Se connecterตอนที่2 โจรป่า
เสียงกีบม้ากระทบพื้นดินดังสะท้อนก้องไปทั่วป่าเขา ขบวนเจ้าสาวขององค์หญิงอันหนิงค่อย ๆ เคลื่อนผ่านเส้นทางกันดารอย่างเชื่องช้า โดยที่ไม่รู้เลยว่า ในเงามืดของแมกไม้ มีสายตาอำมหิตหลายคู่จับจ้องพวกเขาอยู่ตลอดเวลา โจรป่ากลุ่มหนึ่งซุ่มซ่อนรอคอยโอกาสพร้อมกันกำกระบี่ในมือแน่น ทันใดนั้น ดวงตาคมกริบของแม่ทัพเซี่ยหลงเว่ยพลันสั่นไหวด้วยสัมผัสอันเฉียบไวแห่งสนามรบ แต่ก่อนที่เขาจะทันออกคำสั่ง เงาดำหลายสายก็พุ่งออกจากพงไพรราวอสรพิษกระโจนเข้าหาเหยื่อ “คุ้มกันองค์หญิง!” เสียงตวาดของแม่ทัพเซี่ยหลงเว่ยดังก้องขึ้นพร้อมกับสะบัดตัวลงจากหลังม้า ชักดาบคู่ใจฟาดฟันเข้ากับเหล่าโจรป่าที่กรูกันเข้ามา ดาบในมือเขาสะบัดออกด้วยท่าทางทรงพลัง โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นดิน ทว่าในห้วงชุลมุน ม้าที่ผูกกับเกี้ยวเจ้าสาวพลันตกใจ ส่งเสียงร้องดังลั่นก่อนจะกระโจนฝ่าฝูงชนออกไปด้วยความตื่นตระหนก “ช่วยด้วย!” เสียงหวานตื่นตระหนกดังมาจากในเกี้ยว องค์หญิงอันหนิงรับรู้ถึงความผิดปกติ นางมองเห็นเงาตะคุ่มผ่านม่านบางได้เพียงเลือนราง ก่อนที่ร่างน้อยจะรู้สึกถึงแรงสะเทือนอย่างรุนแรงที่ทำให้เกี้ยวของนางเริ่มเอียงไปด้านข้าง แม่ทัพเซี่ยหลงเว่ยหันไปมอง ใบหน้าดุดันพลันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดเมื่อเห็นราชรถมุ่งตรงไปยังแนวผาสูงชัน เขากระโจนเร่งฝีเท้าตามไป ทว่าโชคชะตามิได้เข้าข้าง… เพล้ง! สายบังเหียนที่รั้งตัวม้าขาดสะบั้น เกี้ยวเจ้าสาวกระเด็นหลุดจากตัวม้า ก่อนจะถลาไปตามไหล่ทางลาดชันแล้วพุ่งตรงไปยังหน้าผ้าสูงเสียดฟ้า ดวงตาขององค์หญิงอันหนิงเบิกกว้าง “ช่วยด้วย!” เพียงชัวพริบตา ร่างสูงทะยานเข้าสู่เกี้ยวที่กำลังจะตกลงจากหน้าผา มือแกร่งตวัดโอบรัดรอบเอวบางแนบแน่น ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดกระโจนออกจากเกี้ยวไปในเสี้ยวนาทีสุดท้าย ดาบในมือแม่ทัพเซี่ยหลงเว่ยสะบัดออก ปลายคมปักลงสู่ซอกหิน ที่ยื่นออกมาจากหน้าผา ทั้งสองร่างพลันหยุดนิ่งกลางอากาศ มีเพียงสายลมพัดผ่านแผ่วเบา ฟึ่บ! ผ้าคลุมหน้าขององค์หญิงอันหนิงพลันหลุดลอยไปตามกระแสลม เผยให้เห็นใบหน้างดงามดุจเทพธิดา ดวงตาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก ในอ้อมแขนของบุรุษนางรู้สึกได้ถึงไออุ่นประหลาด ความกลัวที่เกาะกุมจิตใจพลันเจือจาง นางยกมือขึ้นกอดกระชับร่างสูงแน่นราวเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวชีวิตของตน ทว่า… กึก! เสียงแตกราวดังขึ้น ใบหน้าของแม่ทัพเซี่ยหลงเว่ยแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ดาบที่ปักลงในซอกหินค่อย ๆ แตกกร้าวทีละน้อย เพล้ง! ในชั่วขณะนั้นปลายดาบแตกหักทันที นำพาให้ร่างทั้งสองร่วงหล่นสู่ผิวน้ำเบื้องล่าง ร่างทั้งสองจมดิ่งลงสู่แม่น้ำเชี่ยวกราก สายลมโหมกระหน่ำซัดสาด น้ำเย็นยะเยือกกัดลึกถึงกระดูก ทว่าร่างสูงกลับโอบรัดร่างนางแน่นจนสุดท้ายพวกเขาถูกกระแสน้ำพัดพาไปอีกฟากฝั่งของแม่น้ำ …………… ผ่านไปเนินนาน องค์หญิงอันหนิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เปลือกตาหนักอึ้งจากแรงกระแทกและความเหนื่อยล้า นางขยับกายขึ้นนั่งก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบกาย ภาพแรกที่ปรากฏในดวงตาคู่งามคือ ร่างของบุรุษผู้หนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ไม่ไกลนัก นางรีบลุกขึ้นเดินตรงไปหา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างกายเขา กวาดสายตามองอาภรณ์ที่เขาสวมใส่แล้วน่าจะเป็นแม่ทัพเซี่ยที่มารับขบวนเจ้าสาว “ท่านแม่ทัพเซี่ย!” เสียงหวานเรียกพลางใช้มือเรียวเขย่าร่างของบุรุษเบื้องหน้า ทว่าร่างสูงยังคงนิ่งสนิทไร้ซึ่งปฎิกิริยาตอบรับ ความเย็นเยียบแล่นผ่านไปทั่วร่างขององค์หญิง หัวใจนางเต้นกระหน่ำด้วยความหวาดหวั่น นางมิได้ลังเลรีบโน้มตัวลง ก่อนจะประกบปากผายปอดให้เขา ไม่นานนัก แม่ทัพเซี่ยหลงเว่ยพลันกระอักน้ำออกมาร่างสูงไอถี่ ดวงตาที่ปิดสนิทค่อย ๆ ปรือขึ้นสบเข้ากับดวงหน้างามของสตรีที่อยู่ใกล้เพียงคืบ “องค์หญิง…” เสียงแหบพร่าดังออกมาเบา ๆ ดวงตาปรือเลือนราง ราวกับจะกล่าวสิ่งใด แต่ยังมิทันได้เอื้อนเอ่ย ร่างของเขาก็อ่อนแรงหมดสติไปอีกครั้ง องค์หญิงอันหนิงเบิกตากว้าง รีบขยับมือจับชีพจรของเขา พบว่าเขายังคงมีลมหายใจอยู่ ทว่าความกังวลกลับทวีขึ้นเมื่อเห็นโลหิตสีแดงเข้มที่ไหลซึมผ่านอาภรณ์ของเขา นางจึงเขาใจว่าเขาได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว นางกัดริมฝีปากแน่น พยายามสะกดความหวาดหวั่นในใจ ก่อนจะรีบลุกขึ้น กวาดสายตามองไปรอบบริเวณ หวังจะหาที่พักพิงชั่วคราว ไม่นานนัก นางก็มองเห็นโพรงถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้แนวหน้าผา หัวใจของนางพลันมีประกายแห่งความหวัง นางรีบเร่งฝีเท้ากลับไปหาบุรุษที่ยังคงหมดสติ ก่อนจะโน้มตัวลงไปประคองร่างสูงเดินตรงไปยังโพรงถ้ำแห่งนั้น ภายในถ้ำ แม้ตะมืดครึ้มแต่กลับมีลานหินกว้างพอให้นางวางร่างแม่ทัพเซี่ยลงได้ ในนี้คงจะช่วยกันลมหนาวในยามค่ำคืนได้บ้าง องค์หญิงอันหนิงค่อย ๆ วางร่างสูงใหญ่ลงบนลานหินกว้างด้วยความระมัดระวัง หยาดเหงื่อไหลซึมตามขมับ ดวงตาหวานทอดมองร่างที่นอนแน่นิ่ง นางค่อย ๆ เอื้อมมือปลดอาภรณ์เปียกโชกของเขาออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างกำยำ กล้ามเนื้อแน่นหนั่นขับเน้นด้วยผิวสีครามอ่อน โลหิตสีเข้มยังคงไหลซึมจากบาดแผลตรงอกข้างขวา รอยคมดาบลากยาวทว่ามิได้ลึกถึงชีวิต องค์หญิงอันหนิงกวาดสายตาสำรวจรอยแผล ก่อนจะผละจากร่างนั้น เดินลึกเข้าไปในถ้ำเพื่อหาน้ำสะอาด เมื่อก้าวตามช่องหินไปเรื่อย ๆ สายตาของนางพลันสะดุดเข้ากับภาพเบื้องหน้า กลางถ้ำใหญ่ มีแอ่งน้ำใสราวกระจกสะท้อนภาพ รอบ ๆ แอ่งน้ำเต็มไปด้วยดอกไม้ป่าผลิบานละลานตา สีสันของมันแต่งแต้มให้บรรยากาศเงียบงันของถ้ำมีชีวิตชีวาขึ้น ผีเสื้อตัวน้อยบินวนรอบดอกไม้อย่างร่าเริง ก่อนจะพากันทะยานออกสู่ช่องแสงเหนือผนังถ้ำ องค์หญิงอันหนิงยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความหลงใหล ดวงตาสะท้อนประกายดั่งต้องมนต์อยู่ชั่วขณะ ก่อนจะสะบัดความคิดออกรีบก้าวตรงไปยังแอ่งน้ำ นางทรุดตัวลง ถอดอาภรณ์ชั้นนอกออกซับน้ำจนซุ่ม ก่อนจะรีบร้อนกลับไปยังลานหิน ร่างของแม่ทัพเซี่ยหลงเว้ยยังคงนอนแน่นิ่ง เสียงลมหายใจของเขาแผ่วเบา ทว่าคงที่ นางค่อย ๆ ใช้อาภรณ์เปียกชื้นเช็ดคราบเลือดและฝุ่นไคลออกจากร่างสูง ทุกครั้งที่ปลายนิ้วแตะลงบนผิวกายแกร่ง หัวใจของนางพลันเต้นรัว เมื่อเช็ดทำความสะอาดเสร็จแล้ว นางจึงเดินออกไปข้างนอกเพื่อหาสมุนไพร แม้จะเป็นองค์หญิงแห่งแคว้นหลี่เฉิง แต่นางกลับมิได้ถูกเลี้ยงดูเยี่ยงองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยเล่ห์กล นางต้องพึ่งพาตนเองมาโดยตลอด นางมิใช่สตรีบอบบางที่ไม่รู้ความลำบาก ตั้งแต่เยาว์วัย ทุกคราที่นางบาดเจ็บ นางล้วนต้องหาสมุนไพรมารักษาตนเอง นางจึงเริ่มมีความรู้เรื่องสมุนไพรอยู่บ้าง ไม่นานนัก นางก็กลับเข้ามาพร้อมสมุนไพรหลายชนิด ค่อย ๆ นั่งลงข้างกายบุรุษตรงหน้า ก่อนจะบดสมุนไพรในฝ่ามือแล้วทาลงบนแผลของเขา มือเรียวแตะสัมผัสผิวกายแกร่ง นางเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สายตาหลุบมองใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษตรงหน้า ดวงตาคมคายนั้นปิดสนิท ขนตายาวเป็นแพทอดเงาบนพวงแก้มดุดัน คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยราวกับยังคงเจ็บปวดจากบาดแผล ริมฝีปากหยักหนาแน่นิ่ง ทว่ากลับให้ความรู้สึกน่าเกรงขาม นางเผลอกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ หัวใจนางพลันเต้นแรง ความร้อนแผ่ซ่านขึ้นสู่สองข้างแก้ม นางเบือนหน้าหนีทันที ทว่าในห้วงความคิดยังคงเต็มไปด้วยภาพของเขาบุรุษตรงหน้า “เหตุใดข้าจึงรู้สึกเช่นนี้…” …ตอนที่ 10ฮูหยินของเจ้าเป็นปีศาจยามรุ่งอรุณ แสงแดดอ่อนโยนทอดผ่านหน้าต่างร้านยา เผยให้เห็นร่างของชายวัยกลางคนในอาภรณ์นักพรต เขาก้าวเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม มาดนิ่งขรึม ประกายดวงตาลึกล้ำดจมหาสมุทรอันเก่าแก่“แม่นาง…เจ้ารู้จักชายหนุ่มรูปงามที่มาขายสมุนไพรเมื่อวานพร้อมกับฮูหยินของเขาหรือไม่?”เสียงทุ่มต่ำเปล่งออกมาอย่างมั่นคง จางเฟยเมี่ยว ที่กำลังนั่งจดบัญชีอยู่เงยหน้าขึ้นสบตากับนัพรตครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตอบ“รู้จักสิ ท่านหมายถึงพี่หวังเซิงใช่หรือไม่ เมื่อวานมีเพียงเขาที่มาขายสมุนไพรที่นี่”นักพรตพยักหน้ารับ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง หากแฝงไปด้วยความหนักแน่น“ชายหนุ่มผู้นั้นกำลังตกอยู่ในอัตราย ฮูหยินของเขาหาใช่มนุษย์ไม่ แต่นางคือปีศาจ”จางเฟยเมี่ยวเบิกตากว้าง นางลุกขึ้นจากที่นั่งด้วยความตกใจ เสียงหวานเปล่งถามด้วยความไม่อยากเชื่อ“จริงหรือ ? มิน่าล่ะ นางดูงดงามราวเทพธิดาที่แท้แล้วเป็นปึนี่เอง”นักพรตพยักหน้ารับ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง จางเฟยเมี่ยวเม้นริมฝากแน่น ก่อนจะเร่งเร้า“ท่านนักพรต ขอร้องท่านช่วยพี่หวังเซิงด้วยนะ”ชายวัยกลางคนพยักหน้าตอบ….ยามอรุณรุ่ง แสงตะวันทาบทอลงบนเรื
ตอนที่9ค่ำคืนแห่งความสุขncผิวกายอันอบอุ่นของทั้งคู่แนบสนิทกันโดยไร้สิ่งกีดขวางหวังเซิงก้มลงประทับริมฝีปากกับสองเต้าที่กำลังสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงหายใจ เขาดูดเม้นหยอกเย้าอย่างหลงใหล มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังเนียนริมฝีปากของหวังเซิงโลมเลียสองเต้างาม ปลายลิ้นหยอกเย้าจนยอดถันแข็งชูชันรับสัมผัสร้อนผ่าว เย่ว์ชิงครางเสียงหวาน ร่างบิดเน่าใต้รสสัมผัสวาบหวาม หวังเซิงเลียจนพอใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาประทบรอยจูบอย่างเร้าร้อน ก่อนอุ้มร่างนวลให้เอนลงนอนกับเตียงฝ่ามือแกร่งลูบไล้ผิวเนียน ลากผ่านทรวงอกอิ่มลงสู่หน้าท้องแบนราบ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่ขาอ่อนเรียวงาม เขาค่อย ๆ แยกเรียวขาออก เผยให้เห็นกลีบเกสรสีแดงระเรื่อที่ชุ่มฉ่ำด้วยหยาดน้ำรักสีใส แววตาคมจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยแววตากระหาย ก่อนจะจับขาเรียวให้ตั้งฉากขึ้น แล้วก้มใบหน้าลงสัมผัสกับกลีบเกสรสีแดงระเรื่อปลายลิ้นสากเลียลากไล้ไปมาซอกซอนแหวกผ่านกลีบเกสรนุ่มก่อนจะตวัดรัวเข้าหาติ่งเกสรที่แข็งขืนเย่ว์ชิงสะดุ้งเฮือก ร่างบางบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน นางครวญครางเสียงหวานอย่างไม่เป็นศัพท์ สองมือเรียวจิกผ้าปูเตียงแน่นหวังเซิงไม่ปล่อยให้นางได้หยุดพัก ลิ้นสากตวัดวนอ
ตอนที่8ภรรยาเจ้าช่างงดงามยิ่งนักncนิดหน่อยยามเย็นตลาดในหมู่บ้านคึกคักไปด้วยผู้คนที่สัญจรไปมา เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้า ผสานกับกลิ่นหอมของอาหารและยาสมุนไพรที่อบอวลหวังเซิงจูงมือเย่ว์ชิงก้าวเข้ามาในตลาด พลางหอบตระกล้าสมุนไพรเขานั้นตั้งใจเก็บมาเพื่อเอามาขายให้แก่เถ้าแก่จาง เจ้าของร้านยาประจำหมู่บ้าน“อ้าว! หวังเซิงเจ้าไม่ได้มาหลายวันเลยนะ”เถ้าแก่จางเอ่ยขึ้นก่อนจะยิ้มกว้างพลางกวาดตามองหญิงสาวข้างกายของหวังเซิง ก่อนจะเอ่ยเย้า“แล้วคนงามที่อยู่ข้างกายเจ้าคือผู้ใดกัน?” หวังเซิงหันไปมองเย่ว์ชิงด้วยแววตาอ่อนโยนบนกับรอยยิ้ม“นางเป็นภรรยาของข้าเอง”เถ้าแก่จางเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะพยักหน้าอย่างชื่นชม“ช่างเป็นสตรีที่งามล้ำจริง ๆ เจ้าหนุ่มคนนี้โชคดีนัก”แต่ก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินการไปมากกว่านั้น จู่ ๆ เสียงใสของสตรีผู้หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา“พี่หวังเซิง! ท่านหายไปไหนมา ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน”หวังเซิงสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองก็พบว่าจางเฟยเมี่ยว บุตรสาวของเถ้าแก่จางนางสาวเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะยื่นมือเรียวมาเกาะแขนของเขาอย่างสนิทสนม แม้นางกับเขานั้นจะเจอกันบ่อย ๆ ครั้งเพราะหวังเซิงนั้นมักจะม
ตอนที่7ริมน้ำตกปลายนิ้วสากลากไล้ไปบนกลีบนุ่ม หยอกเย้าติ่งเสียวที่แข็งขืน จนร่างบางสะดุ้งเฮือก“อื้อ…อา”เสียงครางหวานแผ่วเบา เย่ว์ชิงบิดกายเร่า ๆ ตอบสนองความสยิวที่สามีมอบให้หวังเซิงกดนิ้วลงขยี้เบา ๆ ก่อนจะลากขึ้นลงตามร่องเกสร ก่อนจะลากลงมาหยุดอยู่รูสวาทอ่อนนุ่มที่กำลังขมิบตอดรัดราวกับเรียกร้อง นิ้วสากกดแทรกผ่านกลีบเนื้อเข้าไปช้า ๆ ความอุ่นชื้นโอบรัดปลายนิ้วแน่น ร่างเย่ว์ชิงสะท้านเฮือกสะโพกแอ่นรับโดยมิรู้ตัว“อื้อ…ท่านพี่…”นางครวญครางเสียงสั่นสะท้าน ขณะเดียวกันหวังเซิงก็ก้มลงดูดเม้นยอดถันสีชมพูระเรื่อ ลิ้นร้อนลากไล้วนเวียนไม่หยุด พร้อมกับเร่งจังหวะสอดใส่นิ้วให้ลึกขึ้น เร็วขึ้นร่างบางสั่นสะท้านรุนแรง สองมือเรียวจิกลงบนไหล่แกร่งราวกับต้องการยึดเหนี่ยว เสียงครางหวานขาดเป็นห้วง ๆ ก่อนที่ร่างงามจะกระตุกเฮือก ความสุขสมถาโถมท่วมท้นจนมิอาจต้านทานได้ เย่ว์ชิงกอดรัดร่างสามีแน่นร่างบางในอ้อมแขนหอบสะท้าน ริมฝีปากอิ่มเผยอออกปล่อยเสียงครางแผ่ว นัยน์ตาหวานฉ่ำปรือขึ้นมองสามีด้วยความกระสันเสียวที่ยังไม่จางหายหวังเซิงจ้องมองเรือนร่างงดงามที่สั่นสะท้านเพราะสัมผัสของเขาแววตาดำขลับฉายชัดถึงความกระหา
ตอนที่6ไปเก็บสมุนไพรncแสงอรุณแรกแห่งรุ่งอรุณ สาดส่องผ่านม่านหน้าต่างบางเบา สายลมยามเช้าพัดต้องกิ่งไผ่ ส่งเสียงกรอบแกรบเป็นจังหวะ ขับขานถึงการเริ่มต้นของวันใหม่ หวังเซิงค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นจากนิทรา ด้วยเสียงเรียกอันแผ่วเบาของภรรยา“ท่านพี่”หวังเซิงหันไปมองภรรยาตนเองที่กำลังถืออ่างน้ำอุ่นเข้ามานางจัดเตรียมน้ำล้างหน้าให้เขาอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวต่อ “ข้าจะไปริท่านที่ห้องครัว อาหารเช้าใกล้จะเสร็จแล้ว”หลังจากล้างหน้าเสร็จ หวังเซิงก้าวออกจากห้อง กลิ่นหอมอบอวลของอาหารลอยแตะจมูกเรียกความหิวเมื่อเดินมาถึงเรือนครัว เขาเห็นภรรยากำลังจัดสำหรับอย่างประณีต บนโต๊ะมีอาหารหลายจานวางเรียงกัน ทั้งเนื้อตุ๋นแกงน้ำใส ไข่เจียวหอมกรุ่น และผักสดที่จัดวางอยู่อย่างสวยงามหวังเซิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามอย่างสงสัย“เจ้าเอาเงินที่ไหนไปซื้อเนื้อเหล่านี้มาหรือ”เย่ว์ชิงเงยหน้าขึ้นยิ้มบาง ๆ พลางตอบเสียงใส“ข้านำปิ่นปักผม ไปขาย พอได้เงินมาบ้าง จึงนำซื้ออาหารให้ท่าน”หวังเซิงได้ยินดังนั้น ก็นิ่งไปชั่วครู่แม้จะฉงนอยู่บ้าง แต่เมื่อมองเห็นดวงตากลมใสที่เต็มไปด้วยความจริงใจของนาง เขาก็มิได้เอ่
ตอนที่5งานแต่งncเปลวเทียนในโคมแดงส่องแสงวูบไหว ลมเย็นยามราตรีพัดต้องม่านบางของเรือนหอเบา ๆ หวังเซิง ในอาภรณ์เจ้าบ่าวสีแดงเข้ม ยืนอยู่ต่อหน้า เย่ว์ชิง ซึ่งงามสง่าในชุดเจ้าสาวสีแดง ราวกับดอกโบตั๋นแรกแย้มชุดแต่งงานคู่นี้ มิใช่เครื่องแต่งกายหรูหรา หากแต่เป็นของตกทอดจากมารดาของเขา ผืนผ้าปักลวดลายอย่างวิจิตร ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีตลอดหลายปี วันนี้ ในที่สุดมันก็ได้ทำหน้าที่ของมันอีกครั้งใต้ท้องนภายามราตรี มีเพียงบุรุษหนึ่งและสตรีหนึ่ง ยืนเคียงกันเบื้องหน้า โต๊ะบูชา ที่มีป้ายวิญญาณของพ่อแม่หวังเซิง ทั้งสองปักธูป ให้วิญญาณทั้งสองดวงเป็นสักขีพยานรักของทั้งสองคนเมื่อพิธีเรียบง่ายจบลง หวังเซิงยื่นมืออกไป จับมือเรียวเล็กของเย่ว์ชิงก่อนจะเดินนำพานางไปยังห้องหอที่ทั้งสองได้จัดเตรียมเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว….ภายในห้องหอซึ่งประดับประดาไปด้วยผ้าแดงสด เปลวเทียนส่องแสงเรืองรองหวังเซิงในชุดอาภรณ์สีแดงนั่งเคียงข้างกับเย่ว์ชิงเจ้าสาวของตน มือแกร่งค่อย ๆ เอื้อมไปเปิดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าอันงดงาม ดวงตาคู่งามสบประสานกับเขาเป็นประกาย หัวใจของหวังเซิงเต้นรัว มิอาจละสายตาได้เขาค่อย ๆ ใช้มือดันให้นางเ







