LOGIN“ลี่หยางไม่ได้อยู่ที่บ้านหลัวเหรอคะ ?” มู่เยี่ยนฟางพอจะจับใจความได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าลี่หยางไม่ได้ไปที่บ้านหลัว แล้วเด็กชายหายไปไหน ?
“เธอขายหลานชายฉันให้คนอื่นแล้วใช่ไหม ?!! เธอทำแบบนี้กับหลานชายฉันได้ยังไง ?!! ไปตามหลานชายฉันกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ !! ถ้าวันนี้เธอไม่ตามหลานชายฉันกลับมาละก็ !! ฉันจะให้ลูกชายฉันหย่ากับเธอ !! ”
เรื่องอื่นย่าหลัวพอทนได้ แต่เรื่องนี้ตนทนไม่ได้จริง ๆ หลานชายตนทั้งคน จะปล่อยให้แม่ใจร้ายอย่างมู่เยี่ยนฟางนำไปขายแลกเงินได้อย่างไร
“ลี่หยางไม่ได้ไปหาพ่อกับแม่จริง ๆ ใช่ไหมคะ ? เดี๋ยวฉันออกไปตามหาลี่หยางก่อนนะแม่”
มู่เยี่ยนฟางร้อนใจรีบสวมรองเท้าวิ่งออกจากบ้านไป ปู่กับย่ากลัวเห็นสีหน้าเป็นกังวลของมู่เยี่ยนฟางเมื่อครู่ก็เลิ่กลั่กมองหน้ากันไปมา คิดว่าเมื่อกี้ตนคงตาฝาดไป
“เยี่ยนฟางเป็นอะไรไป ? คุณเห็นปฏิกิริยาเมื่อกี้ของเยี่ยนฟางไหม ? ผมว่าเยี่ยนฟางคงไม่ได้ขายเจ้าลี่หยางให้กับบ้านโจวหรอก”
“ช่างเถอะ เรื่องนั้นฉันไม่สนใจหรอก เรารีบไปที่บ้านโจวกันเถอะ ยังไงวันนี้เราก็ต้องตามเจ้าลี่หยางกลับมาที่บ้านให้ได้”
…
ท้องฟ้ามืดครึ้ม มู่เยี่ยนฟางวิ่งตามหาเจ้าลี่หยางพลางมองท้องฟ้าไปด้วย วิ่งไปได้ไม่นานฝนก็กระหน่ำ ในหัวพยายามนึกคิดว่าเจ้าลี่หยางหายไปไหนกันแน่ เธอตามหาเจ้าลี่หยางให้ทั่วแต่ก็ไม่เจอ ฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ อากาศเริ่มเย็น ถ้าคืนนี้เจ้าลี่หยางไม่กลับมาที่บ้าน เธอไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้กับทุกคนว่าอย่างไรดี
ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ตีนเขา เจ้าลี่หยางกำลังกอดร่างสั่นเทาขอตัวเองไว้แน่น หยาดน้ำใสหลอมรวมกับเม็ดฝน เขาไม่อยากกลับไปที่บ้านหลังนั้นแล้ว เขาอยากจะไปหาพ่อ แต่ไม่รู้จะเดินทางไปที่นั่นได้อย่างไร นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่นี่ตั้งแต่เที่ยง เจ้าลี่หยางก็เริ่มหิว ครู่นั้น…เหมือนเจ้าลี่หยางจะได้ยินเสียงผู้เป็นแม่ร้องเรียกหาเขา
พอเขาหันกลับไปดู ก็เห็นผู้เป็นแม่ตัวเปียกปอนกำลังวิ่งตรงมาที่เขากำลังอยู่ เจ้าลี่หยางไม่อยากกลับไปอยู่ในสภาพเดิม เขารีบลุกออกมาจากตรงนั้น ก่อนจะวิ่งเข้าไปในป่าลึก มู่เยี่ยนฟางที่กำลังตามหาเด็กชายอยู่ พอเห็นร่างอันคุ้นเคยกำลังวิ่งตรงเข้าไปในป่า เธอก็รีบวิ่งตามไป
“ลี่หยางลูก อย่าวิ่งไปตรงนั้น มันอันตราย” เจ้าลี่หยางไม่สนใจเสียงเรียกของผู้เป็นแม่ รีบเร่งฝีเท้าวิ่งเข้าไปในป่า ทว่า…วิ่งไปได้ไม่ไกลก็สะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง
“โอ้ย ฮึก ๆ ” เด็กชายรู้สึกเจ็บแปลบตรงฝ่าเท้า ก็ส่งเสียงร้องไห้ออกมา มู่เยี่ยนฟางเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปดู เธอเห็นเลือดไหลอาบเท้าเล็กก็ตกใจมาก
“เจ็บมากไหมลูก ? อย่าร้องเลยนะ แม่มารับหนูกลับไปที่บ้านแล้ว”
“ฮึก ๆ ฮือ ๆ ผมไม่กลับ ฮึก ๆ ผมไม่กลับไปกับแม่ แม่จะตีผม” มือเล็กรัวหมัดใส่มู่เยี่ยนฟางไม่ยั้งมือ มู่เยี่ยนฟางรู้ว่าเด็กชายเจ็บปวดแค่ไหนที่แม่ของตัวเองคอยทำร้ายร่างกาย เจ้าลี่หยางคงกลัว คงไม่อยากกลับไปมีสภาพแบบนั้นอีก
“ไม่ต้องกลัว แม่สัญญาว่าแม่จะไม่ทำร้ายหนูอีก กลับบ้านกับแม่นะ ดูเท้าของหนูตอนนี้สิ ถ้าไม่รีบกลับไปทำแผลจะติดเชื้อเอาได้ เด็กดีของแม่ อย่าร้อง กลับไปแม่จะทำไข่ผัดมะเขือเทศให้หนูกินดีไหม ?”
ทันทีที่เจ้าลี่หยางได้ยินคำว่าไข่ผัดมะเขือเทศก็หยุดร้องทันที ย่าชอบทำไข่ผัดมะเขือเทศให้เขากิน และนั่นก็คืออาหารโปรดของเขา
“มะ…แม่จะไม่ทำร้ายผมจริง ๆ ใช่ไหม ? ผมจะได้กินไข่ผัดมะเขือเทศจริง ๆ เหรอ ?”
“จริงสิ ถ้าหนูตามแม่กลับไปที่บ้าน หนูอยากจะกินอะไร แม่จะทำให้หนูกินทุกอย่างเลย”
เจ้าลี่หยางพยักหน้ารัว เขาไม่ต่อต้านผู้เป็นแม่อีก มู่เยี่ยนฟางเห็นเด็กชายสงบลง เธอก็รีบอุ้มเอาเด็กชายเดินกลับไปที่บ้าน…
พอกลับมาถึงที่บ้าน…มู่เยี่ยนฟางก็รีบเดินไปที่ห้องหยิบเอาเสื้อผ้ามาให้เจ้าลี่หยางเปลี่ยน ก่อนจะเดินไปที่ครัวต้มน้ำขิงอุ่น ๆ ให้เด็กชายดื่ม
“รอแม่อยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวแม่ไปทำกับข้าวก่อน” สิ้นประโยค…ร่างระหงก็รีบเดินไปที่ห้องนอนอีกครา ก่อนจะหยิบเอาสมุดวิเศษนั้นมาดู ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่หน้าแรกก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว มีเพียงตัวอักษรบอกว่า…ของรางวัลถูกส่งไปที่ครัวแล้ว
มู่เยี่ยนฟางเดินมาที่ครัวก็เห็นวัตถุดิบทำอาหารอยู่ที่ตู้ไม้ ดวงตากลมโตถึงกับเป็นประกาย ก่อนที่เธอจะลงมือทำอาหาร เธอได้สำรวจดูภายในครัวอีกครั้ง โชคดีที่ถังไม้เล็ก ๆ ข้างเตายังมีข้าวเหลือให้เธอกับเจ้าลี่ หยางได้กิน อาหารมื้อนี้กินแค่ไข่ผัดมะเขือเทศไปก่อน พอเธอทำภารกิจเสร็จ เธอก็จะได้ข้าวกับเนื้อมากิน ไว้พรุ่งนี้ค่อยทำเมนูอื่นให้เจ้าลี่หยางกินก็แล้วกัน
มู่เยี่ยนฟางตั้งใจทำไข่ผัดมะเขือเทศสุดฝีมือ เพราะเธออยากจะทำให้เจ้าลี่หยางยอมรับในตัวเธอ อีกอย่าง…ก็เพื่อข้าวกับเนื้อหมู ไว้พรุ่งนี้เธอค่อยหาวิธีหาเงินมาจุนเจือภายในบ้าน เธอไม่อยากให้คนอื่นวิพากษ์วิจารณ์เธอว่าเกาะสามีกิน
หลังจากที่ทำอาหารมื้อเย็นเสร็จ มู่เยี่ยนฟางก็รีบนำอาหารมาให้เจ้าลี่หยางกิน ทันทีที่เจ้าลี่หยางเห็นจานไข่ผัดมะเขือเทศ ดวงตาถึงกับลุกวาว แต่…ลึก ๆ เด็กชายก็แอบกลัว เขากลัวว่าแม่จะทำดีกับเขาแล้วนำเขาไปขายให้คนอื่นอีก เขาจึงไม่กล้ากินไข่ผัดมะเขือเทศที่แม่ทำให้
“เป็นอะไรไปเหรอ ? หนูไม่หิวหรือกำลังกลัวแม่อยู่กันแน่ ไม่ต้องกลัวนะ แม่จะไม่ทำร้ายหนู จะไม่นำหนูไปขายให้ใครอีก แม่สัญญา”
เด็กชายได้ยินแบบนั้นถึงรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย ข้าวที่หุงออกมาได้แค่ถ้วยเล็ก มู่เยี่ยนฟางจึงเสียสละให้เจ้าลี่หยางกิน ส่วนเธอ…เลือกที่จะกินไข่ไก่ต้ม 1 ฟองแทน
…หลายปีต่อมา…ร่างระหงกำลังยุ่งอยู่กับการต้อนรับลูกค้าในร้าน วันนี้เป็นอีกวันที่ เยี่ยนฟางรู้สึกภูมิใจกับตัวเองมาก เธอสู้มานานหลายปีกว่าจะมาเปิดร้านอาหารที่ปักกิ่งได้ เพราะกำลังใจของเธออยู่ที่นี่ เธอกับหลิวเหว่ยถึงต้องพยายามสู้เพื่อมาเปิดร้านอาหารที่นี่ให้ได้“แม่ หนูมาแล้วค่ะ” ลี่หลินวัย 19 ปีวิ่งมาแต่ไกลด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะวิ่งเข้ามาสวมกอดผู้เป็นแม่แน่น“ลี่หลินลูก ขีวิตใหม่ในรั้วมหาลัยเป็นอย่างไรบ้าง ?” เยี่ยนฟางดีใจมากที่ลูกสาวโผล่มาหาเธอถึงที่นี่ จะหนึ่งปีแล้วที่เธอไม่ได้เจอหน้าลูกสาว ตั้งแต่วันที่ลูกสาวเธอสอบเข้ามหาลัยได้ ก็ไม่มีโอกาสได้เจอหน้าลูกสาวอีกเลย“ก็ดีค่ะแม่ แต่เรียนหนักไปหน่อย แม่มาเปิดร้านที่นี่ ใกล้กับมหาลัยหนูพอดี หนูขอย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไหมคะ ? หนูไม่อยากพักอยู่ที่หอเลยค่ะ อยู่ที่หออึดอัดจะตาย”ลี่หลินแอบบ่นกับแม่ของตัวเอง เพราะเธอรู้ว่ายังไงแม่ก็ต้องยอมให้เธอย้ายออกจากหอมาอยู่ที่นี่แน่ ๆ“พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ที่นี่ แม่ไม่อุ่นใจหากหนูย้ายออกมาอยู่ที่นี่คนเดียว หนูพักอยู่ที่หอแหละดีแล้ว” ลี่หลินได้ยินแบบนั้นถึงกับทำหน้าเศร้า“พ่อครับ แม่ครับ ยินดีด้วยนะครับ ผ
วันถัดมา…เยี่ยนฟางกับหลิวเหว่ยมาส่งเจ้าลี่หยางที่โรงเรียนเหมือนเฉนเช่นทุกวัน แต่วันนี้จะพิเศษหน่อย เพราะเธอตั้งใจพาเจ้าลี่หยางมาขอโทษเพื่อนคนนั้น โชคดีที่พ่อกับแม่ของเด็กคนนั้นไม่ติดใจอะไร หลังจากที่เด็ก ๆ ขอโทษกันก็กลับมาเล่นด้วยกันปกติ เยี่ยนฟางอยู่คุยกับครูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับออกมาจากโรงเรียน“เจ้าลี่หยางนี่เหมือนคุณจริง ๆ เลยว่าไหมคะ ? อารมณ์ร้อน เลือดร้อน ไม่พอใจอะไรก็ใช้แต่กำลัง ฉันพยายามปรับทัศนคติลูแล้วนะคะ ก็ยังเกิดเรื่องขึ้นจนได้”“ลูกยังเล็ก เราค่อย ๆ บอกค่อย ๆ สอน เจ้าลี่หยางเป็นเด็กขี้น้อยใจ เราจะดุไม่ได้ ต้องบอกต้องสอนด้วยเหตุผล”“ฉันรู้ค่ะ ทุกครั้งที่เจ้าลี่หยางมีเรื่องกับเพื่อน ฉันจะพูดกับลูกด้วยเหตุผลเสมอ”“เยี่ยนฟาง” อยู่ ๆ หลิวเหว่ยก็หยุดเดิน ก่อนจะเอ่ยเรียกเธอเบา ๆ“ขอบคุณมากนะที่ดูแลลูก ๆ ของเรา ผมไม่เสียใจที่แต่งงานกับคุณ ผมรู้ว่าที่ผ่านมาคุณต้องเจอกับอะไรบ้าง ผมขอบคุณที่ไม่ทิ้งลูกของเราไปไหน ขอบคุณที่พยายามปรับปรุงตัวเพื่อครอบครัวของเรา”เยี่ยนฟางนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้จะมีมุมน่ารักกับเขาด้วย นี่คงจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะบอกคว
หลายเดือนผ่านไป…หลังจากที่ร่างกายของเยี่ยนฟางกลับมาเป็นปกติ เธอก็รีบกลับมาเปิดร้านขายอาหาร เมื่อสองวันก่อนหลิวเหว่ยเพิ่งจะไปจัดการเรื่องบ้านให้เธอเสร็จ วันนี้เธอกับเยี่ยนเฟยถึงต้องมาเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านหลังใหม่ตอนนี้เจ้าลี่หลินอายุได้หกเดือนแล้ว ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ถ้าไม่ได้แม่สามีกับเยี่ยนเฟยคอยช่วยดูแลเจ้าลี่หลิน เธอกับหลิวเหว่ยไม่รู้จะต้องทำอย่างไรแล้วจริง ๆ หลิวเหว่ยเองไม่คิดว่าการดูแลลูกคนหนึ่งจะเหนื่อยมากขนาดนี้ เมื่อก่อนเยี่ยนฟางคลอดเจ้าลี่หยาง ก็มีแต่แม่กับซินหยานที่เป็นคนดูแล“เยี่ยนฟาง เจ้าลี่หลินร้องอีกแล้ว ลูกน่าจะหิวนม” หลิวเหว่ยอุ้เจ้าลี่หลินวิ่งมาหาเยี่ยนฟางที่บ้านหลังใหม่ตรงข้าม สีหน้าแลดูเป็นกังวลมากเมื่อเห็นเจ้าลี่หลินร้องไห้ไม่หยุด“ลูกน่าจะไม่สบายตัวนะคะ” เยี่ยนฟางรีบอุ้มเอาเจ้าลี่หลินมา ก่อนจะถอดกางเกงดู“ฮ่าฮ่าฮ่า ลูกอึค่ะ” เยี่ยนฟางเห็นสีหน้าของหลิวเหว่ยไม่ค่อยดีก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ“ผมก็นึกว่าลูกหิว เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณเก็บกวาดร้านเถอะ”“ไม่เป็นไรค่ะ ใกล้จะถึงเวลาไปรับเจ้าลี่หยางที่โรงเรียนไม่ใช่เหรอคะ ? คุณรอไปรับลูกเถอะ วันนี้คุณเหนื่อยมาท
คำพูดของเยี่ยนเฟยทำให้เยี่ยนฟางถึงกับนิ่งไป อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกเศร้าพูดอะไรไม่ออก ที่ผ่านมาเธอก็นึกว่าน้องสาวของเจ้าของร่างเดิมหายไปจะไปมีชีวิตที่ดีกว่านี้ซะอีก ไม่คิดว่าเยี่ยนเฟยจะกลับมาในสภาพนี้“เยี่ยนเฟย พี่… ” เยี่ยนฟางพูดอะไรไม่ออก เพราะเธอรู้สึกสงสารอีกฝ่ายเหลือเกิน“พี่เยี่ยนฟาง ถ้าพี่รังเกียจฉัน ไม่อยากให้ฉันอยู่ที่นี่ก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจพี่นะ”เยี่ยนเฟยพูดจบก็รีบลุกพรวดจากเก้าอี้ เธอกำลังจะเดินออกจากร้านไป ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงของพี่สาวเอ่ยขึ้น“เยี่ยนเฟย ไม่ต้องไปไหนหรอก พี่ไม่ได้รังเกียจเธอ เธออยู่ที่นี่กับพี่ คอยช่วยงานพี่ ที่ร้านกำลังขาดคนช่วยงานพอดี”“พี่เยี่ยนฟาง ฮึก ๆ ” เยี่ยนเฟยรีบคุกเข่าที่พื้น ก่อนจะก้มศีรษะให้กับเยี่ยนฟาง“ขอบคุณพี่มากนะ ขอบคุณพี่มากจริง ๆ ”“อย่าทำแบบนี้เยี่ยนเฟย ลุกขึ้นมาได้แล้ว เราคือพี่น้องกันนะ มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันสิ”ครู่นั้นหลิวเหว่ยกับเจ้าลี่หยางก็กลับมาที่บ้านพอดี เยี่ยนฟางจึงรีบเดินไปเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เขาฟัง หลิวเหว่ยเองก็ไม่ได้ว่าอะไร พอดีที่ร้านกำลังขาดผู้ช่วยพอดี เยี่ยนฟางกำลังจะคลอด ต้องการคนช่วยงาน ได้คนในครอบครัวมาช
เรื่องที่เกิดขึ้นที่ร้าน ไม่นานก็แพร่งพรายถึงหูของชาวบ้าน ชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์หนิงเอ๋ออย่างนู่นอย่างนี้ ไม่คิดว่าผู้หญิงดี ๆ อย่าง หนิงเอ๋อจะกล้าทำเรื่องอย่างนั้นได้ เยี่ยนฟางยังผวากับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่หาย ปู่หลัวกับย่าหลัวรู้เรื่องก็รีบตรงดิ่งมาที่ร้านในวันถัดมา“เยี่ยนฟาง หนูไม่เป็นอะไรใช่ไหม ?” ย่าหลัวเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง พลางจับตัวเยี่ยนฟางหมุนไปมาดู“แม่ ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ เจ้าตัวเล็กปลอดภัยดี”“เฮ้อ หนูไม่เป็นไรก็ดีแล้ว แม่ใจหายใจคว่ำหมด นึกว่าลูกกับหลานแม่จะเป็นอะไรไป หนิงเอ๋อนี่จิตใจโหดเหี้ยมเกินคนจริง ๆ เยี่ยนฟาง กลับไปอยู่ที่บ้านหลัวกับแม่เถอะนะ อยู่ที่นี่แม่ไม่สบายใจเลยสักนิด”“แม่คะ ถ้าฉันกลับไปที่นั่นใครจะอยู่ช่วยงานหลิวเหว่ยที่นี่ล่ะคะแม่ แม่กับพ่อนั่นแหละ ย้ายมาอยู่ที่นี่กับพวกเราเถอะนะ ตอนนี้ซินหยานก็ไม่อยู่แล้ว ไม่มีใครดูแลพ่อกับแม่เลย พ่อกับแม่อยู่ที่นั่น พวกเราก็ไม่อุ่นใจเหมือนกัน ที่นี่ยังมีห้องว่างให้พ่อกับแม่อยู่ ฉันเองก็กำลังขายอาหารเช้าในทุก ๆ เช้าอยู่ หนิงเอ๋อก็ถูกตำรวจจับตัวไปแล้ว ตอนนี้ที่ร้านกำลังขาดคนช่วยอยู่พอดี พ่อกับแม่ย้ายมาอยู่กับพวกเราเ
หนิงเอ๋อยืนกรานเสียงแข็ง ต่อให้พ่อกับแม่พูดอะไรไป หล่อนก็จะไม่เปลี่ยนใจ“แกนี่มันโง่จริง ๆ เลย รู้ทั้งรู้ว่าไอ้หลิวเหว่ยมีลูกมีเมียอยู่แล้ว ยังอยากจะได้มันมาเป็นผัวอีก”“มันเรื่องของฉัน แม่จะมายุ่งวุ่นวายกับฉันทำไม ? แม่ไม่คิดที่จะช่วยฉัน ยังจะมาว่าฉันอีกเหรอ ?”หนิงเอ๋อเริ่มจะคุมสติอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ที่หล่อนต้องมาเป็นแบบนี้เป็นเพราะใคร ถ้าไม่ได้เป็นเพราะพ่อกับแม่“เอาละ ๆ ฉันจะไม่พูดเรื่องนี้แล้วก็ได้ แกรีบไปหาเงินมาใช้หนี้ให้พ่อแกไป ฉันปวดหัวกับพ่อแกจวนจะเป็นประสาทตายอยู่แล้ว”ผู้เป็นแม่ไม่พูดอะไรอีก ก่อนจะหมุนกายเดินกลับไปที่ห้อง ปล่อยให้หนิงเอ๋อนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นคนเดียว……เช้าในวันถัดมา…หนิงเอ๋อมาทำงานสายกว่าทุกวัน พอมาถึงที่ร้านหล่อนก็เห็นเยี่ยนฟางกำลังขายเกี๊ยวกับซาลาเปาอยู่ เห็นชีวิตของเยี่ยน ฟางกับหลิวเหว่ยได้ดิบได้ดี หล่อนก็รู้สึกหน่วงในอก ทำไมหล่อนถึงไม่โชคดีเหมือนอย่างเยี่ยนฟางบ้าง“หนิงเอ๋อ ไปบอกให้โรงงานเอาของมาส่งที่ร้านด้วยนะ” หลิวเหว่ยถือถาดอาหารเดินออกมาจากในครัว เห็นหนิงเอ๋อมาทำงานพอดี เขาก็รีบบอกให้หนิงเอ๋อไปที่โรงงานบอกให้คนที่โรงงานเอาของมาส่งหนิงเอ๋อไม่พู







