Share

บทที่ 6 ขอหย่าเอง

last update Last Updated: 2026-01-30 19:51:29

หลังจากที่ทานมื้อเที่ยงเสร็จ...ซื่อหงก็เดินออกมาจากร้าน ครู่นั้นเธอถึงรู้ว่าเงินในถุงที่มีอยู่ตอนนี้ไม่พอที่จะนั่งรถกลับไปที่บ้าน จากที่นี่ไปที่บ้านของเธอนังรถก็ประมาณ 1 ชั่วโมง เดินยิ่งใช้เวลานาน อย่างไรเสียเธอก็ได้ทานมื้อเที่ยงแล้ว ไม่อยากจะคิดอะไรมาก ซื่อหงตัดสินใจเดินกลับไปที่บ้าน ใช้เวลา 2 ชั่วโมงก็เดินมาถึงที่บ้าน

ฮุ่ยหนิงกำลังนั่งตากไม้ที่ลานบ้าน ทันทีที่เห็นซื่อหงเดินมาก็รีบวางไม้ในมือลงแล้วหันไปบอกกับเธอว่า

“ซื่อหงลูก แม่เดินผ่านที่ค่ายทหาร แม่สามีโทรมาบอกให้ลูกรีบกลับไปที่นั่นน่ะ เจียวหมิงกลับมาแล้ว”

ซื่อหงที่ได้ยินแม่บอกแบบนั้นถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ เธอไม่อยากจะเชื่อว่าช่วงเวลาที่เจียวหมิงกลับมาที่บ้านจะเป็นช่วงเวลาเดียวกับชาติที่แล้วไม่มีผิด ดูเหมือนเจียวหมิงไม่ได้ย้อนเวลากลับมาเหมือนกับเธอ ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร แม่ก็ได้พูดต่อว่า

“รอแม่ก่อนนะ แม่จะไปเอายาสมุนไพรมาให้ รีบเก็บของแล้วรีบกลับไปที่นั่นได้แล้ว เดี๋ยวแม่สามีก็โกรธลูกเอาได้หรอก ลูกไปเก็บของรอแม่นะ” ซุนเย่เดินออกมาจากห้องได้ยินสองแม่ลูกคุยกันก็เอ่ยแทรก

“ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก ทานข้าวเสร็จค่อยกลับไปที่นั่นก็ได้”

“จะชักช้าทานข้าวทำไม? คุณไม่รู้หรือว่าเฟยเทียนเป็นคนอย่างไร? เอาแต่หลบตัวอยู่ที่นี่นาน ๆ กลับไปเฟยเทียนต้องโกรธลูกสาวเรามากแน่ ๆ คุณไม่สงสารลูกสาวของคุณหรือ? อีกอย่าง...ฟ้าก็มืดมากแล้ว ถ้าไม่กลับไปที่นั่นตอนนี้แล้วจะกลับไปตอนไหน? ”

แน่นอนว่าซื่อหงรู้ว่าทำไมแม่เธอถึงได้รีบร้อนอยากจะให้เธอกลับไปที่นั่นนัก แม่ก็แค่อยากจะปกป้องชื่อเสียงของลูกสะใภ้ตระกูลเหอก็แค่นั้นเอง แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ ไม่กินข้าวมื้อหนึ่งคงไม่ทำให้เธอขาดใจตายหรอก ครู่นั้น...ซื่อหลินก็ได้ถือหม้อใบใหญ่เดินออกมาจากในครัว

“พี่ซื่อหง ฉันทำอาหารเสร็จพอดี พี่มาช่วยฉันหน่อย เดี๋ยวฉันจะไปตามพี่ชายกลับมาทานข้าวค่ะ”

ฮุ่ยหนิงเห็นทุกคนเข้าข้างซื่อหงหมดก็โกรธมาก แต่ไม่รู้จะไประบายความโกรธกับใคร หล่อนกระทืบเท้าเดินเข้าไปสงบสติอารมณ์ในห้อง อยู่บนโต๊ะอาหาร ฮุ่ยหนิงเอาแต่จ้องซื่อหงไม่ละสายตา เห็นเธอทานข้าวช้า ๆ ดูเหมือนไม่รีบร้อนหรือกังวลใจอะไร ฮุ่ยหนิงก็รู้สึกแปลก ๆ ลูกสาวของหล่อนแปลกไปมากจริง ๆ แต่แปลกอย่างไรนั้นหล่อนก็ไม่รู้

ซื่อหงเห็นแม่เอาแต่จ้องตัวเองไม่ละสายตา เธอก็ไม่อยากจะพูดอะไร เธอเป็นคนที่ไม่ชอบพูดขณะที่ทานข้าว อีกอย่าง...เธอจะต้องกลับไปที่บ้านสามีอีก อยากจะเก็บแรงไว้สู้กับคนบ้านนั้น ทุกคนที่ทานข้าวอยู่บนโต๊ะก็ไม่มีใครพูดกับใคร ฮุ่ยหนิงเห็นซื่อหงทานข้าวใกล้เสร็จก็รีบเดินไปหยิบเอายาสมุนไพรมาให้เธอ

“ยานี่ลูกเก็บไว้ให้ดีนะ อย่าลืมกลับไปถึงที่นั่นแล้วลูกจะต้องรีบขอโทษแม่สามีเลยนะเข้าใจหรือไม่? จากนั้นลูกก็บอกกับแม่สามีว่าลูกกลับมาที่นี่เอายาสมุนไพร ถ้าแม่สามีของลูกเห็นห่อยานี้ แม่เชื่อว่าแม่สามีลูกจะไม่ว่าอะไรลูกแน่”

ซื่อหงทานข้าวคำสุดท้ายเสร็จก็วางตะเกียบในมือลง เธอในตอนนี้ไม่เหมือนซื่อหงในเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว เธอจะไม่ก้มหัวขอโทษใครในตระกูลเหอทั้งนั้นและจะไม่ยอมให้คนบ้านนั้นเอารัดเอาเปรียบเธออีก ตอนนี้เธอจะต้องกลับไปที่นั่นหย่ากับเจียวหมิง เธออยากจะรีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด แต่...ความคิดนี้แค่อยู่ในหัวเธอเท่านั้น ซื่อหงไม่คิดจะบอกให้แม่รู้เพราะพูดไปแม่ก็ไม่ฟัง

“ฉันรู้แล้วค่ะ ฉันจะรีบกลับไปที่นั่นเดี๋ยวนี้” พูดจบเธอก็เดินไปที่ห้อง ก่อนจะหยิบเอาจดหมายของเจียวหมิงและโม่วหลีออกมาอ่านดูอีกครั้ง จากนั้นเธอก็ถือไฟฉายเดินออกจากบ้านไป

เดินมาถึงที่บ้านเหอฟ้าก็มืดแล้ว ประตูหลักเปิดกว้างราวกับกำลังรอเธออยู่ยังไงยังงั้น ซื่อหงยังไม่ทันจะเดินเข้าไปในบ้านด้วยซ้ำก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากข้างใน เธอหยุดเดินก่อนจะเปลี่ยนทิศเดินไปที่เรือนใหญ่แทน ภายในบ้านใต้ตะเกียงอยู่สองที่ อยู่ที่โต๊ะข้าง ๆ มีนาฬิกาผนังอยู่ ถ้าเธอเดาไม่ผิดเจียวหมิงน่าจะเป็นคนซื้อกลับมา

‘เหอหนิงหลวน’ ที่เรียนอยู่ที่อำเภอก็ได้กลับมาที่บ้านด้วย ภาพที่อยู่ตรงหน้าแลดูอบอุ่นมาก ซื่อหงเหลือบไปมองเจียว หมิง เขาเหมือนชาติที่แล้วไม่เปลี่ยน ใบหน้าหล่อเหลา ยิ้มง่าย ดูยังไงก็เหมือนผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง ต่างก็แค่รูปร่างผอมแห้ง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวดูดีไม่ต่างจากคนในเมืองใหญ่

เจียวหมิงมีงานที่มั่นคง รูปร่างหน้าตาใช่ว่าจะดูไม่ดี เพราะแบบนี้มีผู้หญิงหลายคนที่อยากจะแต่งงานกับเขา อีกอย่าง...เพราะว่ามีตัวเลือกเยอะ แต่เจียวหมิงกลับเลือกเธอ ทำให้แม่สามีไม่พอใจอย่างมาก ฐานะทางบ้านเธอไม่ได้ดีไม่สามารถช่วยอะไรพวกเขาได้ แม่สามีถึงไม่ชอบเธออย่างไรล่ะ

ดูเหมือนคนในบ้านเหอจะไม่รู้ว่าซื่อหงได้กลับมาแล้ว เธอไม่คิดอะไรมากสาวเท้าเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนในบ้านเหอ อยู่ ๆ ก็เห็นเธอเดินเข้ามา ทุกคนแลดูตกใจกันมาก เฟยเทียนเห็นเธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าก็รีบหยิบของบางอย่างมาวางตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูถูกว่า

“เธอยังกล้ากลับมาเหยียบที่นี่อีกหรือ? ฉันก็นึกว่าเธอตายไปแล้วเสียอีก”

ซื่อหงไม่ได้พูดตอบอะไร เธอมองไปที่โต๊ะ มีนาฬิกา อาหารดี ๆ และข้าวของมากมาย เฟยเทียนนึกถึงทีท่าเมื่อวานของซื่อหงก็อดที่จะแซะไม่ได้

“เมื่อวานเธอยื่นคำขาดกับฉันไม่ใช่หรือ? แล้วกลับมาที่นี่ทำไม? ”

ได้ยินแบบนั้นซื่อหงก็เกือบจะหลุดขำออกมาแล้ว แม่สามีเป็นคนโทรตามให้เธอกลับมาที่นี่เองแท้ ๆ แต่กลับหาว่าเธอแบกหน้ากลับมาที่นี่แทน แต่...วันนี้ที่เธอกลับมาที่นี่เธอจะมาพูดถึงเรื่องหย่าไม่ได้อยากจะมาแสดงละครสวมบทบาทเป็นลูกสะใภ้ที่แสนดี เพราะแบบนี้เธอก็ไม่อยากจะอธิบายอะไรมาก

“ฉันกลับมาที่นี่เพราะอยากจะมาคุยเรื่องหย่ากับเจียวหมิง ไม่ได้อยากจะกลับมาขอโทษแม่เสียหน่อย”

คำพูดของเธอไม่ต่างจากกำลังตบเข้าที่ใบหน้าของแม่สามี ทุกคนต่างก็เลิ่กลั่กมองหน้ากันไปมา ไม่คิดว่าเธอจะกล้าพูดแบบนั้นกับแม่สามีได้ คนที่ดูตกใจมากที่สุดน่าจะเป็นหนิง หลวน ที่ผ่านมาคนที่ไม่อยากหย่าคือพี่สะใภ้ไม่ใช่พี่ชายของหล่อนเสียหน่อย ทุกคนในบ้านพยายามเกลี้ยกล่อมเท่าไรก็ไม่ยอมหย่า ทำไมอยู่ ๆ ถึงพูดถึงเรื่องหย่าได้

“พี่สะใภ้ พี่กำลังพูดอะไรของพี่? พี่กำลังขอหย่ากับพี่ชายฉันหรือ? ”

“ใช่ ฉันกำลังขอหย่ากับพี่ชายเธอน่ะ เธอฟังไม่ผิดหรอกนะ หนิงหลวน” เฟยเทียนไม่พูดไม่จาอะไร แต่กลับหันไปสะกิดผู้เป็นสามีแทน ‘เหอเจียวเจี๋ย’ เอ่ยถาม

“นี่ซื่อหงกำลังขอหย่ากับลูกชายเราหรือ? ” เมื่อวาน แม้ว่าเจียวเจี๋ยจะไม่อยู่บ้าน แต่เจียวเจี๋ยก็รู้เรื่องนี้ เจียวเจี๋ยไม่รู้ว่าลูกสะใภ้กำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้พูดถึงเรื่องหย่าได้

“ใช่ นังนั่นกำลังขอหย่ากับลูกชายเราอยู่” เฟยเทียนหันไปมองหน้าซื่อหง ก่อนจะแผดเสียงดัง

“ก็รีบ ๆ หย่าซะสิ!! เธอคิดได้ก็ดีแล้ว จะยืดเยื้อทำไม? อีกอย่างนะ...ถ้าเธอกับลูกชายฉันหย่ากันจริง ๆ ฉันไม่ทำลายชื่อเธอหรอกนะ”

ก่อนหน้านั้นเฟยเทียนไม่ชอบหน้าซื่อหงอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากจะได้ลูกสะใภ้ยากจนอย่างซื่อหงกันหรอก ไม่รู้ว่าลูกชายหล่อนคิดอะไรอยู่ถึงได้เลือกผู้หญิงอย่างซื่อหงกันนะ เฟยเทียนเห็นว่าสะโพกซื่อหงใหญ่หรอกนะ คิดว่าน่าจะมีลูกง่ายถึงได้ยอมให้เจียวหมิงแต่งงานด้วย ใครจะไปคิดว่าสะโพกนั้นกลับไร้ประโยชน์

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา...เฟยเทียนทำทุกวิถีทางให้ซื่อหงยอมหย่ากับลูกชาย แต่ก็ไม่เป็นผล ถึงได้ยืดเยื้อมาถึงวันนี้ สองสามวันนี้เฟยเทียนก็คิดว่าซื่อหงกินยาลืมเขย่าขวดเสียอีกถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ไม่เหมือนซื่อหงคนเดิมเลยสักนิด เพิ่งจะหายป่วยก็มาแหย่ประสาทหล่อนหาว่าเจียวหมิงเป็นหมันแล้ววิ่งแจ้นกลับไปที่บ้านแม่ เฟยเทียนคิดว่าซื่อหงกลับมาที่บ้านวันนี้ คิดว่าซื่อหงจะมาขอโทษอ้อนวอนหล่อนเสียอีก ใครจะไปคิดว่ากลับมาครานี้กลับมาขอหย่า

“ถ้าจะหย่าก็รีบนำกระดาษออกมาหย่ากันสิ พรุ่งนี้ฉันจะพาพวกแกสองคนไปที่เขตประทับตรา” ซื่อหงไม่สนใจแม่สามีอีก ก่อนจะหันไปมองหน้าเจียวหมิงแทน

“เรื่องหย่าคุณไม่มีความคิดเห็นใด ๆ ใช่ไหม? ”

“คุณอยากจะหย่ากับผมจริง ๆ หรือ? คุณคิดดีแล้วใช่ไหม? ”

“ใช่ ฉันคิดดีแล้ว ฉันอยากจะหย่ากับคุณ ไม่อยากยืดเยื้ออีกต่อไปแล้ว”

ถ้าจะให้พูด...เมื่อก่อนเจียวหมิงเองชอบความสวยของซื่อหงถึงได้แต่งงานกับเธอ แต่งงานกันปีแรกดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาสองคนดูจะราบรื่นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่...พวกเขาสองคนรักกันดีแล้วอย่างไร ซื่อหงไม่อาจมีลูกให้เขาได้ ต่อให้เธอดีแค่ไหนก็ตาม เธอก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี อย่าว่าแต่ที่หมู่บ้นเล็ก ๆ แบบนี้เลย ต่อให้แต่งงานกับผู้หญิงที่มาจากเมืองใหญ่ ถ้ามีลูกให้เขาไม่ได้ก็ต้องหย่ากันอยู่ดี

เรื่องหย่าไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิด เพราะหนึ่งปีที่ผ่านมาซื่อหงไม่ยอมหย่ากับเขาต่างหาก เจียวหมิงมีงานที่มั่นคง เขาไม่อยากให้เรื่องนี้กระทบถึงงานที่เขาทำอยู่ในตอนนี้ เขาอยากหย่ากับเธอใจจะขาดแต่ไม่อาจหย่าได้ ตอนนี้เจียวหมิงไม่รู้ว่าซื่อหงเป็นอะไรถึงได้พูดคำนั้นออกมาได้

“ถ้าคุณอยากจะหย่าจริง ๆ ผมก็ไม่มีความคิดเห็นใด ๆ คุณแต่งงานเข้ามาอยู่ในบ้านเหอก็นานสามปีแล้ว แม้ว่าคุณจะมีลูกชายให้ผมไม่ได้ แต่อย่างไรเราก็คือสามีภรรยากันที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันนานสามปี ผมจะไม่เอาเปรียบคุณ คุณอยากจะได้อะไรก็บอกผมมาได้”

ซื่อหงได้ยินเจียวหมิงบอกแบบนั้นก็ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง สามปีที่แต่งงานกันมาเธอขอเงินเขาแค่ 1 หยวนเขาก็ไม่ยอมให้ ทำไมตอนนี้เขาถึงได้ง่ายกับเธอได้ล่ะ? ได้ยินเขาบอกแบบนั้นซื่อหงก็ประหลาดใจไม่น้อย

“ถ้าคุณให้ในสิ่งที่ฉันต้องการได้ฉันก็ขอบคุณคุณมากนะ ฉันไม่อยากอ้อมค้อม ฉันอยากได้เงินเดือนทั้งหมดที่คุณหามาได้ตลอดสามปีที่ผ่านมา” คนในบ้านเหอได้ยินสิ่งที่เธอต้องการถึงกับเบิกตาโพลงอ้าปากค้างกลางอากาศ

“ฉันเข้ามาเป็นสะใภ้ในบ้านนี้ได้ 3 ปี ฉันจำได้ว่าตอนนั้นคุณเป็นคนขับรถขั้นห้า แต่ละเดือนคุณจะได้รับเงินเดือน 37 หยวน สองปีต่อมาคุณได้เลื่อนขั้น ได้เงินเดือนเดือนละ 45 หยวน 3 ปีก็เท่ากับ 36 เดือน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทส่งท้าย คอยอยู่เคียงข้างกันและกัน

    15 ปีต่อมา“พ่อครับ แม่ครับ ผมสอบติดแล้วครับ ผมจะได้ไปเรียนที่ปักกิ่งแล้ว ~ ”จางหมิ่นเด็กชายอ้วนท้วนในตอนนั้นกลายเป็นหนุ่มเต็มวัยในวัย 20 เขาวิ่งเข้ามาในร้านพร้อมกับกระดาษใบหนึ่ง“พี่จางหมิ่น พี่สอบติดมหาลัยชื่อดังจริง ๆ เหรอคะ ? ” ซูฮวากำลังตรวจสมุดรายได้อยู่ ได้ยินพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอบอกว่าตนสอบติดมหาลัยชื่อดังได้ก็ดีใจมาก เธอรีบวางปากกาในมือลง ก่อนจะวิ่งไปแย่งเอากระดาษในมือของพี่ชายมาดู“พี่สอบติดมหาลัยจริง ๆ ด้วย สอบได้ตั้ง 475 คะแนนแน่ะ สอบได้คะแนนเยอะกว่าแม่ซะอีก”“แน่นอนอยู่แล้ว เพราะพี่เก่งไง เธอว่าพี่เก่งใช่ไหม ?”“พี่ชายของฉันเก่งและใจดีที่สุดเลยค่ะ ยินดีด้วยนะคะพี่จางหมิ่น เดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้พี่ทานนะคะ”“พ่อกับแม่ล่ะอยู่ไหน ?” จางหมิ่นกวาดสายตามองดูรอบ ๆ ร้านก็ไม่เห็นใคร“พ่อกับแม่ตรวจงานอยู่ในครัวน่ะ พี่รีบไปหาพ่อกับแม่สิ”“เสียงดังอะไรกัน ? ทะเลาะกันอีกแล้วหรือ ?” มู่เหยียนเดินออกมาจากในครัวด้วยสีหน้าที่นิ่งขรึม จางหมิ่นเห็นพ่อกับแม่เดินมาก็รีบวิ่งเข้าไปหา“พ่อครับ ผมสอบติดมหาลัยชื่อดังแล้ว”“อืม แล้วยังไง ?”“พ่อไม่ดีใจเหรอครับ ?” จางหมิ่นทำหน้างุนง

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 133 หน้าที่ของลูก

    “พ่อคะ แม่คะ พี่ซื่อหงเขาไม่อยากให้พ่อกับแม่ตามไปวอแวพี่เขาอีก พ่อกับแม่รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าได้ไปเจอพี่เขาเลยนะ ปล่อยให้พี่เขาได้ใช้ชีวิตตามที่พี่เขาต้องการเถอะค่ะ พี่เขาลำบากมามากแล้ว ให้พี่เขาได้มีความสุขบ้าง”“แกคิดว่าฉันไม่ลำบากเลยหรือ ?ฉันลำบากมากกว่าจะเลี้ยงดูแกกับพี่สาวแกโตได้ แกสองคนกลับไม่คิดที่จะตอบแทนบุญคุณฉันกับพ่อแก พวกแกหายหน้าหายตาไปนานหลายปี ไม่คิดที่จะกลับมาเหยียบที่นี่เลย เงินสักหยวนก็ไม่ส่งกลับมา แกรู้บ้างไหมว่าฉันกับพ่อแกลำบากแค่ไหน อดมื้อกินมื้อบางวันก็ไม่มีข้าวให้กิน ดูชีวิตของพวกแกสองคนตอนนี้สิกลับสุขสบาย มีเสื้อผ้าสวย ๆ ให้ใส่ แกเคยย้อนกลับมามองดูพ่อกับแม่ของตัวเองบ้างไหม ซื่อหลิน !!”ฮุ่ยหนิงต่อว่าลูกสาวคนเล็กด้วยความอัดอั้นใจ หลายปีที่ผ่านมาตนพยายามที่จะหาที่อยู่ หมายเลขโทรศัทพ์เพื่อติดต่อหาพวกเขา แต่...ชาวบ้านที่นี่ไม่มีใครรู้หนังสือ ถามไปก็ไม่ได้ข่าวอะไร หมายเลขโทรศัพท์ที่ได้มา ตนโทรไปแค่ครั้งเดียว ซื่อหงก็ไม่ยอมรับสาย พอรู้ว่าเป็นตนโทรไป ซื่อหงก็วางสายใส่ไม่ยอมคุยด้วยซื่อหลินกลับมาคราวนี้กลับอยากจะได้ทะเบียนบ้านไป ลูกสาวทั้งสองที่ตนหวังจะฝากชีวิตไว้กลับท

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 132 จุดจบของแต่ละคน

    ซื่อหงได้ยินแบบนั้นก็ประหลาดใจมาก ไม่คิดว่าอดีตแม่สามีของเธอจะมีจุดจบเช่นนี้ พอย้อนกลับไปคิดดู...เธอก็ไม่แปลกใจที่อดีตแม่สามีของเธอจะมีจุดจบแบบนั้น อดีตแม่สามีเคยทำอะไรไว้กับทุกคนบ้างเธอรู้ดีกว่าใคร แต่...การจากไปของอดีตแม่สามี ทำให้เธอหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่วันที่เจียวหมิงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไป บ้านเหอตกต่ำลงทุกวันเมื่อปีก่อน...เธอได้ยินซื่อหลินบอกว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวเจียวหมิงไปทำงานที่เหมือง ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้กลับออกมา นี่คงจะเป็นเหตุผลที่ทำให้อดีตแม่สามีของเธอล้มป่วย เฟยเทียนรับความจริงนี้ไม่ได้ ไม่ยอมทานข้าวทานปลา คิดว่าตนทำแบบนี้แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสงสารปล่อยตัวเจียวหมิงให้ออกมาดูแลตนแต่...ความเป็นจริงแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้สนใจเลยว่าเฟยเทียนจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ก่อนที่เฟยเทียนจะสิ้นใจตาย เฟยเทียนยังสาปแซ่งให้ซื่อหงทำมาหากินไม่ขึ้น ชีวิตพังพินาศเหมือนกับพวกเขา แต่...ดูเหมือนคำสาปแซ่งจะย้อนกลับเข้าตัวเฟยเทียน เพราะวันที่เฟยเทียนจากโลกนี้ไป ไม่มีชาวบ้านคนไหนแวะมาที่บ้านเหอเลยสักคนชาวบ้านตีตัวออกห่าง ต่างก็สาปส่งเฟยเทียนกันหมด ถ้าเฟยเทียนไม่เอารั

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 131 เศรษฐีคนใหม่

    หลายปีต่อมา...เจ้าแฝดหน้าหงิกหน้างอหลบอยู่ในมุมห้อง ซื่อหงพยายามเรียกแค่ไหนเจ้าแฝดก็ไม่ยอมโผล่หน้าออกมา วันนี้เป็นวันแรกที่เจ้าแฝดต้องไปเรียน แต่...เจ้าแฝดกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือ เอาแต่หลบอยู่ในห้อง ใครเข้าไปเกลี้ยกล่อมก็ไม่ยอมเดินออกมาจากห้อง เพราะเจ้าแฝดกลัวว่าพ่อกับแม่จะทิ้งพวกเขาที่โรงเรียน“ผมไม่อยากไปเรียนฮะ ที่โรงเรียนไม่มีของอร่อยให้ผมกับน้องกิน พ่อกับแม่ไม่รักพวกเราแล้ว”“หนูก็ไม่อยากไปเรียนค่ะแม่ หนูอยากอยู่ที่บ้านกับย่า” ให้ตายยังไงเจ้าแฝดก็ไม่ยอมไปโรงเรียนซื่อหงได้ยินแบบนั้นได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยความจนใจ ปีนี้เจ้าแฝดอายุได้ 5 ขวบแล้ว ถึงวัยที่ต้องไปเรียนเหมือนเด็กคนอื่น ๆ เขา โรงเรียนที่เด็ก ๆ จะต้องไปเรียนอยู่ใกล้ ๆ กับที่เธออยู่พอดี เมื่อวานเจ้าแฝดรู้ว่าพ่อกับแม่จะให้พวกเขาไปเรียน เจ้าแฝดงอแงไม่ยอมนอน ต้องพามานอนด้วยเจ้าแฝดถึงยอมนอนแต่โดยดี“ที่โรงเรียนมีของอร่อย มีเพื่อนใหม่ มีของเล่นด้วยนะคะ แม่รู้ว่าพวกหนูกลัวอะไร แม่สัญญาว่าพอถึงเวลาเลิกเรียนแม่กับพ่อจะไปรับนะคะ”“ไม่เอา ผมไม่ไป ผมจะอยู่ที่บ้านกับย่า ฮือ ๆ~ ” เจ้าจางหมิ่นแฝดพี่ร้องไห้เสียงดังไม่ยอมออกมาจากห้อง ผู้เ

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 130 วางแผนอนาคตไว้หมดแล้ว

    ซื่อหงได้ยินสิ่งที่แม่สามีเล่า เธอก็แปลกใจไม่น้อย แต่...เธอก็ไม่ได้สนใจ เพราะสิ่งที่บ้านหยางต้องเจอเป็นผลของการกระทำของพวกเขาเอง สิ่งที่เธอให้ความสำคัญในตอนนี้มีแค่เรื่องกิจการแล้วก็ลูก ๆ เท่านั้น ซื่อหงไม่ได้ถามอะไรมาก เปลี่ยนเรื่องคุยแทน“แล้ว...เรื่องร้านเป็นอย่างไรบ้างคะ ?พี่มู่หยางบอกไหมคะว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรถึงจะซ่อมแซมร้านเสร็จ ?”“ร้านเราหาได้แล้ว มู่หยางบอกว่าซ่อมแซมร้านไม่เกิน 7 วัน หนูอย่าเป็นกังวลไปเลยนะ ระยะเวลาที่รอมู่หยางซ่อมแซมร้าน แม่จะช่วยสอนงานหนิงซวนเอง”“ค่ะแม่ ฝากแม่ดูแลร้านทางนู่นแทนฉันด้วยนะคะ ต้องการเงินเท่าไรให้รีบโทรมาบอกฉัน”หลังจากที่วางสาย...รั่วซีก็รีบกลับไปที่บ้านเตรียมตัวสอนงานให้กับหนิงซวน ทางด้านซื่อหง...หลังจากที่คุยกับแม่เสร็จ เธอก็รีบพาเจ้าแฝดไปที่ร้าน เห็นลูกค้าภายในร้านแวะเวียนมากินบะหมี่ที่ร้านแล้ว เธอก็รู้สึกดีไม่น้อย ตอนนี้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว ผู้คนแถวนี้เริ่มรู้จักร้านบะหมี่เธอมากขึ้น ทางสื่อเองก็เริ่มให้ความสนใจกับกิจการของเธอซื่อหงคิดว่า...เธอจะไม่มีทางหยุดอยู่แค่นี้ เธออยากจะเปิดร้านอาหารเพิ่ม อยากจะปูทางให้ลูก ๆ ได้สานต่อกิจ

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 129 เปิดร้านบะหมี่ที่อำเภอ

    เด็ก ๆ พอรู้ว่าซือซือจะกลับไปที่บ้านหลิว พวกเขาก็ไม่อยากจะตามหล่อนกลับไปที่นั่นอีก รั่วซีเห็นซือซือเดินออกจากบ้านไป ก็ลอบถอนหายใจแรง ตนเกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ปีใหม่ปีนี้พวกเขาจะได้มีความสุขด้วยกันจริง ๆ สักที แม้ว่าเด็ก ๆ จะไม่มีแม่คอยอยู่ข้าง ๆ แต่...อย่างน้อย เด็ก ๆ ก็ไม่ต้องไปทนลำบากที่บ้านหลิวหนิงซวนกับซือซือแต่งเข้ามาอยู่ในบ้านหลี่มานานหลายปี หนิงซวนไม่อยากจะเชื่อว่าซือซือจะเป็นคนแบบนั้น ไม่รู้ว่าความคิดนั้นเข้ามาครอบงำซือซือตั้งแต่เมื่อไร หรือว่าเป็นเพราะข่าวลือของซื่อหง ถึงได้ทำให้ซือซือเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พอนึกถึงซื่อหงแล้ว หนิงซวนพลันนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมา“แม่คะ เราควรจะบอกให้ซื่อหงรู้ดีไหมคะ ?ให้ซื่อหงมาเปิดร้านบะหมี่ที่นี่ดีไหมคะแม่ ? ฉันกับมู่หยางจะเป็นคนงานให้กับซื่อหงเองค่ะ”ตอนนี้...ทางรัฐได้จัดสรรแบ่งที่ดินให้ชาวนาอย่างพวกเขาแล้ว พวกเขาไม่ต้องลำบากไปงานหนักที่ทุ่งอีก ขอแค่แต่ละปีพวกเขาปลูกข้าวตามจำนวนที่รัฐกำหนดไว้ก็พอ ผู้คนที่นี่เริ่มออกไปทำงานหาเงินที่เมืองหยางเฉิงกันแล้ว แต่...พวกเขากลับไม่ได้ออกไปไหนเลย เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในหมู่บ้านนี้ หนิงซวนเห็นชาวบ้านเริ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status