Masukหญิงสาวต้องมาสิ้นใจตายพร้อมกับลูกในท้อง ก่อนจะทะลุมิติมาอยู่ในยุค 80 เธอดันมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่ใคร ๆ ต่างก็เกลียดชัง โชคยังดีที่มีสมุดวิเศษติดตัวมาด้วย เธอจะใช้สมุดวิเศษเล่มนี้พลิกชะตาชีวิตให้ได้
Lihat lebih banyakบทที่ 1 กุหลาบกับไฟ
ณ.ผับหรูใจกลางกรุงปารีสที่ตอนนี้เต็มไปด้วยนักท่องราตรียามค่ำคืน ที่กำลังต่างพากันโยกย้ายร่างกายไปตามจังหวะเพลงที่ดีเจกำลังเปิดอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะบริเวณกลางเวทีที่ดูจะร้อนระอุที่สุด เพราะมีร่างของหญิงสาวที่สุดจะแสนเซ็กซี่ในชุดเกาะอกสีแดงสดกำลังเต้นโยกย้ายด้วยท่าทางที่สุดแสนจะยั่วยวน ทุกการเคลื่อนไหวของเธอเรียกเสียงเฮจากบรรดาหนุ่มสาวที่ต่างพากันส่งเสียงเชียร์เธอได้เป็นอย่างดี
“โรเซ่ โร่เซ่ โรเซ่” ยิ่งเสียงเรียกชื่อเธอดังมากเท่าไร หญิงสาวก็ยิ่งเพิ่มความยั่วยวนมากขึ้นเท่านั้น ทำเอาบรรดาหนุ่มๆ ที่อยู่แถวหน้าแทบจะเลือดกำเดาไหลเพราะความเซ็กซี่ของเธอ
โรส หรือที่ทุกคนเรียกด้วยชื่อโรเซ่ เธอคือหญิงสาวชาวไทยที่มีรูปร่างแสนจะเซ็กซี่ อกเป็นอก เอวเป็นเอว สะโพกเป็นสะโพก ยิ่งรวมกับรูปร่างสูงโปร่งเหมือนนางแบบที่ช่วยส่งเสริมให้เธอดูดียิ่งขึ้น รวมกับหน้าตาที่สวยชนิดที่คนเดินผ่านยังต้องหันมอง ทำให้เธอกลายเป็นจุดสนใจของทั้งชายและหญิงได้ไม่ยาก
“ขอบคุณโรเซ่ที่รักของเรา ที่วันนี้ขึ้นมามอบความสุขให้กับพวกเราทุกคนเป็นการส่งท้ายก่อนที่เธอจะกลับประเทศของเธอ” เป็นเสียงของดีเจที่พูดขึ้นช่วงท้ายเพลงก่อนที่เพลงจะจบลง “ฉันหวังว่าเธอจะคิดถึงพวกเราและกลับมาเยี่ยมพวกเราบ่อยๆ นะ ไม่งั้นพวกเราคงคิดถึงเธอแน่ๆ” โรสได้ยินดีเจพูดแบบนั้นเธอเลยเดินไปหาดีเจคนนั้นก่อนจะแย่งไมค์ของดีเจมาพูด
“อย่ามาโกหก พรุ่งนี้พวกนายก็ลืมฉันแล้ว” คำพูดของโรสเรียกเสียงเฮจากคนในร้านได้เป็นอย่างดี
หลังจากจบเพลงโรสก็ลงจากเวทีมานั่งที่โต๊ะของเธอ ที่มีเพื่อนๆ ของเธอนั่งรออยู่
“เซ็กซี่เป็นบ้า เชื่อมั้ยวันนี้ต้องมีผู้ชายกว่าครึ่งร้านที่อยากพาจะเธอกลับบ้าน” หนึ่งในเพื่อนของโรสพูดขึ้น “แต่พวกนั้นก็ต้องผิดหวังเพราะโรเซ่ของเราไม่เคยสนใจใคร” เพื่อนคนเดิมยังพูดต่อ
“ใช่ ยัยนี่เก่งเรื่องทำให้คนอยากแล้วจากไปเป็นที่สุด ฉันล่ะสงสารคนพวกนั้นจริงๆ” เพื่อนอีกคนของเธอพูด
“ถ้าเธอสงสาร ก็เก็บพวกนั้นกลับไปสิฉันยกให้” โรสพูด
“ที่พวกฉันพาเธอมาก็เพราะแบบนั้นนั่นแหละ”
“นี่พวกเธอเห็นฉันเป็นตัวล่อผู้ชายเหรอ” เธอถามแบบไม่ค่อยใส่ใจ
“เอาน่าถือว่าช่วยพวกฉันออมแรง พวกฉันจะได้มีแรงไว้ทำกิจกรรมที่มันสนุกๆ ว่าแต่เธอเถอะไม่สนใจทำบ้างเหรอ”
“ไม่” โรสพูดก่อนจะหยิบกระเป๋าเตรียมตัวที่จะกลับ “พวกเธอทำกันไปเถอะไอ้กิจกรรมอย่างว่า ระวังโรคกับระวังท้องด้วยก็แล้วกัน ฉันกลับก่อนนะเหนื่อยแล้ว” พูดจบโรสก็ลุกขึ้นเพื่อกลับห้องปล่อยให้เพื่อนๆของเธอสนุกกันต่อ แต่ระหว่างทางเดินที่จะออกจากร้านก็มีหนุ่มๆ เข้ามาชวนเธอให้ไปต่อตลอดทาง แต่ทุกคนก็ต้องผิดหวังเพราะเธอปฏิเสธไปอย่างไม่ใยดี
วันนี้เพื่อนๆ พาโรสมาเลี้ยงส่งท้ายเพราะพรุ่งนี้เธอต้องกลับประเทศไทยหลังจากที่เรียนจบ เธอถูกพ่อขับไล่ไสส่งมาเรียนที่ฝรั่งเศสตั้งแต่อายุแค่สิบห้า จนตอนนี้เธออายุยี่สิบห้าพร้อมกับจบปริญญาโทเรียบร้อยแล้ว
“ที่บ้านจะเปลี่ยนไปขนาดไหนนะ” เธอคิด เพราะตั้งแต่ที่เธอถูกพ่อส่งมาอยู่ที่นี่เธอก็ไม่เคยได้กลับไปประเทศไทยอีกเลย
ณ.ห้องทำงานห้องหนึ่งในคฤหาสน์หลังใหญ่ใจกลางกรุงเทพเมืองหลวงของประเทศไทย มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารูปร่างสูงโปร่งกำลังเดินด้วยจังหวะมั่นคงตรงมาที่โต๊ะทำงานที่มีชายวัยกลางคนกำลังนั่งทำงานอยู่ด้วยสีหน้านิ่งเฉย
“ท่านเรียกผมเหรอครับ” ชายหนุ่มเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานก่อนจะเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่
“ใช่ นั่งก่อนสิฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” ท่านอนุวัตรหรือก็คือท่านที่ชายหนุ่มเอ่อถามบอก ชายหนุ่มจึงนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ทันทีที่ชายหนุ่มนั่งลงท่านก็เริ่มพูดขึ้นทันที
“นายรู้เรื่องที่ลูกสาวฉันจะกลับมาแล้วใช่มั้ย” ท่านอนุวัตรเริ่มเข้าเรื่องทันที
“ทราบแล้วครับ” ชายหนุ่มตอบ เพราะเขาเองก็ทำงานอยู่ที่นี้ต้องเขาออกบ้านหลังนี้บ่อยๆ เขาจะไม่รู้ข่าวเรื่องการกลับมาของลูกสาวท่านอนุวัตรได้ยังไง เพราะหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาคนที่บ้านต่างวิ่งวุ่นเพราะต้องจัดเตรียมห้องสำหรับคุณหนูของบ้านให้วุ่นวายไปหมด
“ฉันอยากให้นายไปเป็นคนดูแลลูกสาวฉัน” ทันทีที่ท่านพูดจบชายหนุ่มก็มองท่านอนุวัตรด้วยสีหน้าสงสัย
ทำไมเขาต้องไปดูลูกสาวของท่านด้วย ไม่ใช่ว่าเธอมีคนดูแลอยู่แล้วหรอกเหรอ เขาเคยได้ยินว่าป้านวนแม่บ้านเก่าแก่ของที่นี่คือคนที่ดูแลลูกสาวของท่านมาตั้งแต่เธอยังเล็กไม่ใช่เหรอ
“นายสงสัยใช่มั้ยว่าทำไมฉันถึงได้ให้นายไปดูแลลูกสาวฉัน” ดูเหมือนท่านอนุวัตรจะอ่านสีหน้าของชายหนุ่มออก
“ครับ ผมเคยได้ยินว่าป้านวนคือคนที่ดูแลคุณหนูมาตั้งแต่เธอยังเด็ก และป้านวนก็ดูดีใจมากที่คุณหนูจะกลับมา” ชายหนุ่มตอบคำถามตามที่เขาเข้าใจ
“นายรู้ใช่มั้ยว่าฉันเสียภรรยาไปหลังจากที่เธอคลอดลูกสาวฉันได้ไม่นาน” ชายหนุ่มพยักหน้า ท่านอนุวัตรเคยเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง ภรรยาของท่านเสียชีวิตเพราะว่าท่านป่วยเป็นมะเร็ง ในตอนที่ภรรยาท่านตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งเป็นตอนที่ท่านตั้งท้องได้ประมาณสามเดือน แต่ท่านไม่ยอมรับการรักษาเพราะท่านกลัวว่าการรักษาจะกระทบเด็กในครรภ์ ท่านจึงรอให้คลอดลูกก่อนถึงค่อยทำการรักษา ถึงแม้หลังจากที่ท่านคลอดคุณหนูแล้วท่านจะรับการรักษาทันทีแต่อาการของท่านก็ทรุดมากแล้วทำให้การรักษาไม่ค่อยได้ผล ท่านจึงเสียงไปหลังจากคลอดคุณหนูได้แค่สามปี
“ถ้างั้นนายก็คงเคยได้ยินความร้ายกาจของลูกสาวฉันมาบ้างใช่มั้ย” ชายหนุ่มพยักหน้าเขาเองก็เคยพอได้ยินวีรกรรมของลูกสาวท่านมาอยู่บ้าง เห็นว่ามีชอบปัญหากับเพื่อนในโรงเรียนจนท่านต้องย้ายโรงเรียนให้จนแทบจะย้ายครบทุกโรงเรียนในกรุงเทพแล้ว สุดท้ายท่านเลยต้องส่งไปเรียนที่ฝรั่งเศส
“เพราะว่าเธอขาดแม่ตั้งแต่เด็กฉันเลยตามใจเธอจนกลายเป็นเด็กนิสัยเสีย อยากได้อะไรก็ต้องได้ อยากทำอะไรก็ต้องทำ ส่วนนวนเองก็รักคุณหนูของเธอมากจนไม่กล้าจะขัดใจ ส่วนคนอื่นก็ไม่มีใครกล้าขัดใจเธอเพราะกลัวความร้ายกาจของเธอ ถ้าฉันยังให้นวนดูแลต่อในอนาคตต้องเกิดปัญหายิ่งกว่านี้แน่ๆ ฉันเลยอยากให้นายช่วยดูแลเธอหน่อย ด้วยนิสัยอย่างนายน่าจะรับมือกับความร้ายกาจของลูกสาวฉันได้ ถือว่าฉันขอร้องก็ได้นะไฟ” ท่านอนุวัตรเรียกชื่อของชายหนุ่ม พร้อมกับมองเขาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง
ชายหนุ่มใช้เวลาคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบรับคำขอของท่านอนุวัตร
“ครับ” ชายหนุ่มตอบรับ เดิมที่เขาไม่อยากจะตอบรับหน้าที่นี้สักเท่าไร แต่เพราะท่านเป็นผู้มีพระคุณที่เคยช่วยเขาไว้ถ้าไม่ได้ท่านป่านนี้ไม่รู้ว่าเขากับแม่จะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า
ชายหนุ่มนึกถึงอดีต เขาในวัยสิบห้าปีได้ถูกตำรวจจับข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยคนที่ถูกเขาทำร้ายร่างกายก็คือพ่อเลี้ยงสาระเลวของเขาเอง ในวันนั้นเขากลับบ้านหลังจากที่ทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนเสร็จ เขาเห็นแม่กำลังถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายเพราะแม่ของเขาไม่ยอมให้พ่อเลี้ยงเอาเงินเก็บที่เขาเก็บไว้สำหรับค่าเทอมไปกินเหล้าและเล่นการพนัน ไอ้หมอนั้นเลยทั้งทุบทั้งตีแม่ของเขาจนท่านลงไปนอนกองที่พื้นแต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นท่านก็ยังคงกอดกระปุกเงินของเขาไว้แน่นไม่ยอมให้มันเอาไป และภาพนั้นก็ทำให้ความอดทนของเขาที่มีต่อพ่อเลี้ยงหมดลง
เขาเข้าไปผลักพ่อเลี้ยงที่กำลังจะยกเท้ากระทืบแม่ของเขาจนมันล้มลงที่พื้น ก่อนที่เขาจะขึ้นคร่อมมันแล้วกระหน่ำมัดใส่จนมันสลบไปแต่เขาก็ยังไม่หยุดต่อยมัน จนกระทั่งตำรวจที่ได้รับแจ้งความจากชาวบริเวณนั้นมาถึงและได้คุมตัวของเขาไป
แม่ของเขากลัวว่าเขาจะติดคุกจึงได้ติดต่อหาเพื่อนของพ่อแท้ๆ ของเขา ซึ่งก็คือท่านอนุวัตร ท่านอนุวัตรรีบมาที่โรงพักที่เขาถูกคุมตัวอยู่ทันที และช่วยเรื่องคดีของเขาโชคดีที่เขายังเป็นเยาวชนอยู่การจัดการอะไรก็เลยค่อนข้างง่าย และท่านยังช่วยจัดการเรื่องพ่อเลี้ยงสาระเลวของเขาให้มันได้รับโทษอีก นอกจากท่านจะช่วยเขาในเรื่องของคดีในวันนั้นยังไม่พอ ท่านยังช่วยส่งเสียให้เขาได้เรียนนังสือให้งานแม่ของเขาทำ ทำให้เขาได้มีที่อยู่ที่ดีๆ จนกระทั่งวันนี้เขาเรียนจบจนสามารถเปิดบริษัททนายความก็ยังคงได้รับการสนับสนุนจากท่านจนบริษัทของเข้าเติบโตขึ้นมาจนอยู่แถวหน้าของประเทศ
“ฉันขอบใจนายมาก แล้วเรื่องที่ฉันให้นายไปจัดการล่ะ ได้เรื่องมั้ย” ท่านอนุวัตรถามถึงเรื่องที่ดินที่ภูเก็ตที่ให้ชายหนุ่มไปจัดการ ถึงแม้ว่าเขาจะมีบริษัทของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบแต่เขาก็ยังคงทำงานให้ท่านอนุวัตรอยู่เหมือนเดิม
“เรียบร้อยแล้วครับ ผมส่งเรื่องให้ทนายพัชชาจัดการต่อแล้วครับ“ เขาตอบ
“ดี ขอบใจนายมาก” ท่านอนุวัตรบอก แล้วทั้งสองก็คุยเรื่องงานอื่นๆ กันอีกนาน
…หลายปีต่อมา…ร่างระหงกำลังยุ่งอยู่กับการต้อนรับลูกค้าในร้าน วันนี้เป็นอีกวันที่ เยี่ยนฟางรู้สึกภูมิใจกับตัวเองมาก เธอสู้มานานหลายปีกว่าจะมาเปิดร้านอาหารที่ปักกิ่งได้ เพราะกำลังใจของเธออยู่ที่นี่ เธอกับหลิวเหว่ยถึงต้องพยายามสู้เพื่อมาเปิดร้านอาหารที่นี่ให้ได้“แม่ หนูมาแล้วค่ะ” ลี่หลินวัย 19 ปีวิ่งมาแต่ไกลด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะวิ่งเข้ามาสวมกอดผู้เป็นแม่แน่น“ลี่หลินลูก ขีวิตใหม่ในรั้วมหาลัยเป็นอย่างไรบ้าง ?” เยี่ยนฟางดีใจมากที่ลูกสาวโผล่มาหาเธอถึงที่นี่ จะหนึ่งปีแล้วที่เธอไม่ได้เจอหน้าลูกสาว ตั้งแต่วันที่ลูกสาวเธอสอบเข้ามหาลัยได้ ก็ไม่มีโอกาสได้เจอหน้าลูกสาวอีกเลย“ก็ดีค่ะแม่ แต่เรียนหนักไปหน่อย แม่มาเปิดร้านที่นี่ ใกล้กับมหาลัยหนูพอดี หนูขอย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไหมคะ ? หนูไม่อยากพักอยู่ที่หอเลยค่ะ อยู่ที่หออึดอัดจะตาย”ลี่หลินแอบบ่นกับแม่ของตัวเอง เพราะเธอรู้ว่ายังไงแม่ก็ต้องยอมให้เธอย้ายออกจากหอมาอยู่ที่นี่แน่ ๆ“พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ที่นี่ แม่ไม่อุ่นใจหากหนูย้ายออกมาอยู่ที่นี่คนเดียว หนูพักอยู่ที่หอแหละดีแล้ว” ลี่หลินได้ยินแบบนั้นถึงกับทำหน้าเศร้า“พ่อครับ แม่ครับ ยินดีด้วยนะครับ ผ
วันถัดมา…เยี่ยนฟางกับหลิวเหว่ยมาส่งเจ้าลี่หยางที่โรงเรียนเหมือนเฉนเช่นทุกวัน แต่วันนี้จะพิเศษหน่อย เพราะเธอตั้งใจพาเจ้าลี่หยางมาขอโทษเพื่อนคนนั้น โชคดีที่พ่อกับแม่ของเด็กคนนั้นไม่ติดใจอะไร หลังจากที่เด็ก ๆ ขอโทษกันก็กลับมาเล่นด้วยกันปกติ เยี่ยนฟางอยู่คุยกับครูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับออกมาจากโรงเรียน“เจ้าลี่หยางนี่เหมือนคุณจริง ๆ เลยว่าไหมคะ ? อารมณ์ร้อน เลือดร้อน ไม่พอใจอะไรก็ใช้แต่กำลัง ฉันพยายามปรับทัศนคติลูแล้วนะคะ ก็ยังเกิดเรื่องขึ้นจนได้”“ลูกยังเล็ก เราค่อย ๆ บอกค่อย ๆ สอน เจ้าลี่หยางเป็นเด็กขี้น้อยใจ เราจะดุไม่ได้ ต้องบอกต้องสอนด้วยเหตุผล”“ฉันรู้ค่ะ ทุกครั้งที่เจ้าลี่หยางมีเรื่องกับเพื่อน ฉันจะพูดกับลูกด้วยเหตุผลเสมอ”“เยี่ยนฟาง” อยู่ ๆ หลิวเหว่ยก็หยุดเดิน ก่อนจะเอ่ยเรียกเธอเบา ๆ“ขอบคุณมากนะที่ดูแลลูก ๆ ของเรา ผมไม่เสียใจที่แต่งงานกับคุณ ผมรู้ว่าที่ผ่านมาคุณต้องเจอกับอะไรบ้าง ผมขอบคุณที่ไม่ทิ้งลูกของเราไปไหน ขอบคุณที่พยายามปรับปรุงตัวเพื่อครอบครัวของเรา”เยี่ยนฟางนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้จะมีมุมน่ารักกับเขาด้วย นี่คงจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะบอกคว
หลายเดือนผ่านไป…หลังจากที่ร่างกายของเยี่ยนฟางกลับมาเป็นปกติ เธอก็รีบกลับมาเปิดร้านขายอาหาร เมื่อสองวันก่อนหลิวเหว่ยเพิ่งจะไปจัดการเรื่องบ้านให้เธอเสร็จ วันนี้เธอกับเยี่ยนเฟยถึงต้องมาเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านหลังใหม่ตอนนี้เจ้าลี่หลินอายุได้หกเดือนแล้ว ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ถ้าไม่ได้แม่สามีกับเยี่ยนเฟยคอยช่วยดูแลเจ้าลี่หลิน เธอกับหลิวเหว่ยไม่รู้จะต้องทำอย่างไรแล้วจริง ๆ หลิวเหว่ยเองไม่คิดว่าการดูแลลูกคนหนึ่งจะเหนื่อยมากขนาดนี้ เมื่อก่อนเยี่ยนฟางคลอดเจ้าลี่หยาง ก็มีแต่แม่กับซินหยานที่เป็นคนดูแล“เยี่ยนฟาง เจ้าลี่หลินร้องอีกแล้ว ลูกน่าจะหิวนม” หลิวเหว่ยอุ้เจ้าลี่หลินวิ่งมาหาเยี่ยนฟางที่บ้านหลังใหม่ตรงข้าม สีหน้าแลดูเป็นกังวลมากเมื่อเห็นเจ้าลี่หลินร้องไห้ไม่หยุด“ลูกน่าจะไม่สบายตัวนะคะ” เยี่ยนฟางรีบอุ้มเอาเจ้าลี่หลินมา ก่อนจะถอดกางเกงดู“ฮ่าฮ่าฮ่า ลูกอึค่ะ” เยี่ยนฟางเห็นสีหน้าของหลิวเหว่ยไม่ค่อยดีก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ“ผมก็นึกว่าลูกหิว เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณเก็บกวาดร้านเถอะ”“ไม่เป็นไรค่ะ ใกล้จะถึงเวลาไปรับเจ้าลี่หยางที่โรงเรียนไม่ใช่เหรอคะ ? คุณรอไปรับลูกเถอะ วันนี้คุณเหนื่อยมาท
คำพูดของเยี่ยนเฟยทำให้เยี่ยนฟางถึงกับนิ่งไป อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกเศร้าพูดอะไรไม่ออก ที่ผ่านมาเธอก็นึกว่าน้องสาวของเจ้าของร่างเดิมหายไปจะไปมีชีวิตที่ดีกว่านี้ซะอีก ไม่คิดว่าเยี่ยนเฟยจะกลับมาในสภาพนี้“เยี่ยนเฟย พี่… ” เยี่ยนฟางพูดอะไรไม่ออก เพราะเธอรู้สึกสงสารอีกฝ่ายเหลือเกิน“พี่เยี่ยนฟาง ถ้าพี่รังเกียจฉัน ไม่อยากให้ฉันอยู่ที่นี่ก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจพี่นะ”เยี่ยนเฟยพูดจบก็รีบลุกพรวดจากเก้าอี้ เธอกำลังจะเดินออกจากร้านไป ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงของพี่สาวเอ่ยขึ้น“เยี่ยนเฟย ไม่ต้องไปไหนหรอก พี่ไม่ได้รังเกียจเธอ เธออยู่ที่นี่กับพี่ คอยช่วยงานพี่ ที่ร้านกำลังขาดคนช่วยงานพอดี”“พี่เยี่ยนฟาง ฮึก ๆ ” เยี่ยนเฟยรีบคุกเข่าที่พื้น ก่อนจะก้มศีรษะให้กับเยี่ยนฟาง“ขอบคุณพี่มากนะ ขอบคุณพี่มากจริง ๆ ”“อย่าทำแบบนี้เยี่ยนเฟย ลุกขึ้นมาได้แล้ว เราคือพี่น้องกันนะ มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันสิ”ครู่นั้นหลิวเหว่ยกับเจ้าลี่หยางก็กลับมาที่บ้านพอดี เยี่ยนฟางจึงรีบเดินไปเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เขาฟัง หลิวเหว่ยเองก็ไม่ได้ว่าอะไร พอดีที่ร้านกำลังขาดผู้ช่วยพอดี เยี่ยนฟางกำลังจะคลอด ต้องการคนช่วยงาน ได้คนในครอบครัวมาช
“ลี่หยาง แม่ขอโทษที่ทำให้หนูรู้สึกไม่ดี แม่กับพ่อ ปู่กับย่าไม่เคยเกลียดหรือรักหนูน้อยลงเลยนะ ต่อให้แม่มีน้องแม่ก็รักหนูเหมือนเดิม พ่อกับแม่จะไม่ทิ้งหนูให้อยู่คนเดียว ขอแค่หนูเป็นคนดีของพ่อกับแม่ เป็นคนดีของสังคมก็พอ ที่พ่อกับแม่ทำงานหนักอย่างทุกวันนี้ เพราะอยากจะให้หนูมีอนาคตที่ดีนะลี่หยาง ตอนนี้หน
ในวันถัดมา…หลัวหลิวเหว่ยกลับไปที่อำเภอแต่เช้ามืด ก่อนที่เขาจะกลับไปที่อำเภอ เขาไม่ลืมที่จะทำอาหารเช้าไว้ให้มู่เยี่ยนฟางกับเจ้าลี่ หยางด้วย เห็นอาหารที่มีอยู่ในครัวแล้ว คิ้วหนาถึงกับขมวดมุ่น วัตถุดิบทำอาหารมีแค่ไม่กี่อย่าง เพราะเป็นห่วงว่าเยี่ยนฟางไม่มีอาไรกินเขาจึงได้วางเงิน 10 หยวนไว้ที่หน้าโต๊ะไ
หญิงวัยกลางเห็นมู่เยี่ยนฟางกำลังจะเดินไปตามผู้ใหญ่บ้านมาก็รีบคว้าแขนเรียวไว้“เยี่ยนฟาง ฉันไม่เอาผิดลูกชายเธอก็ได้ เธอให้ค่าชดเชยฉันมากก็พอ ฉันขอ เนื้อหมู 5 ชั่ง น้ำตาลทรายแดง 5 ชั่ง ข้าวอีก 5 ชั่ง”มู่เยี่ยนฟางได้ยินแบบนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ที่แท้อีกฝ่ายอยากจะแสวงหาผลโยชน์จากเธอนี่เอง เธอไม่พูดไม
‘มู่เยี่ยนฟาง’ หญิงสาวจากยุคปัจจุบันดันโชคร้ายสิ้นใจตายขณะที่กำลังคลอดลูกคนแรก เธอยังไม่ทันจะได้เชยชมความน่ารักของเจ้าตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก ฟ้าดันพรากเธอกับลูกจากสามีสุดที่รักไปเสียแล้ว โชคดีที่ฟ้ายังเมตตาสงสาร ให้เธอได้มีชีวิตใหม่อยู่บนโลกใบใหม่อีกครั้งแต่…การเกิดใหม่ครั้งนี้แปลกยิ่งนัก วิญ












Ulasan-ulasan