Share

ตีเนียนกินเปล่า

Penulis: aurnitear
last update Tanggal publikasi: 2026-01-10 17:27:32

ท่ามกลางเสียงจอแจของผู้คนและความอร่อยของเกี๊ยวกุ้ง เสี่ยวอวิ๋นแสร้งทำเป็นก้มหน้าซดน้ำซุป แต่สายตาอันคมกริบลอบมองเงาสะท้อนเลือนรางบนช้อนโลหะในมือ ที่มุมตึกฝั่งตรงข้าม หลังแผงขายผ้าแพร... มีเงาร่างตะคุ่มของชายสวมหมวกปีกกว้างยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น แต่สิ่งที่ไม่อาจซ่อนเร้นได้ คือประกายสังหารที่แผ่ออกมาจางๆ และมือขวาที่วางทาบอยู่บนด้ามดาบตลอดเวลา

"อิ่มแล้วหรือ?" ฉีเฟิงเอ่ยถามเมื่อเห็นนางวางตะเกียบลง ทั้งที่ยังกินไม่หมด "เสียดายของนะ ถ้าไม่กิน ข้าจะแย่งกลับคืนมาแล้วนะ"

องค์ชายสี่สังเกตุเห็นแล้ว 

ฉีเฟิงชะงักตะเกียบไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาคีบหมูเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ต่อด้วยท่าทีสบายอารมณ์เหมือนเดิม  แต่ดวงตาขี้เล่นคู่นั้นกวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว...

ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับร่างตุ้ยนุ้ยและร่างผอมเกร็งในชุดเครื่องแบบกรมเมืองสีน้ำเงิน "เจ้าอ้วนกับเจ้าผอม" คู่เดิมที่เพิ่งจะไล่พวกเขาออกมา กำลังเดินวนเวียนตรวจตราความเรียบร้อยอยู่หน้าร้านขายซาลาเปาถัดไปไม่ไกล

มุมปากของฉีเฟิงกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "อืม... ดูท่าคืนนี้มื้อดึกของเราจะย่อยยากเสียแล้วสิ" เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะวางตะเกียบลงดัง ปึ้ก!

"ช่วยด้วย!! ช่วยข้าด้วยยยย!!"

เสียงตะโกนอันโหยหวนของฉีเฟิงดังลั่นตลาด ทำเอาผู้คนทั้งร้านบะหมี่และคนที่เดินผ่านไปมาหยุดชะงักหันมามองเป็นตาเดียว เจ้าหน้าที่อ้วนผอมสะดุ้งโหยง หันขวับมามองต้นเสียง พอเห็นว่าเป็น "ผัวเมียตัวซวย" เมื่อครู่ ก็ทำท่าจะไล่ตะเพิด "อะไรของเจ้าอีก! บอกแล้วไงว่าให้ไสหัวไปไกลๆ!" เจ้าอ้วนตวาด

แต่ฉีเฟิงไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้ตั้งตัว เขาทรุดตัวลงไปเกาะขาเจ้าอ้วนแน่น ชี้มือไม้สั่นระริกไปยังทิศทางที่ชายสวมหมวกปีกกว้างซ่อนตัวอยู่ "นั่น! นั่นไงขอรับ! 'ไอ้หมอผีวิปลาส'! มันตามมาแล้ว! มันจะมาจับเมียบ้าของข้าไปทำยาอายุวัฒนะ!"

"หา? หมอผี?" เจ้าผอมทำหน้างง

"ใช่ขอรับ! ดูนั่นสิ! มันพกดาบอาคมมาด้วย! มันฆ่าคนมาเป็นร้อยศพแล้วเพื่อเอาเลือดมาทำพิธี! พี่เจ้าหน้าที่ต้องช่วยข้านะขอรับ ไม่งั้นคนทั้งตลาดต้องตายกันหมดแน่!"

สิ้นเสียงยุยง สายตาทุกคู่ รวมถึงเจ้าหน้าที่กรมเมือง ก็พุ่งตรงไปยังมุมมืดข้างร้านขายผ้าทันที ชายสวมหมวกปีกกว้างผู้โชคร้าย เมื่อจู่ๆ ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งตลาด ก็เกิดอาการเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก และด้วยสัญชาตญาณระวังภัยของนักฆ่า มือของมันจึงกระชับด้ามดาบแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ พร้อมกับขยับตัวถอยหลังเตรียมหนี

การกระทำนั้นยิ่งเป็นการราดน้ำมันลงกองเพลิงในสายตาของเจ้าหน้าที่ "มันจะชักอาวุธ!" เจ้าผอมตะโกนลั่น "เฮ้ย! หยุดนะ! วางอาวุธเดี๋ยวนี้!"

"จับมัน! ไอ้หมอผีเถื่อน! กล้ามาก่อเรื่องในเขตข้า!" เจ้าอ้วนเป่าปากสียงดังปรี๊ด แล้วชักดาบราชการนำทีมลูกน้องกรูเข้าไปล้อมจับชายคนนั้นทันที

"เคร้ง!" เสียงดาบปะทะกันดังสนั่นเมื่อนักสะกดรอยผู้นั้นจำต้องชักดาบออกมาป้องกันตัวจากการรุมทึ้ง ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในพริบตา! ชาวบ้านกรีดร้องวิ่งหนีจ้าละหวั่น แผงลอยร้านค้าล้มระเนระนาด กลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อมระหว่างเจ้าหน้าที่กรมเมืองกับยอดฝีมือผู้โชคร้าย

ท่ามกลางความวุ่นวายฝุ่นตลบ... ฉีเฟิงอาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสนใจ เดินผิวปากกลับมาที่โต๊ะอย่างสบายใจเฉิบ เขาคว้าข้อมือของเสี่ยวอวิ๋นที่นั่งมองเหตุการณ์ด้วยความทึ่ง ให้ลุกขึ้น "ไปกันเถอะ... เดี๋ยวหมอผีจะแผลงฤทธิ์ใส่"

ทั้งสองเดินฝ่าความชุลมุนออกมาอย่างเนียนๆ ราวกับเป็นเพียงคู่รักที่เดินผ่านทางมา ระหว่างที่เดินผ่านแผงขายผลไม้เชื่อมที่คนขายวิ่งหนีตายไปแล้ว ฉีเฟิงก็ชะงักฝีเท้า มือไวเท่าความคิด เขาหยิบถังหูลู่*ไม้ใหญ่สีแดงสดขึ้นมาสองไม้

"ว้าว... น่ากินแฮะ เจ้าของร้านไม่อยู่ ถือว่าสมนาคุณลูกค้าก็แล้วกัน"

เขาเดินแกว่งไม้ถังหูลู่มาดักหน้าเสี่ยวอวิ๋น แล้วยื่นไม้หนึ่งให้นางด้วยรอยยิ้มกว้างจนตาหยี "ล้างปากเสียหน่อยแม่นางเสี่ยวอวิ๋น... หวาน กรอบ อร่อย... และที่สำคัญ ไม่ต้องจ่ายเงินด้วยนะ!"

เสี่ยวอวิ๋นมองไม้พุทราเชื่อมในมือชายหนุ่ม สลับกับมองไปข้างหลังที่ซึ่งเสียงการต่อสู้ยังดังโครมครามไม่หยุดหย่อน นางส่ายหน้าเบาๆ รับถังหูลู่มาถือไว้ แล้วกัดลูกพุทราคำหนึ่งดัง กรุบ รสหวานของน้ำตาลเคลือบและความเปรี้ยวของพุทราซึมซาบไปทั่วลิ้น... แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่ารสชาติ คือความรู้สึกทึ่งในความกะล่อนของชายตรงหน้า

"ท่านนี่มัน... ร้ายกาจ"

ฉีเฟิงหัวเราะร่า กัดถังหูลู่ของตัวเองคำโต แล้วเดินนำหน้านางมุ่งสู่ความมืดของราตรีด้วยความเบิกบานใจ "ข้าจะถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกัน!"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   หลงกลคราแรก

    ฉีเฟิง, เสี่ยวอวิ๋น, และเหลียงเหว่ยซุ่มโป่งรออยู่ใกล้ปากทางลับริมแม่น้ำฮวงโห ความมืดยามราตรีปกคลุมท่าเรือลับแห่งนี้อย่างหนาหนัก แสงจันทร์สีเงินแผ่วเบาสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ดั่งแผ่นกระจกดำมะเมื่อมที่สะท้อนเงาโกดังไม้ผุพังเรียงรายริมฝั่ง บรรยากาศเย็นยะเยือก ลมหนาวพัดมาจากแม่น้ำพาเอาความชื้นและกลิ่นโคลนตมคละคลุ้ง เสียงคลื่นกระทบเสาไม้เทียบท่าดังครอบ... ครอบ... เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นรัวรอคอยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา โกดังเก่าแก่บางแห่งประตูเปิดอ้า เผยให้เห็นกองกล่องสินค้าที่ถูกทิ้งร้างปกคลุมด้วยฝุ่นและใยแมงมุม เรือสินค้าขนาดเล็กผูกไว้กับหลักไม้ ลอยเอื่อย ๆ ตามกระแสน้ำ โคมไฟริบหรี่แกว่งไกวไปตามลม สร้างเงายาววูบไหวราวกับผีพรายที่กำลังแฝงตัวรอจังหวะโจมตี หนูและนกน้ำวิ่งพล่านไปมา เสียงกรอบแกรบดังแผ่วเบา ท่าเรือแห่งนี้ไม่ใช่แค่จุดจอดเรือ แต่เป็นดั่งประตูสู่อาชญากรรมที่ซ่อนเร้นไว้ใต้ความสงบผิวเผินปากทางลับที่เหลียงเหว่ยค้นพบซ่อนตัวห่างจากท่าเรือหลักไม่มากนัก เพียงไม่กี่ช่วงตึก ในพุ่มไม้หนาทึบริมฝั่งน้ำ ที่ซึ่งหินผาและรากต้นไม้เกาะเกี่ยวกันจนมองเห็นไ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ปากทางลับริมแม่น้ำ

    หลังจากฝ่าความโกลาหลในหอเมามายออกมาได้ ฉีเฟิง เสี่ยวอวิ๋น ก็ไม่รอช้า พากันย่องมุ่งหน้าสู่ท่าเรือลับตามรหัสในกระดาษที่เหลียงเหว่ยยัดให้ ราตรีกาลยามนี้เมืองหลวงเงียบสงัด เหลือเพียงเสียงลมพัดใบไม้และเสียงคลื่นแม่น้ำฮวงโหกระทบฝั่งแผ่วเบา แต่ลึกเข้าไปในความเงียบนั้น ยังแฝงด้วยกลิ่นอายของการทรยศและแผนการมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามาท่าเรือลับแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ห่างจากท่าเรือหลักไม่ไกลนัก เป็นจุดที่เรือสินค้าขนาดเล็กจอดเทียบท่าโดยไม่ต้องผ่านด่านตรวจตรา ยามค่ำคืน ท่าเรือดูวังเวงยิ่งนัก แสงจันทร์สลัวสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำที่ดำมืดราวหมึกพู่กัน โกดังไม้เก่าแก่เรียงรายริมฝั่ง บางแห่งประตูผุพังเปิดอ้าเผยให้เห็นกล่องสินค้าที่ถูกทิ้งร้าง ลมหนาวพัดมาจากแม่น้ำพาเอาความชื้นและกลิ่นโคลนตมคละคลุ้ง เสียงคลื่นกระทบเสาไม้เทียบท่าดังครอบ... ครอบ... เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นรอคอยสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เรือเก่า ๆ ลอยล่องเอื่อย ๆ ผูกไว้กับหลักไม้ บางลำมีโคมไฟริบหรี่แขวนโหนแกว่งไกวไปตามลม เงาร่างของหนูและนกน้ำวิ่งพล่านไปมา บรรยากาศเงียบสงบแต่แฝงด้วยความลึกลับ เหมาะแก่การลักลอบทำธุรกรรมมืดยิ่งนัก ปากทางลั

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   รถลากไหสุรายามค่ำ

    เหลียงเหว่ยย่อตัวลง ตรวจสอบรอยเท้าและรอยลากกล่องบนพื้นชื้น ชัดเจนว่ามีการขนย้ายเมื่อไม่นานนี้ เขาจดรหัสลับและแผนที่คร่าว ๆ ลงบนกระดาษแผ่นเล็กอย่างรวดเร็ว ก่อนจะย่องออกจากอุโมงค์อย่างแผ่วเบา ร่างยักษ์ใหญ่เคลื่อนไหวราวกับเงา ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าหรือลมหายใจที่ดังพอให้ใครสังเกตเห็น เช่นเคยที่เขาทำภารกิจลับสำเร็จโดยไร้ร่องรอยด้านบน ในโถงหอเมามายที่ยังคงโกลาหลจากเงินที่ฉีเฟิงโปรย เหลียงเหว่ยโผล่ขึ้นมาจากมุมมืดอย่างแนบเนียน เขาเดินตรงไปหาฉีเฟิงที่กำลังแกล้งเมาอยู่กับเสี่ยวอวิ๋น ท่ามกลางฝูงชนที่กรูกันแย่งเงิน มือหนาของเขาล้วงกระดาษแผ่นนั้นยัดเข้าไปในอกเสื้อขององค์ชายอย่างรวดเร็วและแนบเนียน ไม่มีใครสังเกตเห็นแม้แต่เงาฉีเฟิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงกระดาษในอกเสื้อ เขาล้วงออกมาดูอย่างลับ ๆ ยิ้มมุมปากกว้าง "ดีมาก... เหล่าเหลียงไม่เคยทำให้ข้าผิดหวัง" เขาหันไปมองเสี่ยวอวิ๋นที่ยังแกล้งเอนตัวพิงไหล่เขาเพื่อให้ดูสมจริง "เสี่ยวอวิ๋น... เราชนะแล้วครึ่งทาง"แต่ก่อนที่เธอจะตอบ ฝูงชนที่เมามายก็เริ่มเบียดเข้ามาใกล้เพื่อแย่งเงินที่เหลือ เสี่ยวอวิ๋นถูกเบียดจนเซเข้าไปในอ้อมแขนของฉีเฟิงเต็ม ๆ ร่างเพรียวบ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   เส้นทางลับใต้หอเมามาย

    ถึงตอนนี้แล้ว ฉีเฟิงก็ไม่รอช้า เขาหันไปมองเหลียงเหว่ยด้วยแววตาคมกริบ "เหล่าเหลียง... เจ้าจงไปหาเส้นทางลับในบ่อนแหเงินให้ได้ก่อนเที่ยงคืน คนคุ้มกันบ่อนส่วนใหญ่ไม่อยู่เพราะถูกเจ้าทุบปางตายไปเมื่อคืน แถมกวนซานยังรู้เรื่องแล้ว พวกมันต้องรีบย้ายเงินแน่... เจ้าเป็นคนหาทางลับและสืบข่าว ใช้สัญชาตญาณเฉียบคมของเจ้าสิ ห้ามพลาด!"เหลียงเหว่ยพยักหน้ารับคำหนักแน่น "รับทราบขอรับคุณชาย... ข้าจะหาเส้นทางลับนั้นให้เจอให้ได้" เขาหันหลังเดินออกจากโถงทันที ร่างยักษ์ใหญ่หายลับไปในแสงแดดยามเช้า ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่ดังก้องฉีเฟิงหันมาหาเสี่ยวอวิ๋น ยิ้มเจ้าเล่ห์ตามสไตล์ "ส่วนเรา... ต้องแกล้งไปเที่ยวหอเมามายใกล้บ่อนแหเงิน ทำทีเป็นคู่รักเมาเหล้าเพื่อเบี่ยงเบนสายตาและแอบฟังข่าวจากพวกพ่อค้า ถ้าพวกโจรดอกเหมยรู้เส้นทางลับนี้จริง เราก็จะได้ยินพวกมันคุยกันแน่... พร้อมไหม เสี่ยวอวิ๋น?"เสี่ยวอวิ๋นเลิกคิ้วสูง หน้าแดงระเรื่อด้วยความอายแต่แกล้งทำเป็นเย็นชา "ข้าไม่ใช่เด็ก... แต่ถ้าต้องแกล้งเป็นคู่รักกับท่าน ข้าต้องทำยังไงไม่ให้ดูปลอม? อย่าบอกนะว่าต้องโอบกอดกัน..." นางหันหน้าหนี แต่ในใจเต้นแรงกับไอเดียนี้ฉีเฟิงหัวเร

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   แผนไม่ตั้งใจ

    แสงอรุณยามเช้าสาดส่องลงมายังลานฝึกยุทธของกรมเมืองแต่ทว่า... บรรยากาศในเช้านี้กลับผิดแปลกไปจากทุกวันอย่างสิ้นเชิงปกติแล้วเวลานี้ควรจะอื้ออึงไปด้วยเสียงตะโกนฝึกซ้อม เสียงดาบปะทะกัน และเสียงฝีเท้าของเหล่ามือปราบที่วิ่งวุ่นเตรียมออกตรวจตรา แต่เช้านี้... ทุกอย่างกลับเงียบกริบราวกับป่าช้า ลานฝึกว่างเปล่า โต๊ะทำงานหลายตัวไร้คนจับจอง มีเพียงลมหนาวพัดใบไม้แห้งกลิ้งผ่านไปมา"นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" ฉีเฟิงเดินก้าวเข้ามาในโถงบัญชาการ กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง "ทำไมวันนี้กรมเมืองถึงเงียบเป็นเป่าสากแบบนี้? หรือว่ามีวันพิเศษที่ข้าไม่รู้?"นายกองคนหนึ่งที่นั่งเฝ้าเวรอยู่ รีบวิ่งเข้ามารายงานด้วยท่าทางกระย่องกระแย่ง แขนข้างหนึ่งมีผ้าพันแผลพันไว้ลวกๆ "ระ... เรียนคุณชาย.. เอ่อ... วันนี้มือปราบกว่าครึ่งกรมพร้อมใจกันลาป่วยและลากิจขอรับ""พร้อมกันครึ่งกรมเนี่ยนะ?" คิ้วเรียวของเสี่ยวอวิ๋นขมวดมุ่น "โรคระบาดหรือไง?""เอ่อ... จะว่าอย่างนั้นก็... ก็คงได้ขอรับ" นายกองตอบอึกอัก ไม่กล้าสบตาเหลียงเหว่ยฉีเฟิงหรี่ตามองนายกองคนนั้น สังเกตเห็นรอยช้ำม่วงคล้ำที่โผล่พ้นขอบเสื้อ และท่าทางการเดินที่ดูขัดยอก สมองอันปราดเ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   ความลับในรอยยิ้ม

    หลังจากแยกทางกับกวนซานและส่งตัวจูเอ๋อร์ไปแล้ว ทั้งสามคนก็เดินเท้ากลับไปยังกรมเมือง ท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรีกาลอากาศยามดึกเริ่มเย็นลง น้ำค้างเริ่มจับตัวบนยอดหญ้า ฉีเฟิงเดินเอามือไพล่หลัง ฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดีที่ภารกิจลุล่วง (และรอดตายจากท่านลุงกวนมาได้) ส่วน เหลียงเหว่ย เดินรั้งท้ายด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมผิดปกติ รอยฟกช้ำตามตัวเริ่มปรากฏชัดขึ้น แต่ดูเหมือนจิตใจเขาจะล่องลอยไปที่อื่น"นี่... พี่ชายเหลียง" จู่ๆ ฉีเฟิงก็หยุดเดิน แล้วหันกลับมาถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า "ถามจริงๆ เถอะ... ตอนที่ข้าแอบหนีออกมา แล้วปล่อยให้เจ้าเฝ้าหน้าห้องอยู่นั่นน่ะ... เจ้าได้ใช้เวลาช่วงนั้น 'คุ้มค่า' หรือไม่?"เหลียงเหว่ยสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองเจ้านายด้วยความงุนงง "คุ้มค่า? หมายถึงอะไรหรือขอรับ? ข้าก็นั่งขัดดาบเฝ้าระวังภัยให้ท่าน...พอทราบว่าท่านหายไปก็ตามหาให้วุ่นวาย" "โธ่... อย่ามาทำไขสือ" ฉีเฟิงยิ้มกริ่ม แววตาเจ้าเล่ห์เป็นประกาย "ข้ารู้นะว่าตอนที่ข้าไม่อยู่ แม่นางเสี่ยวหลิงนางแวะเวียนเอาซาลาเปามาส่งให้เจ้าตั้งหลายรอบ... แหม บรรยากาศหน้าห้องเงียบๆ สองต่อสอง... ได้คุยกระหนุงกระหนิง หรือได้จ้องตากันบ

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   กฎเหล็กแห่งแหเงิน

    กลิ่นหอมของแป้งร่ำและสุราชั้นดีจางหายไปแทบจะทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูบานหนาหนัก กลิ่นอายที่เข้ามาแทนที่คือความอับชื้นผสมปนเปกับกลิ่นควันยาสูบฉุนจมูก และกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศทางลงสู่ชั้นใต้ดินเป็นบันไดหินแคบๆ ที่ทอดยาวลงไปในความมืดสลัว มีเพียงแสงจากคบเพลิงที่ปักอยู่ตามผนังหินชื้น

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   เถ้าแก่จู

    เมื่อเสียงเพลงจบลง ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงตะโกนเสนอราคาที่ดุเดือดราวกับสนามรบเหล่าเศรษฐีและขุนนางต่างพากันเกทับด้วยตัวเลขที่สูงลิ่ว เพื่อหวังจะได้ครอบครองช่วงเวลาพิเศษกับ ไป๋มู่ตาน"ข้าให้หนึ่งพันตำลึงทอง!""เอาไปให้แม่เล้าจิน... บอกว่า 'คุณชายฉี' ไม่ชอบการรอคอย"เสี่ยวอวิ๋นที่ยืนอยู่ข้างหล

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   สกุนาขับขาน

    ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมหอเมามายหน่ายโลกา ราวกับโลกภายนอกถูกตัดขาดไปชั่วขณะ ไป๋มู่ตานกรีดนิ้วลงบนสายกู่เจิงเบาๆ เสียงโน้ตตัวแรกดังกังวานใสแต่แฝงความโศกเศร้าลึกล้ำ ราวกับหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงบนพื้นหิน ริมฝีปากสีชาดขยับเอื้อนเอ่ยบทเพลง เสียงของนางมิได้แหลมสูงจนบาดหู แต่ทุ้มนุ่มนวลและเยือกเย็น ราวกับสา

  • ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ   เมามายหน่ายโลกา

    เมื่อรถม้าแล่นผ่านประตูเมืองเข้าสู่ถนนปูหินเรียบในเขตชั้นใน ความวุ่นวายภายนอกถูกแทนที่ด้วยระเบียบแบบแผนของเมืองหลวง เหลียงเหว่ยกระตุกเชือกม้าเบาๆ เพื่อชะลอความเร็ว ก่อนจะเอ่ยถามผ่านช่องหน้าต่างด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน "นายท่าน... เข้าเขตชั้นในแล้ว จะให้ข้าน้อยมุ่งหน้าไปที่จวนรับรองของกรมเมืองเลยห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status