Share

บทที่ 5 ยืมมือคนอื่นทำลาย

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-27 12:07:53

ไม่นานก็มาถึงที่เขตชุมชน...ซื่อหงรอให้ทุกคนลงจากรถก่อน จนเหลือเธอเป็นคนสุดท้ายถึงลงจากรถ รู้ว่ามีธุระสำคัญที่ต้องไปทำ ซื่อหงก็รีบสาวเท้าทันที วันนี้เป็นวันที่ชาวบ้านนำของมาขายที่เขต เห็นชาวบ้านกำลังต่อแถวกันอยู่ ไม่ได้คิดอะไรก็รีบแชงคิวตัดหน้าผู้หญิงคนหนึ่ง เธอยังจำวันที่เจียวหมิงแต่งงานใหม่ ภาพของผู้หญิงคนนั้นยังติดตาเธออยู่ แต่ตอนนี้ซื่อหง กลับไม่เห็นโม่วหลีเลย เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าโม่วหลีไม่ได้มาทำงานหรือว่าโม่วหลีก็ได้ย้อนเวลากลับมาเหมือนกับเธอกันแน่

“เธอจะซื้อของอะไรไหม? ถ้าไม่ซื้อก็หลบไปทางอื่นให้คนอื่นต่อแถวเข้ามา” เห็นสีหน้าของพนักงานไม่ค่อยดี ซื่อหงก็รีบเอ่ยถาม

“วันนี้จูโม่วหลีไม่มาทำงานหรือ? ”

“ทำไมจะไม่มาทำงานล่ะ? โม่วหลีออกไปข้างนอกกับคนรักแล้ว ถ้าไม่ซื้ออะไรก็รีบ ๆ หลบไป”

ซื่อหงได้ยินแบบนั้นก็รีบหลบทาง แม้ว่าเธอจะไม่ได้เจอโม่วหลี แต่พอได้ยินพนักงานขายบอกว่าวันนี้โม่วหลีมาทำงาน นั่นก็หมายความว่าโม่วหลียังทำงานอยู่ที่นี่ ซื่อหงถอนหายใจโล่ง อก ก่อนจะเดินออกมาอย่างอารมณ์ดี เธอเดินไปที่ร้านขายข้าว กำลังจะเดินไปหลบแดดอีกมุมหนึ่ง พอหันกลับไปถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ

โม่วหลี่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแทรกแดง กำลังยืนคุยกับชายหนุ่มคนหนึ่ง แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะยืนหันหลังให้เธออยู่ก็ตาม แต่เธอจำรูปร่างและเสื้อของเขาได้ดี คือชายหนุ่มที่ช่วยเธอไว้เมื่อตอนที่อยู่บนรถนั่งมาที่นี่ เมื่อชาติที่แล้ว...ซื่อหงจมปลักอยู่กับความโศกเศร้าที่รู้ว่าตัวเองมีลูกให้เจียวหมิงไม่ได้และถูกแม่สามีบังคับให้หย่า

เธอไม่อยากจะสนใจเรื่องอื่นนอกจากเรื่องของตัวเอง ถึงไม่รู้ว่าเจียวหมิงกับโม่วหลีแอบไปคุยกันตอนไหน ยิ่งไม่รู้ว่าผู้ชายของโม่วหลีเป็นใคร ซื่อหงไม่ได้สนใจเรื่องส่วนตัวของโม่วหลีเลย เธอไม่คิดเลยว่าเธอกลับต้องมาเจอกับมู่เหยียนในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่คิดว่าครั้งแรกที่พวกเขาได้เจอกันจะอึดอัดแบบนี้ เห็นว่ามู่เหยียนกำลังจะหันมาทางที่เธอยืนอยู่ เธอก็รีบหลบทันที

ซื่อหงเห็นมู่เหยียนและโม่วหลีดูเหมือนความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนจะไม่มีอะไรผิดปกติ เขาคงยังไม่รู้สินะว่าโม่วหลีแอบนอกใจเขามาคุยกับสามีของเธอ แต่...เวลานี้เธอกลับรู้สึกเป็นกังวลอย่างบอกไม่ถูก เธอควรจะบอกความจริงให้เขารู้ดีหรือไม่ว่าหญิงอันเป็นที่รักของเขากำลังสวมเขาให้เขาอยู่ แต่ถ้าเธอบอกความจริงให้เขารู้แล้ว เขาจะโกรธแล้วไปคิดบัญชีกับเจียวหมิงแน่ ๆ

ซื่อหงไม่อยากให้เรื่องนี้กระทบถึงเรื่องหย่า คนเราใคร ๆ ก็เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น เธอไม่อยากให้เรื่องหย่าของเธอพบเจอกับอุปสรรค แต่...พอนึกคิดดูดี ๆ แล้ว เธอกับเขาต่างก็เจ็บปวดเหมือนกัน เธอเข้าใจความรู้สึกนั้นได้ดี ซื่อหงลังเลอยู่สักพัก พอตัดสินใจได้แล้ว ก็หันกลับไป พวกเขาสองคนกลับหายไปแล้ว เมื่อคิดว่าเธอกับเขาอาจจะไม่ได้เจอกันอีก เธอก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไร

ตอนนี้ซื่อหงรู้แล้วว่าโม่วหลียังทำงานอยู่ที่นี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเธอ ครอบครัวทางฝั่งสามีจะได้ไม่ต้องบังคับเธอหย่าทุกวันเหมือนชาติที่แล้วอีก เธอไม่รีบกลับไปที่บ้าน วันนี้ชาวบ้านนำของมาขายที่ตลาด ผู้คนพลุกพล่านไปมา บรรยากาศแลดูครึกครื้น แต่พอเดินผ่านร้านขายหนังสือ เธอกลับไม่เห็นใครเลย อีกไม่นานก็จะถึงวันสอบมัธยมปลายแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้

ซื่อหงเรียนจบแค่ประถม ถ้าปีนี้อยากจะลงชื่อสอบมัธยมปลายไม่อาจเป็นไปได้ แต่...พอเธอนึกถึงชาติที่แล้ว เธอถูกคนอื่นดูถูกว่าเอาแต่นอนไม่มีการศึกษา ไม่อยากจะคิดอะไรมาก เธอก็รีบสาวเท้าเดินเข้าไปในร้านหนังสือทันที ภายในร้านหนังสือไม่ได้ใหญ่มาก คนขายก็ไม่ได้สนใจเธอเอาแต่ก้มหน้าทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้

เธอเดินดูรอบ ๆ ร้าน สายตาบังเอิญเหลือบไปเห็นหนังสือเรียนมัธยมต้น แต่...พอแตะที่ถุงผ้าของตัวเองดู ซื่อหงถึงรู้ว่าเธอมีเงินแค่ไม่กี่เหมาเอง มือเรียวลูบไล้หนังสือไปมา รอเธอหย่ากับเจียวหมิงก่อนเถอะ ได้เงินมาเธอจะนำมาซื้อของที่เธออยากได้ให้หมดเลย เดินออกมาจากร้านขายหนังสือเธอก็ได้ยินใครคนหนึ่งเอ่ยเรียก พอหันกลับไปดูก็เห็นว่าเป็นลู่ลี่เดินมาพร้อมกับอีกสองสามคน

เมื่อวานลู่ลี่ได้ยินซื่อหงบอกว่าที่เธอไม่สามารถมีลูกให้เจียวหมิงได้ไม่ได้เป็นเพราะเธอแต่เป็นเพราะเจียวหมิงเป็นหมัน ทำให้ลู่ลี่สงสัยอยากรู้อยากเห็นมาก แต่ตอนนั้นเธอเดินออกไปแล้วจึงไม่มีโอกาสได้ถาม แม่สามีคิดว่าเธอใส่ร้ายป้ายสีเจียวหมิง จะปล่อยเธอไปง่าย ๆ ได้อย่างไร? ลู่ลี่รีบเดินไปดักหน้าซื่อหงไว้ ก่อนจะเอ่ยถาม

“ซื่อหง เมื่อไรหนูจะกลับไปที่บ้านเหอล่ะ? อย่าโกรธเฟยเทียนไปเลยนะ ตอนนี้ที่บ้านไม่มีใครช่วยทำงาน เฟยเทียนเอาแต่บ่นอยู่ไม่หยุด น้าเริ่มจะทนกับเสียงบ่นของเฟยเทียนไม่ไหวแล้ว หนูรีบกลับไปที่บ้านเหอเถอะนะ”

ซื่อหงรู้ดีว่าเมื่อวานแม่สามีพูดอะไรเกี่ยวกับเธอบ้าง คงก่นด่าเธอไม่หยุดเหมือนที่ผ่านมานั่นแหละ เธอหันมองช้ายแลขวา ลู่ลี่เหมือนจะดูออกว่าเธอกำลังเป็นกังวลเรื่องอะไรอยู่ จึงรีบเอ่ยบอก

“หนูไม่ต้องกลัวไปหรอกนะ วันนี้เฟยเทียนไม่ได้มาที่นี่”

“แม่สามีอยากจะพูดอยากจะต่อว่าอะไรก็ปล่อยไปเถอะค่ะ ต่อให้ฉันไม่อยู่ที่บ้าน แม่สามีก็ด่าฉันอยู่ดี รอพรุ่งนี้เจียวหมิง กลับมาฉันถึงจะกลับไปที่นั่น”

“แต่น้าได้ยินเฟยเทียนบอกว่าเย็นนี้เจียวหมิงจะกลับมานะ หรือว่าน้าฟังผิด? ”

ในความทรงจำของเธอ คืนนี้เจียวหมิงจะกลับมาจริง แต่เธอก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เจียวหมิงไม่ได้บอกว่าเมื่อไรจะกลับมา เอาเป็นว่าเมื่อไรที่เจียวหมิงกลับมาฉันถึงจะกลับไปที่นั่นค่ะ”

“แต่ว่า...ถ้าหนูรอเจียวหมิงกลับมาแล้วหนูค่อยกลับไปที่บ้านเหอ เฟยเทียนจะต้องโกรธมากแน่ ๆ รอดูนะ เฟยเทียนจะต้องนำเรื่องที่หนูมีลูกให้เจียวหมิงไม่ได้บังคับหนูหย่ากับเจียวหมิงแน่ ๆ ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนนี้ฉันรู้ทุกอย่างแล้ว ฉันทนเป็นวัวเป็นควายรับใช้คนในบ้านเหอมานานแล้วค่ะ แต่พวกเขาก็ไม่เคยเห็นค่า อยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ จะหย่าตอนนี้หรือตอนไหนก็มีค่าเหมือนกันค่ะ”

“ถ้าหนูหย่าจริง ๆ ชาวบ้านจะต้องนินทาแน่ ๆ ซื่อหง อย่าหาว่าน้าอยากรู้อยากเห็นเลยนะ ที่หนูบอกว่าเจียวหมิงไม่อาจมีลูกได้ หนูหมายความว่าอะไรหรือ? ”

“ความจริงแล้วฉันก็ไม่ได้หมายความว่าอะไรหรอกค่ะ น้าลู่ลี่น่าจะรู้นะคะว่าฉันหมายถึงอะไร”

ซื่อหงรู้ว่าลู่ลี่ไม่ได้เป็นห่วงเธอจริง ๆ หรอก เธออยากจะใช้ลู่ลี่เป็นเครื่องมือนำเรื่องของคนในบ้านเหอไปนินทา พวกเขาจะได้รู้สึกเสียบ้างว่าถูกคนอื่นนินทามันเป็นอย่างไร

“ยังไงฉันก็จะหย่ากับเจียวหมิงอยู่แล้ว ฉันก็ไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบังหรอกนะ คราก่อนที่ไปตรวจสุขภาพร่างกายที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าร่างกายฉันไม่มีปัญหาอะไร แต่พอหมอบอกให้เจียวหมิงเข้าไปตรวจร่างกายเขากลับไม่ยอมให้หมอตรวจค่ะ ฉันก็ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริง ๆ ”

“เมื่อก่อนฉันคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรจริง ๆ แต่ว่าตอนนี้พอกลับไปคิดดูแล้ว ฉันเองก็ไม่ได้กินยาคุมกำเนิด เวลาผ่านมานานแล้วฉันก็ไม่ท้องสักที ตรวจแล้วตรวจอีก หมอก็ยังยืนยันคำเดิมนะว่าร่างกายฉันไม่มีปัญหาอะไร นั่นก็หมายความว่าคนที่มีปัญหาก็คือเจียวหมิง ถ้าไม่อย่างนั้นทำไมเจียวหมิงถึงไม่ยอมให้หมอตรวจร่างกายล่ะ มันจะต้องมีอะไรแน่ ๆ ใช่ไหมคะ? ” ลู่ลี่กับเพื่อน ๆ มองหน้ากันไปมาไม่อยากจะเชื่อ

“เรื่องนี้...คือเรื่องจริงหรือ? ” ซื่อหงพยักเบา ๆ เม้มปากแน่นทำหน้าสงสารมองไปที่ลู่ลี่

“มีอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าจะพูดก็น่าอายเกินไป เจียวหมิงนกเขาไม่ขันน่ะ ฉันก็ไม่รู้จะต้องทำอย่างไรแล้วจริง ๆ ”

ลู่ลี่เบิกตากว้าง ที่ซื่อหงบอกทำไมหล่อนจะไม่รู้ หล่อนกับเพื่อนต่างก็แต่งงานมีลูกกันหมดแล้ว ย่อมรู้อยู่แล้วว่าซื่อหงหมายถึงอะไร ปัญหาอยู่ที่เจียวหมิงซื่อหงถึงมีลูกไม่ได้อย่างนั้นหรือ? เจียวหมิงอายุยังไม่มาก ใครจะไปคิดว่านกเขาเขาจะไม่ขัน ได้รู้ความลับเรื่องนี้แล้วพวกเขาก็ไม่แปลกใจที่ซื่อหงไม่กล้าบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้

“เมื่อก่อนเพราะว่าหนูไม่บอกกับพวกเรา พวกเราถึงไม่รู้คิดว่าร่างกายหนูมีปัญหา”

“ถ้าปัญหาอยู่ที่เจียวหมิงจริง ๆ ละก็ คนในบ้านเหอไม่ควรทำแบบนั้นกับหนู พวกเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย”

“ซื่อหง หนูใจดีเกินไปแล้ว ตั้งใจปกปิดเรื่องนี้มานาน ทำไมหนูจะต้องทนทุกข์ทรมานแบบนั้นด้วยก็ไม่รู้”

“ถ้าจะให้พูดเรื่องนี้ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าบอกให้คนอื่นรู้หรอก มันน่าอาย เจียวหมิงนี่ไม่ได้เรื่องเสียแล้ว”

“ใช่ ๆ แม่สามีก็อีกคน ลูกชายตัวเองมีปัญหาแท้ ๆ แต่กลับโทษลูกสะใภ้อย่างนู่นอย่างนี้”

ฐานะตระกูลเหอจัดว่าดี พวกเขาต่างคิดว่าตนนั้นอยู่เหนือคนอื่น เฟยเทียนเป็นผู้หญิงที่ปากร้าย ที่หมู่บ้านหนิงเจิ้งไม่มีใครชอบเฟยเทียนกันเลยสักคน ตอนนี้ลู่ลี่กับเพื่อน ๆ รู้เรื่องนี้แล้ว จะต้องปกป้องซื่อหงให้ถึงที่สุด เธอรู้ว่าลู่ลี่ไม่ได้อยากจะช่วยเธอจริง ๆ หรอก ก็แค่อยากจะเอาคืนแม่สามีก็เท่านั้น แต่สำหรับซื่อหงแล้วแค่นี้ก็พอแล้ว เธอจะได้ไม่ต้องลงมือเอง

“ลืมเรื่องนี้ไปเถอะนะคะ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วฉันก็ไม่อยากจะพูดถึงมันอีก อย่างไรเสียฉันกับเจียวหมิงก็ยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ ฉันอยากใช้ชีวิตสงบสุขก็แค่นั้นค่ะ ฉันไม่อยากให้เรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ น้าลู่ลี่อย่านำเรื่องนี้ไปบอกใครนะคะ”

“อืม หนูไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกนะ น้าจะไม่นำเรื่องนี้ไปพูดกับใคร”

เมื่อคราก่อนที่เจียวหมิงไม่อยากตรวจร่างกายเพราะเขาอาย ดูเหมือนเขาจะยังไม่รู้ว่าตัวเขาเองเป็นหมัน แต่มีบางเรื่องที่เธอไม่อยากบอกให้คนอื่นรู้ เธอเชื่อว่าอีกไม่นานเรื่องนี้จะต้องถึงหูคนในบ้านเหอแน่...

พูดคุยกับลู่ลี่เสร็จเธอก็เดินมาที่ร้านอาหาร ที่ร้านยังเหมือนเดิมทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย เมื่อชาติที่แล้วเพราะว่าเธออยากจะเอาใจครอบครัวสามี ถึงได้มาทำงานที่ร้านอาหารนี้ หลังจากที่หย่ากับเจียวหมิง รู้ว่าครอบครัวของเธอเองก็เกลียดเธอ ซื่อหงก็ได้มาทำงานล้างจานที่นี่ไต่เต้าจนได้เป็นแม่ครัว ร้านอาหารนี้คือความทรงจำที่เธอไม่เคยลืม เธอถึงได้คุ้นชินกับที่นี่มากอย่างไรล่ะ รออีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้น หลังจากที่เธอจัดเรื่องหย่าเสร็จ เธอจะมาถามว่าที่นี่ยังต้องการคนงานอยู่หรือไม่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทส่งท้าย คอยอยู่เคียงข้างกันและกัน

    15 ปีต่อมา“พ่อครับ แม่ครับ ผมสอบติดแล้วครับ ผมจะได้ไปเรียนที่ปักกิ่งแล้ว ~ ”จางหมิ่นเด็กชายอ้วนท้วนในตอนนั้นกลายเป็นหนุ่มเต็มวัยในวัย 20 เขาวิ่งเข้ามาในร้านพร้อมกับกระดาษใบหนึ่ง“พี่จางหมิ่น พี่สอบติดมหาลัยชื่อดังจริง ๆ เหรอคะ ? ” ซูฮวากำลังตรวจสมุดรายได้อยู่ ได้ยินพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอบอกว่าตนสอบติดมหาลัยชื่อดังได้ก็ดีใจมาก เธอรีบวางปากกาในมือลง ก่อนจะวิ่งไปแย่งเอากระดาษในมือของพี่ชายมาดู“พี่สอบติดมหาลัยจริง ๆ ด้วย สอบได้ตั้ง 475 คะแนนแน่ะ สอบได้คะแนนเยอะกว่าแม่ซะอีก”“แน่นอนอยู่แล้ว เพราะพี่เก่งไง เธอว่าพี่เก่งใช่ไหม ?”“พี่ชายของฉันเก่งและใจดีที่สุดเลยค่ะ ยินดีด้วยนะคะพี่จางหมิ่น เดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้พี่ทานนะคะ”“พ่อกับแม่ล่ะอยู่ไหน ?” จางหมิ่นกวาดสายตามองดูรอบ ๆ ร้านก็ไม่เห็นใคร“พ่อกับแม่ตรวจงานอยู่ในครัวน่ะ พี่รีบไปหาพ่อกับแม่สิ”“เสียงดังอะไรกัน ? ทะเลาะกันอีกแล้วหรือ ?” มู่เหยียนเดินออกมาจากในครัวด้วยสีหน้าที่นิ่งขรึม จางหมิ่นเห็นพ่อกับแม่เดินมาก็รีบวิ่งเข้าไปหา“พ่อครับ ผมสอบติดมหาลัยชื่อดังแล้ว”“อืม แล้วยังไง ?”“พ่อไม่ดีใจเหรอครับ ?” จางหมิ่นทำหน้างุนง

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 133 หน้าที่ของลูก

    “พ่อคะ แม่คะ พี่ซื่อหงเขาไม่อยากให้พ่อกับแม่ตามไปวอแวพี่เขาอีก พ่อกับแม่รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าได้ไปเจอพี่เขาเลยนะ ปล่อยให้พี่เขาได้ใช้ชีวิตตามที่พี่เขาต้องการเถอะค่ะ พี่เขาลำบากมามากแล้ว ให้พี่เขาได้มีความสุขบ้าง”“แกคิดว่าฉันไม่ลำบากเลยหรือ ?ฉันลำบากมากกว่าจะเลี้ยงดูแกกับพี่สาวแกโตได้ แกสองคนกลับไม่คิดที่จะตอบแทนบุญคุณฉันกับพ่อแก พวกแกหายหน้าหายตาไปนานหลายปี ไม่คิดที่จะกลับมาเหยียบที่นี่เลย เงินสักหยวนก็ไม่ส่งกลับมา แกรู้บ้างไหมว่าฉันกับพ่อแกลำบากแค่ไหน อดมื้อกินมื้อบางวันก็ไม่มีข้าวให้กิน ดูชีวิตของพวกแกสองคนตอนนี้สิกลับสุขสบาย มีเสื้อผ้าสวย ๆ ให้ใส่ แกเคยย้อนกลับมามองดูพ่อกับแม่ของตัวเองบ้างไหม ซื่อหลิน !!”ฮุ่ยหนิงต่อว่าลูกสาวคนเล็กด้วยความอัดอั้นใจ หลายปีที่ผ่านมาตนพยายามที่จะหาที่อยู่ หมายเลขโทรศัทพ์เพื่อติดต่อหาพวกเขา แต่...ชาวบ้านที่นี่ไม่มีใครรู้หนังสือ ถามไปก็ไม่ได้ข่าวอะไร หมายเลขโทรศัพท์ที่ได้มา ตนโทรไปแค่ครั้งเดียว ซื่อหงก็ไม่ยอมรับสาย พอรู้ว่าเป็นตนโทรไป ซื่อหงก็วางสายใส่ไม่ยอมคุยด้วยซื่อหลินกลับมาคราวนี้กลับอยากจะได้ทะเบียนบ้านไป ลูกสาวทั้งสองที่ตนหวังจะฝากชีวิตไว้กลับท

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 132 จุดจบของแต่ละคน

    ซื่อหงได้ยินแบบนั้นก็ประหลาดใจมาก ไม่คิดว่าอดีตแม่สามีของเธอจะมีจุดจบเช่นนี้ พอย้อนกลับไปคิดดู...เธอก็ไม่แปลกใจที่อดีตแม่สามีของเธอจะมีจุดจบแบบนั้น อดีตแม่สามีเคยทำอะไรไว้กับทุกคนบ้างเธอรู้ดีกว่าใคร แต่...การจากไปของอดีตแม่สามี ทำให้เธอหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่วันที่เจียวหมิงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไป บ้านเหอตกต่ำลงทุกวันเมื่อปีก่อน...เธอได้ยินซื่อหลินบอกว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวเจียวหมิงไปทำงานที่เหมือง ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้กลับออกมา นี่คงจะเป็นเหตุผลที่ทำให้อดีตแม่สามีของเธอล้มป่วย เฟยเทียนรับความจริงนี้ไม่ได้ ไม่ยอมทานข้าวทานปลา คิดว่าตนทำแบบนี้แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสงสารปล่อยตัวเจียวหมิงให้ออกมาดูแลตนแต่...ความเป็นจริงแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้สนใจเลยว่าเฟยเทียนจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ก่อนที่เฟยเทียนจะสิ้นใจตาย เฟยเทียนยังสาปแซ่งให้ซื่อหงทำมาหากินไม่ขึ้น ชีวิตพังพินาศเหมือนกับพวกเขา แต่...ดูเหมือนคำสาปแซ่งจะย้อนกลับเข้าตัวเฟยเทียน เพราะวันที่เฟยเทียนจากโลกนี้ไป ไม่มีชาวบ้านคนไหนแวะมาที่บ้านเหอเลยสักคนชาวบ้านตีตัวออกห่าง ต่างก็สาปส่งเฟยเทียนกันหมด ถ้าเฟยเทียนไม่เอารั

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 131 เศรษฐีคนใหม่

    หลายปีต่อมา...เจ้าแฝดหน้าหงิกหน้างอหลบอยู่ในมุมห้อง ซื่อหงพยายามเรียกแค่ไหนเจ้าแฝดก็ไม่ยอมโผล่หน้าออกมา วันนี้เป็นวันแรกที่เจ้าแฝดต้องไปเรียน แต่...เจ้าแฝดกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือ เอาแต่หลบอยู่ในห้อง ใครเข้าไปเกลี้ยกล่อมก็ไม่ยอมเดินออกมาจากห้อง เพราะเจ้าแฝดกลัวว่าพ่อกับแม่จะทิ้งพวกเขาที่โรงเรียน“ผมไม่อยากไปเรียนฮะ ที่โรงเรียนไม่มีของอร่อยให้ผมกับน้องกิน พ่อกับแม่ไม่รักพวกเราแล้ว”“หนูก็ไม่อยากไปเรียนค่ะแม่ หนูอยากอยู่ที่บ้านกับย่า” ให้ตายยังไงเจ้าแฝดก็ไม่ยอมไปโรงเรียนซื่อหงได้ยินแบบนั้นได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยความจนใจ ปีนี้เจ้าแฝดอายุได้ 5 ขวบแล้ว ถึงวัยที่ต้องไปเรียนเหมือนเด็กคนอื่น ๆ เขา โรงเรียนที่เด็ก ๆ จะต้องไปเรียนอยู่ใกล้ ๆ กับที่เธออยู่พอดี เมื่อวานเจ้าแฝดรู้ว่าพ่อกับแม่จะให้พวกเขาไปเรียน เจ้าแฝดงอแงไม่ยอมนอน ต้องพามานอนด้วยเจ้าแฝดถึงยอมนอนแต่โดยดี“ที่โรงเรียนมีของอร่อย มีเพื่อนใหม่ มีของเล่นด้วยนะคะ แม่รู้ว่าพวกหนูกลัวอะไร แม่สัญญาว่าพอถึงเวลาเลิกเรียนแม่กับพ่อจะไปรับนะคะ”“ไม่เอา ผมไม่ไป ผมจะอยู่ที่บ้านกับย่า ฮือ ๆ~ ” เจ้าจางหมิ่นแฝดพี่ร้องไห้เสียงดังไม่ยอมออกมาจากห้อง ผู้เ

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 130 วางแผนอนาคตไว้หมดแล้ว

    ซื่อหงได้ยินสิ่งที่แม่สามีเล่า เธอก็แปลกใจไม่น้อย แต่...เธอก็ไม่ได้สนใจ เพราะสิ่งที่บ้านหยางต้องเจอเป็นผลของการกระทำของพวกเขาเอง สิ่งที่เธอให้ความสำคัญในตอนนี้มีแค่เรื่องกิจการแล้วก็ลูก ๆ เท่านั้น ซื่อหงไม่ได้ถามอะไรมาก เปลี่ยนเรื่องคุยแทน“แล้ว...เรื่องร้านเป็นอย่างไรบ้างคะ ?พี่มู่หยางบอกไหมคะว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรถึงจะซ่อมแซมร้านเสร็จ ?”“ร้านเราหาได้แล้ว มู่หยางบอกว่าซ่อมแซมร้านไม่เกิน 7 วัน หนูอย่าเป็นกังวลไปเลยนะ ระยะเวลาที่รอมู่หยางซ่อมแซมร้าน แม่จะช่วยสอนงานหนิงซวนเอง”“ค่ะแม่ ฝากแม่ดูแลร้านทางนู่นแทนฉันด้วยนะคะ ต้องการเงินเท่าไรให้รีบโทรมาบอกฉัน”หลังจากที่วางสาย...รั่วซีก็รีบกลับไปที่บ้านเตรียมตัวสอนงานให้กับหนิงซวน ทางด้านซื่อหง...หลังจากที่คุยกับแม่เสร็จ เธอก็รีบพาเจ้าแฝดไปที่ร้าน เห็นลูกค้าภายในร้านแวะเวียนมากินบะหมี่ที่ร้านแล้ว เธอก็รู้สึกดีไม่น้อย ตอนนี้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว ผู้คนแถวนี้เริ่มรู้จักร้านบะหมี่เธอมากขึ้น ทางสื่อเองก็เริ่มให้ความสนใจกับกิจการของเธอซื่อหงคิดว่า...เธอจะไม่มีทางหยุดอยู่แค่นี้ เธออยากจะเปิดร้านอาหารเพิ่ม อยากจะปูทางให้ลูก ๆ ได้สานต่อกิจ

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 129 เปิดร้านบะหมี่ที่อำเภอ

    เด็ก ๆ พอรู้ว่าซือซือจะกลับไปที่บ้านหลิว พวกเขาก็ไม่อยากจะตามหล่อนกลับไปที่นั่นอีก รั่วซีเห็นซือซือเดินออกจากบ้านไป ก็ลอบถอนหายใจแรง ตนเกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ปีใหม่ปีนี้พวกเขาจะได้มีความสุขด้วยกันจริง ๆ สักที แม้ว่าเด็ก ๆ จะไม่มีแม่คอยอยู่ข้าง ๆ แต่...อย่างน้อย เด็ก ๆ ก็ไม่ต้องไปทนลำบากที่บ้านหลิวหนิงซวนกับซือซือแต่งเข้ามาอยู่ในบ้านหลี่มานานหลายปี หนิงซวนไม่อยากจะเชื่อว่าซือซือจะเป็นคนแบบนั้น ไม่รู้ว่าความคิดนั้นเข้ามาครอบงำซือซือตั้งแต่เมื่อไร หรือว่าเป็นเพราะข่าวลือของซื่อหง ถึงได้ทำให้ซือซือเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พอนึกถึงซื่อหงแล้ว หนิงซวนพลันนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมา“แม่คะ เราควรจะบอกให้ซื่อหงรู้ดีไหมคะ ?ให้ซื่อหงมาเปิดร้านบะหมี่ที่นี่ดีไหมคะแม่ ? ฉันกับมู่หยางจะเป็นคนงานให้กับซื่อหงเองค่ะ”ตอนนี้...ทางรัฐได้จัดสรรแบ่งที่ดินให้ชาวนาอย่างพวกเขาแล้ว พวกเขาไม่ต้องลำบากไปงานหนักที่ทุ่งอีก ขอแค่แต่ละปีพวกเขาปลูกข้าวตามจำนวนที่รัฐกำหนดไว้ก็พอ ผู้คนที่นี่เริ่มออกไปทำงานหาเงินที่เมืองหยางเฉิงกันแล้ว แต่...พวกเขากลับไม่ได้ออกไปไหนเลย เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในหมู่บ้านนี้ หนิงซวนเห็นชาวบ้านเริ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status