Share

เงาเหล็กแห่งตำหนักชิงเฟิง

Author: aurnitear
last update publish date: 2026-01-07 01:13:24

เสียงฝีเท้านั้นใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว เร็วกว่าคนเดินเท้าธรรมดาหลายเท่า แต่เบากว่าแมวขโมยย่องเบา

ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย เสี่ยวอวิ๋นไม่ได้ขยับตัวด้วยความตื่นตระหนก แต่ใช้สติที่ฝึกฝนมานับสิบปีสั่งการร่างกาย นางทิ้งกิ่งไผ่ในมือลงสู่กองหิมะแล้วดีดตัวขึ้นด้านบนอย่างไร้เสียง ร่างบางในชุดคลุมสีเข้มกลืนไปกับความมืด นางใช้ปลายเท้าเกี่ยวเกาะกิ่งไผ่สูงที่อยู่เหนือศีรษะ แล้วโหนตัวขึ้นไปซ่อนอยู่ท่ามกลางใบไผ่หนาทึบที่ปกคลุมด้วยหิมะ ขดตัวจนกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับเงาไม้

นางกลั้นลมหายใจ ใช้วิชาก้นหีบ "กบจำศีล" ลดจังหวะการเต้นของหัวใจและอุณหภูมิร่างกายลงจนแทบไม่แผ่ไออุ่นออกมา เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของผู้มาเยือน

ทันใดนั้น เงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็พุ่งฝ่าพายุหิมะเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางลานหินที่นางเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่

บุรุษผู้นี้สวมชุดดำรัดกุมแบบชุดราตรีของชาวยุทธ์ คาดเอวด้วยสายรัดหนังสีดำที่มีดาบเล่มยาวรูปทรงโค้งแปลกตาเหน็บอยู่ ใบหน้าครึ่งล่างถูกปิดด้วยผ้าสีดำ เหลือเพียงดวงตาเรียวรีที่ฉายแววดุดันและระแวดระวัง ร่างกายกำยำแผ่รังสีอำมหิตจางๆ ออกมารอบตัว แม้จะยืนนิ่ง แต่กลับดูเหมือนหินผาที่พร้อมจะถล่มลงมาทับผู้ใดก็ตามที่ขวางทาง

เสี่ยวอวิ๋นจำลักษณะท่าทางเดินลมปราณแบบนี้ได้จากตำราของอาจารย์ คนผู้นี้คือยอดฝีมือระดับสูง... และดูจากตราสัญลักษณ์รูป 'กรงเล็บเหยี่ยว' ขนาดเล็กที่ปักด้วยด้ายสีเงินจางๆ ที่อกเสื้อ เขาไม่ใช่คนอื่นคนไกล

เขาคือ "เหลียงเหว่ย" หัวหน้าองครักษ์ลับประจำตำหนักชิงเฟิง ผู้มีฉายาในยุทธภพว่า "เงาเหล็ก" (เถี่ยอิ่ง) ข่าวลือกล่าวว่า เงาเหล็กเป็นคนสนิทขององค์ชายสี่ที่ติดตามรับใช้มาตั้งแต่เด็ก ซื่อสัตย์ดุจสุนัขรับใช้ แต่ฝีมือดาบโหดเหี้ยมดุจเพชฌฆาต ว่ากันว่าดาบของเขาชักออกมาเมื่อใดต้องได้ดื่มเลือด แต่ในสายตาคนทั่วไป เขาเป็นเพียงองครักษ์หน้าตายที่คอยตามองค์ชายสี่ไปหอนางโลมเท่านั้น

แต่วันนี้... ท่าทีของเหลียงเหว่ยดูผิดปกติอย่างยิ่ง

เขายืนหอบหายใจแผ่วเบา ดวงตากวาดมองไปรอบๆ ลานหินอย่างระแวง

ความรีบร้อนทำให้เหลียงเหว่ยผู้รอบคอบกลายเป็นคนหละหลวม เขาไม่ได้สังเกตเห็นรอยเท้าเล็กๆ ของเสี่ยวอวิ๋นที่กำลังถูกหิมะโปรยปรายลงมากลบอย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่รอยแตกบนพื้นหินและกิ่งไผ่ที่หักกองอยู่ ซึ่งในเวลาปกติ ยอดฝีมือระดับเขาไม่มีทางพลาดร่องรอยการต่อสู้เหล่านี้แน่

แต่ดูเหมือนว่า "ข่าว" ที่เขานำมา หรือ "ภารกิจ" ที่เขาเพิ่งไปทำมานั้น จะสำคัญและเร่งด่วนจนทำให้เขาลืมระวังสิ่งรอบข้าง

เหลียงเหว่ยกัดฟันแน่น ก่อนจะทะยานร่างจากไป มุ่งหน้าตรงบริเวณที่พักองครักษ์ส่วนพระองค์ขององค์ชายสี่ที่อยู่ลึกเข้าไปในตำหนัก ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามลม

เสี่ยวอวิ๋นรอจนแน่ใจว่าเงาของเหลียงเหว่ยลับหายไปแล้ว นางจึงค่อยๆ คลายตัวลงมาจากยอดไผ่ราวกับใบไม้ร่วง นางลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวล สายตาจ้องมองไปทางทิศที่องครักษ์หนุ่มจากไป

‘องค์ชายสี่ผู้นั้น... มีองครักษ์ฝีมือระดับนี้ทำงานให้กลางดึก... แถมยังดูเหมือนไปพัวพันกับเรื่องอันตราย’ เสี่ยวอวิ๋นคิดในใจ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ‘ดูท่า ฉายาองค์ชายไร้ประโยชน์ คงจะเป็นเพียงละครฉากใหญ่เสียแล้ว’

หิมะเริ่มตกหนักขึ้นอีกครั้ง ช่วยกลบร่องรอยการฝึกวิชาของนางจนหมดสิ้น ราวกับสวรรค์เป็นใจ เสี่ยวอวิ๋นกระชับเสื้อคลุม เก็บกิ่งไผ่ที่ใช้เป็นอาวุธโยนทิ้งเข้าไปในกอไผ่รกทึบ แล้วรีบใช้ท่าเท้าวิชาตัวเบา ย่องกลับไปยังเรือนพักนางกำนัล

ภายในห้องพักรวม บรรยากาศเงียบสงัดและอบอุ่นกว่าข้างนอกมาก เสี่ยวอวิ๋นแง้มประตูเข้ามาอย่างแผ่วเบาที่สุด ลมหายใจของนางกลับมาเป็นปกติราวกับคนเพิ่งตื่นนอนกลางดึก นางกวาดสายตาสำรวจเพื่อนร่วมห้อง

เสี่ยวหลิงยังคงนอนกรนเบาๆ น้ำลายยืดเลอะหมอน เสี่ยวฮวานอนดิ้นจนผ้าห่มลงไปกองที่เอว ขาข้างหนึ่งพาดลงมาที่พื้น ส่วนเสี่ยวเหมย... นางนอนหันหลังให้ประตู ลมหายใจสม่ำเสมอ ดูเหมือนจะหลับสนิทที่สุด

เสี่ยวอวิ๋นค่อยๆ ถอดเสื้อคลุมที่เปียกชื้นออก ซ่อนมันไว้ใต้เตียง แล้วสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มอุ่น ความหนาวเย็นจากภายนอกค่อยๆ จางหายไป แต่ความตื่นตัวในใจกลับลุกโชน

คืนนี้ นางได้เห็นสองสิ่งที่น่าสนใจ หนึ่ง... วรยุทธ์ของตนเองที่ยังไม่ขึ้นสนิม สอง... "เงาเหล็ก" ขององค์ชายเจ้าสำราญที่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้

เสี่ยวอวิ๋นหลับตาลง แสร้งทำเป็นหลับไหลเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่ในความมืดนั้น... นางไม่รู้เลยว่า ที่เตียงมุมสุดห้อง เปลือกตาของเสี่ยวเหมยกระตุกเล็กน้อย และลมหายใจของนางก็สะดุดไปจังหวะหนึ่ง ก่อนจะกลับมาสม่ำเสมอเช่นเดิม

รึว่า วังหลวงแห่งนี้... ไม่มีใครหลับใหลอย่างแท้จริง ?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   หลงกลคราแรก

    ฉีเฟิง, เสี่ยวอวิ๋น, และเหลียงเหว่ยซุ่มโป่งรออยู่ใกล้ปากทางลับริมแม่น้ำฮวงโห ความมืดยามราตรีปกคลุมท่าเรือลับแห่งนี้อย่างหนาหนัก แสงจันทร์สีเงินแผ่วเบาสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ดั่งแผ่นกระจกดำมะเมื่อมที่สะท้อนเงาโกดังไม้ผุพังเรียงรายริมฝั่ง บรรยากาศเย็นยะเยือก ลมหนาวพัดมาจากแม่น้ำพาเอาความชื้นและกลิ่นโคลนตมคละคลุ้ง เสียงคลื่นกระทบเสาไม้เทียบท่าดังครอบ... ครอบ... เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นรัวรอคอยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา โกดังเก่าแก่บางแห่งประตูเปิดอ้า เผยให้เห็นกองกล่องสินค้าที่ถูกทิ้งร้างปกคลุมด้วยฝุ่นและใยแมงมุม เรือสินค้าขนาดเล็กผูกไว้กับหลักไม้ ลอยเอื่อย ๆ ตามกระแสน้ำ โคมไฟริบหรี่แกว่งไกวไปตามลม สร้างเงายาววูบไหวราวกับผีพรายที่กำลังแฝงตัวรอจังหวะโจมตี หนูและนกน้ำวิ่งพล่านไปมา เสียงกรอบแกรบดังแผ่วเบา ท่าเรือแห่งนี้ไม่ใช่แค่จุดจอดเรือ แต่เป็นดั่งประตูสู่อาชญากรรมที่ซ่อนเร้นไว้ใต้ความสงบผิวเผินปากทางลับที่เหลียงเหว่ยค้นพบซ่อนตัวห่างจากท่าเรือหลักไม่มากนัก เพียงไม่กี่ช่วงตึก ในพุ่มไม้หนาทึบริมฝั่งน้ำ ที่ซึ่งหินผาและรากต้นไม้เกาะเกี่ยวกันจนมองเห็นไ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ปากทางลับริมแม่น้ำ

    หลังจากฝ่าความโกลาหลในหอเมามายออกมาได้ ฉีเฟิง เสี่ยวอวิ๋น ก็ไม่รอช้า พากันย่องมุ่งหน้าสู่ท่าเรือลับตามรหัสในกระดาษที่เหลียงเหว่ยยัดให้ ราตรีกาลยามนี้เมืองหลวงเงียบสงัด เหลือเพียงเสียงลมพัดใบไม้และเสียงคลื่นแม่น้ำฮวงโหกระทบฝั่งแผ่วเบา แต่ลึกเข้าไปในความเงียบนั้น ยังแฝงด้วยกลิ่นอายของการทรยศและแผนการมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามาท่าเรือลับแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ห่างจากท่าเรือหลักไม่ไกลนัก เป็นจุดที่เรือสินค้าขนาดเล็กจอดเทียบท่าโดยไม่ต้องผ่านด่านตรวจตรา ยามค่ำคืน ท่าเรือดูวังเวงยิ่งนัก แสงจันทร์สลัวสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำที่ดำมืดราวหมึกพู่กัน โกดังไม้เก่าแก่เรียงรายริมฝั่ง บางแห่งประตูผุพังเปิดอ้าเผยให้เห็นกล่องสินค้าที่ถูกทิ้งร้าง ลมหนาวพัดมาจากแม่น้ำพาเอาความชื้นและกลิ่นโคลนตมคละคลุ้ง เสียงคลื่นกระทบเสาไม้เทียบท่าดังครอบ... ครอบ... เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นรอคอยสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เรือเก่า ๆ ลอยล่องเอื่อย ๆ ผูกไว้กับหลักไม้ บางลำมีโคมไฟริบหรี่แขวนโหนแกว่งไกวไปตามลม เงาร่างของหนูและนกน้ำวิ่งพล่านไปมา บรรยากาศเงียบสงบแต่แฝงด้วยความลึกลับ เหมาะแก่การลักลอบทำธุรกรรมมืดยิ่งนัก ปากทางลั

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   รถลากไหสุรายามค่ำ

    เหลียงเหว่ยย่อตัวลง ตรวจสอบรอยเท้าและรอยลากกล่องบนพื้นชื้น ชัดเจนว่ามีการขนย้ายเมื่อไม่นานนี้ เขาจดรหัสลับและแผนที่คร่าว ๆ ลงบนกระดาษแผ่นเล็กอย่างรวดเร็ว ก่อนจะย่องออกจากอุโมงค์อย่างแผ่วเบา ร่างยักษ์ใหญ่เคลื่อนไหวราวกับเงา ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าหรือลมหายใจที่ดังพอให้ใครสังเกตเห็น เช่นเคยที่เขาทำภารกิจลับสำเร็จโดยไร้ร่องรอยด้านบน ในโถงหอเมามายที่ยังคงโกลาหลจากเงินที่ฉีเฟิงโปรย เหลียงเหว่ยโผล่ขึ้นมาจากมุมมืดอย่างแนบเนียน เขาเดินตรงไปหาฉีเฟิงที่กำลังแกล้งเมาอยู่กับเสี่ยวอวิ๋น ท่ามกลางฝูงชนที่กรูกันแย่งเงิน มือหนาของเขาล้วงกระดาษแผ่นนั้นยัดเข้าไปในอกเสื้อขององค์ชายอย่างรวดเร็วและแนบเนียน ไม่มีใครสังเกตเห็นแม้แต่เงาฉีเฟิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงกระดาษในอกเสื้อ เขาล้วงออกมาดูอย่างลับ ๆ ยิ้มมุมปากกว้าง "ดีมาก... เหล่าเหลียงไม่เคยทำให้ข้าผิดหวัง" เขาหันไปมองเสี่ยวอวิ๋นที่ยังแกล้งเอนตัวพิงไหล่เขาเพื่อให้ดูสมจริง "เสี่ยวอวิ๋น... เราชนะแล้วครึ่งทาง"แต่ก่อนที่เธอจะตอบ ฝูงชนที่เมามายก็เริ่มเบียดเข้ามาใกล้เพื่อแย่งเงินที่เหลือ เสี่ยวอวิ๋นถูกเบียดจนเซเข้าไปในอ้อมแขนของฉีเฟิงเต็ม ๆ ร่างเพรียวบ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   เส้นทางลับใต้หอเมามาย

    ถึงตอนนี้แล้ว ฉีเฟิงก็ไม่รอช้า เขาหันไปมองเหลียงเหว่ยด้วยแววตาคมกริบ "เหล่าเหลียง... เจ้าจงไปหาเส้นทางลับในบ่อนแหเงินให้ได้ก่อนเที่ยงคืน คนคุ้มกันบ่อนส่วนใหญ่ไม่อยู่เพราะถูกเจ้าทุบปางตายไปเมื่อคืน แถมกวนซานยังรู้เรื่องแล้ว พวกมันต้องรีบย้ายเงินแน่... เจ้าเป็นคนหาทางลับและสืบข่าว ใช้สัญชาตญาณเฉียบคมของเจ้าสิ ห้ามพลาด!"เหลียงเหว่ยพยักหน้ารับคำหนักแน่น "รับทราบขอรับคุณชาย... ข้าจะหาเส้นทางลับนั้นให้เจอให้ได้" เขาหันหลังเดินออกจากโถงทันที ร่างยักษ์ใหญ่หายลับไปในแสงแดดยามเช้า ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่ดังก้องฉีเฟิงหันมาหาเสี่ยวอวิ๋น ยิ้มเจ้าเล่ห์ตามสไตล์ "ส่วนเรา... ต้องแกล้งไปเที่ยวหอเมามายใกล้บ่อนแหเงิน ทำทีเป็นคู่รักเมาเหล้าเพื่อเบี่ยงเบนสายตาและแอบฟังข่าวจากพวกพ่อค้า ถ้าพวกโจรดอกเหมยรู้เส้นทางลับนี้จริง เราก็จะได้ยินพวกมันคุยกันแน่... พร้อมไหม เสี่ยวอวิ๋น?"เสี่ยวอวิ๋นเลิกคิ้วสูง หน้าแดงระเรื่อด้วยความอายแต่แกล้งทำเป็นเย็นชา "ข้าไม่ใช่เด็ก... แต่ถ้าต้องแกล้งเป็นคู่รักกับท่าน ข้าต้องทำยังไงไม่ให้ดูปลอม? อย่าบอกนะว่าต้องโอบกอดกัน..." นางหันหน้าหนี แต่ในใจเต้นแรงกับไอเดียนี้ฉีเฟิงหัวเร

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   แผนไม่ตั้งใจ

    แสงอรุณยามเช้าสาดส่องลงมายังลานฝึกยุทธของกรมเมืองแต่ทว่า... บรรยากาศในเช้านี้กลับผิดแปลกไปจากทุกวันอย่างสิ้นเชิงปกติแล้วเวลานี้ควรจะอื้ออึงไปด้วยเสียงตะโกนฝึกซ้อม เสียงดาบปะทะกัน และเสียงฝีเท้าของเหล่ามือปราบที่วิ่งวุ่นเตรียมออกตรวจตรา แต่เช้านี้... ทุกอย่างกลับเงียบกริบราวกับป่าช้า ลานฝึกว่างเปล่า โต๊ะทำงานหลายตัวไร้คนจับจอง มีเพียงลมหนาวพัดใบไม้แห้งกลิ้งผ่านไปมา"นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" ฉีเฟิงเดินก้าวเข้ามาในโถงบัญชาการ กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง "ทำไมวันนี้กรมเมืองถึงเงียบเป็นเป่าสากแบบนี้? หรือว่ามีวันพิเศษที่ข้าไม่รู้?"นายกองคนหนึ่งที่นั่งเฝ้าเวรอยู่ รีบวิ่งเข้ามารายงานด้วยท่าทางกระย่องกระแย่ง แขนข้างหนึ่งมีผ้าพันแผลพันไว้ลวกๆ "ระ... เรียนคุณชาย.. เอ่อ... วันนี้มือปราบกว่าครึ่งกรมพร้อมใจกันลาป่วยและลากิจขอรับ""พร้อมกันครึ่งกรมเนี่ยนะ?" คิ้วเรียวของเสี่ยวอวิ๋นขมวดมุ่น "โรคระบาดหรือไง?""เอ่อ... จะว่าอย่างนั้นก็... ก็คงได้ขอรับ" นายกองตอบอึกอัก ไม่กล้าสบตาเหลียงเหว่ยฉีเฟิงหรี่ตามองนายกองคนนั้น สังเกตเห็นรอยช้ำม่วงคล้ำที่โผล่พ้นขอบเสื้อ และท่าทางการเดินที่ดูขัดยอก สมองอันปราดเ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ความลับในรอยยิ้ม

    หลังจากแยกทางกับกวนซานและส่งตัวจูเอ๋อร์ไปแล้ว ทั้งสามคนก็เดินเท้ากลับไปยังกรมเมือง ท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรีกาลอากาศยามดึกเริ่มเย็นลง น้ำค้างเริ่มจับตัวบนยอดหญ้า ฉีเฟิงเดินเอามือไพล่หลัง ฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดีที่ภารกิจลุล่วง (และรอดตายจากท่านลุงกวนมาได้) ส่วน เหลียงเหว่ย เดินรั้งท้ายด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมผิดปกติ รอยฟกช้ำตามตัวเริ่มปรากฏชัดขึ้น แต่ดูเหมือนจิตใจเขาจะล่องลอยไปที่อื่น"นี่... พี่ชายเหลียง" จู่ๆ ฉีเฟิงก็หยุดเดิน แล้วหันกลับมาถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า "ถามจริงๆ เถอะ... ตอนที่ข้าแอบหนีออกมา แล้วปล่อยให้เจ้าเฝ้าหน้าห้องอยู่นั่นน่ะ... เจ้าได้ใช้เวลาช่วงนั้น 'คุ้มค่า' หรือไม่?"เหลียงเหว่ยสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองเจ้านายด้วยความงุนงง "คุ้มค่า? หมายถึงอะไรหรือขอรับ? ข้าก็นั่งขัดดาบเฝ้าระวังภัยให้ท่าน...พอทราบว่าท่านหายไปก็ตามหาให้วุ่นวาย" "โธ่... อย่ามาทำไขสือ" ฉีเฟิงยิ้มกริ่ม แววตาเจ้าเล่ห์เป็นประกาย "ข้ารู้นะว่าตอนที่ข้าไม่อยู่ แม่นางเสี่ยวหลิงนางแวะเวียนเอาซาลาเปามาส่งให้เจ้าตั้งหลายรอบ... แหม บรรยากาศหน้าห้องเงียบๆ สองต่อสอง... ได้คุยกระหนุงกระหนิง หรือได้จ้องตากันบ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ไข่มุกน้อย

    ครึ่งชั่วยามต่อมา ณ ร้านเหล้าเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ห่างจากบ่อนเบ็ดเงินออกไปหลายช่วงตึก ร้านนี้ซ่อนตัวอยู่ในตรอกลึก บรรยากาศเงียบสงบและมืดสลัว มีเพียงแสงเทียนวูบไหวบนโต๊ะไม้เก่าๆ ลูกค้าบางตาจนแทบจะนับหัวได้ เหมาะแก่การเจรจาความลับเป็นที่สุดกวนซานนั่งจิบสุรารสแรงด้วยท่วงท่าสง่างาม แม้จะอยู่ในร้านซอมซ่อ แ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   เสาหลักแห่งวังหลวง

    ฉีเฟิงหอบหิ้วถุงเงินใบเขื่องพร้อมกับจูงมือเด็กสาว วิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมาจนถึงหน้าทางเข้าหอเมามายหน่ายโลกาที่เป็นฉากหน้าของบ่อน"แฮ่ก... แฮ่ก... รอดแล้ว!" ฉีเฟิงหยุดยืนพิงกำแพง ทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจพลางตบถุงเงินปุๆ อย่างภูมิใจ "เห็นไหมเสี่ยวอวิ๋น! ข้าบอกแล้วว่าข้าคืออัจฉริยะ! ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งคน แ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   สายลมพัดผ่าน

    เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของเด็กสาว และแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังยามถูกผู้เป็นพ่อผลักไสไล่ส่ง ราวกับเป็นเพียงสิ่งของไร้ค่า... ภาพเบื้องหน้าทำให้มือที่กำลังหมุนพัดเล่นของฉีเฟิงชะงักค้างนัยน์ตาของเขาเหม่อลอยไปชั่ววูบ ภาพความทรงจำเมื่อสามปีก่อนผุดขึ้นมาซ้อนทับกับเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างแจ่มชัด... ย้อน

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ    นางกำนัลผู้ลึกลับ

    ราชวงศ์หมิง ปีที่สิบหกแห่งรัชกาลจักรพรรดิว่านลี่วังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งยังคงงดงามตระการตา กำแพงสีชาดสูงชะลูดเสียดฟ้า หลังคากระเบื้องเคลือบสีเหลืองทองเรียงรายเป็นทิวแถวสะท้อนแสงหิมะบางๆ ที่โปรยปรายลงมาเบาๆ ในฤดูหนาวนี้รัชกาลว่านลี่เคยรุ่งเรืองนักในช่วงแรกๆ เงินคลังเต็มเปี่ยมจากการค้าขายที่เฟื่องฟ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status