นี่คือลูกชายของตน!นี่คือเลือดเนื้อที่เป็นสายเลือดของตน!เด็กในวัยเดียวกันกับเขายังคงอ้อนอยู่ในอ้อมแขนพ่อแม่อยู่เลย!แต่เขาอายุเพียงเท่านี้ก็ต้องแบกรับภาระหนักอึ้งของแคว้นเสียแล้ว!หลิงอวี๋รู้สึกสงสารเขาขึ้นมาจับใจ หากมิใช่เพราะที่แดนเทพยังมีคนอีกมากที่รอตนอยู่ นางก็มิอยากไปจากเขาเลยจริง ๆ“ท่านแม่… เยวี่ยเยวี่ยหวงแหนเสด็จแม่ที่สุดเลย!”มิรู้ว่าเซียวเยวี่ยฝันถึงสิ่งใด จึงพึมพำประโยคนี้ออกมาหลิงอวี๋นึกถึงเมื่อก่อนตอนที่คิดว่าเซียวเยวี่ยแยกมิออกระหว่างคำว่าชอบกับหวงแหน แล้วหลังจากนั้นจึงได้รู้ว่าเขาแยกออก แต่เขารู้สึกว่าหวงแหนสื่อถึงความรักที่เขามีต่อหลิงอวี๋ได้มากกว่าคำว่าชอบ“แม่ก็หวงแหนเยวี่ยเยวี่ยที่สุดเหมือนกันนะ!”หลิงอวี๋โน้มตัวลงไปจูบที่แก้มของเซียวเยวี่ยแต่อาจจะออกแรงมากไปหน่อย เซียวเยวี่ยจึงลืมตาขึ้นมา แล้วมองไปทางหลิงอวี๋อย่างงัวเงีย“ท่านแม่… ลูกฝันถึงท่านแม่พ่ะย่ะค่ะ!”“ท่านมิต้องการเยวี่ยเยวี่ยแล้ว!”เซียวเยวี่ยยังคิดว่าเป็นความฝัน จึงบ่นพึมพำออกมาหลิงอวี๋ยิ้มออกมาแล้วยื่นมือไปกอดเขาไว้ “แม่จะมิต้องการเยวี่ยเยวี่ยได้อย่างไร!”“แม้แต่ในฝันแม่เองก็ฝันถึงเยวี
หลิงอวี๋นึกถึงตอนอยู่ในภาพมายาของเย่ซงเฉิงที่เห็นราษฎรไร้ที่อยู่และอาหาร นางจึงคิดว่าเมล็ดพันธุ์เหล่านี้น่าจะช่วยพวกเขาได้เป็นแน่ จึงรบกวนให้เกิ่งเสี่ยวหาวช่วยปลูกให้ตนและส่งเสริมอย่างเต็มที่หลิงอวี๋เล่าให้หลิงหว่านฟังคร่าว ๆ ถึงสรรพคุณของเมล็ดพันธุ์นั้น เมื่อหลิงหว่านรู้ถึงความสำคัญของเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ นางก็รีบเอ่ยทันที “ข้าจะบอกเกิ่งเสี่ยวหาวให้แน่นอนเจ้าค่ะ! ที่ไร่นาของตระกูลเรามีที่ดินอยู่หลายสิบหมู่พอดี ให้เขาปลูกในที่ดินเหล่านี้ไปก่อนเถิด!”หลิงอวี๋พยักหน้า แล้วเอ่ยถามว่า “ท่านลุงสบายดีหรือไม่? แล้วท่านแม่ของเจ้าสบายดีเช่นกันหรือไม่?”หลิงหว่านตอบออกไปอย่างสบาย ๆ “ท่านพ่อสบายดีเจ้าค่ะ เวลาพักกลับไปก็ไปช่วยข้าดูแลพวกวัวนม!”“จริงสิ เขายังรับเด็ก ๆ ในหมู่บ้านต่าง ๆ เป็นลูกศิษย์ด้วยนะเจ้าคะ เวลาว่างก็สอนวรยุทธ์ให้พวกเขา เขาบอกว่าจะช่วยฝึกขุนพลให้กับฉินตะวันตก!”“ส่วนท่านแม่… ด้วยเกลี้ยกล่อมของข้า นางจึงยอมออกจากวัดแล้วเจ้าค่ะ ช่วงนี้นางเองก็มาช่วยข้าดูแลพวกวัวนมด้วยเช่นกัน!”หลิงอวี๋ได้ยินแล้วก็รู้สึกปลื้มใจมาก แม้ว่าตอนแรกท่านป้าจะเคยถูกจ้าวหรุ่ยหรุ่ยบีบบังคับให้ทำเรื่องที
เซียวหลินเทียนเห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็เอ่ยออกมาเช่นกัน “ฮองเฮาได้พูดในสิ่งที่ข้าคิดไปแล้ว ฮูหยินเผย พวกท่านก็รอเผยอวี้กลับมาก่อนแล้วค่อยคุยเรื่องแต่งงานเถิด!”องค์จักรพรรดิและฮองเฮาต่างก็เอ่ยเช่นนี้แล้ว หากฮูหยินเผยคิดจะทำตัวเอาแต่ใจบังคับให้หลิงหว่านตอบตกลงเรื่องการแต่งงานอีกก็ทำมิได้แล้ว นางจึงยอมตกลงด้วยความมิพอใจนักใต้เท้าเผยกังวลว่าฮูหยินเผยจะก่อเรื่องขึ้นอีก จึงรีบขอตัวลาและพานางไปพร้อมกับฮูหยินผู้เฒ่าเผยหลิงอวี๋บอกให้หลิงหว่านและท่านอดีตเสนาบดีอยู่วังก่อน อึกมินานนางกับเซียวหลินเทียนก็จะต้องกลับไปแดนเทพเพื่อพาพวกเผยอวี้กลับมาแล้ว จึงอยากจะอยู่กับท่านอดีตเสนาบดีและหลิงหว่านให้นานหน่อยในใจท่านอดีตเสนาบดีก็นึกถึงหลิงเฟิงเช่นกัน หลานผู้นี้ออกจากเมืองหลวงไปนานมากแล้ว ท่านอดีตเสนาบดีจึงนั่งลงแล้วเอ่ยถามเรื่องของหลิงเฟิงขึ้นมาหลิงอวี๋หยิบประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงของหลิงเฟิงมาบอกท่านอดีตเสนาบดี ท่านอดีตเสนาบดีฟังแล้วก็น้ำตารื้นก่อนหน้านี้หวางซือผู้เป็นมารดาของหลิงเฟิงได้ทำร้ายแม่ของหลิงอวี๋จนถึงแก่ความตาย และภายใต้อิทธิพลของหวางซือนั้น หลิงเฟิงจึงมิสนใจศึกษาเล่าเรียน คาดมิ
ทันทีที่ใต้เท้าเผยเอ่ยคำพูดนี้ออกไป ฮูหยินผู้เฒ่าเผยและฮูหยินเผยก็ตกตะลึงทันทีฮูหยินเผยรู้สึกร้อนใจขึ้นมาทันใดยังมิต้องพูดถึงว่าบ้านเกิดของตระกูลเผยอยู่ห่างไกลความเจริญแค่ไหนเลย เพียงเท่านี้ก็ทำให้ฮูหยินเผยที่เติบโตอยู่ในเมืองหลวงมาตั้งแต่เด็กมิอยากไปแม้แต่น้อยแล้วเอาแค่ใต้เท้าเผยก็ยังอยู่ในช่วงวัยกลางคน เส้นทางราชการกำลังราบรื่น ยังมิทันแก่แล้วจะขอเกษียณตัวเองกลับบ้านเกิดเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!เพื่อที่จะทำให้เผยอวี้ได้สมหวัง ฮูหยินผู้เฒ่าเผยเองก็มิคาดคิดว่าลูกชายของตนจะเสียสละอย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้เมื่อนึกดูว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ลูกชายขยับขันแข็งมาตลอด ต้องลำบากยากเข็ญกว่าจะมีความสำเร็จเช่นในทุกวันนี้หากเผยอวี้กลับมา ตำแหน่งทางราชการของใต้เท้าเผยก็มีแต่จะรุ่งเรืองขึ้น และได้เป็นขุนนางขั้นสูงสุด หากละทิ้งไปเช่นนี้ จะมิรู้สึกผิดต่อความลำบากนับสิบปีของเขาหรือฮูหยินผู้เฒ่าเผยก็ยิ่งโกรธแค้นฮูหยินเผยยิ่งนัก ในใจเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมาแล้ว หากสามารถทำให้ฮูหยินเผยตายไปโดยมิให้ใครรู้ได้ นางจะต้องกำจัดสตรีผู้นี้เพื่อตระกูลเผยอย่างแน่นอนคำพูดนี้ของใต้เท้าเผยก็ทำให้ท่านอดีตเสนาบด
ยามนี้จูหลานมิเหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว นางรู้ว่าหลิงอวี๋มิได้แค่เตือนให้ตนระวังคนในวัง แต่ยังเตือนให้นางระวังจะถูกคนลอบวางแผนร้ายใส่ด้วยเมื่อคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างองค์ชายเย่สามีของตนกับเซียวหลินเทียนแล้ว หากเรื่องสวีเนี่ยนจือถูกคนที่เจตนามิดีนำไปใช้เพื่อชี้เป้ามาที่องค์ชายเย่ เช่นนั้นองค์ชายเย่ก็จะถูกใส่ความเช่นกันมิใช่หรือ?จูหลานครุ่นคิดเรื่องคดีของสวีชิงขึ้นมาอีกครั้ง แล้วก็รู้สึกกลัวจับใจหากผู้ที่มีเจตนามิดีคอยยุยงอยู่ภายใน เช่นนั้นหากองค์ชายเย่กับเซียวหลินเทียนเหินห่างกันไป สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นก็คือหายนะอีกครั้งหนึ่งทีเดียว“ฮองเฮาวางพระทัยเถิดเพคะ จูหลานรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร!”จูหลานจึงเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ “ขอบพระทัยในคำสอนของฮองเฮาเพคะ!”หลิงอวี๋เห็นว่าจูหลานเข้าใจความหมายของตนจึงเตือนเพียงเท่านี้ จากนั้นนางก็ยิ้มแล้วจับมือของจูหลานพร้อมทั้งเอ่ยว่า “วันนี้ดึกมากแล้ว วันพรุ่งเจ้าเข้าวังมาเถิด ข้าจะดูตำแหน่งทารกในครรภ์ให้เจ้า ตรวจดูเสียหน่อยดีกว่า!”จูหลานรู้สึกดีใจมาก หลิงอวี๋เป็นหมอที่เก่งกาจที่สุดในเมืองหลวง หากมีนางมาตรวจร่างกายให้ตน เช่นนั้นทารกผู้นี้จะต้องคลอดได้
ยังมีเซียวหลินเทียนอีกคนที่คิดเช่นเดียวกับหลิงอวี๋ เขามองสวีเนี่ยนจือด้วยสายตารังเกียจ แล้วประกาศออกไปด้วยเสียงอันดัง“เรื่องคดีของสวีชิง ข้าขอสั่งให้หลี่ว์เซียงตรวจสอบใหม่อีกครั้ง หากพิสูจน์ได้ว่าสวีชิงถูกใส่ร้าย ข้าจะคืนความยุติธรรมให้กับใต้เท้าสวี...”“ส่วนคดีที่สวีเนี่ยนจือทำร้ายแม่นมลี่ วางยาพิษท่านอ๋องเฉิงและจ้างมือสังหารไปสังหารทั้งครอบครัวของเฉินฮุยนั้น ข้าขอมอบให้ขุนนางบัญชาการเป็นผู้สอบสวน หากหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ก็ให้ทำการประหารสวีเนี่ยนจือด้วยการตัดหัวและเสียบประจาน!”หลี่ว์เซียงและขุนนางบัญชาการก้าวออกมารับพระราชโองการ ส่วนสวีเนี่ยนจือก็ต้องถูกสอบสวนต่อไปนางเหม่อมองเงาของเซียวเยวี่ยและเซียวหลินเทียนที่อยู่ตรงหน้าตนค่อย ๆ เล็กลงไปเรื่อย ๆแต่เงาที่ดูสง่าผ่าเผยของหลิงอวี๋กลับดูราวกับยิ่งใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆนางกับหลิงอวี๋แตกต่างกันเช่นนี้เชียวหรือ?ในชั่วพริบตาสวีเนี่ยนจือก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาทั้งที่นางสามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย อาศัยความไว้ใจที่เซียวเยวี่ยมีต่อตนยืนหยัดอยู่ในวังได้อย่างมั่นคงอีกทั้งยังสามารถใช้ความรู้สึกขอบคุณที่เซียวหลินเทียนมีต่อตน ไปเรียกร้องควา