Share

ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก
ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก
Author: มั่วมั่วชิงชิง

บทที่ 1

Author: มั่วมั่วชิงชิง
“งานแต่งนี้คึกคักดีจริง ๆ พวกเธอได้ยินข่าวไหม เพื่อนสมัยเด็กของทนายฮั่วกำลังขู่ฆ่าตัวตายอยู่บนดาดฟ้าโรงแรมละ!”

เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบนินทาดังแว่วมาจากนอกประตู ความขมขื่นก็ตีตื้นขึ้นมาในใจของหมิงเยียน

นี่เป็นครั้งที่ 99 แล้วที่ฉินหว่านขู่จะฆ่าตัวตาย

เธอคิดว่าตัวเองชินชาไปแล้ว

แต่ว่าวันนี้มันต่างออกไป

วันนี้คืองานแต่งงานของเธอกับฮั่วหานซาน

การที่ฉินหว่านมาอาละวาดแบบนี้ เธอรู้ดีว่าตัวเองคงต้องเป็นฝ่ายยอมถอยให้อีกแล้ว

เธอคบกับฮั่วหานซานมาห้าปี ฉินหว่านก็ก่อเรื่องวุ่นวายมาตลอดห้าปีเช่นกัน

และทุกครั้งฮั่วหานซานก็จะรีบวิ่งไปปลอบโยนฉินหว่านเป็นคนแรกเสมอ

จนหมิงเยียนแอบคิดด้วยซ้ำว่าในความสัมพันธ์นี้ ตัวเองต่างหากที่เป็นมือที่สามซึ่งเปิดเผยไม่ได้

แต่ตอนฮั่วหานซานทิ้งเธอไปหาฉินหว่านคราวก่อน เขาเคยให้สัญญากับเธอไว้ว่า—นั่นจะเป็นครั้งสุดท้าย

เพราะเธอเชื่อคำว่า ‘ครั้งสุดท้าย’ ของเขา ถึงได้มีงานแต่งงานในวันนี้

“เธออยากตายก็ปล่อยให้ตายไปสิ! โทรมาหาฉันแล้วมีประโยชน์อะไร”

หมิงเยียนเงยหน้าขึ้น ประตูระเบียงปิดไม่สนิท เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของฮั่วหานซานจึงเล็ดลอดเข้ามาในห้อง

“กระโดดตึกเหรอ เธอไม่กล้าหรอก! ขู่ฆ่าตัวตายมาตั้งกี่ครั้งแล้ว เคยมีครั้งไหนเลือดตกยางออกจริง ๆ บ้างไหม”

ท้ายที่สุดเธอได้ยินฮั่วหานซานกดเสียงต่ำสั่งการอะไรอีกสองสามประโยค แต่เพราะเสียงเบาเกินไป เธอจึงฟังไม่ชัด

พอฮั่วหานซานวางสายและหันกลับมา เขาก็สบเข้ากับสายตาของหมิงเยียนพอดี

หมิงเยียนรู้สึกได้เพียงว่าหัวใจกำลังเต้นแรง—ครั้งนี้เขาไม่ได้ไปหาฉินหว่านจริง ๆ สินะ...

ดังนั้นเขาไม่ได้หลอกเธอเหรอ

นี่เป็นครั้งสุดท้ายจริง ๆ ใช่ไหม

“มองฉันแบบนี้ทำไม งานแต่งใกล้จะเริ่มแล้ว เตรียมตัวพร้อมหรือยัง” ฮั่วหานซานเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ

ถึงอย่างนั้นหมิงเยียนก็ยังคงรู้สึกดีใจมากอยู่ดี

เธอรู้ดีว่าฮั่วหานซานมีภาวะแยกตัวทางอารมณ์มาตั้งแต่กำเนิด หลายครั้งที่เขาไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นได้

แต่จากความรู้สึกชอบๆ ในวัยเด็ก จนกลายมาเป็นความรักที่มอบให้จากใจจริงในปัจจุบัน เธอรู้สึกว่าในที่สุดความพยายามของตนเองก็สัมฤทธิ์ผลเสียที

สำหรับฮั่วหานซานแล้ว เธอคงเป็นคนพิเศษจริง ๆ

ไม่อย่างนั้นเขาจะยอมตกลงแต่งงานกับเธอได้ยังไง

หมิงเยียนยิ้มแย้มสดใสพลางควงแขนเขา แววตาและสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข “ฮั่วหานซาน ในที่สุดเราก็จะได้แต่งงานกันแล้วนะ...”

ฮั่วหานซานยังคงมีสีหน้าไร้อารมณ์ “อืม ฉันรู้”

ประตูห้องพักรับรองถูกเปิดออก—

“ขอเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นมาบนเวทีเลยครับ” เสียงก้องกังวานของพิธีกรงานแต่งดึงดูดความสนใจของทุกคนในงานได้ทันที

หมิงเยียนควงแขนฮั่วหานซานเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข

“ขอแสดงความยินดีกับ...”

พูดยังไม่ทันจบ จู่ ๆ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของฮั่วหานซานก็ดังขัดขึ้นมา

ใบหน้าของพิธีกรฉายแววกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาแวบหนึ่ง ขณะที่แขกเหรื่อด้านล่างเวทีพากันหัวเราะครืน

รอยยิ้มบนใบหน้าของหมิงเยียนแข็งค้าง เสียงเรียกเข้านี้เปรียบเสมือนฝันร้ายสำหรับเธอ เพราะมันเป็นเสียงเรียกเข้าเฉพาะของฉินหว่าน

ฮั่วหานซานล้วงโทรศัพท์ออกมาจากอกเสื้อแล้วกดรับสาย “ฮัลโหล มีอะไรอีก”

พิธีกรรีบออกมากู้สถานการณ์ พยายามดึงบรรยากาศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง—ทำอาชีพนี้มาตั้งหลายปี นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาเจอเรื่องแบบนี้

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก

“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”

ฮั่วหานซานทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะก้าวยาว ๆ ลงจากเวทีไป

ในชั่วอึดใจนั้น ทุกคนต่างพากันส่งเสียงฮือฮา

“อย่าไปเลยนะ...” หมิงเยียนรวบชายชุดแต่งงานแล้ววิ่งตามไป ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเว้าวอน “นายเคยบอกว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนี่”

หัวคิ้วของฮั่วหานซานขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายกำลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียอย่างเยือกเย็น

ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็อธิบายกับเธอด้วยความใจเย็น “ฉินหว่านกระโดดตึกจริง ๆ ฉันต้องไปดูหน่อย เธอช่วยรับหน้าแขกในงานไปก่อนนะ ไปเดี๋ยวเดียวฉันก็กลับมาแล้ว”

“ฮั่วหานซาน!” หมิงเยียนจับข้อมือเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “ถ้านายไป ฉันจะไม่แต่งงานด้วยแล้ว!”

ฮั่วหานซานแกะมือเธอออก “งั้นก็อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน”

หมิงเยียนรู้สึกราวกับหัวใจแตกสลายไม่มีชิ้นดี น้ำตาหยดแหมะลงมาทันที

พอฮั่วหานซานเห็นน้ำตาของเธอ หัวใจก็อดสั่นสะท้านขึ้นมาไม่ได้ แต่เขาก็รู้ดีว่าเธอกำลังยอมอ่อนให้เขาแล้ว

เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา

เธอตัดใจจากเขาไม่ลงหรอก

เขารู้ดีว่าหมิงเยียนชอบเขามากแค่ไหน ทั้งที่เป็นถึงคุณหนูผู้บอบบาง แต่กลับยอมผิดใจกับครอบครัวเพื่อมาดิ้นรนสร้างตัวกับเขาที่เมืองหลวง

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็มักจะคอยยืนอยู่เคียงข้างเขาเสมอ

ความปรารถนาสูงสุดของเธอก็คือการได้แต่งงานกับเขา

อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ตอนฉินหว่านก่อเรื่องตั้งหลายครั้ง เธอก็เป็นคนคอยตามล้างตามเช็ดให้เขาทุกครั้ง

แต่คราวนี้ถึงขั้นเอาเรื่อง ‘ไม่แต่งงาน’ มาขู่เขา เห็นได้ชัดว่าคงถูกต้อนให้จนตรอกจริง ๆ

เพียงแต่ทางฝั่งของฉินหว่านเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ

เขาจะปล่อยให้หมิงเยียนมาทำตัวงี่เง่าไม่ได้

ฮั่วหานซานขยับริมฝีปากแบบอัตโนมัติ ทว่าโทรศัพท์ในกระเป๋ากลับสั่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาจึงกดรับสายแล้วหันหลังวิ่งออกไปทันที

บรรดาแขกเหรื่อต่างพากันมองหน้ากันเลิ่กลั่กไปชั่วขณะ

นี่มัน...สถานการณ์แบบไหนกัน

ทำไมเจ้าบ่าวถึงวิ่งหนีไปล่ะ

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์กำลังวุ่นวาย หมิงเยียนจึงยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ฝืนทำใจดีสู้เสือ หันไปคว้าไมโครโฟนมาจากมือพิธีกรที่กำลังยืนอึ้ง “ต้องขอโทษทุกท่านด้วยนะคะ งานแต่งงานในวันนี้ขอยกเลิกค่ะ...”

ทั่วทั้งงานเกิดเสียงเซ็งแซ่ขึ้นมาทันที

ทว่าหมิงเยียนไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนใจเรื่องพวกนี้อีกแล้ว

เธอรู้ดีว่าเมื่อวันนี้ผ่านพ้นไป ตัวเองจะกลายเป็นตัวตลกที่น่าสมเพชที่สุดในเมืองหลวง

ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าหมิงเยียนรักฮั่วหานซานหัวปักหัวปำ ยอมทิ้งตัวเลือกที่เป็นถึงลูกรักสวรรค์ตั้งมากมาย หันมาเลือกหนุ่มยากจน ร่วมกัดก้อนเกลือกินมาด้วยกัน จนตอนนี้อุตส่าห์เจอฟ้าหลังฝนแล้วแท้ ๆ แต่กลับถูกฮั่วหานซานทิ้งกลางงานแต่งเสียได้

และเมื่อหมิงเยียนวิ่งตามออกมานอกโรงแรมก็พบว่าบริเวณหน้าประตูนั้นถูกผู้คนมุงดูจนแน่นขนัด

ห่างออกไปไม่ไกล ฉินหว่านถูกฮั่วหานซานอุ้มลงมาจากเบาะลม เธอสวมชุดแต่งงานพร้อมกับร้องไห้จนตาแดงก่ำ

“ฮั่วหานซาน นายทิ้งฉันไว้คนเดียวได้ยังไง เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไปน่ะ”

“เธอเลิกงี่เง่าได้แล้ว” ฮั่วหานซานขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้ายังคงราบเรียบไร้อารมณ์

ฉินหว่านยกมือขึ้นประคองใบหน้าเขา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาดำขลับดุจน้ำหมึกคู่นั้น “ฉันไม่เลิก!”

หมิงเยียนมองการกระทำของฉินหว่าน ปฏิกิริยาแรกในหัวของเธอคือฮั่วหานซานจะต้องโกรธแน่ ๆ

ตอนเด็ก ๆ เธอเคยประคองใบหน้าเขาแล้วมองแบบนี้เหมือนกัน แต่เขากลับมองเธอด้วยสายตาเย็นชาแล้วพูดว่า “ฉันไม่ชอบให้ใครมาจับหน้า”

น้ำเสียงเยียบเย็น แววตาปราศจากความรู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น

แต่ฮั่วหานซานในตอนนี้กลับไม่มีท่าทีขัดขืนใด ๆ ปล่อยให้ฉินหว่านขยำใบหน้าหล่อเหลาของเขาระบายอารมณ์ จนในที่สุดฉินหว่านก็ยอมยิ้มออกมาทั้งน้ำตา

เดิมทีหมิงเยียนเคยคิดว่าภาวะแยกตัวทางอารมณ์ของฮั่วหานซานทำให้เขาเย็นชา เหินห่างกับทุกคน แต่วินาทีนี้ เมื่อเห็นเขาอุ้มฉินหว่านเดินไปที่รถพยาบาล เธอถึงได้เข้าใจว่าตัวเองเป็นตัวตลกขนาดไหน

เธอเคยคิดว่าผ่านวันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า สักวันหนึ่งเธอจะหลอมละลายหัวใจอันแสนเย็นชาของเขาได้ ในที่สุดเขาก็จะหันมาชอบเธอ และดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาคู่นั้นจะเปี่ยมไปด้วยความยินดีและคอยตามใจเธอ

แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า—

เธอถูกตบหน้าฉาดใหญ่

ที่แท้ฮั่วหานซานก็มีความรู้สึก เพียงแต่มันไม่ได้มีไว้สำหรับเธอ

หมิงเยียนยิ้มไปยิ้มมาน้ำตาก็ร่วงเผาะลงมา

ห้าปีที่ผ่านมานี้

เธอเป็นตัวอะไรกันแน่

หมิงเยียน เธอมันช่างไร้เดียงสา ช่างน่าขำจริง ๆ

เวลาห้าปีที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ความฝันของเธอเท่านั้น

ตอนนี้ความฝันได้แตกสลายแล้ว

เธอเองก็ควรจะตื่นได้แล้ว

หมิงเยียนกลับไปที่ห้องรับรอง ถอดชุดแต่งงานออก แล้วเปลี่ยนกลับไปใส่เสื้อผ้าของตัวเอง

ตอนนี้กระแสความวุ่นวายจากงานแต่งยังคงคุกรุ่นอยู่ เพราะแบบนั้นพอหมิงเยียนกลับมาถึงสำนักงานทนายความ บรรดาเพื่อนร่วมงานที่กำลังจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรสก็พากันเงียบกริบทันที

ถึงกระนั้นหมิงเยียนก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เธอเป็นคนหน้าหนามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตอนวัยรุ่นที่ตามจีบหนุ่มอัจฉริยะแห่งคณะนิติศาสตร์อย่างฮั่วหานซาน เธอก็กลายเป็นตัวตลกของคนทั้งมหาวิทยาลัยมาแล้ว

เธอใช้ความกล้าหาญอันโดดเดี่ยวบุกตะลุยไปข้างหน้า จนกระทั่งตอนนี้ที่หัวร้างข้างแตก ในที่สุดเธอก็เข้าใจเสียทีว่าฮั่วหานซานไม่ได้ชอบเธอเลยจริง ๆ

หมิงเยียนกลับไปที่โต๊ะทำงาน สั่งพิมพ์ใบลาออกจากคอมพิวเตอร์ เซ็นชื่อกำกับ แล้วนำไปวางไว้บนโต๊ะทำงานในห้องของฮั่วหานซาน

เพิ่งจะวางลง โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมา

เป็นสายจากฮั่วหานซาน

“ฉันได้ยินมาว่าเธอยกเลิกงานแต่งเหรอ ทำไมไม่ปรึกษาฉันก่อน รู้ไหมว่ามันส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานเรามากแค่ไหน”

“ไม่ยกเลิกแล้วจะให้ทำยังไงล่ะ” หมิงเยียนสวนกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “จะปล่อยให้แขกตั้งมากมายนั่งรอนายไปเป็นฮีโร่ช่วยสาวงามกลับมาหรือไง”

ฮั่วหานซานเงียบไปอึดใจหนึ่ง คล้ายกับคิดไม่ถึงว่าหมิงเยียนจะกล้าเถียงเขากลับ

ตั้งแต่พวกเขาเริ่มคบกัน หมิงเยียนก็เป็นเหมือนพระอาทิตย์ดวงน้อยที่คอยวนเวียนพูดเจื้อยแจ้วอยู่รอบตัวเขามาตลอด เหมือนเธอจะเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานและมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ

และไม่เคยเหวี่ยงวีนใส่เขาสักครั้ง

“ฉันผิดเอง” ฮั่วหานซานยังคงมีเหตุผลและเยือกเย็นเสมอ “ฉันคิดไม่รอบคอบเอง”

หมิงเยียนแค่นยิ้มขื่น เมื่อก่อนเธอมันก็แค่ลูกวัวแรกเกิดที่ไม่รู้จักเกรงกลัวเสือ ทำไมถึงไปคิดว่าคนที่มีความบกพร่องทางอารมณ์มาตั้งแต่กำเนิดจะมารักเธอได้

หมิงเยียนปรายตามองจดหมายลาออกบนโต๊ะ “ฮั่วหานซาน จดหมายลา...”

พูดยังไม่ทันจบ เสียงออดอ้อนของหญิงสาวก็แทรกเข้ามาในสาย “ฮั่วหานซาน ฉันปวดเอว รีบมานวดให้หน่อยสิ”

“ฉันยุ่งอยู่ แค่นี้ก่อนนะ”

จากนั้นไม่นานในสายก็มีเสียง ‘ตื๊ด ๆ’ ดังออกมา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 30

    ฮั่วหานซานก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว น้ำเสียงแหบพร่าอย่างหนัก “หมิงเยียน...ในที่สุดฉันก็หาเธอเจอสักที”ในที่สุดหมิงเยียนก็ช้อนตาขึ้นมองสบตาเขาตรง ๆแววตาของเธอสุกใส ทว่ากลับไร้ซึ่งระลอกคลื่นอารมณ์ใด ๆฮั่วหานซานเองก็มองสบตาเธอเช่นกันหญิงสาวตรงหน้ายังคงสะสวยเหมือนในความทรงจำของเขา หากเธอยิ้มจนตาหยีแล้วพูดคุยกับเขา เขาคงต้องคิดว่าเรื่องราวตลอดหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ฝันตื่นหนึ่งของเขาแน่นอน“ทนายฮั่ว” เธอเอ่ยปาก น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น “คุณมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ”คำว่า ‘ทนายฮั่ว’ เปรียบเสมือนเข็มอันเย็นเยียบที่ทิ่มแทงลงกลางใจของฮั่วหานซานอย่างจังเมื่อก่อนตอนอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอมักจะเรียกชื่อเต็มของเขาว่า ‘ฮั่วหานซาน’ มาตลอด ตอนโกรธก็เรียก ตอนอารมณ์ดีก็เรียก หรือบางครั้งที่ออดอ้อนก็จะเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน...มีเพียงเวลาทำงานเท่านั้นที่เธอจะหลีกเลี่ยงข้อครหาและเรียกเขาว่า ‘ทนายฮั่ว’“ฉัน...” คำพูดนับพันหมื่นจุกอยู่ที่คอ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง ก่อนท้ายที่สุดจะเค้นคำพูดออกมาสองสามคำอย่างยากลำบาก “หมิงเยียน ฉันตามหาเธอมานานมาก...”เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือ

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 29

    ในที่สุดโลกก็สงบสุขเสียทีเธอเอนพิงพนักเก้าอี้ พลางนวดขมับเบา ๆขณะที่เธอกำลังพยายามสงบสติอารมณ์เตรียมจะกลับไปทำงานต่อ จู่ ๆ เสียงร้องโวยวายอย่างตื่นตูมของลู่เฟิ่งกุยก็ดังมาจากนอกห้องทำงาน—“บอส! บอสครับ! บอสรีบออกมาดูเร็วเข้าว่าใครมา!”เขาส่งเสียงดังเอะอะหมิงเยียนจนรำคาญ นึกว่าเขาไปคว้าตัวลูกค้ารายใหญ่ที่ไม่คาดคิดมาได้อีก จึงฝืนรวบรวมสติลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องทำงานทว่าบริเวณหน้าประตูห้องทำงานในเวลานี้—ลู่เฟิ่งกุยเบี่ยงตัวหลบให้ด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ ผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาจึงปรากฏแก่สายตาของเธออย่างชัดเจนคือ...ฮั่วหานซานเขาดูผอมลงไปมาก สันกรามจึงดูคมกริบยิ่งขึ้น คอเสื้อสูทเปิดกว้างออกเล็กน้อย เผยให้เห็นปกเสื้อเชิ้ตด้านในที่เคยเรียบกริบทว่าตอนนี้กลับดูหลุดลุ่ยอยู่บ้างสีหน้าของหมิงเยียนพลันแข็งค้าง มือที่จับลูกบิดประตูบีบแน่นขึ้นทันที หยาดโลหิตทั่วร่างสูบฉีดพล่านไปทั่วร่างในชั่วอึดใจ ก่อเกิดเป็นความรู้สึกวิงเวียนอย่างน่าประหลาดโลกทั้งใบราวกับหยุดนิ่งลงในวินาทีนี้สรรพเสียงรอบกายหายไป หลงเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงจนควบคุมไม่อยู่ของเธอเท่านั้นตึก...ตึก...ก

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 28

    “หมิงเยียน...”น้ำเสียงของหวังเหมยเจือความประหม่าอยู่เล็กน้อย ทว่าคำพูดที่เอ่ยออกมากลับพยายามแสร้งทำเป็นผ่อนคลาย “เธอ...เด็กคนนี้ทำไมถึงไปแบบไม่บอกไม่กล่าวเลยล่ะ ไม่เห็นบอกป้าสักคำ แล้วนี่เธอจะกลับมาเมื่อไหร่ ป้าคิดถึงเธอแล้วนะ...”คำถามเป็นชุดที่ถูกโยนมาอย่างกะทันหันนี้ ทำให้หมิงเยียนรู้สึกแปลกหน้าอย่างบอกไม่ถูกตลอดห้าปีที่ผ่านมา แม้หวังเหมยจะยอมรับว่าเธอเป็นแฟนของฮั่วหานซาน แต่ก็มักจะสงวนท่าทีและแฝงความจู้จี้จับผิดอยู่เสมอ ไม่เคยกระตือรือร้นขนาดนี้มาก่อนแค่ไม่หาเรื่องจับผิด ในสายตาของหมิงเยียนก็ถือว่าใจดีมากแล้วหากได้ยินคำพูดเหล่านี้เมื่อเดือนก่อน เธอรับรองเลยว่าจะต้องซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพรากแน่ ๆแต่ตอนนี้—กลับรู้สึกแค่ว่ามันช่างน่าขำ“หนูสบายดีค่ะ ขอบคุณคุณป้าที่เป็นห่วงนะคะ” น้ำเสียงของหมิงเยียนห่างเหินแต่ยังคงความสุภาพ “คุณป้ามีธุระอะไรก็พูดมาตรง ๆ ได้เลยค่ะ”หวังเหมยถึงกับชะงักไป คล้ายกับคิดไม่ถึงว่าตัวเองอุตส่าห์ยอมลดตัวลงมาขนาดนี้แล้ว แต่อีกฝ่ายกลับไม่รับน้ำใจ เธอรู้สึกเสียหน้าไปชั่วขณะ จนพลอยทำให้น้ำเสียงเย็นชาตามไปด้วย“หานซานก็นิสัยแบบนี้แหละ ดื้อรั้นแถมยังพูดจาไ

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 27

    เขาไม่คิดว่าจู่ ๆ สองแม่ลูกคู่นี้จะก็มโนธรรมหรอกนะ...อุบัติเหตุรถชนในตอนนั้นเกรงว่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลัง“นังสารเลวหมิงเยียนนั่นมีอะไรมาเทียบฉันได้!” ฉินหว่านราวกับแมวถูกเหยียบหาง “ฉันต่างหากที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกันกับหานซาน! ไม่ช้าก็เร็วหานซานต้องตาสว่างและเห็นว่าใครกันแน่ที่เหมาะสมกับเขาจริง ๆ!”“เหมาะสมงั้นเหรอ” หานจิ้นแค่นเสียงหยัน “เหมาะสมที่จะปั้นน้ำเป็นตัวไปวัน ๆ หรือเหมาะสมที่จะไปอาละวาดฆ่าตัวตายในวันแต่งงานของคนอื่นล่ะ”ฉินหว่านโกรธจนริมฝีปากสั่นระริก “คุณ...คุณพูดพล่อยอะไร...”“ผมพูดพล่อยเหรอ” สายตาของหานจิ้นเย็นเยียบ “ฉินหว่าน เหลือที่ยืนให้ตัวเองสง่างามบ้างเถอะ ทำไมฮั่วหานซานถึงเอาแต่หลบหน้าคุณ คุณไม่รู้จริง ๆ หรือไง ที่เมื่อก่อนเขายอมทนคุณ ก็เพราะเห็นแก่บุญคุณที่ป้าฉินเคยช่วยชีวิตไว้ ตอนนี้หมิงเยียนไปแล้ว ความสัมพันธ์อันน้อยนิดที่คุณมีก็ถูกตัวคุณเองทำลายจนป่นปี้ไปหมดแล้ว อย่าหาเรื่องใส่ตัวให้ต้องอับอายไปมากกว่านี้เลย”คำพูดเหล่านี้เปรียบเสมือนมีดแหลมคมนับไม่ถ้วนที่กรีดแทงลงกลางใจฉินหว่านอย่างจังเธอโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม ชี้หน้าหานจิ้นพร้อมกับพูดว่า ‘คุณ’

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 26

    ฉินหว่านไม่ยอมแพ้ กดโทรออกไปอีกครั้ง—[ขอโทษค่ะ หมายเลขที่คุณเรียก...]“กรี๊ด!” ฉินหว่านกรีดร้องออกมาด้วยความโมโห แทบจะปากระติกน้ำเก็บอุณหภูมิในมือลงพื้นเธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงนังสารเลวหมิงเยียนนี่มันตามหลอกหลอนไม่เลิกจริง ๆ ขนาดไปแล้วยังไม่ยอมให้คนอื่นได้อยู่อย่างสงบสุขเลย!ไม่ได้!วันนี้เธอจะต้องรอเจอฮั่วหานซานให้ได้!“ขอกาแฟให้ฉันแก้วหนึ่ง...” เธอเดินตรงไปนั่งลงบนโซฟาในโซนรับรอง แสร้งวางมาดราวกับเป็นนายหญิงของที่นี่ พลางออกคำสั่งกับพนักงานต้อนรับ “เอาแบบคั่วบดใหม่ ๆ นะ ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่นม”พนักงานต้อนรับย่อมจำฉินหว่านได้ดี ผู้หญิงคนนี้มักจะมาหาทนายฮั่วที่สำนักงานอยู่บ่อย ๆ ว่ากันว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนสมัยเด็กกัน และที่สำคัญ พี่หมิงเยียนของพวกเธอก็ถูกผู้หญิงคนนี้บีบให้ต้องออกไป!แม้ในใจเธอจะรังเกียจ ทว่าก็ไม่กล้าล่วงเกิน จึงทำได้เพียงรับคำแล้วเดินไปเตรียมให้เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าฉินหว่านรอจนเริ่มกระวนกระวายใจ กาแฟถูกเติมครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของฮั่วหานซานแม้แต่น้อยและในตอนที่เธอแทบจะหมดความอดทน เสี

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 25

    “พะ...พรุ่งนี้เช้าเก้าโมงเหรอครับ” โจวมู่เหยียนหน้ามืดแทบจะล้มพับไปตรงนั้นลำพังแค่คดีฟ้องร้องสำคัญ ๆ ในมือฝ่ายกฎหมายก็มีตั้งเจ็ดแปดคดีแล้ว คดีเรียกร้องสิทธิ์ทั่วไปยังมีอีกหลายสิบคดี ให้รื้อมาดูใหม่หมดแถมต้องทำรายงานละเอียดภายในคืนเดียวเนี่ยนะ!นี่มันจังหวะโต้รุ่งจนตายชัด ๆ เลย!“ประธานฟู่ครับ แบบนี้...เวลามันกระชั้นชิดไปหน่อยไหมครับ” โจวมู่เหยียนพยายามดิ้นรนฟู่ซิวเฉินช้อนตาขึ้นมองเขา สายตาปราศจากความอบอุ่น “มีปัญหาเหรอ”โจวมู่เหยียนกลืนคำพูดลงคอทันที รู้สึกชาวาบไปทั้งหนังหัว “มะ...ไม่มีครับ! รับรองว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง!”เขาร้องไห้ไม่ออก ได้แต่ตะโกนก้องอย่างบ้าคลั่งในใจ: ตกลงใครไปทำให้พ่อคุณคนนี้ไม่สบอารมณ์อีกเนี่ย?!นรกการทำโอทีแบบกะทันหันนี่มันเพื่ออะไรกัน!ฟู่ซิวเฉินไม่พูดพร่ำทำเพลง ลุกขึ้นจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องประชุมไป ทิ้งให้โจวมู่เหยียนและบรรดายอดฝีมือฝ่ายกฎหมายโอดครวญระงมอยู่ตรงนั้น……เมืองหลวง บนทางด่วนมุ่งหน้าสู่สนามบินหานจิ้นขับรถเหยียบมิดไมล์มุ่งหน้าไปยังสนามบินเขามองผ่านกระจกมองหลัง เห็นฮั่วหานซานที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา สีหน้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status