใหญ่ท่านนี้ช่างสุขุมลุ่มลึกถึงที่สุดจริงๆ!

นางมีขุนเขาใหญ่ให้พึ่งพิงและมีโอกาสดีเช่นนี้ แต่กลับอดทนไม่แพร่งพรายความลับแม้เพียงเสี้ยวเดียวนี้ต่อหน้าพวกแม่นมฮวา

ราวกับว่าคาดคะเนไว้แม่นยำทุกย่างก้าว

โดยซ้อนกลอุบายกำจัดแม่นมฮวาทิ้งไปก่อน จากนั้นค่อยทำให้เป็นเรื่องใหญ่ หนำซ้ำยังบุกไปที่ศาลาว่าการเมืองต้าซิงด้วย…

พิจารณาจากมุมมองในยามนี้แล้ว ที่ไปศาลาว่าการเมืองต้าซิงก็มิใช่จับพลัดจับผลูไป แต่เพราะมั่นใจว่าหากไปที่ศาลาว่าการเมืองต้าซิงแล้ว เรื่องนี้จะไปถึงหูชีเจิ้นไวกว่า…

ชีเจิ้นนำทางสวี่อินอินตรงเข้าไปที่เรือนหลังแล้ว

นางหวังครั้นได้ยินว่าเรื่องนี้ลุกลามใหญ่โตไปถึงฝ่ายขุนนางแล้ว ก็รู้สึกอกสั่นขวัญแขวนทุกเสี้ยวขณะ

และขณะเดียวกันภายในใจก็เกิดความไม่พอใจต่อสวี่อินอินขึ้นมาด้วยเช่นกัน

ถูกเลี้ยงมาในชนบทนั่นคือความเลวร้าย ไม่รู้ทั้งสถานการณ์ในราชสำนัก ซ้ำยังไม่รู้จักคำนึงถึงตระกูล

หนนี้ต้องให้ท่านโหวเดินทางไปรับคนกลับเรือนด้วยตนเอง ไม่รู้ว่าจะมีโทสะใดรอคอยอยู่

นางขมวดคิ้วด้วยความวิตกกังวลไม่เป็นสุข

ชีอวิ๋นถิงเบะปากอยู่ด้านข้าง “ท่านแม่ หากส่งนางกลับบ้านนอกไปตั้งแต่ต้น ก็ไม่ต้องมีเรื่องวุ่นวายเช่นนี้แล้ว!”

นางหวังมิได้เปล่งวาจา ทว่าในใจก็ความคิดแบบเดียวกัน

ยั่วโทสะท่านโหวแล้ว ตัวนางเองยังหยาบคายเต็มทน บางทีการส่งตัวนางไปอยู่ที่บ้านนอก นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วก็เป็นไปได้…

ในขณะที่ในใจกำลังครุ่นคิดว่าจะจัดการกับตัวปัญหาผู้นี้อย่างไรดี ผ้าม่านกั้นประตูพลันถูกเปิดออกกะทันหัน

ชีเจิ้นย่ำเท้าเข้ามาก่อนแล้ว

นางหวังและชีอวิ๋นถิงเห็นเขา ต่างพากันหยัดกายขึ้นยืนอย่างร้อนใจ

ยิ่งนางหวังยังคิดว่าชีเจิ้นคงบันดาลโทสะจนไม่พาสวี่อินอินกลับเรือนมาด้วยกันแล้ว

ก็โพล่งขึ้นทันที “ท่านโหว ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของข้า หากรู้แต่แรกคงไม่มีความคิดจะรับนางกลับมา…”

ความจริงในตอนแรกคนทั้งตระกูลต่างเห็นแย้งกับการรับตัวสวี่อินอินกลับมา

นางหวังคิดว่าถึงอย่างไรก็เป็นลูกแท้ๆ ของตนเอง ถึงได้ตัดสินใจสั่งให้คนไปรับกลับมาเลี้ยงดูก่อน

ใครเล่าจะรู้ว่าเรื่องเหล่านี้จะลุกลามใหญ่โต ความเกลียดชังของนางที่มีต่อเด็กคนนี้ได้ทะลุออกมาจากภายในใจแล้ว

เพียงอึดใจต่อมา สวี่อินอินกลับเดินตามชีเจิ้นเข้ามาจากด้านนอก เมื่อได้ยินวาจานี้ของนางหวังแล้ว ก็ก้มศีรษะลงหยุดนิ่งอยู่ที่เดิม

คล้ายกับถูกแรงโจมตีมหาศาลปะทะเข้าอย่างจัง

ชีเจิ้นกระแอมออกมาในทันใด “พูดเรื่องอะไร? นางเป็นบุตรีที่เจ้าให้กำเนิด และเป็นคุณหนูใหญ่ของจวนโหว การกลับมานั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้องสมควรแล้ว!”

......

ในใจนางหวังเกิดคลื่นยักษ์โถมกระหน่ำ

ด้วยความเข้าใจที่นางมีต่อสามี ย่อมรู้อุปนิสัยใจคอของสามีคนนี้ดีที่สุด

ชีเจิ้นถือผลประโยชน์ไว้เป็นสิ่งสูงสุดมาแต่ไหนแต่ไร หากขัดต่อผลประโยชน์ของจวนโหวแล้ว อย่าว่าแต่เจ้าดรุณีที่ไม่เคยเลี้ยงดูผูกพันคนนี้มาก่อนเลย ต่อให้เป็นบุตรชาย หากเขาสั่งลงโทษก็ต้องถูกลงโทษสถานเดียว

หนนี้สวี่อินอินก่อเรื่องโกลาหลวุ่นวายเพียงนี้ขึ้นมาแล้ว ซ้ำร้ายยังเอาเรื่องน่าอับอายไปขายให้เจ้านายสูงสุดของชีเจิ้นอีก

แต่เหตุใดชีเจิ้นถึงพาเด็กคนนี้กลับมาอีก?

มิหนำซ้ำยังยืนยันอย่างตรงไปตรงมาว่าสวี่อินอินมีฐานะเป็นคุณหนูใหญ่ของจวนโหวด้วย?

สายตาของชีอวิ๋นถิงจ้องมองไปบนตัวสวี่อินอินแล้วพักหนึ่ง

เขาหรี่ตาอย่างจงเกลียดจงชัง เดินเข้าไปเพ่งมองสวี่อินอินพลางเอ่ยว่า “เจ้านี่เอง ทำให้เรื่องของบ่าวรับใช้ในเรือนลุกลามไปถึงฝ่ายขุนนาง คิดจะทำให้ท่านพ่อขายหน้าหรือ?”

สวี่อินอินเงยหน้าขึ้นมองชีอวิ๋นถิง

เกิดมาแล้วสองภพชาติ นางถึงจะมีโอกาสได้มองชีอวิ๋นถิงด้วยสายตาระดับเดียวกัน

และครั้งนี้ นางไร้ซึ่งความรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า และตอบกลับอย่างเย็นชา “ใช่”

ชีอวิ๋นถิงหัวเราะเยาะออกมาโดยไม่ซ่อนเร้น “เจ้ารู้หรือไม่ว่านี่หมายความว่าอะไร? กลับมาวันเดียว ก็สร้างปัญหาให้ตระกูลแล้ว ทำให้บุพการีขายหน้า เจ้ามันเดนมนุษย์โง่เขลาอกตัญญู!”

ในความทรงจำ เมื่อใดที่ชีอวิ๋นถิงอยู่กับนาง อากัปกิริยาวาจาล้วนเป็นเช่นนี้มาตลอด

ไม่เคยพูดดี มีเพียงสีหน้าเยือกเย็นแข็งกระด้าง

คล้ายว่าหากพูดกับนางมากกว่านี้เพียงคำเดียว จะทำให้เสื่อมเสียเกียรติยศของคุณชายใหญ่แห่งจวนโหว

ยิ่งไปกว่านั้นยังเคยมีครั้งหนึ่ง ชีจิ่นเคยจงใจพานางไปนั่งตรงที่นั่งประจำของชีอวิ๋นถิงในห้องหนังสือ ตอนนั้นชีอวิ๋นถิงไม่พูดพร่ำทำเพลงก็สั่งให้บ่าวรับใช้ยกเก้าอี้ตัวนั้นไปทิ้งทันที

มิหนำซ้ำยังสั่งให้คนจัดการไปยกน้ำมาราดทำความสะอาดตรงจุดที่นางเคยนั่งด้วย

นางเมื่อตอนอดีตชาติเพี้ยนไปแล้วจริงๆ ที่ปล่อยให้คนเหล่านี้มาย่ำยีศักดิ์ศรีไปมาอยู่ได้

ครั้งนี้ สวี่อินอินไม่ยอมโอนอ่อนตามเขาแล้ว เพียงแต่เหลือบสายตามองเขาด้วยความสงสัย “เจ้าเป็นใคร?”

ชีอวิ๋นถิงมิเอ่ยวาจา แม่นมจางส่งเสียงเตือนอย่างอกสั่นขวัญแขวน “คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ท่านผู้นี้คือคุณชายใหญ่เจ้าค่ะ…”

 
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 805

    ชีหยวนรับรู้ได้นางขมวดคิ้ว ถอนมือกลับมา กล่าวเสียงทุ้มต่ำว่า “ก็แค่เรื่องเล็กน้อย มิใช่เรื่องใหญ่อันใด อีกไม่กี่วันก็คงหายเอง”แท้จริงนางคิดเช่นนี้เอง ไม่ว่าบาดแผลจะหนักหนาเพียงใด นางกลับเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ อีกไม่กี่วันก็คงหายไล่เฉิงหลงพลันโกรธขึ้นมาเล็กน้อยทว่าเขาย่อมรู้ดีว่าโทสะนี้หาใช่มีเหตุผลอันใดไม่คุณหนูใหญ่ชีเป็นอะไรกับเขากัน?หากจะนับให้ชัด ก็เพียงสหายร่วมงาน เป็นผู้มีพระคุณแต่ทว่า หัวใจเขากลับมิยอมเชื่อฟังคำสั่งตนเองตั้งแต่เมื่อใดกัน ที่เขาเริ่มมีใจต่อคุณหนูใหญ่ชี?ไล่เฉิงหลงครุ่นคิดเนิ่นนาน แต่ก็หานึกไม่ออกว่าคือเวลาใดแน่ชัดทว่า มีอยู่ค่ำคืนหนึ่งที่เขาจำได้อย่างชัดแจ้งคืนที่ชีหยวนออกไปสังหารองค์หญิงเป่าหรงทั้ง ๆ ที่เขาสะสางเรื่องของชินอ๋องหวยเหลียงเสร็จสิ้นแล้ว แต่ก็ยังเจตนาอ้อมไปยังหน้าผา ทอดมองผนังภูเขาสูงชัน และไม้เลื้อยกับต้นเถาวัลย์เหล่านั้น แล้วก็ยืนเหม่อลอยอยู่เนิ่นนานชั่วขณะนั้น ทั้งที่เขามองไม่เห็นแม้เพียงเงาร่างของชีหยวน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชีหยวนปีนขึ้นไปแล้วหรือไม่แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เขารู้สึกว่าเพียงยืนรออยู่เบื้องล่าง คอยรออยู่ชั่วขณะ ก

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 804

    สวี่เฟิ่งเชี่ยวอยู่ด้านล่างโกรธจนกระทืบเท้า จะไล่ตามไปโดยสัญชาตญาณทว่าพอเพิ่งจะลงมาถึงข้างล่าง ชีหยวนก็หันกายกลับพลันพุ่งตัวโถมลงมาอย่างแรง กดทับสวี่เฟิ่งเชี่ยวล้มกระแทกลงกับพื้น ตัวนางกดร่างของสวี่เฟิ่งเชี่ยวไว้แน่นหนาสวี่เฟิ่งเชี่ยวถึงกับตะลึงงันไป เผลอหลุดคำด่าออกมา “เจ้าคนชั่ว! เจ้าคนหลอกลวง! เจ้านี่เหมือนที่ท่านอ๋องกล่าวไว้ไม่มีผิด ปากไม่เคยพูดความจริงเลยสักคำ!”ครั้งนี้ชีหยวนไม่ตอบโต้สักคำ ไม่พูดพร่ำทำเพลงฟาดฝ่ามือลงไปฉาดใหญ่ทันที จนหูของสวี่เฟิ่งเชี่ยวอื้ออึงขึ้นมาในบัดดลโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ชีหยวนฟาดฝ่ามือที่สองลงไปอีกจากนั้น ไม่รอให้สวี่เฟิ่งเชี่ยวได้ตั้งตัวเปล่งเสียงด่าออกมา ก็ตามติดด้วยฉาดที่สาม และต่อด้วยฉาดที่สี่……ตบไม่หยุดจนสองแก้มของสวี่เฟิ่งเชี่ยวบวมพองประหนึ่งหัวหมู พูดเป็นประโยคเต็ม ๆ สักคำก็มิอาจเปล่งออกมาได้ชีหยวนจึงเอ่ยเสียงเย็น “ข้าชิงชังผู้อื่นมาตบหน้าข้าเป็นที่สุด”ครั้งหนึ่งในอดีต ตอนที่นางอยู่ในค่ายฝึกหน่วยกล้าตาย รุ่นพี่ที่สอนนางในตอนนั้น มักจะชอบตบหน้าผู้อื่นทำท่าท่าไม่คล่องแคล่ว ปฏิบัติภารกิจพลาด ก็ต้องถูกตบหน้าตอนนั้นนางไม่เคยแม้แต่จะคิด

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 803

    แส้ของสวี่เฟิ่งเชี่ยวนั้นเต็มไปด้วยหนามแหลม ครั้นเมื่อชีหยวนเอื้อมมือคว้าจับ ก็พลันรู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงพุ่งแล่นเข้ามาโดยปกติแล้ว นางเป็นผู้ที่มีอดทนต่อความเจ็บปวดได้เป็นพิเศษ ทว่าครั้งนี้ แม้แต่ตัวนางเองยังเกือบกลั้นไม่อยู่เฉียดจะอุทานร้องออกมาทว่านางก็ยังกัดฟันข่มทนไว้ได้ ผลักสวี่เฟิ่งเชี่ยวกระแทกเข้ากับผนังเขาอย่างแรงชีฉางถิงก็พลันคลานออกไปได้สำเร็จในที่สุดชีหยวนจึงค่อยๆ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแต่ยังไม่ทันจะได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ สวี่เฟิ่งเชี่ยวก็หัวเราะเย็นอย่างเหี้ยมเกรียมใส่ชีหยวน “คำร่ำลือในยุทธภพ ต่างพูดกันว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลชี เป็นผู้ไร้ซึ่งความรู้สึก ไม่ว่าต่อผู้ใดก็เย็นชาเฉยเมยไปเสียหมด บัดนี้ดูไปแล้ว คำร่ำลือนั้นก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสียทั้งหมดนะ?”นางพลิกมือกลับบิดข้อศอกของชีหยวน พลันออกแรง ผลักกลับอย่างฉับพลัน พลันทำให้ชีหยวนถูกกดเข้ากับผนังหน้าผาแทน จ้องมองเลือดในฝ่ามือของชีหยวนแล้วหรี่ตาลง “จุ๊ ๆ ๆ เพียงเพื่อน้องชาย เจ้ากลับยอมสละได้ถึงเพียงนี้ เหตุใดท่านอ๋องถึงเอ่ยว่าเจ้านั้นไร้หัวใจไร้ธรรมเล่า?”“ท่านอ๋อง?”ชีหยวนแค่นหัวเราะออกมา “ใช่แล้วสิ เหตุใดท่านอ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 802

    ความสามารถทั้งปวงของสวี่เฟิ่งเชี่ยวนั้น ล้วนเรียนติดมาจากสวี่ไห่และตงอิ๋งเรียกได้ว่า นางเติบโตขึ้นท่ามกลางกองซากศพตั้งแต่เยาว์วัยด้วยเหตุนี้ นางจึงมิได้ให้เกียรติแก่ชีวิตใด ๆ เลย มองข้ามไปอย่างสิ้นเชิงช่างเป็นผู้ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตาจริงๆชีหยวนเคยปะทะกับนางมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นองค์หญิงเป่าหรงถูกกักขังแล้ว สวี่เฟิ่งเชี่ยวกับองค์หญิงเป่าหรงสนิทชิดใกล้ นางจึงมาหาเรื่องชีหยวนเพื่อองค์หญิงเป่าหรงนางกดบ่าของชีหยวน แล้วผลักนางลงมาจากหอคอยสูงเจ็ดชั้นโชคดีที่ชีหยวนตอบสนองรวดเร็ว ยึดกิ่งไม้ของต้นไม้โบราณที่ข้าง ๆ ได้ทัน จึงพอชะลอแรงตกลงมาได้ ไม่เช่นนั้นชีวิตคงสิ้นไปแล้วหากว่ากันตามจริง ความสามารถของสวี่เฟิ่งเชี่ยวหาได้ด้อยกว่านางไม่เลยแต่ชีหยวนกลับมิได้กังวล เพียงเอ่ยอุทานเอะใจ “เหตุใดฮองเฮาแห่งท้องทะเลเช่นเจ้า ถึงได้มาที่เมืองหลวงได้ แล้วยังปลอมปนเข้ามาเป็นสตรีในตระกูลเฝิง กลายเป็นคุณหนูเฝิงไปเสียได้?”สายตาที่สวี่เฟิ่งเชี่ยวมองชีหยวนนั้น ตั้งแต่วินาทีแรกก็ผิดแปลกไปแล้วสตรีผู้นี้กลับรู้จักตนและดูเหมือนจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตนอย่างถ่องแท้นางวางมือไว้ตรงเอวราวไม่ใส่ใจ พลา

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 801

    ชีฉางถิงถึงกับตะลึงงันเขามั่นใจคิดไปเองว่า วันนี้เพียงแค่เชื่อฟังคำสั่งของผู้ใหญ่ออกมาดูตัว ออกมาพบหญิงสาวที่อาจเป็นภรรยาในอนาคตของตนแต่ไม่คาดคิดเลยว่า สิ่งที่ต้อนรับเขา กลับไม่ใช่ท่าทีความอ่อนโยนหรือความเอียงอายของหญิงสาว หากแต่เป็นคมดาบอันวาววับเย็นเยียบเขาอย่างไรเสียก็เป็นคนเกิดในตระกูลแม่ทัพ ขณะที่ตนเองแม้ตั้งใจเล่าเรียนเพื่อเตรียมสอบบัณฑิต แต่ทักษะการฝึกกายให้แข็งแรงก็ยังได้ฝึกมาอยู่บ้าง ทันใดนั้นจึงง้างขาเตะออกไปเต็มแรงช่องทางแคบเพียงเส้นเดียวนี้ เกินกว่าจะเคลื่อนไหวได้ถนัดจริง ๆชีฉางถิงถอยร่นไม่หยุด เท้ายกเตะถีบต่อเนื่องไม่ขาด เฝิงไฉ่อินตัวปลอมกลับไม่อาจลงมือได้ในทันใด จึงโกรธเกรี้ยวตวาดว่า “เจ้าหาเรื่องตายงั้นหรือ!”เอ่ยพลางควักเอาลูกดอกจากเอว กระโจนขว้างไปยังชีฉางถิงอย่างแรงที่ตรงนั้นคับแคบยิ่งนัก ชีฉางถิงไม่มีทางหลบพ้น ลูกดอกปักเข้าที่บ่าของเขาเต็ม ๆ เจ็บจนร้องลั่นออกมาเสียงหนึ่ง ล้มตัวลงนั่งกองกับพื้น“เตะสิ ทำไมไม่เตะต่อเล่า?” ‘เฝิงไฉ่อิน’ สีหน้าเย็นเยียบ เอียงศีรษะย่อตัวลง คว้าจับปกเสื้อชีฉางถิง แล้วชกหมัดหนึ่งเข้าที่จมูกของชีฉางถิงชีฉางถิงเลือดกำเดาทะลักออ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 800

    จะมีหนทางใดในการล้างแค้นตระกูลชีเล่า ทำให้การแต่งงานครั้งนี้ล้มไม่เป็นท่าหรือ?ชีหยวนคือนักฆ่า ดังนั้นนางจึงพิจารณาปัญหาจากมุมของนักฆ่า แล้วก็พลันเผยรอยยิ้มเย็นเยียบ เร่งฝีเท้าไปยังหลังเขาเฝิงอวี้จางก็กำลังนั่งดื่มชาอยู่กับนายท่านรองชีเขาเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “ใครจะคิดเล่า ว่าตระกูลเราจะได้มาดองกันเช่นนี้? นี่ช่างเป็นวาสนาแท้ ๆ!”แต่นายท่านรองชีกลับรู้สึกแปลก ๆ อยู่ลึก ๆ เพราะยังมิได้ตกลงกันแท้จริง จะกล้าพูดว่าเป็นดองแล้วได้อย่างไร?เขาส่ายหน้าเล็กน้อย เอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “สุดท้ายก็ยังต้องดูว่าเด็ก ๆ จะชอบพอกันหรือไม่ เพราะการแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต หาใช่เรื่องจะสะเพร่าได้”เวลานี้คนตระกูลชีกล่าวว่าอย่างไรก็ย่อมเป็นไปตามนั้นเฝิงอวี้จางย่อมไม่โต้เถียง เพียงยิ้มรับคำ แต่ในใจกลับวางใจลงไปมากต่างกับไฉ่เวย ไฉ่อินผู้นี้เป็นเด็กสาวที่ไม่เหมือนใครจริง ๆนางชอบอ่านตำรา และยังชอบทำความดีช่วยเหลือผู้คนตั้งแต่เล็ก ๆ เห็นน้องชายหรือน้องสาวถูกรังแก ก็มักออกหน้าปกป้องพวกเขาเสมอเด็กสาวเช่นนี้ เขามั่นใจว่าชีฉางถิงต้องชอบเป็นแน่ขณะนั้นเอง ชีฉางถิงกลับยืนเก้ ๆ กัง ๆ ไม่รู้จะวางมือไว้

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 607

    เฝิงไฉ่เวยเม้มริมฝีปาก แต่หยาดน้ำตาบนใบหน้ากลับจางหายไปหมดแล้วฮองเฮาเฝิงโน้มกายลงเบา ๆ แขวนพู่กันกลับขึ้นสู่แท่นวาง แล้วกระตุกมุมปากอย่างเย็นชา “เจ้ารู้หรือไม่ ว่าเราอยู่ที่นี่โดยมิได้ก้าวออกไปเลยนานเท่าใดแล้ว?”เฝิงไฉ่เวยเบิกตากว้างจ้องมองฮองเฮา สีหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง“หลายสิบปี! มิใ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 574

    เรื่องนี้เป็นที่กล่าวขานกันอย่างกว้างขวางหลังจากยามานะ มัตสึ สังหารคนแล้วกลับไม่แสดงความตื่นตระหนกแต่อย่างใด กลับเปิดเผยตัวตนต่อขุนนางต้าโจวอย่างตรงไปตรงมา และยังระบุชัดเจนว่าต้องการพบเจ้ากรมพิธีการกับราชเลขาธิการแห่งสำนักขุนนางหลวง พร้อมทั้งกล่าวหาว่าชินอ๋องหวยเหลียงมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ที่แท้กองก

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 553  

    ฮูหยินผู้เฒ่ามองชีหยวนขึ้นรถม้า แม้ว่าเรื่องเหล่านี้จะทำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่หนนี้ นางกลับอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดหวั่น อดไม่ได้ที่จะยกสองมือประนมสิบนิ้วอธิษฐานขอพรต่อพระพุทธเจ้าในใจ วิงวอนต่อพระพุทธเจ้าโปรดปกป้องคุ้มครองชีหยวนให้ปลอดภัยและราบรื่น ชีหยวนดรุณีผู้นี้ ยิ่งอยู่ไกล กลับยิ่งมองเห็น

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 549

    ชินอ๋องหวยเหลียงนั้นมอบผลประโยชน์แก่ต้าโจวอย่างใหญ่หลวงในฐานะที่เป็นคนขององครักษ์เสื้อแพร ไล่เฉิงหลงย่อมรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วเขาถอนหายใจออกมา “คุณหนูใหญ่ตระกูลชี ข้ารู้ว่าท่านเก่งมาก มีความสามารถมาก แต่ข้าอยากเตือนว่า ทุกอย่างควรจะเผื่อทางถอยไว้บ้าง คนเราไม่อาจต้านฟ้าได้หรอก”ครั้งนี้ ผู้ตรวจก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status