Se connecter“เราก็ไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับเหมือนดาวอยู่แล้ว!!” ผมพูดแล้วผลักประตูเดินตามเหมือนดาวเข้าไปในห้องก่อนจะปิดประตูและล็อกไว้
“ถ้าคิดจะทำอะไรบ้าๆ หยุดความคิดไว้เลยนะ” เหมือนดาวหน้าแดง คงเพราะทั้งเมาและโกรธ
“เราก็แค่จะคุยกับเหมือนดาว ว่าเราไม่ได้ต้องการผลประโยชน์จากเธอจริงๆ เราชอบเธอ ไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหน ไม่ได้คิดให้เธอมาเป็นของเล่นของเรา” ผมพูดกับเหมือนดาวท่ามกลางแสงสลัวจากไฟที่สาดมาจากระเบียง
“แต่ปัทม์ควงผู้หญิงขึ้นคอนโดไม่ซ้ำหน้า บางคนมาเคาะประตูร้องไห้ฟูมฟาย ขนาดสวยๆ แบบพวกนั้นยังต้องโดนนายหลอก แล้วเราล่ะ อ้วนๆ หน้าตาไม่ดี คิดเหรอว่าเราจะไม่ตกอยู่ในสภาพแบบนั้นในสักวัน อย่ามาดึงเราไปอยู่ในวงจรนั้นเลย แค่โดนแฟนสวมเขาแล้วต้องมาเสียความบริสุทธิ์ให้นาย แค่นี้เราก็รู้สึกแย่จะตายอยู่แล้ว ยังต้องมาฝืนทำตัวเข้มแข็ง ทำทุกอย่างให้ปกติ ทั้งๆ ที่ในใจแม่งโคตรเจ็บ อยากร้องไห้เหมือนนางเอกในละคร แต่เรามันแค่ตัวประกอบ เราต้องเข้มแข็ง เพราะยังไงตัวประกอบมันก็ไม่มีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยปลอบเหมือนนางเอกหรอกนะ”
เหมือนดาวร้องไห้ต่อหน้าผม พูดความในใจออกมาจนหมด เดินถอยหลังไปทิ้งตัวนั่งที่โซฟา เอามือกุมหน้าร้องไห้จนสะอื้น เป็นครั้งแรกที่เห็นเหมือนดาวอ่อนแอ ภายใต้รอยยิ้มที่เห็นเหมือนดาวฝืนทำมันมาโดยตลอด ที่จริงเธอซ่อนความทุกข์ไว้มากมาย
ผมเดินไปนั่งข้างๆ เหมือนดาว หยิบกล่องทิชชูยื่นให้เธอแล้วเอามือข้างหนึ่งโอบไหล่ดึงเหมือนดาวให้เข้ามาซบที่ไหล่
“เราขอโทษ เราไม่รู้ว่าจะทำให้เธอเสียใจขนาดนี้”
“....”
“เหมือนดาว...ถ้าเราอยากขอเป็นพระเอกของเธอ เธอจะยอมเป็นนางเอกของเราไหม”
“.....”
ผมจับไหล่เหมือนดาวหันมาทางผม เอาทิชชูเช็ดคราบน้ำตาและน้ำมูกให้ รู้สึกเขินๆ ตัวเองเหมือนกันเพราะไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครมาก่อน
เหมือนดาวจ้องหน้าผม ยังมีน้ำตาคลอหน่วย ผมสบตาเหมือนอยากให้เหมือนดาวรับรู้ความรู้สึกผ่านทางสายตาและคำพูด
“เราสัญญาว่าเธอจะไม่ใช่ของเล่นของเรา เราจะไม่มีใครคนอื่นอีก จะมีเธอแค่คนเดียว เลิกนิสัยเจ้าชู้ ไม่ใช้เงินแก้ปัญหา ตั้งใจเรียน และจะเลิกทำตัวไม่ดีทุกๆ อย่างที่เธอไม่ชอบ”
“.....”
“เธออาจจะยังไม่เชื่อเราในตอนนี้ เราจะพิสูจน์ให้เธอเห็นเอง ถ้าวันหนึ่งเราดีพอ ....เธอเป็นแฟนกับเราได้ไหม”
เหมือนดาวจ้องตาผมนิ่ง ยังไม่พูดหรือตอบอะไร เราสบตากันนิ่ง ก่อนที่จะค่อยๆ โน้มตัวลงไปจูบเหมือนดาวที่กำลังอ่อนแออยู่ในตอนนี้ เหมือนดาวไม่ขัดขืน ผมจึงดึงตัวเธอเข้ามากอดและจูบดูดดื่มขึ้นกว่าเดิม
‘ขอโทษนะที่ฉวยโอกาสตอนเธออ่อนแอ’
ผมเลื่อนปากจูบไล่ลงมาที่คอ สูดดมความหอมจากเหมือนดาว ที่ตอนนี้ยกแขนขึ้นมาคล้องคอผมไว้ ผมใช้มือล้วงเข้าไปใต้เสื้อของเธอแล้วถอดมันออกมา แล้วถอดเสื้อตัวเองออก เหมือนดาวหลับตา เหมือนไม่อยากมองภาพตรงหน้า ผมปลดบราเหมือนดาวออก แล้วใช้จมูกกดสูดดมกลิ่นกายของเธอ แล้วใช้ลิ้นสัมผัสไปที่เม็ดนุ่มที่เริ่มแข็งเป็นไต
เหมือนดาวหลับตาพริ้มครางในลำคอเบาๆ ผมใช้ปากดูดชื่นชมเต้างามนั่น มือก็ปลดเข็มขัดและเสื้อผ้าท่อนล่างออกจนหมด ก่อนจะดึงกางเกงของเหมือนดาวลงมาใช้มือล้วงไปสัมผัสที่หว่างขา เหมือนดาวจับไหล่ผมไว้แน่นตัวสั่นเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่มีอะไรกันโดยที่เหมือนดาวยังมีสติ
“เราจะค่อยเป็นค่อยไปนะ ไม่ต้องเกร็ง” ผมบอก เหมือนดาวพยักหน้าแต่ยังไม่ยอมลืมตา ผมจัดให้เหมือนดาวเอนนอนลงที่โซฟา แล้วผมนอนทับลงไปจูบและเอาแกนกายถูกับโหนกนูนของเธอไปมา ก่อนจะเลื่อนมาดูดเม้มที่คอนุ่มๆ นั่น แล้วใช้นิ้วสำรวจในโพรงคับแคบที่เริ่มมีน้ำไหลซึมออกมาตามง่ามนิ้ว
“ตัวนิ่มจัง หอมด้วย” ผมกระซิบข้างหูเหมือนดาว
ผมคุกเข่าแล้วเอาแท่งนั้นค่อยๆ กดเข้าไป เหมือนดาวเกร็งสะโพกเล็กน้อย ผมจับมือเธอไว้สองข้างแล้วกดสะโพกดันเข้าไปจนสุด แล้วเอามือประสานไว้ค่อยๆ โยกสะโพกเข้าออกช้าๆ อย่างไม่ถนัดกับโซฟานัก
ผมโยกไปสักพักก็ปล่อยมือเหมือนดาวเปลี่ยนเป็นโน้มตัวลงไปกอดทับตัวเหมือนดาวไว้ ในท่าที่กางขาเหมือนดาวออกแล้วทับในลักษณะที่ขาผมเหยียดตรง แล้วค่อยๆ บดสะโพกโยกเข้าออกเบาๆ เหมือนดาวกอดแผ่นหลังผมไว้ ครางเบาๆ ตามจังหวะที่สัมผัสโดนจุดเสียวซ่าน มันเป็นเสียงที่ผมชอบ เป็นเสียงครางที่มีความสุขจริงๆ ต่างจากเสียงอื้ออ้าในหนังเอวี ผมรู้สึกดีกับความรู้สึกแบบนี้
ผมถอนแท่งนั้นออกมา เหมือนดาวแอ่นสะโพกตาม ลืมตาขึ้นมา สงสัยว่าทำไมผมถึงหยุด ผมดึงเหมือนดาวให้ลุกขึ้น
“ไปต่อที่เตียงนะ” ผมดึงมือเหมือนดาวให้ตามไปที่ห้องนอนเธอ ผมจะเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียง แต่เหมือนดาวดึงมือผมไว้
“อย่าเปิดไฟ” เหมือนดาวบอก ผมตามใจเธอ ดันเหมือนดาวไปนอนที่เตียง แล้วเริ่มบทรักที่ค้างไว้จากเมื่อกี๊
“เราจะทำให้เหมือนดาวจดจำทุกลีลาของเรา” ผมพูดย้อนประโยคที่เธอเคยหยิบมาพูดทีเล่นทีจริง
ผมใช้ท่าเบสิค ยกขาเหมือนดาวเป็นรูปตัวเอ็มแล้วกดเข้าไปทีเดียวเพราะมีน้ำหล่อลื่นมากอยู่แล้ว เหมือนดาวแอ่นสะโพกรับการกระแทกนั้น ผมกระแทกแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเหมือนดาวครางออกมาอย่างต่อเนื่อง แล้วเปลี่ยนเป็นยกขาขึ้นมาพาดบ่า ยกสะโพกให้ลอยขึ้นเล็กน้อยแล้วกระแทกเร็วๆ รัวๆ
เหมือนดาวเอามือขยุ้มหมอนกับผ้าปูสลับไปมาด้วยความสุขสม แล้วเกร็งตัวครางออกมาเมื่อถึงจุดหมาย ผมเอาแท่งนั้นออกมา ยังไม่อยากเสร็จในตอนนี้ โน้มตัวลงไปจูบเหมือนดาวอีกรอบก่อนจะกระซิบขอ
“นอนคว่ำแล้วยกสะโพกขึ้นให้เราหน่อยสิ” เหมือนดาวทำตามอย่างว่าง่าย
ผมจับสะโพกมนนั้นไว้กลางตัวเอาแท่งใหญ่นั้นถูไปมาที่ร่องอูมนั้นก่อนจะกดลงไปจนมิด ผมครางออกมาอย่างมีความสุข มันแน่นไปหมด ผมโยกเข้าออกช้าๆ แล้วเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ท่านี้เหมือนดาวครางดังและถี่กว่าท่าที่ผ่านมา เธอคงชอบท่านี้เหมือนกันกับผม
ผมกระแทกช้าลงและกดให้ลึกขึ้นโน้มตัวลงไปเค้นเต้านุ่มนิ่มจากทางด้านหลังของเธอและบดสะโพกไปด้วย ก่อนจะปล่อยมือจากเต้าจับสะโพกไว้แน่นแล้วกระแทกเน้นๆ ลึกๆ อย่างรุนแรงตามอารมณ์ที่ครุกกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ แล้วเร่งความเร็วเพื่อปลดปล่อยความสุขที่กำลังจะหลั่งออกมา เหมือนดาวตัวกระตุกเกร็งเป็นรอบที่สองก่อนที่ผมสะกดเน้นๆ อีกสองสามทีแล้วชักออกมารูดปล่อยน้ำพุ่งไปที่แผ่นหลังนุ่มนิ่มนั้น
เหมือนดาวลุกไปทำความสะอาดตัวที่ห้องน้ำ ผมเดินออกไปเก็บเสื้อผ้าของเรามากองไว้ที่ห้องนอน หยิบบ็อกเซอร์มาใส่ไว้ตัวเดียว แล้วทิ้งตัวนอนลงที่เตียง
เหมือนดาวพันผ้าเช็ดตัวเข้ามา หาชุดใส่แล้วเดินมาดึงแขนผมให้ลุกขึ้น
“ปัทม์กลับห้องได้แล้ว”
“ไม่เอา เราอยากนอนกอดเหมือนดาว”
“แค่นี้เราก็ละอายใจมากพอแล้ว อย่าทำให้เรารู้สึกแย่ไปมากกว่านี้เลย”
“เราขอโทษที่ฉวยโอกาส”
“ต่างคนต่างเมา ช่างมันเถอะ” เหมือนดาวทำเหมือนจะปล่อยผ่านไปอีกครั้ง
ผมดึงแขนเหมือนดาวให้ลงมานอนข้างๆ กัน กอดจากทางด้านหลังเอาคางเกยไหล่นั้นไว้
“ครั้งนี้ไม่ปล่อยไปหรอก เราจริงจังนะเหมือนดาว เราจะทำให้เธอใจอ่อนให้ได้ จะทำให้เห็น ว่าจริงจังจริงใจ แต่เริ่มจากพรุ่งนี้นะ....คืนนี้ขอนอนกอดก่อน เพราะไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสกอดเธอแบบนี้ได้อีกเมื่อไหร่” ผมหอมซอกคอเหมือนดาวฟอดใหญ่
“เราอ้วน ไม่ได้แปลว่าเราโง่นะ แต่ก็ช่างเถอะ จะทำอะไรก็แล้วแต่ แต่เราจะไม่ยอมมีอะไรกับปัทม์อีกแล้วนะ”
“อืม เราจะไม่ทำจนกว่าเหมือนดาวจะเป็นแฟนเรา” ผมให้สัญญา แล้วกอดคนตัวนิ่มจนนอนหลับไป
ผมตื่นมาเพราะรู้สึกว่ามีอะไรหนักๆ มาพาดไว้ที่ท้อง น่าจะเป็นแขนของเหมือนดาว ผมลืมตาขึ้นดู ปรากฏว่ามันคือขาของเหมือนดาวที่นอนหงายเอาขามาพาดเอวผมไว้อยู่
‘ท่านอนกุลสตรีมาก เมียกู’
‘เมียเหรอ อืม รู้สึกดีกับคำนี้จัง’
ผมค่อยๆ ยกขาเหมือนดาวออก แล้วพลิกตัวให้เธอนอนตะแคงดึงแขนมากอดผมแทน แบบนี้ค่อยเข้าท่าหน่อย
สักพักเหมือนดาวดึงผมเข้าไปกอดหัวผมหนุนทับแขนเธอ เหมือนดาวเอาคางเกยหัวผมไว้ เคี้ยวปากแจ๊บๆ เอามือกอดตัวผม แล้วยกขึ้นมาพาดขาไว้ที่ขาผมเล็กน้อย
‘เดี๋ยวสิ คนที่ต้องอยู่ในท่านี้มันต้องเป็นเธอไม่ใช่ผม’
‘ไม่เหมือนใครดี’ ผมอมยิ้มเล็กน้อย ขอนอนต่ออีกสักพักให้เหมือนดาวกอดก็แล้วกัน
‘ยัยหมูอ้วนที่รักของผม’
*********************
หลังจากพิธีฉลองงานสมรสเสร็จสิ้นลง พ่อแม่ของปัทม์และพ่อแม่ของฉันก็ขึ้นมาส่งตัวเราเข้าห้องหอตามฤกษ์ ก่อนจะอวยพรแล้วปล่อยให้เราอยู่ตามลำพัง“ปัทม์คะ คุณอาบน้ำก่อนเถอะ ดาวน่าจะใช้เวลาสระผมนาน” ฉันบอกสามีตามกฎหมายแล้วแกะบรรดาเครื่องประดับออกจากผม“ให้ผมช่วยนะ จะได้อาบน้ำด้วยกัน” ปัทม์กระซิบข้างหูฉัน“ไม่ต้องเลยนะ ไปอาบน้ำเลย คืนนี้คงไม่ได้หรอก ดาวเหนื่อยและปวดขามาก” ฉันบอกเขาเสียงจริงจัง“ใจร้ายจังเลยนะเมียจ๋า แต่ผมรู้ว่าคุณยังไหว” ปัทม์บอกแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป เขาใช้เวลาอาบน้ำอยู่สักพักก็ออกมานั่งเป่าผมให้แห้ง แล้วฉันก็เข้าห้องน้ำต่อจากเขาฉันใช้เวลาอาบน้ำค่อนข้างนานเพราะว่าต้องสระผมที่โดนสเปรย์ฉีดแต่งทรงผม พอฉันออกมาปัทม์ก็นอนหลับไปแล้วฉันยิ้มเล็กน้อยแล้วนั่งเป่าผมจนแห้งก่อนจะขึ้นไปนอนหลับข้างๆเขา แล้วรู้ตัวว่าตัวเองพลาดไปเมื่อโดนสามีดึงเข้าไปหาตัวเขาแล้วคร่อมทับร่างฉันเอาไว้“อุ้ย ปัทม์!! ดาวนึกว่าคุณนอนหลับไปแล้ว” ฉันร้องออกมาอย่างตกใจ“นี่คืนส่งตัวนะดาว คุณคิดว่าผมจะพลาดเหรอ” ปัทม์บอกแล้วยิ้มให้ฉันอย่างเจ้าเล่ห์“ปัทม์” ฉันเรียกชื่อเขา มองแววตาที่ลุกโชนนั้นด้วยความเขิน
ผมนั่งทำงานด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น เมื่อคืนเหมือนดาวบ่นว่าเหนื่อย อาบน้ำแล้วเข้านอนเลย ไม่พูดอะไรกับผมสักคำ ตอนเช้านั่งรถมาด้วยกันก็เอาแต่หลับตาพิงเบาะ เงียบมาตลอดทางผมนั่งกระวนกระวายจนใกล้ถึงเวลาพักเที่ยง ผมปากกาในมือลง ตัดสินใจออกไปหาเหมือนดาวที่แผนก แต่กลับไม่เจอเธอ“อ้าว คุณปัทม์” พี่วารุณีทักผม“ดาวล่ะครับ”“คุณดาวพาวิทยากรออกไปทานข้าวค่ะ” พี่วารุณีบอก ผมเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้มีวิทยากรมาบรรยายเกี่ยวกับหัวข้อความจริยธรรมในการทำงานให้กับพนักงานฟังในช่วงบ่าย“หล่อมากกกก ค่ะ”“ครับ?”“วิทยากรหล่อมาก คุณดาวยังตะลึงเลยค่ะ” พี่วารุณีบอก ผมถึงกับอึ้ง เจ็บจี๊ดขึ้นมา“เขาไปทานกันที่ไหนครับ”“น่าจะร้านอาหารไทย ที่ท่านประธานชอบไปทานค่ะ” พี่วารุณีบอกผมขับรถตามออกไปทันที เห็นรถตู้ของบริษัทฯจอดอยู่ก็มั่นใจเลยว่าต้องเป็นที่นี่ผมเดินเข้าไปมองหาเหมือนดาวข้างในร้าน มองไปเห็นเหมือนดาวนั่งอยู่กับพี่วาสนาและวิทยากรอีกสองคน หนึ่งในนั้นหน้าตาหล่อเหลาเหมือนอย่างพี่วารุณีบอก ส่วนอีกคนเป็นคนทึ่มๆ ดูเชยๆ หน้าตาธรรมดาผมเดินเข้าไปขอนั่งด้วย เหมือนดาวมองหน้าผมนิ่งไปสักพัก ก็แนะนำผมในฐานะผู้บริหารให้กับวิทยากรรู้
ตั้งแต่ผมขอแต่งงานที่งานรับปริญญา ครอบครัวของเราก็ให้หมั้นกันไว้ก่อน เพราะยังเด็กด้วยกันทั้งคู่ ผมกับเหมือนดาวเราหมั้นกันมาได้4ปีแล้วเรามีแผนที่จะจัดงานแต่งงานขึ้นในปีหน้า เพราะแม่ของเหมือนดาวอยากให้เราก้าวผ่านช่วงที่เรียกว่าอาถรรพ์เจ็ดปีไปก่อน และปีนี้เป็นปีที่เจ็ดที่เรารักกันมาอีกไม่กี่เดือนก็จะครบแปดปีแล้ว ก็ยังไม่มีอาถรรพ์เกิดขึ้นกับคู่ของเราเลย และเราดีใจที่เป็นแบบนี้เราย้ายมาอยู่คอนโดหรูที่คุณย่ายกให้เหมือนดาวเป็นของขวัญงานหมั้นด้วยกัน โดยที่ครอบครัวเราสองฝ่ายไม่ว่าอะไรที่อยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน เพราะยังไงซะทุกคนรู้ว่าเราสองคนไม่มีทางเลิกกันอยู่แล้ววันนี้ผมได้รับมอบหมายให้ไปต้อนรับคณะดูงานจากบริษัทฯที่เป็นคู่ค้าคนสำคัญ แทนพ่อแม่ที่ไปเที่ยวต่างประเทศ ประกอบไปด้วยประธานบริษัทฯมากับภรรยาและลูกสาว พร้อมผู้ติดตามอีก4-5คนผมพาทั้งคณะเดินชมทุกแผนกในบริษัทฯ โดยเฉพาะแผนกส่งออกที่ทางคณะดูสนใจเป็นพิเศษ จนไม่ได้สังเกตว่า ยิหวาลูกสาวของประธานบริษัทฯคู่ค้านั้นสนใจผมเป็นพิเศษเช่นกันหลังจากดูงานเสร็จ ผมก็เลี้ยงส่งทั้งคณะที่ร้านอาหารดัง เหมือนดาวที่ติดธุระเลยไม่ได้มาด้วย“คุณปัทม์เก่งจังนะคะ
เทอมสุดท้ายของเราสองคนผ่านไป ตอนนี้เราทำงานที่บริษัทของผมอย่างเต็มตัว เหมือนดาวขอร้องคุณย่าขอรับแค่ตำแหน่งพนักงานธรรมดาก่อนเพื่อเรียนรู้งานตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน แต่ก็ไม่สามารถทัดทานอำนาจของคุณย่าได้ เลยต้องรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการแผนกบุคคล โดยมีหน้าที่ควบคุมดูแลความเรียบร้อยของแผนกบุคคลแต่เหมือนดาวก็ให้ความเคารพพี่ๆ ในแผนก ซึ่งทุกคนเข้าใจถึงที่มาของตำแหน่งไม่มีใครคิดแง่ร้ายกับเหมือนดาว เพราะเธอทำงานเก่งและเอาใจใส่งานดีกว่าคนที่ทำงานมานานหลายปีซะอีกส่วนผมได้ขึ้นมาทำในตำแหน่งกรรมการบริหาร และดูแลการตลาดควบคู่ไปด้วย ยังไม่พร้อมที่จะรับตำแหน่งที่สูงกว่านี้เพราะผมคิดว่าประสบการณ์ยังไม่เพียงพอเราทำงานหลังจากเรียนจบภายในสามปีครึ่งตามที่คาดไว้ และรอรับปริญญาในปลายปีนี้พร้อมกับรุ่นพี่ปีที่แล้วผมกับเหมือนดาวมีอภิสิทธิ์ในการหยุดวันเสาร์ และอาทิตย์ต่างจากพนักงานคนอื่นที่ทำงานจันทร์ถึงเสาร์ สามารถเข้างานเวลาไหนก็ได้ แต่เหมือนดาวไม่เคยใช้อภิสิทธิ์เหล่านี้เลย เพราะเธอทุ่มเทกับงานมาก ถูกใจคุณย่าและพ่อแม่ของผม รวมทั้งเป็นที่รักของทุกคนในบริษัทฯ“ดาวครับ ผมมารับไปทานข้าว” ผมเดินมาเรียกเหมือนดาวที่ห้
บรรยากาศของเทอมแรกในปีสุดท้ายของเรา เป็นไปอย่างปกติ จะเรียกว่าเทอมแรกก็คงไม่ถูกนัก เพราะผมและเหมือนดาวจะเรียนเทอมนี้เป็นเทอมสุดท้าย เพราะเราเก็บหน่วยกิจครบแล้ว เหลือแค่วิชาเอกคนละสองวิชาที่เปิดให้เรียนเฉพาะปีสี่เทอมหนึ่งเท่านั้น เราก็จะจบสามปีครึ่ง รับปริญญาพร้อมกับรุ่นพี่ที่จบปกติสี่ปี ในปลายปีนี้ครอบครัวของผมปลื้มใจมากที่รู้ว่าผมจะจบสามปีครึ่งพร้อมแฟน วางแผนจะชวนครอบครัวเหมือนดาวไปเที่ยวที่บ้านพักตากอากาศส่วนตัวที่ทะเลพร้อมหน้ากันสองครอบครัว หลังจากนัดทานข้าวพร้อมกันมาหลายหนแล้วครอบครัวเราเข้ากันได้ดี เรียกว่าตั้งแต่คบกันมาเราแทบจะไม่มีอุปสรรคอะไรเลย มันราบรื่นไปหมดทุกอย่าง เรื่องใหญ่สุดก็แค่โดนข่าวโจมตีจากน้องรหัสผมก็แค่นั้นน้องปีหนึ่งถึงปีสาม รวมทั้งเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยต่างยกให้เราเป็นคู่รักต้นแบบ ทั้งในด้านการวางตัว การเรียนที่เราทั้งคู่ตั้งใจเรียนจบสามปีครึ่งด้วยเกรดที่สูง ถ้าไม่ติดปีแรกที่เกรดผมตก ป่านนี้ผมคงได้เหรียญทองเกียรตินิยมเหมือนแฟนสาวไปแล้วรวมทั้งด้านความรักความเอาใจใส่ของเราทั้งคู่ รุ่นน้องหลายคนตั้งใจเรียนเพราะอยากมีความรักดีๆ เหมือนเรา ถึงจะเป็นจุดประสงค์ที่ผิด
“เรื่องนี้เคลียร์ แต่ดาวมีเรื่องที่ต้องสารภาพกับเราอีกเรื่องไม่ใช่เหรอ” ผมแกล้งทำเสียงเข้ม ตอนนี้ในใจ โล่งมากที่ไอ้เด็กฝึกงานนั่นไม่ได้มาจีบแฟนผม“ถ้าเค้าพูดแมวเหมียวอย่าดุเค้านะ” เหมือนดาวทำเสียงอ้อนแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน‘เอื้อออ ตาย แฟนผมอ้อนน่ารักมาก’ผมพยายามกลั้นไม่ให้ยิ้ม ทำหน้านิ่ง นาทีนี้ผมกำลังได้เปรียบ ต้องทำให้รู้ซะบ้างว่าผมนะคือพ่อบ้านใจกล้าที่แท้ทรู“พูดมา รอฟังอยู่” ผมเดินไปนั่งที่โซฟา เหมือนดาวเดินตามมานั่งแล้วถอนหายใจออกมาก่อนจะเริ่มพูด“เราแอบกินยาลดความอ้วน” เหมือนดาวสารภาพเสียงอ่อย“เห้ย! หมูน้อย” ผมตกใจกับสิ่งที่แฟนบอก“คือตอนแรกเราก็ไม่คิดจะกินหรอก พี่วาสนาเขาเอามาเสนอขายให้ตั้งแต่เข้ามาฝึกงานใหม่ๆ เลยซื้อเพราะความเกรงใจ กล่องเดียวเอง นี่กินแล้วก็เพลียๆ เหมือนจะวูบ เลยเลิกกินไปแล้ว เค้าเลยไม่ได้บอกแมวเหมียวไง อย่าโกรธเค้าเลยน๊าาาา นะ นะ” หมูน้อยของผมอ้อนน่ารักอีกรอบ แบบนี้ใครจะไปดุได้ลงคอ“เราไม่ได้โกรธ เราเป็นห่วง เรียนมาก็สูง ทำไมเชื่อคำโฆษณาแบบนี้ง่ายๆ เค้าต้องพูดจูงใจและหลอกให้เราเชื่อ ถ้ากินยาแล้วผอม ป่านนี้ประเทศไทยไม่มีคนอ้วนหรอก” ผมดุเหมือนดาวเล็กน้อย เหมือ