Share

บทที่ 2

Author: มั่วมั่วชิงชิง
หมิงเยียนสูดหายใจเข้าลึก ฝืนกลั้นความรู้สึกปวดหนึบในใจ แล้วหันไปมองนอกหน้าต่างบานกระจกใหญ่จรดพื้น

ภายนอกแสงแดดเจิดจ้า รถราขวักไขว่ ทิวทัศน์ของเมืองหลวงอันกว้างใหญ่ปรากฏแก่สายตาอย่างชัดเจน

จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าสำนักงานทนายความหมิงหานที่เวลานี้โด่งดังในเมืองหลวง แท้จริงแล้วจุดเริ่มต้นมีเพียงสำนักงานเล็ก ๆ ห้องนี้เท่านั้น

แถมตอนนั้นเธอยังเป็นคนขายบ้านเพียงหลังเดียวที่มีชื่อตัวเองเป็นเจ้าของ เพื่อเอาเงินมาช่วยฮั่วหานซานเช่าที่นี่ไว้

ทว่าตอนนี้พื้นที่ทั้งชั้นล้วนตกเป็นของฮั่วหานซานแล้ว

เธอจำได้ว่าวันที่ตกลงเช่าสำนักงานห้องนี้ อากาศก็แจ่มใสแบบนี้เช่นกัน

“สำนักงานทนายความชื่อหมิงหานดีไหม”

“ชื่ออะไรก็ได้” ฮั่วหานซานมีสีหน้าราบเรียบ “เธอตัดสินใจก็แล้วกัน”

หมิงเยียนโผเข้ากอดเขาด้วยความตื่นเต้น ทว่ากลับถูกเขาดึงแก้มให้ออกจากอ้อมอกอย่างไม่ไยดี “ฉันไม่ชอบให้คนอื่นมากอด”

ถึงอย่างนั้นหมิงเยียนก็ยังคงยิ้มกว้างอย่างไม่คิดอะไร แล้วมุดตัวเข้าสู่อ้อมกอดของเขาอีกครั้ง “แต่ฉันจะกอด”

เธอเคยยิ้มและบอกกับฮั่วหานซานด้วยความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมว่าตัวเองจะช่วยให้เขากลายเป็นทนายความที่เก่งที่สุดในเมืองหลวง

ฮั่วหานซานตอบกลับว่าเขาไม่สนหรอก เพราะในใจเขา ความสุขของหมิงเยียนสำคัญที่สุด

เธอไม่ได้ผิดคำพูด

แต่เขาต่างหากที่โกหก

……

ข้าวของของหมิงเยียนในบริษัทมีเยอะมาก

เยอะเสียจนเธอเก็บกวาดอยู่นานก็ยังไม่เสร็จ

เพราะตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทจนถึงปัจจุบัน เธอคือคนที่คอยยืนอยู่เบื้องหลังฮั่วหานซาน เพื่อช่วยวางแผนและคอยตามล้างตามเช็ดให้เขา

แม้บริษัทจะเป็นของฮั่วหานซาน แต่มันก็มาจากหยาดเหงื่อแรงกายของเธอเช่นกัน

บรรดาพนักงานมองหมิงเยียนเก็บข้าวของพลางมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทว่ากลับไม่มีใครกล้าก้าวเข้าไปหา

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคงได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นในงานแต่งงานมาแล้ว

เพียงแต่ฮั่วหานซานเป็นเจ้านาย พวกเขาจึงไม่กล้านินทาลับหลัง ยกเว้นแต่ว่าไม่อยากทำงานที่นี่แล้ว

และในขณะที่หมิงเยียนเก็บของทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เตรียมจะเรียกบริษัทรับจ้างย้ายของ จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

เป็นสายจากแม่ของฮั่วหานซาน

หมิงเยียนเม้มริมฝีปาก ก่อนกดรับสาย

“ฮัลโหล คุณหมิงหรือเปล่าคะ” หลังรับสายกลับกลายเป็นเสียงร้อนรนของแม่บ้าน

“โทรหาคุณฮั่วไม่ติดเลยค่ะ จู่ ๆ คุณแม่ของเขาก็อาการกำเริบจนถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล คุณพอจะแวะมาหน่อยได้ไหมคะ”

“ได้ค่ะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”

เมื่อหมิงเยียนไปถึงโรงพยาบาล กลับเห็นแม่ของฮั่วหานซานนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย กำลังกินแอปเปิลที่แม่บ้านปอกให้

พอเห็นหมิงเยียนเดินเข้ามา ใบหน้าที่ซีดเซียวของหวังเหมยก็ฉายแววร้อนรนและขุ่นเคืองขึ้นมาหลายส่วน ตีหน้าขรึมต่อว่าเธอทันที “หมิงเยียน เรื่องของเธอกับหานซานมันยังไงกันแน่ งานแต่งเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมถึงทำเป็นเล่นไปได้ ยกเลิกงานเอาวันแต่งพอดี ถ้าข่าวลือแพร่ออกไปจะขายหน้าขนาดไหน”

หน้าผากของหมิงเยียนมีเหงื่อผุดซึม พอเห็นว่าหวังเหมยมีแรงต่อว่าคนอื่นแล้ว เธอก็รู้ทันทีว่าอาการคงไม่หนักหนาอะไร น่าจะแค่อาการกำเริบเพราะโกรธจัดชั่ววูบตอนได้ยินข่าวการยกเลิกงานแต่งของพวกเขา

“คุณป้า อย่าเพิ่งโมโหไปเลยนะคะ”

“จะไม่ให้ฉันโมโหได้ยังไง” หวังเหมยขมวดคิ้วแน่น อาจเป็นเพราะเมื่อครู่พูดเร็วเกินไป หน้าอกจึงกระเพื่อมขึ้นลง “หานซานน่ะนิสัยดื้อรั้น นึกอยากทำอะไรก็ทำ หมิงเยียน ทำไมเธอถึงไม่คอยห้ามปราม ปล่อยให้เขาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ได้ยังไง”

หมิงเยียนสูดหายใจลึก พยายามอดทนอธิบายให้เธอฟัง “ตอนเรากำลังจะจัดงานแต่ง ฉินหว่านกระโดดตึกค่ะ”

“อะไรนะ” หวังเหมยหน้าถอดสีด้วยความตกใจ “เสียวหว่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฮั่วหานซานส่งเธอไปโรงพยาบาลแล้ว”

หวังเหมยลูบหน้าอกตัวเอง “ตกใจหมดเลย โชคดีที่ไม่เป็นอะไร”

เมื่อรับรู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องราว หวังเหมยถึงได้วางใจลง เธอกำชับหมิงเยียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้จัดการปัญหาหลังยกเลิกงานแต่งให้เรียบร้อย อย่าสร้างความเดือดร้อนให้ฮั่วหานซาน

หลังจากวุ่นวายมาค่อนวัน ร่างกายที่อ่อนแอของเธอก็ทนไม่ไหว และผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว

“คุณหมิง ต้องรบกวนให้คุณเหนื่อยมาถึงนี่เลย ทางนี้ให้ฉันจัดการเองเถอะค่ะ คุณกลับไปทำธุระต่อเถอะ” แม่บ้านเอ่ยด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

หมิงเยียนปรายตามองหวังเหมยที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง “วันหลังถ้ามีเรื่องของคุณป้าอีก คุณไม่ต้องโทรหาฉันแล้วนะคะ ฉัน...”

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ แม่บ้านก็เอ่ยแทรกด้วยสีหน้ารู้สึกผิด “คุณหมิง อย่าโกรธเลยนะคะ คำพูดของคุณผู้หญิงเมื่อครู่นี้อย่าเก็บไปใส่ใจเลยค่ะ เธอก็อารมณ์แบบนี้แหละ ยังไงเธอก็เห็นคุณฉินหว่านมาตั้งแต่เด็ก คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะลำเอียงไปทางนั้นบ้าง แต่เธอก็ชอบคุณมากจริง ๆ นะคะ...”

มุมปากของหมิงเยียนยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขื่น ขนาดแม่บ้านยังมองออกเลยว่าหวังเหมยชอบฉินหว่านมากกว่า

“ฉันไม่ได้โกรธคุณป้าหรอกค่ะ ฉันกับฮั่วหานซานเลิกกันแล้ว ต่อไปเรื่องของเขาก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันอีก ถ้ามีเรื่องของคุณป้า คุณโทรหาฮั่วหานซานได้เลยค่ะ”

หมิงเยียนหมุนตัวกลับ ไม่สนใจสีหน้าตกตะลึงของแม่บ้านอีก

ทว่าพอเธอเงยหน้าขึ้น กลับเห็นฮั่วหานซานกับฉินหว่านยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล...

หมิงเยียนสบตากับฮั่วหานซาน ใบหน้าที่หล่อเหลาโดดเด่นนั้น ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งเธอก็ยังรู้สึกว่าไร้ที่ติ

ก็นั่นแหละ

ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าตานี้ของเขา ตัวเองจะไปรักหัวปักหัวปำได้ยังไงกัน...

“ทำไมเธอถึงไม่รีบจัดการกระแสข่าวเรื่องยกเลิกงานแต่ง โทรศัพท์โทรเข้ามาหาฉันเต็มไปหมดแล้ว” ฮั่วหานซานขมวดคิ้วแน่นขณะเอ่ยปาก

หมิงเยียนรู้สึกปวดร้าวในใจ—ฮั่วหานซานไม่ได้ชอบเธอเลยจริง ๆ

เขาแค่อยากหาแม่บ้านมาคอยตามล้างตามเช็ดปัญหาให้เขาเท่านั้น

แต่เธอกลับเสนอหน้าเข้าไปหา แล้วเอาเรื่องพวกนี้มาเป็นหลักฐานว่าเขาชอบเธอ

ทั้งที่ระหว่างพวกเขาก็มีความทรงจำที่สวยงามแท้ ๆ

ทุกอย่างล้วนเป็นความทรงจำอันล้ำค่าที่สุดของหมิงเยียน และยังเป็นความเชื่อมั่นที่ทำให้เธอยอมดันทุรังเดินไปจนสุดทาง

แต่มาวันนี้—มันควรจะจบลงได้แล้ว

“พี่หมิงเยียนคะ วันนี้ขอโทษจริง ๆ นะคะ ที่ทำลายงานแต่งของพี่กับหานซานพัง ฉันขอโทษพี่ด้วยค่ะ”

ฉินหว่านที่อยู่ข้าง ๆ ‘ท่อง’ ประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความจริงใจแม้แต่น้อย ก่อนจะควงแขนฮั่วหานซานแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “นายดูสิ ฉันขอโทษแล้วนะ นายก็อย่าโกรธฉันอีกเลยนะ...”

“อืม” ฮั่วหานซานพยักหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

ใบหน้าของฉินหว่านปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาทันที เธอปรายตามองหมิงเยียนด้วยความลำพองใจ

หมิงเยียนมองฉินหว่านด้วยสายตาเย็นชา

ลูกไม้ตื้น ๆ แบบนี้ ฉินหว่านหยิบมาใช้บ่อย ๆ

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงต้องปะทะคารมกับฉินหว่านสักตั้งไปแล้ว

แต่มาวันนี้ เธอไม่มีกะจิตกะใจจะทำแบบนั้นอีก

หมิงเยียนละสายตากลับมา “ฉันยังต้องกลับไปเก็บของที่บริษัทต่อ ขอตัวก่อนนะ”

ทว่าวินาทีที่เธอเดินสวนกับฮั่วหานซาน ข้อมือกลับถูกคว้าเอาไว้

หมิงเยียนหันกลับไป สบเข้ากับดวงตาสีดำขลับดุจน้ำหมึกของฮั่วหานซานพอดิบพอดี

“ฉันมีเรื่องจะพูดกับ...”

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ จู่ ๆ ฉินหว่านที่อยู่ข้าง ๆ ร่างกายก็อ่อนยวบ ล้มพับไปซบฮั่วหานซาน

ฮั่วหานซานมือไวรีบคว้าตัวเธอมากอดไว้ด้วยสีหน้าร้อนรน “เป็นอะไรไป”

“ฉัน...ฉันเวียนหัวจัง น่าจะเป็นเพราะไม่ได้ให้เลือดมาตั้งนานแล้ว...”

พอได้ยินคำว่า ‘ให้เลือด’ หมิงเยียนก็ตัวสั่นด้วยความรู้สึกต่อต้านตามสัญชาตญาณทันที

ฉินหว่านป่วยภาวะความผิดปกติของการสร้างเม็ดเลือดแต่กำเนิดจึงต้องรับการถ่ายเลือดทุก ๆ ช่วงเวลาหนึ่ง ซ้ำร้ายเธอยังมีกรุ๊ปเลือด Rh- ที่หายากมาก...

และหมิงเยียนก็บังเอิญมีกรุ๊ปเลือด Rh- พอดี

ตอนวัยรุ่นยังไม่รู้ความ ครั้งแรกที่รับปากจะให้เลือดกับฉินหว่าน เธอคิดว่าเธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของฮั่วหานซานจึงเสนอตัวเข้าไปช่วย

แต่หลังจากนั้นมันก็กลายเป็นแค่การทำเพื่อให้ฮั่วหานซานพอใจ

ตอนนั้นเธอช่างโง่เขลา โง่ถึงขนาดยึดเอาคนที่ชายในดวงใจแคร์มาเป็นคนที่ตัวเองต้องแคร์ด้วย จนไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองให้เลือดกับฉินหว่านไปแล้วกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง...

ฮั่วหานซานหันขวับมาแบบอัตโนมัติ “หมิงเยียน เธอเตรียมตัวหน่อยนะ เดี๋ยวต้องให้เลือดกับฉินหว่าน”

ในวินาทีนี้ หมิงเยียนกลับอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ

เธอถึงขั้นสงสัยว่าการที่ฮั่วหานซานคบกับเธอ เขาไม่ได้แค่อยากหาแม่บ้าน แต่ยังอยากหาถุงเลือดเคลื่อนที่ที่เรียกใช้ได้ทุกเมื่อให้กับฉินหว่านด้วย

“ฉันไม่ให้!” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง

ฮั่วหานซานอดขมวดคิ้วไม่ได้ “อาการของฉินหว่านเป็นกรณีพิเศษนะ ถ้าไม่รีบให้เลือดตอนนี้ เธอจะตายเอานะ”

“งั้นก็ปล่อยให้เธอตายไปซะสิ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 30

    ฮั่วหานซานก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว น้ำเสียงแหบพร่าอย่างหนัก “หมิงเยียน...ในที่สุดฉันก็หาเธอเจอสักที”ในที่สุดหมิงเยียนก็ช้อนตาขึ้นมองสบตาเขาตรง ๆแววตาของเธอสุกใส ทว่ากลับไร้ซึ่งระลอกคลื่นอารมณ์ใด ๆฮั่วหานซานเองก็มองสบตาเธอเช่นกันหญิงสาวตรงหน้ายังคงสะสวยเหมือนในความทรงจำของเขา หากเธอยิ้มจนตาหยีแล้วพูดคุยกับเขา เขาคงต้องคิดว่าเรื่องราวตลอดหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ฝันตื่นหนึ่งของเขาแน่นอน“ทนายฮั่ว” เธอเอ่ยปาก น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น “คุณมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ”คำว่า ‘ทนายฮั่ว’ เปรียบเสมือนเข็มอันเย็นเยียบที่ทิ่มแทงลงกลางใจของฮั่วหานซานอย่างจังเมื่อก่อนตอนอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอมักจะเรียกชื่อเต็มของเขาว่า ‘ฮั่วหานซาน’ มาตลอด ตอนโกรธก็เรียก ตอนอารมณ์ดีก็เรียก หรือบางครั้งที่ออดอ้อนก็จะเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน...มีเพียงเวลาทำงานเท่านั้นที่เธอจะหลีกเลี่ยงข้อครหาและเรียกเขาว่า ‘ทนายฮั่ว’“ฉัน...” คำพูดนับพันหมื่นจุกอยู่ที่คอ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง ก่อนท้ายที่สุดจะเค้นคำพูดออกมาสองสามคำอย่างยากลำบาก “หมิงเยียน ฉันตามหาเธอมานานมาก...”เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือ

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 29

    ในที่สุดโลกก็สงบสุขเสียทีเธอเอนพิงพนักเก้าอี้ พลางนวดขมับเบา ๆขณะที่เธอกำลังพยายามสงบสติอารมณ์เตรียมจะกลับไปทำงานต่อ จู่ ๆ เสียงร้องโวยวายอย่างตื่นตูมของลู่เฟิ่งกุยก็ดังมาจากนอกห้องทำงาน—“บอส! บอสครับ! บอสรีบออกมาดูเร็วเข้าว่าใครมา!”เขาส่งเสียงดังเอะอะหมิงเยียนจนรำคาญ นึกว่าเขาไปคว้าตัวลูกค้ารายใหญ่ที่ไม่คาดคิดมาได้อีก จึงฝืนรวบรวมสติลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องทำงานทว่าบริเวณหน้าประตูห้องทำงานในเวลานี้—ลู่เฟิ่งกุยเบี่ยงตัวหลบให้ด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ ผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาจึงปรากฏแก่สายตาของเธออย่างชัดเจนคือ...ฮั่วหานซานเขาดูผอมลงไปมาก สันกรามจึงดูคมกริบยิ่งขึ้น คอเสื้อสูทเปิดกว้างออกเล็กน้อย เผยให้เห็นปกเสื้อเชิ้ตด้านในที่เคยเรียบกริบทว่าตอนนี้กลับดูหลุดลุ่ยอยู่บ้างสีหน้าของหมิงเยียนพลันแข็งค้าง มือที่จับลูกบิดประตูบีบแน่นขึ้นทันที หยาดโลหิตทั่วร่างสูบฉีดพล่านไปทั่วร่างในชั่วอึดใจ ก่อเกิดเป็นความรู้สึกวิงเวียนอย่างน่าประหลาดโลกทั้งใบราวกับหยุดนิ่งลงในวินาทีนี้สรรพเสียงรอบกายหายไป หลงเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงจนควบคุมไม่อยู่ของเธอเท่านั้นตึก...ตึก...ก

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 28

    “หมิงเยียน...”น้ำเสียงของหวังเหมยเจือความประหม่าอยู่เล็กน้อย ทว่าคำพูดที่เอ่ยออกมากลับพยายามแสร้งทำเป็นผ่อนคลาย “เธอ...เด็กคนนี้ทำไมถึงไปแบบไม่บอกไม่กล่าวเลยล่ะ ไม่เห็นบอกป้าสักคำ แล้วนี่เธอจะกลับมาเมื่อไหร่ ป้าคิดถึงเธอแล้วนะ...”คำถามเป็นชุดที่ถูกโยนมาอย่างกะทันหันนี้ ทำให้หมิงเยียนรู้สึกแปลกหน้าอย่างบอกไม่ถูกตลอดห้าปีที่ผ่านมา แม้หวังเหมยจะยอมรับว่าเธอเป็นแฟนของฮั่วหานซาน แต่ก็มักจะสงวนท่าทีและแฝงความจู้จี้จับผิดอยู่เสมอ ไม่เคยกระตือรือร้นขนาดนี้มาก่อนแค่ไม่หาเรื่องจับผิด ในสายตาของหมิงเยียนก็ถือว่าใจดีมากแล้วหากได้ยินคำพูดเหล่านี้เมื่อเดือนก่อน เธอรับรองเลยว่าจะต้องซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพรากแน่ ๆแต่ตอนนี้—กลับรู้สึกแค่ว่ามันช่างน่าขำ“หนูสบายดีค่ะ ขอบคุณคุณป้าที่เป็นห่วงนะคะ” น้ำเสียงของหมิงเยียนห่างเหินแต่ยังคงความสุภาพ “คุณป้ามีธุระอะไรก็พูดมาตรง ๆ ได้เลยค่ะ”หวังเหมยถึงกับชะงักไป คล้ายกับคิดไม่ถึงว่าตัวเองอุตส่าห์ยอมลดตัวลงมาขนาดนี้แล้ว แต่อีกฝ่ายกลับไม่รับน้ำใจ เธอรู้สึกเสียหน้าไปชั่วขณะ จนพลอยทำให้น้ำเสียงเย็นชาตามไปด้วย“หานซานก็นิสัยแบบนี้แหละ ดื้อรั้นแถมยังพูดจาไ

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 27

    เขาไม่คิดว่าจู่ ๆ สองแม่ลูกคู่นี้จะก็มโนธรรมหรอกนะ...อุบัติเหตุรถชนในตอนนั้นเกรงว่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลัง“นังสารเลวหมิงเยียนนั่นมีอะไรมาเทียบฉันได้!” ฉินหว่านราวกับแมวถูกเหยียบหาง “ฉันต่างหากที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกันกับหานซาน! ไม่ช้าก็เร็วหานซานต้องตาสว่างและเห็นว่าใครกันแน่ที่เหมาะสมกับเขาจริง ๆ!”“เหมาะสมงั้นเหรอ” หานจิ้นแค่นเสียงหยัน “เหมาะสมที่จะปั้นน้ำเป็นตัวไปวัน ๆ หรือเหมาะสมที่จะไปอาละวาดฆ่าตัวตายในวันแต่งงานของคนอื่นล่ะ”ฉินหว่านโกรธจนริมฝีปากสั่นระริก “คุณ...คุณพูดพล่อยอะไร...”“ผมพูดพล่อยเหรอ” สายตาของหานจิ้นเย็นเยียบ “ฉินหว่าน เหลือที่ยืนให้ตัวเองสง่างามบ้างเถอะ ทำไมฮั่วหานซานถึงเอาแต่หลบหน้าคุณ คุณไม่รู้จริง ๆ หรือไง ที่เมื่อก่อนเขายอมทนคุณ ก็เพราะเห็นแก่บุญคุณที่ป้าฉินเคยช่วยชีวิตไว้ ตอนนี้หมิงเยียนไปแล้ว ความสัมพันธ์อันน้อยนิดที่คุณมีก็ถูกตัวคุณเองทำลายจนป่นปี้ไปหมดแล้ว อย่าหาเรื่องใส่ตัวให้ต้องอับอายไปมากกว่านี้เลย”คำพูดเหล่านี้เปรียบเสมือนมีดแหลมคมนับไม่ถ้วนที่กรีดแทงลงกลางใจฉินหว่านอย่างจังเธอโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม ชี้หน้าหานจิ้นพร้อมกับพูดว่า ‘คุณ’

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 26

    ฉินหว่านไม่ยอมแพ้ กดโทรออกไปอีกครั้ง—[ขอโทษค่ะ หมายเลขที่คุณเรียก...]“กรี๊ด!” ฉินหว่านกรีดร้องออกมาด้วยความโมโห แทบจะปากระติกน้ำเก็บอุณหภูมิในมือลงพื้นเธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงนังสารเลวหมิงเยียนนี่มันตามหลอกหลอนไม่เลิกจริง ๆ ขนาดไปแล้วยังไม่ยอมให้คนอื่นได้อยู่อย่างสงบสุขเลย!ไม่ได้!วันนี้เธอจะต้องรอเจอฮั่วหานซานให้ได้!“ขอกาแฟให้ฉันแก้วหนึ่ง...” เธอเดินตรงไปนั่งลงบนโซฟาในโซนรับรอง แสร้งวางมาดราวกับเป็นนายหญิงของที่นี่ พลางออกคำสั่งกับพนักงานต้อนรับ “เอาแบบคั่วบดใหม่ ๆ นะ ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่นม”พนักงานต้อนรับย่อมจำฉินหว่านได้ดี ผู้หญิงคนนี้มักจะมาหาทนายฮั่วที่สำนักงานอยู่บ่อย ๆ ว่ากันว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนสมัยเด็กกัน และที่สำคัญ พี่หมิงเยียนของพวกเธอก็ถูกผู้หญิงคนนี้บีบให้ต้องออกไป!แม้ในใจเธอจะรังเกียจ ทว่าก็ไม่กล้าล่วงเกิน จึงทำได้เพียงรับคำแล้วเดินไปเตรียมให้เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าฉินหว่านรอจนเริ่มกระวนกระวายใจ กาแฟถูกเติมครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของฮั่วหานซานแม้แต่น้อยและในตอนที่เธอแทบจะหมดความอดทน เสี

  • ยอมให้เขาเลือกเธอ แล้วฉันกลายเป็นรักแรก   บทที่ 25

    “พะ...พรุ่งนี้เช้าเก้าโมงเหรอครับ” โจวมู่เหยียนหน้ามืดแทบจะล้มพับไปตรงนั้นลำพังแค่คดีฟ้องร้องสำคัญ ๆ ในมือฝ่ายกฎหมายก็มีตั้งเจ็ดแปดคดีแล้ว คดีเรียกร้องสิทธิ์ทั่วไปยังมีอีกหลายสิบคดี ให้รื้อมาดูใหม่หมดแถมต้องทำรายงานละเอียดภายในคืนเดียวเนี่ยนะ!นี่มันจังหวะโต้รุ่งจนตายชัด ๆ เลย!“ประธานฟู่ครับ แบบนี้...เวลามันกระชั้นชิดไปหน่อยไหมครับ” โจวมู่เหยียนพยายามดิ้นรนฟู่ซิวเฉินช้อนตาขึ้นมองเขา สายตาปราศจากความอบอุ่น “มีปัญหาเหรอ”โจวมู่เหยียนกลืนคำพูดลงคอทันที รู้สึกชาวาบไปทั้งหนังหัว “มะ...ไม่มีครับ! รับรองว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง!”เขาร้องไห้ไม่ออก ได้แต่ตะโกนก้องอย่างบ้าคลั่งในใจ: ตกลงใครไปทำให้พ่อคุณคนนี้ไม่สบอารมณ์อีกเนี่ย?!นรกการทำโอทีแบบกะทันหันนี่มันเพื่ออะไรกัน!ฟู่ซิวเฉินไม่พูดพร่ำทำเพลง ลุกขึ้นจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องประชุมไป ทิ้งให้โจวมู่เหยียนและบรรดายอดฝีมือฝ่ายกฎหมายโอดครวญระงมอยู่ตรงนั้น……เมืองหลวง บนทางด่วนมุ่งหน้าสู่สนามบินหานจิ้นขับรถเหยียบมิดไมล์มุ่งหน้าไปยังสนามบินเขามองผ่านกระจกมองหลัง เห็นฮั่วหานซานที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา สีหน้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status