Masuk
“ตูน เอาขนมไปให้บ้านนู้นหน่อย แม่ทำเผื่อเอาไว้”
“ค่ะ”
“อย่าลืมเอาเสื้อไปคืนพี่เมฆด้วยล่ะ”
“ค่า”
สาวน้อยวัยใสอายุ 13 ปี เธอเพิ่งขึ้นมัธยม บ้านของเธอเป็นบ้านแฝดในหมู่บ้านโครงการหนึ่ง บ้านของเธอกับเพื่อนบ้านมีสัมพันธ์อันดีต่อกัน มารดาของเธอมักจะทำขนมหรือกับข้าวไปฝากเพื่อนบ้านเสมอ วันนี้ก็เช่นกัน ขนมเค้กหน้าตาน่ากินถูกจัดวางในจานสวยงาม มือเล็กหยิบจานกับเสื้อที่เตรียมเอาไว้ เปิดประตูเดินออกจากบ้านไปเพื่อไปยังบ้านติดกัน
ปกติประตูบ้านจะไม่ได้ล็อก เพราะคุณป้าเจ้าของบ้านจะอยู่ตลอด แต่วันนี้กลับมีแม่กุญแจพวงใหญ่คล้องอยู่ เด็กสาวตั้งใจจะเดินกลับบ้าน แต่ก็ยังไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวเท้าไปไหน ก็ต้องยืนตัวแข็งอยู่กับที่ เมื่อร่างสูงที่คุ้นตากำลังลงจากรถพร้อมกับหญิงสาวหน้าตาดีที่น่าจะอยู่ในวัยเดียวกัน
“อ้าว ยัยปลาการ์ตูน มาทำอะไร”
“แม่ให้ตูนเอาขนมมาให้ป้าหมอน”
“แม่ไม่อยู่ ไปต่างจังหวัด”
“งั้นพี่เมฆก็เอาขนมไป ถ้าตูนถือกลับไปเดี๋ยวโดนแม่บ่น”
“เออๆ กลับบ้านได้แล้ว วันนี้ไม่ต้องมาเล่นนะ”
“อือ”
ดวงตากลมโตมองใบหน้าพี่ชายข้างบ้าน สายตาทอแววน้อยใจลึกๆ แต่ก็พยักหน้ารับก่อนจะหมุนตัวเดินผ่านหน้าทั้งสองคนเพื่อจะกลับเข้าบ้านของตนเอง
“ใครเหรอ”
“น้องข้างบ้าน”
“ดูน้องเขาชอบเมฆนะ”
“บ้าน่า ใครจะไปชอบลง เด็กนั่นอ้วน เตี้ย ดำ ไม่มีอะไรน่ามองสักอย่าง อีกอย่างเห็นมาตั้งแต่เด็ก น้องเพิ่งอายุ 13 เอง ยังเด็กอยู่เลย”
“อือ”
“เข้าบ้านเถอะ นานๆ ทีแม่จะไม่อยู่”
สองหนุ่มสาวเดินเข้าบ้านไปโดยไม่รู้เลยว่า สาวน้อยที่เพิ่งถูกพูดถึงเมื่อสักครู่ กำลังยืนนิ่งอยู่ข้างพุ่มต้นโมกริมรั้ว น้ำใสไหลอาบแก้มทั้งที่เด็กสาวกำลังยืนนิ่ง แววตาที่ควรจะสดใสกลับกลายเป็นเจ็บปวดกับคำพูดนั้นหนักหนา เธอตั้งปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้ชายคนนี้กลับเข้ามาในหัวใจอีกเด็ดขาด
10 ปีต่อมา
“อย่ากลับดึกนะ”
“ค่ะ”
ปริมยืนส่งบุตรสาวที่กำลังจะออกไปข้างนอก ก่อนที่ปิดล็อกประตูบ้านโดยมีปรางค์วลัยยืนมอง รอจนมารดาปิดล็อกประตูเสร็จก็เดินออกไป
ปรางค์วลัย หรือ การ์ตูน หญิงสาวร่างสูงเพรียว ผิวขาวเหลืองตามแบบฉบับไทยแท้ ผมดำสนิทยาวถึงกลางหลัง เธอเคยเป็นสาวน้อยรูปร่างผอมบาง แต่เมื่อขึ้นมัธยมปลายร่างกายของเธอก็เติบโตขึ้น อะไรที่เคยบางก็ไม่บาง อะไรที่เคยไม่มีก็มีจนล้น
วันนี้หญิงสาวมีนัดกับเพื่อนที่ผับ แต่เพราะบ้านเธออยู่ไกลสุดจึงต้องออกจากบ้านเร็วหน่อย แต่ก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไร เพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุด
เธอเดินมาเรื่อยๆ จนเจอแท็กซี่ผ่านมาพอดี จึงเรียกเอาไว้และก้าวขึ้นไปเมื่อรถจอดสนิท หลังจากที่บอกจุดหมายปลายทางแล้วก็ส่งข้อความหาเพื่อนที่นัดกัน ก่อนจะนั่งคิดอะไรไปเงียบๆ
เมื่อมาถึงที่ผับ หญิงสาวต่อสายหา ‘พศิน’ เพื่อนสาวร่างกายชาย ก่อนจะเดินเข้าไปข้างในเมื่อได้ความว่าพศินรออยู่ข้างในแล้ว
“มาเร็วกว่าฉันอีกนะแก” เสียงหวานใสทักเพื่อนเมื่อเห็นว่าพศินกำลังนั่งรออยู่ที่โซฟาชุดใหญ่
“กลัวรถติดอะดิ”
“แล้วยัยชมพูล่ะ”
“กำลังมาแหละ”
ปรางค์วลัยขยับเข้าไปนั่งด้านใน เธอวางกระเป๋าเอาไว้ข้างตัว ก่อนจะเรียกพนักงานเข้ามารับออเดอร์
นั่งคุยกันได้ไม่นาน ชมพูแพรก็เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มสดใส ปรางค์วลัยกับพศินมองหน้ากันก่อนที่พศินจะรีบเบรกชมพูแพรเอาไว้
“หยุด อย่าเพิ่งพูด ได้ส่องกระจกก่อนออกจากบ้านมาไหมเนี่ย”
“ไม่ต้องส่องก็รู้” ชมพูแพรเบะปากใส่
“ยังไง” ปรางค์วลัยเองก็ชะโงกหน้ามาด้วยความสนใจ
“ก็รอยเนี่ย ได้ก่อนออกมา เหตุผลเพราะใส่ชุดนี้” คนตัวเล็กที่สุดในกลุ่มพูดเสียงงุ้งงิ้งงอแง
“หวงแหละไม่ต้องเดา พี่หมอ.....สวัสดีค่ะ” พศินหันไปทักทายผู้ที่เดินเข้ามาสมทบด้วยท่าทางที่ใส่จริตเต็มที่
“สวัสดีครับ”
“มาเฝ้าผับเหรอคะ”
“เปล่าครับ มาเฝ้าเมีย”
“.....” เกิดเหตุการณ์เดดแอร์ เมื่อทั้งสามสาวทั้งแท้และไม่แท้พากันนิ่งไป
หลังจากกึ่งลากกึ่งจูงปรางค์วลัยออกมาจากในผับได้ เขาก็จับหญิงสาวยัดเข้ารถ แล้วขับออกมาด้วยความเร็วพอสมควร จนกระทั่งมาถึงเส้นทางแยกก่อนขึ้นทางด่วน เขาก็เลี้ยวเข้าซอย ขับตรงไปสักพักจนเมื่อเห็นมุมที่สามารถพุ่งเอาหน้าเข้าไปจอดได้ก็รีบจอดแล้วปิดไฟในรถ“แวะทำไม ไม่กลับบ้านเหรอ” ปรางค์วลัยถาม ท่าทางเธอมึนงงเมฆาไม่ตอบอะไร เขาแค่เปิดประตูฝั่งตัวเองออกแล้วเดินอ้อมมาฝั่งที่ปรางค์วลัยนั่งอยู่ หญิงสาวลงจากรถด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ แต่เมื่อเขาเปิดขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังแล้วตบที่หน้าขาของตนเองเธอก็ถึงบางอ้อ เธอปิดประตูฝั่งตัวเอง มือเล็กถลกกระโปรงยีนของตัวเองขึ้นจนถึงโคนขา ปลดเชือกแพนตี้ตัวน้อยแล้วดึงออกโยนขึ้นไปบนรถ ร่างอวบอิ่มปีนขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักแกร่งที่ตอนนี้รูดซิปกางเกงรอเอาไว้แล้วปิดประตูใบหน้าหวานบิดเบ้ เมื่อเธอค่อยๆหย่อนสะโพกลงโดยมีมือหนาจับท่อนเอ็นอันเขื่องที่แข็งพร้อมจะเข้าไปมุดเล่นในถ้ำสาวให้ตั้ง รอจนหญิงสาวขยับสะโพกเอาปากถ้ำลงมาจ่อที่หัวหยักแล้วกดลงมาช้าๆ เขาก็จับเอวบางเอาไว้แน่นแล้วกดลงทีเดียว สะโพกสอบกระเด้งสวนขึ้นไปพร้อมกันจนมันเข้าไปมิดจนสุดโคนหญิงสาวอยากจะร้องกรี้ดออกมาแต่ก็กลัวจะมีใคร
หลายเดือนผ่านไป บ้านที่จัดการรีโนเวทก็เสร็จเรียบร้อย หลังจากซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่มาลง และจัดแต่งเครื่องเรือนใหม่จนสวยงามจึงทำให้ปรางค์วลัยเลิกบ่นเมฆาไปได้“ทำบุญบ้านหน่อยไหม”“ก็ดี”“โอเค”สองหนุ่มสาวคุยกันแบบสั้นๆ เมฆาเดินแยกออกไปรับสายโทรศัพท์จากโรงพยาบาล ปรางค์วลัยจึงเดินหายเข้าไปในครัว ไม่นานก็ถือจานผลไม้มาวางที่โต๊ะหน้าโซฟาแล้วหย่อนตัวนั่งลง“นี่ ยัยปลาการ์ตูน เธอไม่รู้ข่าวเหรอเรื่องชมพูท้องอะ”“อ๋อ รู้แล้ว”“อ้าว แล้วทำไมไม่บอกฉัน”“แล้วทำไมฉันต้องบอก ชมพูเป็นเพื่อนฉัน นายก็รอหมอหนึ่งบอกเองดิ”“อ้าวเฮ้ย ฉันเป็นผัวเธอนะ”“ฉันไม่ได้ให้นายเป็นผัวฉันสักหน่อย”“นี่ แม่คุณ เอากันจนถึงไส้ถึงพุง บ้านก็อยู่ด้วยกันแล้ว ยังไม่ให้สถานะฉันอีกเหรอ”“อือ”“สงสัยต้องทำให้ท้องก่อนล่ะมั้ง ถึงจะมีสถานะ”“ฝันไปเถอะ”“.....”“อะไร”“เราจะอยู่กันไปวันๆแบบนี้จริงเหรอ”“แล้วนายคิดว่ายังไงล่ะ”“ไม่ ฉันไม่โอเค”“แล้วนายจะเอายังไง”“.....ผูกข้อมือกันไหม”“.....”“แค่ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท ฉันรู้ว่าเธอไม่อยากวุ่นวาย เธออย่างน้อยก็ให้มันถูกต้อง”“.....ฉันไม่มีญาติ”“แต่เธอยังมีเพื่อนๆนะ จำเอาไว้ว่าเพื่อนหลาย
“.....”“อยากไหม”“อือ”“อยากอะไร”“อยากโดนเอา”“งั้นก็ลุกขึ้นมาสิ ทำเองเลย”เมฆาขยับลุกขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียง รอจนปรางค์วลัยลุกขึ้นมาก็ช่วยจับให้เธอขยับเข้ามานั่งคุกเข่า หญิงสาวอ้าหัวเข่าออกจนกว้าง มือจับบ่าเขาเอาไว้แน่นแล้วค่อยๆหย่อนสะโพกลงจนหัวมังกรจ่ออยู่ที่ปากถ้ำ หญิงสาวหายใจเฮือกใหญ่แล้วค่อยๆกดตัวลง เมื่อหัวหยักมันผลุบเข้าไปภายในถ้ำ กายสาวสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย แต่ก็กดตัวเองลงจนสุด“อื้อออ”“ท่านี้มันจะทำให้เม็ดของเธอโดนขยี้ด้วยน่ะ เวลาที่เธอบดร่องกับโคนของฉัน” เขาบอกพลางจับสะโพกกลมบดลงเข้าหาตัวเองเป็นการยืนยันคำพูด“อ๊ายยย”“เสียวไหม”“อือ”“เสียวก็พูดออกมา ร้องออกมา ไม่ต้องเก็บ”มือหนาจับกลุ่มผมยาวกระชากจนหญิงสาวหน้าหงาย ก่อนจะแนบริมฝีปากลงบนลำคอขาวที่ตอนนี้มีทั้งรอยกัดและรอยดูดอยู่หลายที่ก้อนเนื้ออวบถูกบีบขย้ำรุนแรงเป็นการกระตุ้นให้หญิงสาวฮีทมากขึ้น ปรางค์วลัยขยับสะโพกเบาๆ เธอไม่ได้ขยับยกสะโพกขึ้นลง แต่ขยับท่าทางเดียวกับเขาเวลาที่เขากระแทกใส่ร่องเธอ กลีบดอกไม้ที่แหวกออกจากขนาดของท่อนเอ็นทำให้เกสรสีสวยบดขยี้กับโคนเนื้อยามที่เธอขยับสะโพก“อือ อ๊ะ อ๊า” ปรางค์วลัยครางเป็นจังหวะยามที
“อ๊ายยย ช่วยฉันด้วย ฮืออ”“จัดให้”กายสาวถูกยกออก เขาจับเธอพลิกไปนอนหงาย ขาเรียวถูกจับอ้าออกกว้างแล้วยกจนสะโพกลอยขึ้นเล็กน้อย กายหนากางเข่าออกแล้วนั่งลงไป ท่อนเอ็นอันใหญ่มุดเข้าไปในถ้ำสาวลึกจนสุด เมื่อชายหนุ่มขยับตัวแนบดันช้าๆ แต่แน่นลึกจนไม่มีช่องว่างระหว่างผิวเนื้อ ท่อนเนื้อมันงัดขึ้นจนเห็นรอยนูนบนหน้าท้องหญิงสาว ปรางค์วลัยครางสะอื้นเมื่อเมฆาเริ่มขยับเอว“ฮึก มันลึกเกินไป”“สุดๆเลยล่ะ” เขาตอบเธอเสียงแหบ แล้วเร่งจังหวะอัดกระแทกเอวรุนแรงจนหญิงสาวร้องกรี้ดออกมาเมื่อส่งหญิงสาวถึงก่อน เขาก็เร่งจังหวะตามที่เขาต้องการ ร่างอวบด้านล่างสะเทือนตามจังหวะรุนแรง ก้อนเนื้ออวบกระเพื่อมจนเขาต้องเอื้อมมือไปบีบขยำเต็มแรง“อ๊ะ อ๊ะ อึก อะ ฉันจุก.....” หญิงสาวเริ่มส่งเสียงประท้วง เมื่อเธอเริ่มไม่ไหว“ยิ่งจุกสิยิ่งดี” ตอบพร้อมกับบดขยี้เกสรกลางดอกไม้ถี่รัว“อื้อออ” กายสาวบิดเร่าด้วยความเสียวแต่ก็โดนเขาจับขาเอาไว้แน่น“รับนะ” พูดจบก็จับขาเรียวยกขึ้นในท่าตัว M แล้วแยกออกจนกว้างปรางค์วลัยเบ้หน้าด้วยความเจ็บ ก่อนที่เธอจะจุกมวนไปทั่วท้อง เมื่อเขากระแทกใส่เธอรุนแรงเป็นจังหวะถี่รัว“อื้มมมม” เมื่อถึงปลายทาง สาย
หลังจากปรางค์วลัยขึ้นห้องไปไม่นาน ร่างสูงของเมฆาก็หมุนตัวกลับออกไป ชายหนุ่มกลับไปอาบน้ำที่บ้านของตัวเอง ก่อนจะกลับเข้ามาอีกครั้ง โดยไม่ลืมปิดล็อกประตูและตรวจเช็กความเรียบร้อยเมื่อเห็นว่าทุกอย่างแน่นหนาดีแล้ว เท้าเรียวยาวของบุรุษก็ก้าวช้าๆแต่หนักแน่นมั่นคง ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีเสียงดังให้รำคาญใจแม้แต่แอะเดียว จนเมื่อมาถึงหน้าประตูห้องนอนที่เขาใช้นอนเป็นประจำตลอดหลายเดือนมานี้ มือหนาก็ยกขึ้นจับลูกบิดหมุนมันเบาๆประตูก็เปิดแง้มออกโดยไม่มีเสียงดวงตาคมมองตรงไปที่เตียงนอนหลังใหญ่ ร่างสูงขยับก้าวเดินเข้าไปช้าๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเจ้าของห้องเอาแต่ดูโทรศัพท์จนไม่สนใจ ไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าเขาเดินเข้ามาในห้องจึงหยุดยืนอยู่ข้างเตียง สายตามองไปที่ร่างอวบอิ่มในชุดนอนกระโปรงที่กำลังนอนคว่ำหน้าดูโทรศัพท์ ตอนนี้บั้นท้ายกลมมันดันให้ชายกระโปรงมันสั้นขึ้นจนความยาวอยู่แค่ต้นขาเนียนของเธอเท่านั้นเมฆายืนนิ่งอยู่พักใหญ่ ปรางค์วลัยก็ไม่มีท่าทีจะรู้สึกตัว เขาจึงก้าวขึ้นเตียงไปโดยไม่ได้ส่งเสียง จนทำให้หญิงสาวสะดุ้งโหยงแล้วพลิกกายทันทีธรรมชาติของคนตกใจที่มักจะอุทานหรือปล่อยสิ่งของในมือ ปรางค์วลัยก็เช่นกัน เธอร
เมื่อเดินกลับมาถึงบ้าน ปรางค์วลัยก็จัดการเทโจ๊กใส่ชาม ก่อนจะเดินขึ้นไปบนห้องนอน แต่เดิมตั้งใจว่าจะขึ้นไปปลุกให้คนที่กำลังหลับอยู่ตอนเธอตื่นออกไปให้ลุกขึ้นมากินโจ๊ก แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าที่นอนมันว่างเปล่า ที่นอนถูกจัดให้เป็นระเบียบ ผ้าห่มถูกพับวางเอาไว้เรียบร้อย และคนที่นอนอยู่ก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว“ไปทำงานก็ไม่บอก” เสียงหวานใสพึมพำเบาๆในเมื่อคนที่ตั้งใจมาปลุกไม่อยู่แล้ว หญิงสาวจึงหมุนตัวเดินกลับลงมาด้านล่าง นั่งจัดการมื้อเช้าคนเดียว ปรางค์วลัยรู้สึกแปลกๆไม่น้อย เพราะปกติจะมีเมฆาคอยอยู่เป็นเพื่อน หรือหากเขาจะไปไหนมาไหนเขาก็จะบอกเธอก่อนเสมอ แต่วันนี้เขากลับหายไปเสียเฉยๆหลังจากจัดการมื้อเช้าเสร็จ ด้วยความที่เป็นวันหยุด เจ้าของร่างอวบอิ่มจึงเดินไปทิ้งตัวนอนเล่นโทรศัพท์บนโซฟาอย่างไม่รีบร้อน ถึงอย่างไรเธอก็ไม่ได้คิดที่จะออกไปไหนอยู่แล้ว“ว่าไงคะสาว” ระหว่างที่กำลังดูอะไรเพลินๆก็มายเรียกเข้าจากชมพูแพร หญิงสาวรับสายแทบจะทันที‘ยัยตูน แกทำอะไร ทำไมหมอเมฆมาฟาดงวงฟาดงาที่โรงพยาบาล’ เสียงหวานของชมพูแพรดังวี้ดขึ้นมาจนปรางค์วลัยตกใจ“อะไร ฉันงง ฉันกลับมาถึงบ้านอีตาเมฆก็ไม่อยู่แล้ว” ปรา







