ยุค 80 ทะลุมิติมาเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งวายร้ายให้กลายเป็นคนดี

ยุค 80 ทะลุมิติมาเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งวายร้ายให้กลายเป็นคนดี

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-10
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
30Bab
2.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

หญิงสาวต้องมาสิ้นใจตายพร้อมกับลูกในท้อง ก่อนจะทะลุมิติมาอยู่ในยุค 80 เธอดันมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่ใคร ๆ ต่างก็เกลียดชัง โชคยังดีที่มีสมุดวิเศษติดตัวมาด้วย เธอจะใช้สมุดวิเศษเล่มนี้พลิกชะตาชีวิตให้ได้

Lihat lebih banyak

Bab 1

เรื่องย่อ

บทที่ 1 กุหลาบกับไฟ

ณ.ผับหรูใจกลางกรุงปารีสที่ตอนนี้เต็มไปด้วยนักท่องราตรียามค่ำคืน ที่กำลังต่างพากันโยกย้ายร่างกายไปตามจังหวะเพลงที่ดีเจกำลังเปิดอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะบริเวณกลางเวทีที่ดูจะร้อนระอุที่สุด เพราะมีร่างของหญิงสาวที่สุดจะแสนเซ็กซี่ในชุดเกาะอกสีแดงสดกำลังเต้นโยกย้ายด้วยท่าทางที่สุดแสนจะยั่วยวน ทุกการเคลื่อนไหวของเธอเรียกเสียงเฮจากบรรดาหนุ่มสาวที่ต่างพากันส่งเสียงเชียร์เธอได้เป็นอย่างดี

“โรเซ่ โร่เซ่ โรเซ่” ยิ่งเสียงเรียกชื่อเธอดังมากเท่าไร หญิงสาวก็ยิ่งเพิ่มความยั่วยวนมากขึ้นเท่านั้น ทำเอาบรรดาหนุ่มๆ ที่อยู่แถวหน้าแทบจะเลือดกำเดาไหลเพราะความเซ็กซี่ของเธอ

โรส หรือที่ทุกคนเรียกด้วยชื่อโรเซ่ เธอคือหญิงสาวชาวไทยที่มีรูปร่างแสนจะเซ็กซี่ อกเป็นอก เอวเป็นเอว สะโพกเป็นสะโพก ยิ่งรวมกับรูปร่างสูงโปร่งเหมือนนางแบบที่ช่วยส่งเสริมให้เธอดูดียิ่งขึ้น รวมกับหน้าตาที่สวยชนิดที่คนเดินผ่านยังต้องหันมอง ทำให้เธอกลายเป็นจุดสนใจของทั้งชายและหญิงได้ไม่ยาก

“ขอบคุณโรเซ่ที่รักของเรา ที่วันนี้ขึ้นมามอบความสุขให้กับพวกเราทุกคนเป็นการส่งท้ายก่อนที่เธอจะกลับประเทศของเธอ” เป็นเสียงของดีเจที่พูดขึ้นช่วงท้ายเพลงก่อนที่เพลงจะจบลง “ฉันหวังว่าเธอจะคิดถึงพวกเราและกลับมาเยี่ยมพวกเราบ่อยๆ นะ ไม่งั้นพวกเราคงคิดถึงเธอแน่ๆ” โรสได้ยินดีเจพูดแบบนั้นเธอเลยเดินไปหาดีเจคนนั้นก่อนจะแย่งไมค์ของดีเจมาพูด

“อย่ามาโกหก พรุ่งนี้พวกนายก็ลืมฉันแล้ว” คำพูดของโรสเรียกเสียงเฮจากคนในร้านได้เป็นอย่างดี

หลังจากจบเพลงโรสก็ลงจากเวทีมานั่งที่โต๊ะของเธอ ที่มีเพื่อนๆ ของเธอนั่งรออยู่

“เซ็กซี่เป็นบ้า เชื่อมั้ยวันนี้ต้องมีผู้ชายกว่าครึ่งร้านที่อยากพาจะเธอกลับบ้าน” หนึ่งในเพื่อนของโรสพูดขึ้น “แต่พวกนั้นก็ต้องผิดหวังเพราะโรเซ่ของเราไม่เคยสนใจใคร” เพื่อนคนเดิมยังพูดต่อ

“ใช่ ยัยนี่เก่งเรื่องทำให้คนอยากแล้วจากไปเป็นที่สุด ฉันล่ะสงสารคนพวกนั้นจริงๆ” เพื่อนอีกคนของเธอพูด

“ถ้าเธอสงสาร ก็เก็บพวกนั้นกลับไปสิฉันยกให้” โรสพูด

“ที่พวกฉันพาเธอมาก็เพราะแบบนั้นนั่นแหละ”

“นี่พวกเธอเห็นฉันเป็นตัวล่อผู้ชายเหรอ” เธอถามแบบไม่ค่อยใส่ใจ

“เอาน่าถือว่าช่วยพวกฉันออมแรง พวกฉันจะได้มีแรงไว้ทำกิจกรรมที่มันสนุกๆ ว่าแต่เธอเถอะไม่สนใจทำบ้างเหรอ”

“ไม่” โรสพูดก่อนจะหยิบกระเป๋าเตรียมตัวที่จะกลับ “พวกเธอทำกันไปเถอะไอ้กิจกรรมอย่างว่า ระวังโรคกับระวังท้องด้วยก็แล้วกัน ฉันกลับก่อนนะเหนื่อยแล้ว” พูดจบโรสก็ลุกขึ้นเพื่อกลับห้องปล่อยให้เพื่อนๆของเธอสนุกกันต่อ แต่ระหว่างทางเดินที่จะออกจากร้านก็มีหนุ่มๆ เข้ามาชวนเธอให้ไปต่อตลอดทาง แต่ทุกคนก็ต้องผิดหวังเพราะเธอปฏิเสธไปอย่างไม่ใยดี

วันนี้เพื่อนๆ พาโรสมาเลี้ยงส่งท้ายเพราะพรุ่งนี้เธอต้องกลับประเทศไทยหลังจากที่เรียนจบ เธอถูกพ่อขับไล่ไสส่งมาเรียนที่ฝรั่งเศสตั้งแต่อายุแค่สิบห้า จนตอนนี้เธออายุยี่สิบห้าพร้อมกับจบปริญญาโทเรียบร้อยแล้ว

“ที่บ้านจะเปลี่ยนไปขนาดไหนนะ” เธอคิด เพราะตั้งแต่ที่เธอถูกพ่อส่งมาอยู่ที่นี่เธอก็ไม่เคยได้กลับไปประเทศไทยอีกเลย

ณ.ห้องทำงานห้องหนึ่งในคฤหาสน์หลังใหญ่ใจกลางกรุงเทพเมืองหลวงของประเทศไทย มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารูปร่างสูงโปร่งกำลังเดินด้วยจังหวะมั่นคงตรงมาที่โต๊ะทำงานที่มีชายวัยกลางคนกำลังนั่งทำงานอยู่ด้วยสีหน้านิ่งเฉย

“ท่านเรียกผมเหรอครับ” ชายหนุ่มเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานก่อนจะเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่

“ใช่ นั่งก่อนสิฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” ท่านอนุวัตรหรือก็คือท่านที่ชายหนุ่มเอ่อถามบอก ชายหนุ่มจึงนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ทันทีที่ชายหนุ่มนั่งลงท่านก็เริ่มพูดขึ้นทันที

“นายรู้เรื่องที่ลูกสาวฉันจะกลับมาแล้วใช่มั้ย” ท่านอนุวัตรเริ่มเข้าเรื่องทันที

“ทราบแล้วครับ” ชายหนุ่มตอบ เพราะเขาเองก็ทำงานอยู่ที่นี้ต้องเขาออกบ้านหลังนี้บ่อยๆ เขาจะไม่รู้ข่าวเรื่องการกลับมาของลูกสาวท่านอนุวัตรได้ยังไง เพราะหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาคนที่บ้านต่างวิ่งวุ่นเพราะต้องจัดเตรียมห้องสำหรับคุณหนูของบ้านให้วุ่นวายไปหมด

“ฉันอยากให้นายไปเป็นคนดูแลลูกสาวฉัน” ทันทีที่ท่านพูดจบชายหนุ่มก็มองท่านอนุวัตรด้วยสีหน้าสงสัย

ทำไมเขาต้องไปดูลูกสาวของท่านด้วย ไม่ใช่ว่าเธอมีคนดูแลอยู่แล้วหรอกเหรอ เขาเคยได้ยินว่าป้านวนแม่บ้านเก่าแก่ของที่นี่คือคนที่ดูแลลูกสาวของท่านมาตั้งแต่เธอยังเล็กไม่ใช่เหรอ

“นายสงสัยใช่มั้ยว่าทำไมฉันถึงได้ให้นายไปดูแลลูกสาวฉัน” ดูเหมือนท่านอนุวัตรจะอ่านสีหน้าของชายหนุ่มออก

“ครับ ผมเคยได้ยินว่าป้านวนคือคนที่ดูแลคุณหนูมาตั้งแต่เธอยังเด็ก และป้านวนก็ดูดีใจมากที่คุณหนูจะกลับมา” ชายหนุ่มตอบคำถามตามที่เขาเข้าใจ

“นายรู้ใช่มั้ยว่าฉันเสียภรรยาไปหลังจากที่เธอคลอดลูกสาวฉันได้ไม่นาน” ชายหนุ่มพยักหน้า ท่านอนุวัตรเคยเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง ภรรยาของท่านเสียชีวิตเพราะว่าท่านป่วยเป็นมะเร็ง ในตอนที่ภรรยาท่านตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งเป็นตอนที่ท่านตั้งท้องได้ประมาณสามเดือน แต่ท่านไม่ยอมรับการรักษาเพราะท่านกลัวว่าการรักษาจะกระทบเด็กในครรภ์ ท่านจึงรอให้คลอดลูกก่อนถึงค่อยทำการรักษา ถึงแม้หลังจากที่ท่านคลอดคุณหนูแล้วท่านจะรับการรักษาทันทีแต่อาการของท่านก็ทรุดมากแล้วทำให้การรักษาไม่ค่อยได้ผล ท่านจึงเสียงไปหลังจากคลอดคุณหนูได้แค่สามปี

“ถ้างั้นนายก็คงเคยได้ยินความร้ายกาจของลูกสาวฉันมาบ้างใช่มั้ย” ชายหนุ่มพยักหน้าเขาเองก็เคยพอได้ยินวีรกรรมของลูกสาวท่านมาอยู่บ้าง เห็นว่ามีชอบปัญหากับเพื่อนในโรงเรียนจนท่านต้องย้ายโรงเรียนให้จนแทบจะย้ายครบทุกโรงเรียนในกรุงเทพแล้ว สุดท้ายท่านเลยต้องส่งไปเรียนที่ฝรั่งเศส

“เพราะว่าเธอขาดแม่ตั้งแต่เด็กฉันเลยตามใจเธอจนกลายเป็นเด็กนิสัยเสีย อยากได้อะไรก็ต้องได้ อยากทำอะไรก็ต้องทำ ส่วนนวนเองก็รักคุณหนูของเธอมากจนไม่กล้าจะขัดใจ ส่วนคนอื่นก็ไม่มีใครกล้าขัดใจเธอเพราะกลัวความร้ายกาจของเธอ ถ้าฉันยังให้นวนดูแลต่อในอนาคตต้องเกิดปัญหายิ่งกว่านี้แน่ๆ ฉันเลยอยากให้นายช่วยดูแลเธอหน่อย ด้วยนิสัยอย่างนายน่าจะรับมือกับความร้ายกาจของลูกสาวฉันได้ ถือว่าฉันขอร้องก็ได้นะไฟ” ท่านอนุวัตรเรียกชื่อของชายหนุ่ม พร้อมกับมองเขาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง

ชายหนุ่มใช้เวลาคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบรับคำขอของท่านอนุวัตร

“ครับ” ชายหนุ่มตอบรับ เดิมที่เขาไม่อยากจะตอบรับหน้าที่นี้สักเท่าไร แต่เพราะท่านเป็นผู้มีพระคุณที่เคยช่วยเขาไว้ถ้าไม่ได้ท่านป่านนี้ไม่รู้ว่าเขากับแม่จะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า

ชายหนุ่มนึกถึงอดีต เขาในวัยสิบห้าปีได้ถูกตำรวจจับข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยคนที่ถูกเขาทำร้ายร่างกายก็คือพ่อเลี้ยงสาระเลวของเขาเอง ในวันนั้นเขากลับบ้านหลังจากที่ทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนเสร็จ เขาเห็นแม่กำลังถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายเพราะแม่ของเขาไม่ยอมให้พ่อเลี้ยงเอาเงินเก็บที่เขาเก็บไว้สำหรับค่าเทอมไปกินเหล้าและเล่นการพนัน ไอ้หมอนั้นเลยทั้งทุบทั้งตีแม่ของเขาจนท่านลงไปนอนกองที่พื้นแต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นท่านก็ยังคงกอดกระปุกเงินของเขาไว้แน่นไม่ยอมให้มันเอาไป และภาพนั้นก็ทำให้ความอดทนของเขาที่มีต่อพ่อเลี้ยงหมดลง

เขาเข้าไปผลักพ่อเลี้ยงที่กำลังจะยกเท้ากระทืบแม่ของเขาจนมันล้มลงที่พื้น ก่อนที่เขาจะขึ้นคร่อมมันแล้วกระหน่ำมัดใส่จนมันสลบไปแต่เขาก็ยังไม่หยุดต่อยมัน จนกระทั่งตำรวจที่ได้รับแจ้งความจากชาวบริเวณนั้นมาถึงและได้คุมตัวของเขาไป

แม่ของเขากลัวว่าเขาจะติดคุกจึงได้ติดต่อหาเพื่อนของพ่อแท้ๆ ของเขา ซึ่งก็คือท่านอนุวัตร ท่านอนุวัตรรีบมาที่โรงพักที่เขาถูกคุมตัวอยู่ทันที และช่วยเรื่องคดีของเขาโชคดีที่เขายังเป็นเยาวชนอยู่การจัดการอะไรก็เลยค่อนข้างง่าย และท่านยังช่วยจัดการเรื่องพ่อเลี้ยงสาระเลวของเขาให้มันได้รับโทษอีก นอกจากท่านจะช่วยเขาในเรื่องของคดีในวันนั้นยังไม่พอ ท่านยังช่วยส่งเสียให้เขาได้เรียนนังสือให้งานแม่ของเขาทำ ทำให้เขาได้มีที่อยู่ที่ดีๆ จนกระทั่งวันนี้เขาเรียนจบจนสามารถเปิดบริษัททนายความก็ยังคงได้รับการสนับสนุนจากท่านจนบริษัทของเข้าเติบโตขึ้นมาจนอยู่แถวหน้าของประเทศ

“ฉันขอบใจนายมาก แล้วเรื่องที่ฉันให้นายไปจัดการล่ะ ได้เรื่องมั้ย” ท่านอนุวัตรถามถึงเรื่องที่ดินที่ภูเก็ตที่ให้ชายหนุ่มไปจัดการ ถึงแม้ว่าเขาจะมีบริษัทของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบแต่เขาก็ยังคงทำงานให้ท่านอนุวัตรอยู่เหมือนเดิม

“เรียบร้อยแล้วครับ ผมส่งเรื่องให้ทนายพัชชาจัดการต่อแล้วครับ“ เขาตอบ

“ดี ขอบใจนายมาก” ท่านอนุวัตรบอก แล้วทั้งสองก็คุยเรื่องงานอื่นๆ กันอีกนาน

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องอ่านได้เรื่อยๆ ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2026-04-09 20:26:24
1
0
30 Bab
เรื่องย่อ
‘มู่เยี่ยนฟาง’ หญิงสาวจากยุคปัจจุบันดันโชคร้ายสิ้นใจตายขณะที่กำลังคลอดลูกคนแรก เธอยังไม่ทันจะได้เชยชมความน่ารักของเจ้าตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก ฟ้าดันพรากเธอกับลูกจากสามีสุดที่รักไปเสียแล้ว โชคดีที่ฟ้ายังเมตตาสงสาร ให้เธอได้มีชีวิตใหม่อยู่บนโลกใบใหม่อีกครั้งแต่…การเกิดใหม่ครั้งนี้แปลกยิ่งนัก วิญญาณเธอดันทะลุมิติมาอยู่ในร่างหญิงสาวที่มีชื่อแซ่เดียวกับเธอ ตอนแรก…มู่เยี่ยนฟางทำใจยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ที่ได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคนอื่น แต่…ฟ้าให้เธอได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ?โชคดีที่เธอทะลุมิติมาพร้อมกับคู่มือวิเศษเลี้ยงดูเจ้าก้อนแป้ง มู่เยี่ยนฟางสังเกตเห็นว่า…สมุดวิเศษจะมอบหมายภารกิจให้เธอทำ พร้อมกับของตอบแทนที่จะได้รับ หากภารกิจไหนยากเกินความสามารถของเธอ สามวันถัดมา…สมุดวิเศษนั่นจะคัดภารกิจใหม่ให้เธอทำแทนใช้ชีวิตในโลกใบใหม่นี้ไปนาน ๆ มู่เยี่ยนฟางถึงได้รู้ว่า…สมุดวิเศษเล่มนี้ นอกจากจะมอบหมายภารกิจให้เธอทำแล้ว เธอยังสามารถใช้ปากกาขีดเขียนสิ่งของที่เธอต้องการได้ด้วย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเธอมู่เยี่ยนฟางหารู้ไม่ว่า…การที่เธอได้ทะลุมิติมาอยู่ในยุค 80 นี
Baca selengkapnya
บทที่ 1 : ชะตาฟ้าลิขิต
…ณ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง…หมอและพยาบาลต่างมีสีหน้าที่เคร่งเครียด เมื่อเห็นความดันและชีพจรของคนไข้ลดลงเรื่อย ๆ หมอใหญ่พยายามยื้อชีวิตหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงสุดชีวิต แต่แล้ว…ปฏิหาริย์ก็ไม่เกิดขึ้น พยาบาลเลิ่กลั่กมองหน้ากันไปมา สายตาพลางมองที่หญิงสาวสลับกับหมอใหญ่ที่กำลังทำการยื้อชีวิตคนไข้อยู่“หมอคะ ชีพจรของคนไข้นิ่งไปแล้วค่ะ” ภายในห้องคลอดตกอยู่ในความเงียบสงบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า หมอใหญ่จ้องมองเลือดสีแดงสดที่อยู่ตรงหน้าได้แต่ถอนหายใจแรง ถ้าสามีของคนไข้พาคนไข้มาที่โรงพยาบาลเร็วกว่านี้ คนไข้กับเด็กในท้องคงไม่เสียชีวิต“ไปแจ้งญาติของคนไข้เถอะ เราทำเต็มที่แล้ว” ทุกคนที่มีหน้าอยู่ในห้องคลอด ได้ยินหมอใหญ่บอกแบบนั้นถึงกับน้ำตาคลอเบ้า พวกเขาสงสารเด็กในท้องเหลือเกิน ใกล้จะได้ออกมาลืมตาดูโลกแล้ว ดันมาจากไปเสียก่อนร่างของหญิงสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงไม่ขยับเขยื้อน ใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือด หมอหารู้ไม่ว่า…เธอรับรู้และได้ยินบทสนทนาระหว่างหมอกับพยาบาลหมดแล้ว ทว่า…เธอกลับลืมตาอ้าปากขอร้องให้หมอช่วยชีวิตลูกเธอไว้ไม่ได้ ขณะที่เธอกำลังจะสิ้นลมหายใจ อยู่ ๆ ก็มีแสงสว่างจ้าจากที่ไหนไม่รู้ ดูดเอ
Baca selengkapnya
บทที่ 2 : ความร้ายกาจของมู่เยี่ยนฟาง
มู่เยี่ยนฟางเอ่ยบอกเสียงแข็ง อยากจะโจมตีหรืออยากจะประณามเธอ ก็ควรที่จะมาลงที่เธอแค่คนเดียว เด็กไม่รู้เรื่องอะไร ทำไมผู้คนที่นี่ถึงต้องไปลงที่เด็กด้วยก็ไม่รู้“ไม่ต้องกลัวนะ มีแม่อยู่ทั้งคน” มู่เยี่ยนฟางเห็นสีหน้าของเด็กชายลี่หยางไม่ค่อยดี ก็รีบเดินเข้าไปหา มือไม้พลางปัดฝุ่นตามตัวเด็กชายไปด้วย“แม่อย่ามายุ่งกับผม !! หลีกไป !! ” เจ้าลี่หยางผลักมู่เยี่ยนฟางออกห่างอีกครา ก่อนจะวิ่งออกมาจากตรงนั้นหลัวลี่หยางทั้งวิ่งทั้งปาดน้ำตาไปด้วย แม่ไม่รักเขาเข้าใจได้ พอพ่อไม่อยู่แม่กลับพยายามหาทางขายเขาให้กับคนอื่น วันนี้แม่ทำดีกับเขา ทำอาหารดี ๆ ให้เขากิน แม่ทำให้เขาดีใจ อบอุ่นหัวใจ เขาไม่คิดว่ามันจะเป็นแผนของแม่ที่อยากจะขายเขาให้กับคนอื่นหลัวลี่หยางร้องไห้สะอื้น วิ่งไปที่แปลงนา ก่อนจะเดินไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เขาชอบมานั่งตรงนี้เป็นประจำ ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้เด็กชายเสียใจไม่น้อย หลัวลี่หยางนึกถึงคำพูดของพ่อ พ่อบอกกับเขาว่า…เกิดเป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง ห้ามร้องไห้เด็ดขาด เขาพยายามที่จะกลั้นน้ำตาแล้ว แต่…สุดท้ายเขาก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่…“เยี่ยนฟาง เธอนี่จริง ๆ เลยนะ หลิวเหว่ยขายของ
Baca selengkapnya
บทที่ 3 : สมุดวิเศษ
พอมู่เยี่ยนฟางมาเห็นเข้าก็โกรธมาก ทุบตีลูกชายตัวเองจนพอใจ ก่อนจะลากเด็กชายไปขายให้กับบ้านโจว มู่เยี่ยนฟางที่เพิ่งทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย เรื่องราวในอดีตทำให้มู่เยี่ยนฟางถึงกับถอนหายใจแรง เธอไม่คิดเลยว่าเจ้าของร่างเดิมจะร้ายกาจถึงเพียงนี้มู่เยี่ยนฟางไม่อยากจะคิดอะไรมาก รีบสาวเท้าเดินกลับไปที่บ้าน ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เธอพอจะรู้ว่าบ้านที่เจ้าของร่างเดิมอยู่กับลูกตอนนี้อยู่ที่ไหน…พอเดินมาถึงที่ท้ายหมู่บ้าน เธอก็เจอกับบ้านอิฐหลังหนึ่ง อยู่บริเวณแถว ๆ นี้ไม่มีบ้านหลังไหนเลยนอกจากบ้านอิฐหลังนี้ สามีของเจ้าของร่างเดิมคงไม่อยากให้ภรรยาตนไปหาเรื่องคนอื่น ถึงได้มาสร้างบ้านห่างจากทุกคนที่นี่ มู่เยี่ยนฟางสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะผลักประตูรั้วเดินเข้าไปข้างในดวงตากลมโตกวาดสายตามองดูรอบ ๆ เห็นโอ่งน้ำอยู่ไม่ไกล เธอก็รีบเดินไปจัดการล้างเนื้อล้างตัว พอเดินเข้าไปในบ้านก็พบกับความว่างเปล่า คิ้วโก่งสวยขมวดมุ่น ไม่รู้ว่าเจ้าลี่หยางหายไปไหน มู่เยี่ยนฟางคิดว่าเจ้าลี่หยางวิ่งไปหาปู่กับย่าที่บ้านหลัว เธอจึงไม่คิดที่จะออกไปตามหา เพราะเธอเข้าใจความรู้สึกของเจ้าลี่หยางดี เจ้
Baca selengkapnya
บทที่ 4 : ทำหน้าที่แม่
“ลี่หยางไม่ได้อยู่ที่บ้านหลัวเหรอคะ ?” มู่เยี่ยนฟางพอจะจับใจความได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าลี่หยางไม่ได้ไปที่บ้านหลัว แล้วเด็กชายหายไปไหน ?“เธอขายหลานชายฉันให้คนอื่นแล้วใช่ไหม ?!! เธอทำแบบนี้กับหลานชายฉันได้ยังไง ?!! ไปตามหลานชายฉันกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ !! ถ้าวันนี้เธอไม่ตามหลานชายฉันกลับมาละก็ !! ฉันจะให้ลูกชายฉันหย่ากับเธอ !! ”เรื่องอื่นย่าหลัวพอทนได้ แต่เรื่องนี้ตนทนไม่ได้จริง ๆ หลานชายตนทั้งคน จะปล่อยให้แม่ใจร้ายอย่างมู่เยี่ยนฟางนำไปขายแลกเงินได้อย่างไร“ลี่หยางไม่ได้ไปหาพ่อกับแม่จริง ๆ ใช่ไหมคะ ? เดี๋ยวฉันออกไปตามหาลี่หยางก่อนนะแม่”มู่เยี่ยนฟางร้อนใจรีบสวมรองเท้าวิ่งออกจากบ้านไป ปู่กับย่ากลัวเห็นสีหน้าเป็นกังวลของมู่เยี่ยนฟางเมื่อครู่ก็เลิ่กลั่กมองหน้ากันไปมา คิดว่าเมื่อกี้ตนคงตาฝาดไป“เยี่ยนฟางเป็นอะไรไป ? คุณเห็นปฏิกิริยาเมื่อกี้ของเยี่ยนฟางไหม ? ผมว่าเยี่ยนฟางคงไม่ได้ขายเจ้าลี่หยางให้กับบ้านโจวหรอก”“ช่างเถอะ เรื่องนั้นฉันไม่สนใจหรอก เรารีบไปที่บ้านโจวกันเถอะ ยังไงวันนี้เราก็ต้องตามเจ้าลี่หยางกลับมาที่บ้านให้ได้”…ท้องฟ้ามืดครึ้ม มู่เยี่ยนฟางวิ่งตามหาเจ้าลี่หยางพลางมองท้องฟ้าไป
Baca selengkapnya
บทที่ 5 : รู้ตัวว่าท้อง
ขณะที่ทานข้าวอยู่นั้น…มู่เยี่ยนฟางแอบมองเจ้าลี่หยางอยู่เป็นระยะ เด็กชายที่อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้หน้าตาเหมือนจะได้พ่อมาเต็ม ๆ ถ้าเลี้ยงดูให้ดี เจ้าลี่หยางคงดูดีมากกว่านี้ เห็นใบหน้าเล็กซูบผอมแล้ว เธอก็รู้สึกหน่วงในอก ไม่รู้ว่าจิตใจของเจ้าของร่างเดิมทำด้วยอะไร ถึงได้ใจร้ายกับเด็กชายได้ขนาดนี้“แผลที่เท้ายังเจ็บอยู่ไหม ? พรุ่งนี้แม่จะไปซื้อยามาทาให้นะ” เมื่อกี้เธอเพิ่งจะทำแผลที่ฝ่าเท้าให้เจ้าลี่หยางเสร็จ แต่ภายในบ้านไม่มียาเลย เธอถึงต้องใช้น้ำเกลือมาล้างแผลแล้วใช้เศษผ้ามาพันแผลที่เท้าให้เจ้าลี่ หยางแทน“พ่อบอกว่าเกิดเป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง แผลแค่นี้ผมทนได้” พูดถึงพ่อทีไรเจ้าลี่หยางอยากจะร้องไห้ทุกที ทุกครั้งที่พ่อกลับมาที่บ้าน เขาจะรู้สึกอุ่นใจทุกครั้ง วันนี้แม่ดีกับเขาแปลก ๆ เขาก็รู้สึกหวาดระแวง กลัวว่าแม่จะมีแผนร้ายทำเรื่องไม่ดีกับเขาเหมือนที่ผ่านอีก“ลูกยังเด็ก ไม่ต้องอดทนขนาดนั้น ถ้าเจ็บก็บอกแม่ว่าเจ็บ” มู่เยี่ยน ฟางอยากจะให้เจ้าลี่หยางสดใสเหมือนเด็กวัยเดียวกัน เธอไม่อยากให้เจ้าลี่หยางต้องมาอดทนอดกลั้นกับอะไรแบบนี้เจ้าลี่หยางก้มหน้าก้มตาทานข้าวอย่างเงียบ ๆ ไม่นานเด็กชายก็ทานไข่ผัดมะเ
Baca selengkapnya
บทที่ 6 : ลำบากใจ
“เป็นอย่างนี้นี่เอง” มู่เยี่ยนฟางรีบเก็บสมุดวิเศษเล่มนั้นไว้อย่างดี ก่อนจะหยิบเอาที่ตรวจครรภ์มา ส่วนอีกอันเธอจะเก็บไว้ตรวจพรุ่งนี้เช้าร่างระหงหายเข้าไปในห้องน้ำนานครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก ผลออกมาว่าเธอกำลังท้องจริง ๆ ท้องกี่เดือนนั้นเธอเองก็ไม่รู้ สิ่งที่ทำให้เธอหนักใจมากที่สุดก็คือการดำรงชีวิตที่นี่ ใช่ว่าเธอไม่เคยลำบากมาก่อนงานหนักงานเบาเธอเคยผ่านมันมาหมดแล้ว แต่…ชีวิตที่นี่ไม่เหมือนยุคที่เธอจากมา ต่อให้ประเทศเปิดกว้างเสรีแล้วก็ตาม แต่ทางรัฐก็ยังควบคุมชีวิตประชาชนภายในประเทศอยู่ดี ยิ่งคิดมู่เยี่ยนฟางก็ยิ่งปวดหัว ขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องอนาคตอยู่นั้น อยู่ ๆ เจ้าลี่หยางก็วิ่งมา“แม่ ไม่สบายเหรอ ?” เด็กชายเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง มู่เยี่ยนฟางได้ยินเจ้าลี่หยางเอ่ยถามก็รีบเรียกสติตัวองกลับมา“แม่สบายดีไม่ได้เป็นอะไร หนูเจ็บเท้าอยู่ไม่ใช่เหรอ ? จะเดินออกมาข้างนอกทำไม ? รีบเข้าไปพักเถอะ”“เยี่ยนฟาง เธอตามหลานชาย…. ” ย่าหลัวเพิ่งกลับมาจากบ้านโจวก็รีบตรงดิ่งมาที่นี่ พอเห็นหลานชายสุดที่รักของตนกลับมาที่บ้านแล้วถึงรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย แต่…พอสายตาเ
Baca selengkapnya
บทที่ 7 ทุกคนอยากจะให้หย่า
ปู่หลัวหวังมาโดยตลอด หวังว่าสักวันหนึ่งมู่เยี่ยนฟางจะสำนึกได้กับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป ตนเองก็ไม่อยากให้ลูกชายต้องมาหย่ากับลูกสะใภ้ เรื่องหย่าเป็นเรื่องใหญ่ ปู่หลัวเป็นหว่งอนาคตของเจ้าลี่หยาง ไม่อยากให้หลานชายเพียงคนเดียวของพวกเขาต้องมาทนกับคำนินทาของชาวบ้าน“เอาละ ๆ เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก หยางหยางลูก เข้าไปข้างในกับย่าเร็ว ให้ย่าทำแผลให้นะ”ย่าหลัวเห็นแผลที่เท้าเล็กแล้วก็ปวดใจไม่น้อย ตนเลี้ยงดูเจ้าหยางหยางมาอย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม มู่เยี่ยนฟางคิดว่าตนเป็นใครถึงได้กล้ามาทำร้ายหลานชายตนแบบนี้“แม่คะ ฉันกลับมาแล้วค่ะ” หลัวซินหยานลูกสาวคนเล็กของบ้านหลัว เดินถือของเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าที่เปี่ยมสุข พอเห็นแผลที่เท้าของเจ้าลี่หยางแล้ว ซินหยานถึงกับตกใจ รีบวางของในมือลง ก่อนจะวิ่งมาดูแผลที่เท้าของเด็กชาย“แม่คะ เจ้าหยางหยางเป็นอะไรไปคะ ฝีมือพี่สะใภ้อีกแล้วใช่ไหม”หลัวซินหยานเอ่ยถามอย่างขุ่นเคือง เธอไม่ชอบพี่สะใภ้อย่างมู่เยี่ยน ฟางตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้ากัน ไม่คิดเลยว่าพี่ชายของเธอจะแต่งเอาผู้หญิงอย่างเยี่ยนฟางมาเป็นสะใภ้บ้านหลัว ผู้หญิงอย่างเยี่ยนฟางไม่มีอะไรดีเลยนอกจากหน้าตา“
Baca selengkapnya
บทที่ 8 เจอหน้ากันครั้งแรก
เช้าของอีกวัน…มู่เยี่ยนฟางตื่นตั้งแต่เช้า หลังจากที่เธอเก็บกวาดบ้านส่วนที่เหลือเสร็จ ก็ได้เดินมาดูที่ข้างหลังบ้าน เนื้อที่ข้างหลังบ้านตรงหน้าค่อนข้างกว้าง ถ้าปลูกผักได้แล้วนำไปขายคงได้เงินมาจุนเจือภายในบ้านไม่น้อย แต่…ปัญหาติดตรงที่ตอนนี้เธอกำลังท้องอยู่ ไม่อาจทำงานหนักได้ขณะที่มู่เยี่ยนฟางกำลังขบคิดว่าจะจัดการกับเนื้อที่ตรงหน้าอย่างไรอยู่นั้น ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงเจ้าลี่หยางหัวเราะคิกคักเดินผ่านรั้วบ้านเข้ามา เธอรีบเดินกลับออกมาจากตรงนั้น ก่อนจะเจอกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีใบหน้าเหมือนกับเจ้าลี่หยางไม่มีผิดชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้มีรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมเข้ม คิ้วดกหนา ริมฝีปากแดงระเรื่อราวกับริมฝีปากของผู้หญิง ผิวคล้ำหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกเขาดูแย่ นัยน์ตาดำขลับดั่งคมมีดมองมาที่เธอ ทำให้เธอถึงกับขนหนาวลุกซู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอเป็นใคร คงเป็นสามีของเจ้าของร่างเดิม พ่อของเจ้าลี่หยางสินะ“เอ่อ…คุณกลับมาแล้วเหรอคะ ? กินอะไรมาหรือยัง ? อยากจะกินอะไรไหม ? เดี๋ยวฉันไปทำมาให้”แม้จะเป็นเพียงคำถามที่แสนจะธรรมดา แต่…หลัวหลิวเหว่ยกลับรู้สึกอบอุ
Baca selengkapnya
บทที่ 9 คุยกันด้วยเหตุผล
“คุณฟังไม่ผิดหรอกค่ะ ฉันกำลังท้องจริง ๆ หมู่นี้ฉันอารมณ์แปรปรวนง่าย กินอะไรก็ไม่ค่อยได้ ท้องลูกคนนี้ไม่เหมือนเจ้าลี่หยาง”เพื่อความอยู่รอด หญิงสาวถึงต้องโกหกอีกฝ่ายออกไป มู่เยี่ยนฟางรู้ว่าหลัวหลิวเหว่ยเป็นคนดีมีเหตุผล ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นกลับมาที่บ้านคงโหวกเหวกโวยวายไปแล้ว คงไม่ใจเย็นมานั่งคุยกับเธอแบบนี้หรอก เธอจึงเลือกที่จะคุยกับเขาด้วยเหตุผลแทนหลัวหลิวเหว่ยจ้องหน้ามู่เยี่ยนฟางอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนเธอจะท้องจริง ๆ เพราะเมื่อครู่ที่เธอทำอาหารอยู่ที่ครัว เขาเห็นสีหน้าเธอไม่ค่อยจะดี เหมือนคนจะอาเจียนอยู่ตลอดเวลา และอาการที่เธอเป็นอยู่ในตอนนี้ ก็เหมือนกับอาการที่เธอเคยท้องเจ้าลี่หยางไม่ผิดปฏิกิริยาของมู่เยี่ยนฟางในวันนี้แตกต่างจากเมื่อก่อนมาก อย่างแรก…เขากลับมาที่นี่มือเปล่า ไม่มีของติดไม้ติดมือกลับมาเหมือนทุกครั้ง เยี่ยนฟางก็ไม่มีอาการใด ๆ ไม่ต่อว่าหรือชวนเขาทะเลาะ แต่เธอกลับใจเย็นคุยกับเขาด้วยเหตุผลแทนอย่างที่สอง…วันนี้เยี่ยนฟางตั้งใจเข้าครัวทำอาหารให้เขากิน และรสชาติอาหารที่เธอทำเหมือนชำนาญ แต่…ที่ผ่านมาเธอไม่เคยเข้าครัวทำอาหารให้เขากับลูกกินมาก่อน กับข้าวแต่ละมื้อของเจ้าลี่หยาง แม
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status