Share

กิ่งไผ่ยามวิกาล

Penulis: aurnitear
last update Tanggal publikasi: 2026-01-07 01:07:39

คืนนั้น ตำหนักชิงเฟิง หลังจากเสี่ยวอวิ๋นทาเครื่องพอกหน้ากลับไปดังเดิมและนอนลงบนเตียงได้ไม่นาน เธอก็ลุกขึ้นอีกครั้ง ห้องพักรวมยังคงมืดมิด เสียงกรนเบา ๆ ของเสี่ยวหลิงดังแผ่ว เสี่ยวฮวาพลิกตัวในฝัน และเสี่ยวเหมยที่นอนนิ่งสนิท เธอสวมเสื้อคลุมบางทับชุดนางกำนัล แล้วออกจากห้องอย่างเงียบกริบ ราวกับเงาในความมืด

ยามสามดึก วังหลวงเงียบสงัด ทว่าคืนนี้กลับต่างออกไป ลมหนาวพัดแรงจากทิศเหนือ กลายเป็นพายุหิมะเล็ก ๆ ที่โหมกระหน่ำต้นไม้ในอุทยาน เสียงใบไม้ไผ่กระทบกันดังซ่า ๆ ราวฝนตกหนัก กิ่งไม้เล็ก ๆ หักร่วงลงพื้นเป็นระยะ ๆ ราวกับถูกมีดกรีดขาดอย่างแม่นยำ ไม่มีใครสงสัยว่ามีมือคนเด็ด เพราะพายุลมแรงในช่วงฤดูหนาวแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในกรุงปักกิ่ง เป็นสิ่งอำพรางชั้นดีสำหรับผู้ที่ต้องการเคลื่อนไหวโดยไม่ทิ้งร่องรอย

เสี่ยวอวิ๋นเดินฝ่าลมไปยังอุทยานหลังตำหนัก  สวนห้ามที่เต็มไปด้วยต้นไผ่เขียวชอุ่มแม้ในฤดูหนาว เธอเอื้อมมือเด็ดกิ่งไผ่สดยาวประมาณสี่เชี๊ยะจากต้นใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ใกล้รั้ว กิ่งนั้นเหนียวแน่น สีเขียวเข้มในความมืด แต่เบาหวิวในมือเธอ เธอซ่อนมันไว้ใต้แขนเสื้อ แล้วเดินลึกเข้าไปในส่วนที่รกร้างกว่าของสวน ตรงนั้นมีลานหินโล่งขนาดย่อม ล้อมรอบด้วยต้นไผ่หนาทึบที่บังสายตาจากภายนอกได้มิดชิด แสงจันทร์สลัวสาดส่องลงมาเพียงพอให้มองเห็น ท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ

เสี่ยวอวิ๋นถอนหายใจเบา ๆ มองกิ่งไผ่ในมือ แล้วพึมพำกับตัวเองเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“กระบี่ในวังหลวงมีนับหมื่นเล่ม ชั้นยอดทั้งนั้น… แต่ช่างเถอะ คืนนี้เจ้าก็ต้องทำหน้าที่แทนเสียแล้ว”

เธอถอดรองเท้า ยืนเท้าเปล่าบนพื้นหินเย็นยะเยือกที่ปกคลุมด้วยหิมะบาง ๆ ยืดตัวตรงราวกับหอกเหล็ก แล้วเริ่มร่ายรำ กิ่งไผ่ในมือถูกจับราวกับกระบี่ชั้นเลิศ ท่วงท่าของเธออ่อนช้อยแต่แฝงพลัง ทะยานขึ้นราวนกเหยี่ยวในยามค่ำ ฟาดฟันอากาศราวพายุ ลมจากกิ่งไผ่ที่เหวี่ยงผสานกับพายุจริงจนกลมกลืน เสียงกิ่งฟาดอากาศและใบไม้ที่ขาดร่วงถูกกลบด้วยเสียงลมหอน ทำให้ไม่มีผู้ใดสงสัย

ลีลาการเคลื่อนไหวของเธอรวดเร็วราวสายฟ้า บางครั้งหมุนตัวกลางอากาศ บางครั้งแทงตรงราวลูกศร กิ่งไผ่ที่ควรจะอ่อนนุ่มกลับถูกเธอใช้ดั่งอาวุธสังหาร  มันฟาดลงพื้นหินจนเกิดรอยแตกเล็ก ๆ และตัดใบไม้ที่พายุพัดมาขวางเป็นชิ้น ๆ โดยไม่ขาดตอน

เหงื่อผุดพรายบนใบหน้าที่ซ่อนไว้ใต้เครื่องพอก แต่ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นภายใต้แสงจันทร์ วรยุทธนี้ไม่ใช่สิ่งที่หญิงสาวธรรมดาจะมีได้ มันคือฝีมือระดับสูงที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ท่วงท่าที่ร่ายรำคล้ายกับวิชากระบี่ลึกลับจากสำนักโบราณ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเธอเรียนมาจากที่ใด สำนักไหน หรือเหตุใดจึงซ่อนฝีมือนี้ไว้ในคราบนางกำนัลต่ำต้อย

เธอหยุดร่ายรำชั่วครู่ หายใจเข้าลึก ๆ “ยังไม่พอ... ต้องเร็วกว่านี้ แรงกว่านี้”

แล้วเธอเริ่มร่ายรำอีกครั้ง กิ่งไผ่หมุนวนราวพายุหิมะ สวนห้ามทั้งสวนเหมือนถูกปกคลุมด้วยพลังลึกลับที่มองไม่เห็น ท่ามกลางพายุจริงที่โหมกระหน่ำ

แต่ในขณะนั้น เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านหลังต้นไผ่ เสียงนั้นเบาจนแทบกลมกลืนกับเสียงลม แต่สำหรับผู้มีวรยุทธสูงอย่างเธอ มันชัดเจนราวระฆัง

เสี่ยวอวิ๋นสะดุ้ง หยุดชะงักทันที แล้วหันไปมองด้วยดวงตาคมกริบ

ใครกัน... ที่กล้ามายืนในสวนต้องห้ามในช่วงพายุเช่นนี้?

หรือมีนกราตรีแอบมองเธอฝึกวิชา?

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   หลงกลคราแรก

    ฉีเฟิง, เสี่ยวอวิ๋น, และเหลียงเหว่ยซุ่มโป่งรออยู่ใกล้ปากทางลับริมแม่น้ำฮวงโห ความมืดยามราตรีปกคลุมท่าเรือลับแห่งนี้อย่างหนาหนัก แสงจันทร์สีเงินแผ่วเบาสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ดั่งแผ่นกระจกดำมะเมื่อมที่สะท้อนเงาโกดังไม้ผุพังเรียงรายริมฝั่ง บรรยากาศเย็นยะเยือก ลมหนาวพัดมาจากแม่น้ำพาเอาความชื้นและกลิ่นโคลนตมคละคลุ้ง เสียงคลื่นกระทบเสาไม้เทียบท่าดังครอบ... ครอบ... เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นรัวรอคอยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา โกดังเก่าแก่บางแห่งประตูเปิดอ้า เผยให้เห็นกองกล่องสินค้าที่ถูกทิ้งร้างปกคลุมด้วยฝุ่นและใยแมงมุม เรือสินค้าขนาดเล็กผูกไว้กับหลักไม้ ลอยเอื่อย ๆ ตามกระแสน้ำ โคมไฟริบหรี่แกว่งไกวไปตามลม สร้างเงายาววูบไหวราวกับผีพรายที่กำลังแฝงตัวรอจังหวะโจมตี หนูและนกน้ำวิ่งพล่านไปมา เสียงกรอบแกรบดังแผ่วเบา ท่าเรือแห่งนี้ไม่ใช่แค่จุดจอดเรือ แต่เป็นดั่งประตูสู่อาชญากรรมที่ซ่อนเร้นไว้ใต้ความสงบผิวเผินปากทางลับที่เหลียงเหว่ยค้นพบซ่อนตัวห่างจากท่าเรือหลักไม่มากนัก เพียงไม่กี่ช่วงตึก ในพุ่มไม้หนาทึบริมฝั่งน้ำ ที่ซึ่งหินผาและรากต้นไม้เกาะเกี่ยวกันจนมองเห็นไ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ปากทางลับริมแม่น้ำ

    หลังจากฝ่าความโกลาหลในหอเมามายออกมาได้ ฉีเฟิง เสี่ยวอวิ๋น ก็ไม่รอช้า พากันย่องมุ่งหน้าสู่ท่าเรือลับตามรหัสในกระดาษที่เหลียงเหว่ยยัดให้ ราตรีกาลยามนี้เมืองหลวงเงียบสงัด เหลือเพียงเสียงลมพัดใบไม้และเสียงคลื่นแม่น้ำฮวงโหกระทบฝั่งแผ่วเบา แต่ลึกเข้าไปในความเงียบนั้น ยังแฝงด้วยกลิ่นอายของการทรยศและแผนการมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามาท่าเรือลับแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ห่างจากท่าเรือหลักไม่ไกลนัก เป็นจุดที่เรือสินค้าขนาดเล็กจอดเทียบท่าโดยไม่ต้องผ่านด่านตรวจตรา ยามค่ำคืน ท่าเรือดูวังเวงยิ่งนัก แสงจันทร์สลัวสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำที่ดำมืดราวหมึกพู่กัน โกดังไม้เก่าแก่เรียงรายริมฝั่ง บางแห่งประตูผุพังเปิดอ้าเผยให้เห็นกล่องสินค้าที่ถูกทิ้งร้าง ลมหนาวพัดมาจากแม่น้ำพาเอาความชื้นและกลิ่นโคลนตมคละคลุ้ง เสียงคลื่นกระทบเสาไม้เทียบท่าดังครอบ... ครอบ... เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นรอคอยสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เรือเก่า ๆ ลอยล่องเอื่อย ๆ ผูกไว้กับหลักไม้ บางลำมีโคมไฟริบหรี่แขวนโหนแกว่งไกวไปตามลม เงาร่างของหนูและนกน้ำวิ่งพล่านไปมา บรรยากาศเงียบสงบแต่แฝงด้วยความลึกลับ เหมาะแก่การลักลอบทำธุรกรรมมืดยิ่งนัก ปากทางลั

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   รถลากไหสุรายามค่ำ

    เหลียงเหว่ยย่อตัวลง ตรวจสอบรอยเท้าและรอยลากกล่องบนพื้นชื้น ชัดเจนว่ามีการขนย้ายเมื่อไม่นานนี้ เขาจดรหัสลับและแผนที่คร่าว ๆ ลงบนกระดาษแผ่นเล็กอย่างรวดเร็ว ก่อนจะย่องออกจากอุโมงค์อย่างแผ่วเบา ร่างยักษ์ใหญ่เคลื่อนไหวราวกับเงา ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าหรือลมหายใจที่ดังพอให้ใครสังเกตเห็น เช่นเคยที่เขาทำภารกิจลับสำเร็จโดยไร้ร่องรอยด้านบน ในโถงหอเมามายที่ยังคงโกลาหลจากเงินที่ฉีเฟิงโปรย เหลียงเหว่ยโผล่ขึ้นมาจากมุมมืดอย่างแนบเนียน เขาเดินตรงไปหาฉีเฟิงที่กำลังแกล้งเมาอยู่กับเสี่ยวอวิ๋น ท่ามกลางฝูงชนที่กรูกันแย่งเงิน มือหนาของเขาล้วงกระดาษแผ่นนั้นยัดเข้าไปในอกเสื้อขององค์ชายอย่างรวดเร็วและแนบเนียน ไม่มีใครสังเกตเห็นแม้แต่เงาฉีเฟิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงกระดาษในอกเสื้อ เขาล้วงออกมาดูอย่างลับ ๆ ยิ้มมุมปากกว้าง "ดีมาก... เหล่าเหลียงไม่เคยทำให้ข้าผิดหวัง" เขาหันไปมองเสี่ยวอวิ๋นที่ยังแกล้งเอนตัวพิงไหล่เขาเพื่อให้ดูสมจริง "เสี่ยวอวิ๋น... เราชนะแล้วครึ่งทาง"แต่ก่อนที่เธอจะตอบ ฝูงชนที่เมามายก็เริ่มเบียดเข้ามาใกล้เพื่อแย่งเงินที่เหลือ เสี่ยวอวิ๋นถูกเบียดจนเซเข้าไปในอ้อมแขนของฉีเฟิงเต็ม ๆ ร่างเพรียวบ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   เส้นทางลับใต้หอเมามาย

    ถึงตอนนี้แล้ว ฉีเฟิงก็ไม่รอช้า เขาหันไปมองเหลียงเหว่ยด้วยแววตาคมกริบ "เหล่าเหลียง... เจ้าจงไปหาเส้นทางลับในบ่อนแหเงินให้ได้ก่อนเที่ยงคืน คนคุ้มกันบ่อนส่วนใหญ่ไม่อยู่เพราะถูกเจ้าทุบปางตายไปเมื่อคืน แถมกวนซานยังรู้เรื่องแล้ว พวกมันต้องรีบย้ายเงินแน่... เจ้าเป็นคนหาทางลับและสืบข่าว ใช้สัญชาตญาณเฉียบคมของเจ้าสิ ห้ามพลาด!"เหลียงเหว่ยพยักหน้ารับคำหนักแน่น "รับทราบขอรับคุณชาย... ข้าจะหาเส้นทางลับนั้นให้เจอให้ได้" เขาหันหลังเดินออกจากโถงทันที ร่างยักษ์ใหญ่หายลับไปในแสงแดดยามเช้า ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่ดังก้องฉีเฟิงหันมาหาเสี่ยวอวิ๋น ยิ้มเจ้าเล่ห์ตามสไตล์ "ส่วนเรา... ต้องแกล้งไปเที่ยวหอเมามายใกล้บ่อนแหเงิน ทำทีเป็นคู่รักเมาเหล้าเพื่อเบี่ยงเบนสายตาและแอบฟังข่าวจากพวกพ่อค้า ถ้าพวกโจรดอกเหมยรู้เส้นทางลับนี้จริง เราก็จะได้ยินพวกมันคุยกันแน่... พร้อมไหม เสี่ยวอวิ๋น?"เสี่ยวอวิ๋นเลิกคิ้วสูง หน้าแดงระเรื่อด้วยความอายแต่แกล้งทำเป็นเย็นชา "ข้าไม่ใช่เด็ก... แต่ถ้าต้องแกล้งเป็นคู่รักกับท่าน ข้าต้องทำยังไงไม่ให้ดูปลอม? อย่าบอกนะว่าต้องโอบกอดกัน..." นางหันหน้าหนี แต่ในใจเต้นแรงกับไอเดียนี้ฉีเฟิงหัวเร

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   แผนไม่ตั้งใจ

    แสงอรุณยามเช้าสาดส่องลงมายังลานฝึกยุทธของกรมเมืองแต่ทว่า... บรรยากาศในเช้านี้กลับผิดแปลกไปจากทุกวันอย่างสิ้นเชิงปกติแล้วเวลานี้ควรจะอื้ออึงไปด้วยเสียงตะโกนฝึกซ้อม เสียงดาบปะทะกัน และเสียงฝีเท้าของเหล่ามือปราบที่วิ่งวุ่นเตรียมออกตรวจตรา แต่เช้านี้... ทุกอย่างกลับเงียบกริบราวกับป่าช้า ลานฝึกว่างเปล่า โต๊ะทำงานหลายตัวไร้คนจับจอง มีเพียงลมหนาวพัดใบไม้แห้งกลิ้งผ่านไปมา"นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" ฉีเฟิงเดินก้าวเข้ามาในโถงบัญชาการ กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง "ทำไมวันนี้กรมเมืองถึงเงียบเป็นเป่าสากแบบนี้? หรือว่ามีวันพิเศษที่ข้าไม่รู้?"นายกองคนหนึ่งที่นั่งเฝ้าเวรอยู่ รีบวิ่งเข้ามารายงานด้วยท่าทางกระย่องกระแย่ง แขนข้างหนึ่งมีผ้าพันแผลพันไว้ลวกๆ "ระ... เรียนคุณชาย.. เอ่อ... วันนี้มือปราบกว่าครึ่งกรมพร้อมใจกันลาป่วยและลากิจขอรับ""พร้อมกันครึ่งกรมเนี่ยนะ?" คิ้วเรียวของเสี่ยวอวิ๋นขมวดมุ่น "โรคระบาดหรือไง?""เอ่อ... จะว่าอย่างนั้นก็... ก็คงได้ขอรับ" นายกองตอบอึกอัก ไม่กล้าสบตาเหลียงเหว่ยฉีเฟิงหรี่ตามองนายกองคนนั้น สังเกตเห็นรอยช้ำม่วงคล้ำที่โผล่พ้นขอบเสื้อ และท่าทางการเดินที่ดูขัดยอก สมองอันปราดเ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ความลับในรอยยิ้ม

    หลังจากแยกทางกับกวนซานและส่งตัวจูเอ๋อร์ไปแล้ว ทั้งสามคนก็เดินเท้ากลับไปยังกรมเมือง ท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรีกาลอากาศยามดึกเริ่มเย็นลง น้ำค้างเริ่มจับตัวบนยอดหญ้า ฉีเฟิงเดินเอามือไพล่หลัง ฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดีที่ภารกิจลุล่วง (และรอดตายจากท่านลุงกวนมาได้) ส่วน เหลียงเหว่ย เดินรั้งท้ายด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมผิดปกติ รอยฟกช้ำตามตัวเริ่มปรากฏชัดขึ้น แต่ดูเหมือนจิตใจเขาจะล่องลอยไปที่อื่น"นี่... พี่ชายเหลียง" จู่ๆ ฉีเฟิงก็หยุดเดิน แล้วหันกลับมาถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า "ถามจริงๆ เถอะ... ตอนที่ข้าแอบหนีออกมา แล้วปล่อยให้เจ้าเฝ้าหน้าห้องอยู่นั่นน่ะ... เจ้าได้ใช้เวลาช่วงนั้น 'คุ้มค่า' หรือไม่?"เหลียงเหว่ยสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองเจ้านายด้วยความงุนงง "คุ้มค่า? หมายถึงอะไรหรือขอรับ? ข้าก็นั่งขัดดาบเฝ้าระวังภัยให้ท่าน...พอทราบว่าท่านหายไปก็ตามหาให้วุ่นวาย" "โธ่... อย่ามาทำไขสือ" ฉีเฟิงยิ้มกริ่ม แววตาเจ้าเล่ห์เป็นประกาย "ข้ารู้นะว่าตอนที่ข้าไม่อยู่ แม่นางเสี่ยวหลิงนางแวะเวียนเอาซาลาเปามาส่งให้เจ้าตั้งหลายรอบ... แหม บรรยากาศหน้าห้องเงียบๆ สองต่อสอง... ได้คุยกระหนุงกระหนิง หรือได้จ้องตากันบ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ไม่ได้ ไม่เสีย

    เสียงลูกเต๋ากระทบถ้วยเซรามิกดัง กริ๊ก... กริ๊ก... ก่อนจะจบลงด้วยเสียงกระแทกกับโต๊ะดัง ปัง!"สูง! ออกสูง!" เจ้ามือขานแต้มเสียงดังฉีเฟิงกวาดชิปกองเล็กๆ เข้ามาหาตัวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความยินดียินร้าย ผิดกับบรรดาผีพนันรอบข้างที่เฮลั่นจนตัวโก่งหรือสบถด่าทอด้วยความหัวเสียเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งก้าน

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   บ่อนแหเงินอีกครั้ง

    เสียงตะโกนเชียร์ เสียงก่นด่า และเสียงลูกเต๋ากระทบถ้วยดังระงมไปทั่วบริเวณ ที่นี่คือ "บ่อนเบ็ดเงิน" แดนสวรรค์ของนักแสวงโชคและขุมนรกของผีพนัน สถานที่ซึ่งเงินทองไหลสะพัดยิ่งกว่าสายน้ำในแม่น้ำฮวงโห ฉีเฟิงเดินอาดๆ เข้ามาในโถงกลางด้วยท่วงท่าองอาจ ผายไหล่ผึ่งผายราวกับราชสีห์เจ้าถิ่น โดยมีเสี่ยวอวิ๋นเดินตา

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   วิชาตุ๊กแกมหากาฬ

    เมื่อมาถึงกำแพงด้านหลังของตึกพักรับรอง ซึ่งเป็นจุดที่ลับตาคนที่สุดและมืดสลัวที่สุด ฉีเฟิงเงยหน้ามองกำแพงหินที่สูงท่วมหัวเกือบสองช่วงตัว แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เอ่อ... ปกติกำแพงเมืองหลวงเขาสร้างกันสูงขนาดนี้เลยหรือ? นี่กะจะกันโจรหรือกันนกบินผ่านกันแน่?"เสี่ยวอวิ๋นกอดอกมองเขาด้วยสายตาเรียบ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   แผนหนีเที่ยวบ่อน

    ราตรีกาลค่อยๆ คืบคลานเข้าปกคลุมเมืองหลวง แสงตะเกียงตามบ้านเรือนเริ่มดับลงทีละดวง เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องลงมากระทบหลังคาตึกพักรับรอง แต่ทว่าบรรยากาศหน้าห้องพักของฉีเฟิงกลับตึงเครียดเสียยิ่งกว่าสนามรบรองหัวหน้ามือปราบร่างยักษ์นั่งขัดสมาธิขวางประตูห้องอยู่อย่างมั่นคงราวกับหินผา ดาบประจำกายถู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status