Masukหญิงสาวต้องมาสิ้นใจตายพร้อมกับลูกในท้อง ก่อนจะทะลุมิติมาอยู่ในยุค 80 เธอดันมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่ใคร ๆ ต่างก็เกลียดชัง โชคยังดีที่มีสมุดวิเศษติดตัวมาด้วย เธอจะใช้สมุดวิเศษเล่มนี้พลิกชะตาชีวิตให้ได้
Lihat lebih banyakLa joven Ekatherine Lizabetha Kerloff paseaba tranquila por los jardines de la mansión Kingston mientras leía la carta de su amado Edrick, soñaba con el día que el volvería de aquella guerra sin sentido y al fin, podría pedir su mano en matrimonio.
- Milady ‒escucha decir a una de las sirvientas, dobla la carta y la devuelve al sobre, se gira a verla.
- ¿Sí? ‒la joven parecía haber recorrido todo el lugar hasta encontrarla.
- Su padre la llama ‒Ekatherine asiente, camina hacia la mansión, esperaba no le saliera de nuevo con el tema del matrimonio arreglado, porque ella no pensaba casarse igual que su madre, eso le había costado un distanciamiento con ella a nivel emocional, toda su vida, ella y su hermana habían sido criadas por institutrices, y ante la incapacidad de darle un hijo varón a su padre, su madre había optado por rendirse, y la entendía, no debía ser fácil después de tantos abortos, pero eso debió crear un lazo más fuerte con ambas, aunque agradecía que al menos a Jelena si le prestara atención.
- Padre ‒dice nada más entrar en el despacho, mira muy mal al hombre que esta con él, el Vizconde de Landre era uno de los peores hombres entre todos los candidatos a esposos, era bien sabido que gustaba de emborracharse hasta perder la consciencia, además de lascivo y violento.
- El Vizconde ha venido de visita ‒su padre le sonríe, rueda los ojos.
- Un gusto Vizconde –hace una reverencia usando nada más la cabeza, no puede evitar la cara de asco al ver como la mira–, pero sea a lo que mi padre lo haya llamado, la respuesta es no –dice de manera tajante pero segura–, este tema ya lo había tocado con él, así que sin importar que le prometiera, no sucederá –sonríe con inocencia, podía ver la rabia centellar en los ojos de su padre.
- Si fuera su marido, la tendría bien domesticada –se pone de pie molesto.
- Eso no podría ser ni en sus mejores sueños, porque antes de casarme con usted, me habría envenenado –le mira con burla, alza su mano, actúa rápido y patea su espinilla, lo ve quejarse de dolor, sonríe con suficiencia y tras lanzarle a su padre una mirada de reproche, sale de ahí molesta.
Sube las escaleras hasta el pequeño cuarto de té de su madre, ahí estaban ellas 2, se deja caer en una silla.
- ¿Ha pasado algo con nuestro padre y su visita? –Jelena podía ver la rabia contenida de su hermana mayor, para nadie era un secreto que ella no deseaba casarse con nadie, bueno, sólo había un hombre: Edrick Pemberton.
- Ha querido que me case con el monstruo del Vizconde Landre, el muy bestia ha dicho que si fuese su esposa, me tendría domesticada, ¿cree que soy un perro o algo similar? Como si eso no fuese suficiente, ha tenido el atrevimiento de levantarme la mano –Jelena cubre su boca por la sorpresa, incluso su madre parecía no dar crédito a lo que su hija mayor decía, aunque por los rumores, bien podría ser así–, pero antes de que me pegara, lo hice yo dándole un puntapié que jamás olvidara, a ver si eso le enseña a tratar a una dama ‒sonríe con orgullo, su madre niega, esto daría mucho de qué hablar.
- Hermana, no debes hacerle eso a papá, él sólo busca que estemos bien de nuevo –entendía a su hermana, pero debía ver por el bien de la familia.
- Oh no Jelena, no pienso pagar por los errores de mi padre, él hizo todo este desmadre con la fortuna de la familia, que él lo arregle, no pienso sacrificar mi felicidad porque al señor se le ocurrieron un par de buenos negocios –se pone de pie, caminaba molesta con los brazos en la cintura–, además, todavía producen los campos, tomará tiempo levantarse pero no es imposible, que a nuestros queridos padres les importe más el que dirán que nuestra felicidad, me tiene sin cuidado, estoy bastante acostumbrada a que hablen de mí –sentencia antes de salir, entra a su habitación y tras cerrar con llave la puerta, se echa en la cama, saca la carta y vuelve a leerla–. Por favor no tardes mi amor –suspira abrazando la carta a su pecho.
Durante muchos años habían sido amigos, él era su confidente y paño de lágrimas, conforme paso el tiempo y crecieron, es que se dieron cuenta que se amaban, él era el hombre perfecto, amable, bondadoso, simpático, gracioso e inteligente, además de guapo, muchas de las jóvenes suspiraban por él, y debía admitir que se veía aún más guapo en su uniforme, algunas lo llamaban el príncipe, y era ella quien tenía su corazón.
Cierra los ojos e imagina el día que vuelvan a verse, el enorme abrazo que le dará y quizás le deje robarle un beso, hablarán con su padre y si se niega al matrimonio, irán dónde un padre y se casaran sin más, ella no temía dejar su título atrás ni todo lo que eso conllevaba, ella sólo deseaba ser feliz, lastima que la vida quería otra cosa para ella.
…หลายปีต่อมา…ร่างระหงกำลังยุ่งอยู่กับการต้อนรับลูกค้าในร้าน วันนี้เป็นอีกวันที่ เยี่ยนฟางรู้สึกภูมิใจกับตัวเองมาก เธอสู้มานานหลายปีกว่าจะมาเปิดร้านอาหารที่ปักกิ่งได้ เพราะกำลังใจของเธออยู่ที่นี่ เธอกับหลิวเหว่ยถึงต้องพยายามสู้เพื่อมาเปิดร้านอาหารที่นี่ให้ได้“แม่ หนูมาแล้วค่ะ” ลี่หลินวัย 19 ปีวิ่งมาแต่ไกลด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะวิ่งเข้ามาสวมกอดผู้เป็นแม่แน่น“ลี่หลินลูก ขีวิตใหม่ในรั้วมหาลัยเป็นอย่างไรบ้าง ?” เยี่ยนฟางดีใจมากที่ลูกสาวโผล่มาหาเธอถึงที่นี่ จะหนึ่งปีแล้วที่เธอไม่ได้เจอหน้าลูกสาว ตั้งแต่วันที่ลูกสาวเธอสอบเข้ามหาลัยได้ ก็ไม่มีโอกาสได้เจอหน้าลูกสาวอีกเลย“ก็ดีค่ะแม่ แต่เรียนหนักไปหน่อย แม่มาเปิดร้านที่นี่ ใกล้กับมหาลัยหนูพอดี หนูขอย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไหมคะ ? หนูไม่อยากพักอยู่ที่หอเลยค่ะ อยู่ที่หออึดอัดจะตาย”ลี่หลินแอบบ่นกับแม่ของตัวเอง เพราะเธอรู้ว่ายังไงแม่ก็ต้องยอมให้เธอย้ายออกจากหอมาอยู่ที่นี่แน่ ๆ“พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ที่นี่ แม่ไม่อุ่นใจหากหนูย้ายออกมาอยู่ที่นี่คนเดียว หนูพักอยู่ที่หอแหละดีแล้ว” ลี่หลินได้ยินแบบนั้นถึงกับทำหน้าเศร้า“พ่อครับ แม่ครับ ยินดีด้วยนะครับ ผ
วันถัดมา…เยี่ยนฟางกับหลิวเหว่ยมาส่งเจ้าลี่หยางที่โรงเรียนเหมือนเฉนเช่นทุกวัน แต่วันนี้จะพิเศษหน่อย เพราะเธอตั้งใจพาเจ้าลี่หยางมาขอโทษเพื่อนคนนั้น โชคดีที่พ่อกับแม่ของเด็กคนนั้นไม่ติดใจอะไร หลังจากที่เด็ก ๆ ขอโทษกันก็กลับมาเล่นด้วยกันปกติ เยี่ยนฟางอยู่คุยกับครูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับออกมาจากโรงเรียน“เจ้าลี่หยางนี่เหมือนคุณจริง ๆ เลยว่าไหมคะ ? อารมณ์ร้อน เลือดร้อน ไม่พอใจอะไรก็ใช้แต่กำลัง ฉันพยายามปรับทัศนคติลูแล้วนะคะ ก็ยังเกิดเรื่องขึ้นจนได้”“ลูกยังเล็ก เราค่อย ๆ บอกค่อย ๆ สอน เจ้าลี่หยางเป็นเด็กขี้น้อยใจ เราจะดุไม่ได้ ต้องบอกต้องสอนด้วยเหตุผล”“ฉันรู้ค่ะ ทุกครั้งที่เจ้าลี่หยางมีเรื่องกับเพื่อน ฉันจะพูดกับลูกด้วยเหตุผลเสมอ”“เยี่ยนฟาง” อยู่ ๆ หลิวเหว่ยก็หยุดเดิน ก่อนจะเอ่ยเรียกเธอเบา ๆ“ขอบคุณมากนะที่ดูแลลูก ๆ ของเรา ผมไม่เสียใจที่แต่งงานกับคุณ ผมรู้ว่าที่ผ่านมาคุณต้องเจอกับอะไรบ้าง ผมขอบคุณที่ไม่ทิ้งลูกของเราไปไหน ขอบคุณที่พยายามปรับปรุงตัวเพื่อครอบครัวของเรา”เยี่ยนฟางนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้จะมีมุมน่ารักกับเขาด้วย นี่คงจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะบอกคว
หลายเดือนผ่านไป…หลังจากที่ร่างกายของเยี่ยนฟางกลับมาเป็นปกติ เธอก็รีบกลับมาเปิดร้านขายอาหาร เมื่อสองวันก่อนหลิวเหว่ยเพิ่งจะไปจัดการเรื่องบ้านให้เธอเสร็จ วันนี้เธอกับเยี่ยนเฟยถึงต้องมาเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านหลังใหม่ตอนนี้เจ้าลี่หลินอายุได้หกเดือนแล้ว ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ถ้าไม่ได้แม่สามีกับเยี่ยนเฟยคอยช่วยดูแลเจ้าลี่หลิน เธอกับหลิวเหว่ยไม่รู้จะต้องทำอย่างไรแล้วจริง ๆ หลิวเหว่ยเองไม่คิดว่าการดูแลลูกคนหนึ่งจะเหนื่อยมากขนาดนี้ เมื่อก่อนเยี่ยนฟางคลอดเจ้าลี่หยาง ก็มีแต่แม่กับซินหยานที่เป็นคนดูแล“เยี่ยนฟาง เจ้าลี่หลินร้องอีกแล้ว ลูกน่าจะหิวนม” หลิวเหว่ยอุ้เจ้าลี่หลินวิ่งมาหาเยี่ยนฟางที่บ้านหลังใหม่ตรงข้าม สีหน้าแลดูเป็นกังวลมากเมื่อเห็นเจ้าลี่หลินร้องไห้ไม่หยุด“ลูกน่าจะไม่สบายตัวนะคะ” เยี่ยนฟางรีบอุ้มเอาเจ้าลี่หลินมา ก่อนจะถอดกางเกงดู“ฮ่าฮ่าฮ่า ลูกอึค่ะ” เยี่ยนฟางเห็นสีหน้าของหลิวเหว่ยไม่ค่อยดีก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ“ผมก็นึกว่าลูกหิว เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณเก็บกวาดร้านเถอะ”“ไม่เป็นไรค่ะ ใกล้จะถึงเวลาไปรับเจ้าลี่หยางที่โรงเรียนไม่ใช่เหรอคะ ? คุณรอไปรับลูกเถอะ วันนี้คุณเหนื่อยมาท
คำพูดของเยี่ยนเฟยทำให้เยี่ยนฟางถึงกับนิ่งไป อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกเศร้าพูดอะไรไม่ออก ที่ผ่านมาเธอก็นึกว่าน้องสาวของเจ้าของร่างเดิมหายไปจะไปมีชีวิตที่ดีกว่านี้ซะอีก ไม่คิดว่าเยี่ยนเฟยจะกลับมาในสภาพนี้“เยี่ยนเฟย พี่… ” เยี่ยนฟางพูดอะไรไม่ออก เพราะเธอรู้สึกสงสารอีกฝ่ายเหลือเกิน“พี่เยี่ยนฟาง ถ้าพี่รังเกียจฉัน ไม่อยากให้ฉันอยู่ที่นี่ก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจพี่นะ”เยี่ยนเฟยพูดจบก็รีบลุกพรวดจากเก้าอี้ เธอกำลังจะเดินออกจากร้านไป ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงของพี่สาวเอ่ยขึ้น“เยี่ยนเฟย ไม่ต้องไปไหนหรอก พี่ไม่ได้รังเกียจเธอ เธออยู่ที่นี่กับพี่ คอยช่วยงานพี่ ที่ร้านกำลังขาดคนช่วยงานพอดี”“พี่เยี่ยนฟาง ฮึก ๆ ” เยี่ยนเฟยรีบคุกเข่าที่พื้น ก่อนจะก้มศีรษะให้กับเยี่ยนฟาง“ขอบคุณพี่มากนะ ขอบคุณพี่มากจริง ๆ ”“อย่าทำแบบนี้เยี่ยนเฟย ลุกขึ้นมาได้แล้ว เราคือพี่น้องกันนะ มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันสิ”ครู่นั้นหลิวเหว่ยกับเจ้าลี่หยางก็กลับมาที่บ้านพอดี เยี่ยนฟางจึงรีบเดินไปเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เขาฟัง หลิวเหว่ยเองก็ไม่ได้ว่าอะไร พอดีที่ร้านกำลังขาดผู้ช่วยพอดี เยี่ยนฟางกำลังจะคลอด ต้องการคนช่วยงาน ได้คนในครอบครัวมาช
เช้าของอีกวัน…มู่เยี่ยนฟางตื่นตั้งแต่เช้า หลังจากที่เธอเก็บกวาดบ้านส่วนที่เหลือเสร็จ ก็ได้เดินมาดูที่ข้างหลังบ้าน เนื้อที่ข้างหลังบ้านตรงหน้าค่อนข้างกว้าง ถ้าปลูกผักได้แล้วนำไปขายคงได้เงินมาจุนเจือภายในบ้านไม่น้อย แต่…ปัญหาติดตรงที่ตอนนี้เธอกำลังท้องอยู่ ไม่อาจทำงานหนักได้ขณะที่มู่เยี่ยนฟางกำลังขบ
ปู่หลัวหวังมาโดยตลอด หวังว่าสักวันหนึ่งมู่เยี่ยนฟางจะสำนึกได้กับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป ตนเองก็ไม่อยากให้ลูกชายต้องมาหย่ากับลูกสะใภ้ เรื่องหย่าเป็นเรื่องใหญ่ ปู่หลัวเป็นหว่งอนาคตของเจ้าลี่หยาง ไม่อยากให้หลานชายเพียงคนเดียวของพวกเขาต้องมาทนกับคำนินทาของชาวบ้าน“เอาละ ๆ เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก หยาง
“เป็นอย่างนี้นี่เอง” มู่เยี่ยนฟางรีบเก็บสมุดวิเศษเล่มนั้นไว้อย่างดี ก่อนจะหยิบเอาที่ตรวจครรภ์มา ส่วนอีกอันเธอจะเก็บไว้ตรวจพรุ่งนี้เช้าร่างระหงหายเข้าไปในห้องน้ำนานครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก ผลออกมาว่าเธอกำลังท้องจริง ๆ ท้องกี่เดือนนั้นเธอเองก็ไม่รู้ สิ่งที่ทำใ
ขณะที่ทานข้าวอยู่นั้น…มู่เยี่ยนฟางแอบมองเจ้าลี่หยางอยู่เป็นระยะ เด็กชายที่อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้หน้าตาเหมือนจะได้พ่อมาเต็ม ๆ ถ้าเลี้ยงดูให้ดี เจ้าลี่หยางคงดูดีมากกว่านี้ เห็นใบหน้าเล็กซูบผอมแล้ว เธอก็รู้สึกหน่วงในอก ไม่รู้ว่าจิตใจของเจ้าของร่างเดิมทำด้วยอะไร ถึงได้ใจร้ายกับเด็กชายได้ขนาดนี้“แผลที่












Ulasan-ulasan