LOGINคณะของหลิงอวี๋ออกเดินทาง เฮ่อหลานซื่ออวี่มิอาจวางใจ เขาจึงได้ติดตามพวกนางไปด้วยเมื่อเดินทางไปได้สิบกว่าลี้ก็ได้พบกับเซียวหลินเทียนและเผยอวี้เซียวหลินเทียนสัมผัสได้ว่าหลิงอวี๋อัญเชิญเสือปีกกาฬออกมา เขาจึงรีบนำกำลังคนรุดมารับพวกนางเดิมทีหลิงอวี๋มิได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ เซียวหลินเทียนก็คาดว่าคงมิได้มีอันตรายร้ายแรงอันใด เมื่อคืนจึงมิได้รีบรุดมาทว่าเมื่อมาถึง เซียวหลินเทียนก็ยังอดมิได้ที่จะรีบเอ่ยถาม “อาอวี๋ เจ้ามิเป็นกระไรใช่หรือไม่?”หลิงอวี๋กุมมือเขาไว้ พลางเอ่ยปลอบโยนว่า “หม่อมฉันมิเป็นไรเพคะ มีเสือปีกกาฬคอยคุ้มกัน พวกเขาก็เสียเปรียบแล้วเพคะ!”หลิงอวี๋ถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานให้เซียวหลินเทียนได้รับรู้ครั้นเซียวหลินเทียนล่วงรู้ว่าเสือปีกกาฬกัดขาของเซวียนหยวนเซินจนขาดสะบั้น เขาก็แค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา “เฮยอี้น่าจะกัดหัวของเขาให้ขาดไปเสีย เป็นตัวบ้ากระไรกัน บังอาจกล้ามาลอบสังหารพวกเจ้า!”หลิงอวี๋หลุดหัวเราะออกมา นางชื่นชอบนิสัยที่เปี่ยมด้วยอำนาจบารมีเยี่ยงนี้ของเซียวหลินเทียนยิ่งนักแม้ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งปานสำนักเซียนแพทย์ ก็ไม่มีความคิด
เฮ่อหลานซื่ออวี่พยักหน้า “ข้าเองก็จะเข้าร่วมด้วย รวมตัวข้าแล้ว ครานี้ตำหนักเจ็ดดาราของเราส่งคนมาเข้าร่วมการประลองถึงห้าคน!”หลิงอวี๋แย้มยิ้ม มิได้เอ่ยซักไซ้สิ่งใดต่อพวกของเฮ่อหลานซื่ออวี่เองก็ปรารถนาจะเข้าร่วมชิงตำแหน่งเจ้าสำนักเซียนแพทย์ เช่นนั้นพวกเขาย่อมอาจกลายเป็นคู่แข่งกันได้ตัวหลิงอวี๋เองนั้นหามีความกังวลอันใดไม่ เพราะที่นางมาช่วงชิงตำแหน่งเจ้าสำนักก็เพียงเพื่อปกป้องตำหนักเสวียนเทียน และคอยสนับสนุนพวกหยวนเฉี่ยนเฉี่ยนเท่านั้นทว่าผู้อื่นอาจมิได้ใจกว้างดั่งเช่นนาง หากซักไซ้มากความ เกรงว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิดคิดว่านางกำลังหยั่งเชิงดูท่าที“ตัวข้าเองก็จะเข้าร่วมด้วยเช่นกัน!”หลิงอวี๋กล่าวจบจึงเอ่ยต่อว่า “ข้าขอตัวไปดูอาการของเฉี่ยนเฉี่ยนก่อน ไว้ค่อยสนทนากันภายหลังเถิด!”หลิงอวี๋ถือโอสถรักษาแผลเดินกลับเข้าไปในห้องพักหยวนเฉี่ยนเฉี่ยนได้ฝืนกายลุกขึ้นมานั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วยามนางเห็นหลิงอวี๋เดินเข้ามาก็ยิ้มอย่างขมขื่นพลางกล่าว “ปากบอกว่าจะร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้าท้าชิงตำแหน่งในสำนักเซียนแพทย์ แต่ด้วยสภาพร่างกายของข้าเยี่ยงนี้ มิรู้ว่าจะยืนหยัดจนจบการประลองได้หรือไม่!”ห
เซวียนหยวนเซินมิทันจะได้หยัดกายลุกขึ้น เสือปีกกาฬก็คำรามลั่น และพุ่งทะยานลงมาจากบนหลังคา เพียงอ้าปากคราเดียวก็ขบกัดเข้าที่ขาของเซวียนหยวนเซินเซวียนหยวนเซินตื่นตระหนกยิ่งนัก เขารีบตวัดกระบี่แทงออกไป ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว ได้ยินเพียงเสียงกระดูกหักดังกร๊อบ เสือปีกกาฬก็กระชากขาของเขาขาดไปถึงครึ่งท่อนยังดีที่เซวียนหยวนคุนถลันเข้ามาโดยมิคำนึงถึงชีวิต เขาลากร่างของเซวียนหยวนเซินหลบฉากออกมาได้ทันเหล่ามือสังหารด้านหลังรีบกรูตามเข้ามา ต่างช่วยกันรับมือเสือปีกกาฬอย่างพัลวันยามนี้เสือปีกกาฬมิอาจเข้าประชิดตัวเซวียนหยวนเซินได้ จึงทำได้เพียงกระโจนไล่กัดเหล่ามือสังหารจนแตกตื่นโกลาหลเพียงมินาน มือสังหารเหล่านั้นก็ถูกเสือปีกกาฬจู่โจมจนขบวนทัพแตกพ่าย ต่างพากันหนีตายกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทางเมื่อได้เสือปีกกาฬมาช่วยหนุนเสริม แรงกดดันของหมี่อิงและเหล่าองครักษ์เงาก็ลดทอนลงในทันใด พวกเขาจึงกวัดแกว่งกระบี่พุ่งสวนกลับขึ้นมาอีกคราเซวียนหยวนคุนเห็นท่ามิดี จึงรีบแบกเซวียนหยวนเซินขึ้นหลังแล้ววิ่งหนีไปอย่างมิคิดชีวิต“ถอย...”จวบจนวิ่งไปไกลแล้ว เซวียนหยวนคุนจึงตะโกนสั่งการเหล่ามือสังหารเมื่อได้ร
มือสังหารอีกคนยังมิทันได้ตั้งตัว หลิงอวี๋ก็ตวัดแส้กลับคืนมาแส้เพลิงแดงที่ยังคงลุกโชนด้วยไฟ ม้วนพันรอบลำคอของมือสังหารผู้นั้นความร้อนแรงสูงแผดเผาผิวหนังบริเวณลำคอจนไหม้เกรียมในชั่วพริบตาเขาเห็นเพียงเปลวเพลิงอันเจิดจ้าจนมิอาจจ้องมองเต็มครรลองสายตา ยังมิทันรู้สึกเจ็บปวด ศีรษะและลำคอก็ขาดสะบั้นออกจากกันเบื้องหน้าของหลัวชุ่ยก็เต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน แม้หลิงอวี๋จะเก็บแส้เพลิงแดงไปแล้ว แต่นางยังคงรู้สึกว่าเปลวไฟอันเจิดจรัสนั้นยังคงวูบไหวอยู่ตรงหน้า“พี่หญิงหลัว ขึ้นไปบนหลังคา!”หลิงอวี๋อุ้มหยวนเฉี่ยนเฉี่ยน แล้วทะยานขึ้นสู่ยอดหลังคาหลัวชุ่ยเองก็เคยฝึกวรยุทธ์มาบ้าง รู้ดีว่าหากยังรั้งอยู่ในห้องย่อมมิปลอดภัย จึงรีบทะยานตามขึ้นไปบนหลังคา“รออยู่ที่นี่!”หลิงอวี๋ส่งเสียงผิวปากกึกก้อง เรียกสัตว์เทพเสือดาวหิมะของตนออกมา“เสือดาวหิมะ เฝ้าพวกนางไว้ ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าใกล้เด็ดขาด!”หลิงอวี๋ลูบศีรษะขนาดใหญ่ของเสือดาวหิมะ พลางออกคำสั่ง“โฮก!”เสือดาวหิมะคำรามตอบรับหนึ่งครา พร้อมกับพยักหน้าหลิงอวี๋ยืนตระหง่านอยู่บนหลังคา กวาดสายตามองลงไปเบื้องล่าง เห็นมือสังหารอีกหลายสิบคนกำลังดาหน้า
หลิงอวี๋ที่อยู่ทางด้านนี้ เมื่อเห็นว่าผู้ที่พุ่งลงมาสามารถปลิดชีพมือสังหารลงได้ นางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้ววาดกระบี่แทงเข้าที่กลางอกของมือสังหารที่ขวางทางนางอยู่ทันที“ไป!”หลิงอวี๋ได้ยินเสียงการต่อสู้ยังคงดังอยู่ด้านนอก ยามนั้นมิรู้ว่ามีมือสังหารมากน้อยเท่าใด จึงร้องบอกบุรุษที่เข้ามาช่วยว่า “ท่านพาพวกนางไปก่อน ข้าจะระวังหลังให้เอง!”ในความเร่งรีบนั้น หลิงอวี๋เหลือบมองชายผู้มาช่วยคราหนึ่งแสงไฟในห้องมิสว่างนัก หลิงอวี๋เห็นเพียงว่าเขาเป็นบุรุษร่างสูงโปร่ง สูงมิต่ำกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรเขาสวมอาภรณ์ขาว ดวงตาคู่หนึ่งดูลุ่มลึก ผิวพรรณขาวจัด ยิ่งขับให้ดวงตาดูดำขลับยิ่งขึ้น“ท่านพาพวกนางไป ข้าจะระวังหลังให้เอง!”ชายชุดขาวร้องบอก พลางถือกระบี่พุ่งออกไปด้านนอกทันที“พี่ซื่ออวี่ ขอบคุณท่านมาก!”หยวนเฉี่ยนเฉี่ยนร้องคำหนึ่ง ยังพูดมิทันจบดี ร่างของนางก็อ่อนฮวบลงกับพื้นหลัวชุ่ยที่อุ้มเด็กน้อยอยู่ ร้องด้วยความตกใจ “เฉี่ยนเฉี่ยน...”หลิงอวี๋พุ่งเข้าไปรับร่างหยวนเฉี่ยนเฉี่ยนไว้ได้ทันท่วงทีเมื่อครู่หยวนเฉี่ยนเฉี่ยนถูกปราณกระบี่ทำร้ายจนบาดเจ็บที่เส้นลมปราณหัวใจ ยามนี้ทนมิไหวจึงหมดสติ
หลิงอวี๋พลันนึกถึงเซวียนหยวนเซินขึ้นมาทันที ครานี้นางและเซียวหลินเทียนช่วยนักโทษจากเขาสือติ้งออกมามากมายเพียงนั้น ทำให้เซวียนหยวนเซินต้องสูญเสียอย่างมหาศาลเซวียนหยวนเซินย่อมไม่มีทางปล่อยพวกนางไปอย่างเด็ดขาดการดักลอบสังหารพวกนางบนเส้นทางเข้าสู่เมืองหลวงกวงจ้าว ประการแรกคือเพื่อล้างแค้น ประการที่สองคือเพื่อขัดขวางมิให้พวกนางไปเข้าร่วมการประลองชิงตำแหน่งเจ้าสำนักหลิงอวี๋ครุ่นคิด มือก็คลำหาอาวุธและยาพิษออกมา พลางรอคอยอย่างอดทนดูเหมือนคนที่อยู่บนหลังคาจะย่อตัวลงแล้วในยามนั้นเอง หลิงอวี๋ก็ได้ยินเสียงแผ่วเบาอีกครั้ง คล้ายกับมีคนที่สองตามมาหลิงอวี๋ใจกระตุกวูบ คนที่สองนี้ดูเหมือนจะมีวรยุทธ์สูงส่งยิ่งกว่าคนแรกเสียอีก เขาหยุดลงตรงหัวมุมกำแพงนี่คิดจะมาล้อมโจมตีนางงั้นหรือ?คนที่อยู่บนหลังคาดูเหมือนจะมิพบเห็นคนที่มาทีหลัง เขาเปิดแผ่นกระเบื้องมุงหลังคาออกอย่างเบามือหนึ่งแผ่น จากนั้นก็สอดท่อไม้ไผ่เข้ามาหลิงอวี๋เห็นแล้วก็รู้สึกพูดมิออก นึกว่ามือสังหารจะเก่งกาจเพียงใด ที่ไหนได้กลับใช้วิธีที่ล้าสมัยเพียงนี้นางขยับกายวูบหนึ่ง ในชั่วพริบตาที่ควันถูกพ่นออกมา หลิงอวี๋ก็กระโดดขึ้นไปอยู่บนข







