ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว

ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว

โดย:  หออักษรจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
10
14 การให้คะแนน. 14 ความคิดเห็น
515บท
26.7Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ทะลุมิติมาเป็นองค์รัชทายาทแห่งต้าเฉียน ทว่ากลับต้องมาเจอเสด็จพ่อที่ลำเอียง รักใคร่เพียงองค์ชายที่เกิดจากสนม! ไม่ว่าตนเองจะสร้างคุณงามความดียิ่งใหญ่เพียงใด ล้วนถูกมองข้ามไปหมด! เมื่อเห็นพวกเขาร่วมมือกับคนในราชสำนักเพื่อเล่นงานตนเอง ฉินหมิงก็โกรธขึ้นมา องค์รัชทายาทแห่งจักรวรรดิอย่างนั้นหรือ? ข้าไม่เป็นมันแล้ว! เขาออกจากเมืองหลวง นำทัพเข้าสู่หลิ่งหนาน พัฒนาอุตสาหกรรม! สร้างกองทัพติดอาวุธ! กระตุ้นเศรษฐกิจ! ปราบปรามชนเผ่าหนานหมาน! เชื่อมสัมพันธ์กับถู่ปัว! สร้างเรือลงสู่ทะเลใต้ สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่สืบทอดไปนับหมื่นปี! ในเวลานี้ ราชสำนักก็พลันตระหนักได้ว่า แม้จะไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง แต่ฉินหมิงกลับโดดเด่นไม่ว่าจะไปที่ใด! ทว่าเมื่อราชสำนักไร้ซึ่งองค์รัชทายาทผู้นี้ กลับปรากฏช่องโหว่ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ! ฮ่องเต้เฉียนร้อนรน : เจ้ากลับมาเถอะ เป่ยหมั่งต้านเอาไว้ไม่อยู่แล้ว! เหล่าขุนนางต่างตื่นตระหนก : องค์รัชทายาท ท่านกลับมาเถิดพ่ะย่ะค่ะ! ท้องพระคลังว่างเปล่า รับไม่ไหวแล้ว! องค์ชายเก้า : ท่านพี่ บัลลังก์นี้ข้ายกให้ท่าน ข้านั่งต่อไปไม่ไหวแล้ว!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

「あなたの元婚約者とやり直したいなら、私は邪魔しないわ」

中野綾(なかの あや)は両手を固く握りしめた。長いまつ毛を伏せて、車椅子に座る男を見つめる。

その言葉を聞いた途端、男の憂鬱そうな瞳はぞっとするほど冷たく凍りついた。

「俺と結婚したこと、後悔してるのか?」

綾はためらうことなく答えた。「後悔なんてしてない。おばあさんには育ててもらった恩があるから」

「俺と結婚したのは、恩返しか?それとも同情か?」

中野湊(なかの みなと)はつり目で、鋭い視線を向けた。その整った顔には、深い怒りの色が浮かんでいた。

車椅子に座っているのに、とてつもない威圧感が放たれていた。

湊に見つめられ、綾は心の中がざわついて、いたたまれなくなった。唇を噛んで、思わず俯いてしまう。

5年前の交通事故で、湊は両足が動かなくなった。

当時、湊には婚約者がいて、綾にも付き合っている人がいた。

湊の婚約者の家から婚約を破棄された後、不治の病を患っていた湊の祖母である中野和子(なかの かずこ)が綾に湊と結婚してほしいと頼み込んできたのだ。

綾に選択肢はなかった。8歳の時に両親を亡くし、路頭に迷っていた綾を救い、家族として迎えてくれたのが、両親の恩師である和子だったからだ。

結婚式を挙げた後、和子は安心して旅立った。

この結婚を承諾したのは、確かに恩返しのためだった。

でも、5年間一緒に暮らすうちに、綾は湊のいる生活に慣れ、彼に頼るようになっていた。

湊がこの世で唯一の家族で、唯一の拠り所だった。

このまま一生を終えるのも悪くない、そう思っていた。

しかし1週間前、湊の元婚約者である二宮凪(にのみや なぎ)が、4歳くらいの男の子を連れて帰国した。

男の子は中野家特有の白い肌、彫りの深い目元、そして血色の良い薄い唇をしていた。

少しぽっちゃりしているけれど、その雰囲気は中野家の兄弟にそっくりだった。

長男の中野誠(なかの まこと)と妻は結婚して8年、夫婦仲は円満だ。弟の元婚約者と不倫するなんてありえない。

だから、この子は、湊の子供としか考えられなかった。

「あの子供は、どうするの?」と綾は尋ねた。

「俺がなんとかする」

湊は明らかにこの話を続けたくなさそうで、玄関に立っている使用人の山下幸子(やました さちこ)に目をやった。

「どうかしたか?」

「二宮様とそのお子様がいらっしゃいました」

幸子は入ってきてからしばらく経っていたが、険悪な空気を察して、返事をするのをためらっていた。

湊は眉間のしわを伸ばし、少し眼差しを和らげた。

「中野おじさん!」

幸子の言葉が終わるか終わらないかのうちに、小さな影がドアの外から飛び込んできて、湊の胸に飛びついた。その勢いで、危うく幸子を突き飛ばすところだった。

「海斗、行儀よくしなさい」

凪が続いて入ってきた。甘やかすような笑みを浮かべ、その目は湊に釘付けで、優しさに満ちていた。

「湊、私たち親子を泊めてくれてありがとう」

中野家の運転手である井上剛(いのうえ つよし)が大きなスーツケースを二つ持って入ってきた。湊はそれを3階の左側の部屋へ運ぶよう指示した。

綾はわずかに眉をひそめた。凪たちが来るなんて、誰も教えてくれなかった。

湊の言っていた「なんとかする」っていうのは、自分に相談もなしに、凪たちを家に住まわせることだったの?

綾は口を開きかけた。3階は自分たち夫婦の居住スペースで、客はいつも2階に泊まってもらうことになっている。

でも、結局何も言えなかった。湊は凪たちと楽しそうに話していて、まるで綾など存在しないかのようだった。

あの3人の方がよっぽど家族みたいで、そばに立っている自分が邪魔な存在に思えた。

綾は背を向けてその場を去ろうとした。でも、数歩も歩かないうちに湊に呼び止められた。

「綾、部屋の準備をしてくれ。凪と海斗が快適に過ごせるように」

凪――あまりにも自然で、親密な呼び方だ。

綾は足を止めた。「疲れたから、お風呂に入って寝るわ」

湊の世話をするのは、和子との約束だからだ。でも、凪たちの世話までしたら、それはもうただの使用人じゃないのか?

それに、この家の女主人が「泥棒猫」のためにベッドメイクをするなんて、そんな馬鹿な話があるものか。

「いいのよ、山下さんにやってもらえば」

凪はアクセサリーケースを取り出し、気前よく幸子に差し出した。

「山下さん、これ、海外で買ってきたの。珍しいデザインだと思うわ。プレゼントで」

幸子は後ずさりし、何度も手を振った。「いえいえ、とんでもないです。お仕事ですから」

凪が何かを言う前に、幸子はエレベーターがあることさえ忘れて、階段を駆け上がって3階の部屋を片付けに行った。

凪は気まずそうに手を引っ込めた。「湊、私たち親子、歓迎されてないみたいね」

湊は穏やかな口調で言った。「そんなことないさ。綾はずっとお前と海斗のことを気にかけていたよ」

綾は聞こえないふりをして、エレベーターに向かった。

「泥棒猫」を気にかけていたのはこっちじゃない。湊の方だ。

凪たちが帰ってきてから、いつもは冷淡な湊がまるで別人のようだった。

自分をあちこち連れ回しては、凪と二宮海斗(にのみや かいと)へのプレゼントを自ら選んだ。凪のバッグやアクセサリーは壁一面に並び、海斗のおもちゃは部屋を埋め尽くした。

湊が他の誰かにこれほど気を遣うなんて、今まで一度もなかった。これで、何もかもが変わってしまったのだと綾は悟った。

「綾、湊から聞いたよ。ずっと子供が欲しいって思ってたんでしょ?きっと海斗のことを好きになってくれるよね」

凪の声が後ろから聞こえたが、綾は振り向かなかった。

「湊が気に入っているなら、それでいい」

そう言って、綾はまっすぐエレベーターに乗り込んだ。

湊は、自分が子供を欲しがっていることをずっと知っていたんだ。彼にプレッシャーを与えたくなくて、自分は一度もそのことを口にしなかったのに。

湊はすべて知っていて、ただ知らないふりをしていただけなのだ。

ガラス張りのエレベーターがゆっくりと昇っていく。明るい照明の下、湊の瞳には、綾が今まで見たことのないような優しさと慈しみが浮かんでいた。

綾は5年間、甲斐甲斐しく湊の世話をしてきた。でも、湊が自分を気遣うような素振りは、一度も見たことがなかった。

いつしか綾自身も、ここまで尽くす必要はないのだということを忘れていた。

エレベーターが3階に着くと、凪の声が聞こえてきた。

「5年前、親に無理やり婚約を破棄させられて、海外へ行かされたの。

海外に行ってから、あなたの子を妊娠していることに気づいたの。海斗は私たちの子よ。見捨てるなんてできなかった」

凪の声はだんだんと詰まっていった。彼女はしゃがみ込み、湊の膝に顔をうずめて、体を震わせた。

湊はゆっくりと手を伸ばし、凪の肩に置いた。

凪は顔を上げた。涙に濡れたその瞳は、とてもか弱く見えた。

「海斗が大きくなれば、うちの親も受け入れてくれると思ったのに。帰国した途端、カードは止められるし、家からも追い出されちゃったの。

湊、本当にどうしようもなくなって……じゃなければ、あなたの迷惑になるようなことはしなかったわ。

私がつらいのは構わない。でも、海斗はまだあんなに小さいのに……」

湊の指先が凪の頬をなで、涙を拭った。

「俺がいる。大丈夫だ」

綾は3階の手すりのそばに立っていた。その光景を見て、心の底からゾクゾクとするのを感じた。

無意識のうちに爪が手すりを強く引っ掻き、折れそうになった。

「奥様、ご安心ください。私は奥様の味方ですから」

いつからそこにいたのか、幸子が心配そうに綾を見つめていた。

幸子は中野家で20年以上働いていて、以前は和子に仕えていた。

和子が亡くなる前、これからも湊と綾の面倒を見てやってほしいと、幸子に託したのだ。

幸子は綾が大きくなるのを見てきた。綾が優しくて物分かりのいい子だと知っている。

綾は唇をきゅっと結んだまま微笑んだ。湊は物じゃない、生身の人間だ。

凪と「奪い合う」ようなことになっているなら、それは湊が本当は自分のものじゃないってことだ。

綾は安心感をあまり感じられない性格だった。完全に自分のものにならないのなら、いっそいらない。

そうすれば、手に入るか失うかと気を揉んで、余計なことで悩まなくて済むからだ。

――

深夜、綾がうとうとと眠りにつきかけた頃、湊がドアを開けて入ってきた。

車椅子に乗っていて、すでにお風呂に入ってパジャマに着替えていた。

家には湊専用のバスルームがあり、口のきけない男性ヘルパー・河野隆(こうの たかし)が湊の世話を専門にしている。

綾はいつものように、起き上がって湊をベッドに寝かせた。

車椅子は湊のあらゆる要望に応えられる特注のハイテク製品だったが、湊は綾に世話をされる方が好きだった。

綾は湊の隣に横になった。心は晴れないままだ。

綾には身内がおらず、もっと多くの繋がりが欲しかった。だから子供を一人か二人、産みたいと思っていた。

湊は足を怪我しているだけで、夫婦生活には何の問題もなかった。

綾は何度も自分から誘ったが、いつも断られてきた。

そのうち綾は、湊はプライドが高すぎて、主導権を握れないことを受け入れられないのだろうと思い、その話はしなくなった。

今夜、凪の口から、湊がずっと自分が子供を欲しがっていることを知っていたと聞かされた。

湊は今この瞬間のように、暗闇の中から自分の心の熱を冷ややかに見つめ、そして見て見ぬふりをするのだ。

ぼんやりしていると、一本の腕が綾の柔らかな腰をつかみ、ぐっと引き寄せて、暖かく広い胸の中に抱きしめた。

湊は綾を強く抱きしめ、顎を彼女の頭のてっぺんに乗せて、優しく撫でた。

「凪が妊娠した時、彼女はまだ俺の婚約者だった。浮気じゃないし、彼女は不倫相手でもない。これには、お互いに複雑な事情があったんだ。

海斗は俺の子だ。男として、見て見ぬふりはできない。俺の責任なんだ。

綾、怒らないでくれ。あの二人はただ家に住むだけだ。それだけだよ」

凪と結婚する直前、一度、湊は記憶をなくすほど酔ったことがあった。

目が覚めたら、凪がベッドにいた。たった一度のことで、海斗ができたんだ。

このことを思うと、心の底に渦巻く感情が後悔なのか罪悪感なのか、湊自身もよく分からなかった。

綾は湊の手を振り払い、暗闇の中で起き上がった。

「離婚するか、私との子供を作るか。どっちかにして」

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็นเพิ่มเติม

Triple Great
Triple Great
515ตอนจบจริงไหม
2026-02-22 14:19:43
0
0
Somchai Tipsriboot
Somchai Tipsriboot
ให้อ่านแต่ละเรื่องน้อยไป
2025-12-01 06:56:18
0
0
jjomjaij
jjomjaij
ตอน259 คือโคตรธุรกิจ คาราวะ
2025-11-15 16:46:36
0
0
Solod Am-Aek
Solod Am-Aek
สนุกดี พระเอกฉลาด
2025-09-29 07:28:32
0
0
chaiyaporn yammee
chaiyaporn yammee
สนุกมากชวนติดตาม
2025-09-19 20:10:58
0
0
515
บทที่ 1
“เจ้าคอยช่วยงานราชการมาหลายปี แต่กลับผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ช่างไร้ความสามารถเสียจริง!”“ปีนี้แม้แต่บัญชีของกรมคลังก็ยังขาดดุล ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย!”“หากมอบแผ่นดินนี้ไว้ในมือเจ้า เราจะวางใจได้อย่างไร?”เสียงตำหนิติเตียนประโยคแล้วประโยคเล่า ดังก้องอยู่ในหูฉินหมิงยืนนิ่งอยู่กลางท้องพระโรงจินหลวนเหล่าขุนนางที่อยู่เบื้องล่าง ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์บ้างก็รู้สึกมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น บ้างก็ก้มหน้าถอนหายใจความทรงจำหลั่งไหลเข้ามาในหัว เขาทะลุมิติมาแล้วชาติที่แล้ว เขาเป็นนักศึกษาปริญญาโทสาขาฟิสิกส์ อุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจเขียนบทความลงในวารสารชั้นนำ แต่กลับถูกอาจารย์ที่ปรึกษาขโมยผลงานไปเปลี่ยนชื่อผู้เขียนยื่นเรื่องร้องเรียนก็ไม่เป็นผล แถมยังถูกกลั่นแกล้งสารพัด จนอายุสามสิบกว่าแล้วก็ยังเรียนไม่จบสุดท้ายก็เก็บความอัดอั้นตันใจไว้ ทำงานหามรุ่งหามค่ำ จนป่วยตายอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เมื่อมาถึงราชวงศ์ต้าเฉียน ในชาตินี้เขาคือองค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์ต้าเฉียน ผู้มีอำนาจสูงสุดในราชสำนักรองจากฮ่องเต้ในฐานะผู้สืบทอดจักรวรรดิในอนาคต ชีวิตของเขาควรจะรุ่งโรจน์โชติช่วงและยิ่งใหญ่เ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
“ทุกท่านอย่าได้ขัดขวางเลย ขุนเขาและสายน้ำยังมีวันบรรจบกัน วันหน้าย่อมมีโอกาสได้พบกัน ขอให้เป็นไปตามนี้เถิด”ฉินหมิงหันหลังกลับ ก้าวออกจากพระราชวังไปเมื่อมองแผ่นหลังที่แน่วแน่และเด็ดเดี่ยวนี้เฉินซื่อเม่าและเฉียนไฉ รวมถึงกลุ่มขุนนางตงฉินอีกหลายคนต่างเจ็บปวดใจอย่างยิ่ง ขอบตาแดงก่ำส่วนขุนนางบางคน สายตากลับเปล่งประกาย ในใจรู้สึกยินดีเมื่อองค์รัชทายาทจากไป ในราชสำนักนี้ ก็เท่ากับศัตรูคู่อาฆาตลดลงไปหนึ่งคนชีวิตของพวกเขาก็จะสบายขึ้นอีกมาก!เซียวซูเฟยที่อยู่ในอ้อมกอดของฮ่องเต้เฉียนหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่แสดงอาการเสียใจใด ๆ ให้เห็นตรงกันข้าม กลับมีความรู้สึกโล่งใจราวกับแผนการอันชั่วร้ายสำเร็จลุล่วงนางรอคอยวินาทีนี้มานานเกินไปแล้ว!เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย เส้นทางในอนาคตของเจ้าเก้าย่อมราบรื่นไร้อุปสรรค!“กรมพิธีการ ร่างราชโองการ!”ฮ่องเต้เฉียนเสด็จกลับมายังท้องพระโรง และมีรับสั่งโดยตรง“ในเมื่อมิใช่องค์รัชทายาทแล้ว ครั้งนี้ก็ไม่ต้องมีผู้ใดไปส่ง!”ฉินหมิงเป็นถึงองค์ชาย ตามราชประเพณีแล้ว การเดินทางไปยังที่ดินศักดินาเพื่อรักษาการณ์ชายแดนนั้น จำเป็นต้องมีขุนนางไปส่งแต่เห็นได้ชัดว่าตอ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
ภายในจวนองค์รัชทายาท ฉินหมิงนั่งฟังอย่างเงียบ ๆ อยู่ในห้องโถง จ้าวสี่ขุนนางของกรมพิธีการแสดงสีหน้าราวกับคางคกขึ้นวอ พลางถ่ายทอดราชโองการของฮ่องเต้เฉียน “ฝ่าบาทตรัสว่า หากองค์ชายจะไปยังหลิ่งหนาน ก็ให้พาคนทั้งหมดในจวนไปด้วยกัน จวนองค์รัชทายาทก็ต้องย้ายออก...” “ที่หลิ่งหนานมีกองทัพรักษาการณ์ชายแดนอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเกณฑ์คนจากเมืองหลวงไปอีก” “อ้อ จริงสิ ยังมีเรื่องพระราชพิธีอีกนะพ่ะย่ะค่ะ เนื่องจากท่านเป็นฝ่ายร้องขอไปรักษาการณ์ชายแดนด้วยตนเอง ราชสำนักไม่เคยมีกรณีเช่นนี้มาก่อน พวกเราจึงจัดการทุกอย่างให้เรียบง่ายที่สุด พิธีการที่ขุนนางทั้งหลายต้องมาส่งเสด็จก็ให้งดเว้นไป...” จ้าวสี่คือหนึ่งในศัตรูคู่อาฆาตในราชสำนักของฉินหมิง เพื่อที่จะแก้แค้นฉินหมิง เขาทุ่มเทความพยายามไปไม่น้อย จนในที่สุดก็ได้โอกาสจากในมือของโจวหลี่ มาดูหมิ่นฉินหมิงด้วยตนเองถึงที่นี่ แต่สิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขาก็คือ ฉินหมิงเพียงแค่ยกถ้วยชาขึ้นจิบ แล้วนั่งฟังอย่างเงียบ ๆ ใบหน้าถึงกับปรากฏความคาดหวังอยู่หลายส่วน “พูดจบหรือยัง?” “จบแล้วพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวสี่ตอบกลับอย่างไร้อารมณ์ ภาพที่เข
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
ฝูงชนที่มุงดูอยู่โดยรอบต่างส่งเสียงอุทานด้วยความตกตะลึง!“เขาจะแต่งจริง ๆ หรือ!?”“หากองค์ชายแต่งงานครั้งนี้ ในอนาคตก็ยากที่จะดึงกองกำลังอื่นมาช่วยเขาได้แล้ว”“นั่นสิ อย่างน้อยก็น่าจะหาบุตรสาวของขุนนางใหญ่สักคน เช่นนี้แล้วในอนาคตก็ยังพอจะมีกำลังสนับสนุนอยู่บ้าง”ใบหน้าของกวนเยว่เต็มไปด้วยความลังเล ความขุ่นเคืองก่อนหน้านี้ก็จางหายไปไม่น้อยอันที่จริงนางไม่รู้เลยว่า หลังจากที่ฉินหมิงได้เห็นนางแล้ว เขาก็ไม่ลังเลเรื่องการแต่งงานอีกต่อไปก็แค่แต่งงาน จะมีเรื่องอะไรมากมายนักไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องไต่เต้าเกาะผู้มีอำนาจ ชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสีย หรือต้องคิดหน้าคิดหลังเสียหน่อย ชาตินี้ ฉินหมิงขอเพียงแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสบายใจ ไม่ให้เสียชาติเกิดก็พอ!“องค์ชาย ขอบพระทัยที่ทรงช่วยหม่อมฉันแก้ไขสถานการณ์ แต่ท่านไม่จำเป็นต้องสงสารตระกูลกวน”กวนเยว่มองไปยังฉินหมิงอย่างลังเล ท่าทีไม่ได้โกรธเกรี้ยวเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป“ใครสงสารเจ้า?”“เจ้าคิดว่า ข้าอยากจะแต่งงานกับเจ้า เพราะสงสารตระกูลกวนอย่างนั้นหรือ?”“แต่ข้าก็จะต้องไปรักษาการณ์ชายแดนที่หลิ่งหนานแล้ว เจ้าไม่กลัวหรือ?”ฉินหมิงเหลือบมอ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
บนใบหน้าของจ้าวสี่เผยสีหน้าตื่นเต้นดีใจแทบอยากจะปรบมือเฉลิมฉลองการลงโทษของฉินหมิงในตอนนี้เลยทีเดียวขุนนางหลายคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกับเซียวซูเฟย ต่างก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อองค์รัชทายาทไปยังหลิ่งหนานแล้ว คาดว่าคงจะไม่มีโอกาสได้กลับมาอีกการที่ศัตรูตัวฉกาจในราชสำนักลดลงไปหนึ่งคน ย่อมเป็นเรื่องดีสำหรับทุกคนแต่ในขณะนั้นเอง อัครมหาเสนาบดีเฉินซื่อเม่าก็ขมวดคิ้วแล้วก้าวออกมา“ฝ่าบาท เรื่องนี้ยังไม่ได้ผ่านการไต่สวน จะอาศัยเพียงคำพูดฝ่ายเดียวของพวกเขา มาตัดสินพระทัยเช่นนี้ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”ฮ่องเต้เฉียนพลันรู้สึกว่าตนเองเสียหน้า จึงตรัสถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เฉินซื่อเม่า เจ้ากำลังจะบอกว่าฉินหมิงไม่ได้ลงมือหรือ?”“ฝ่าบาท กระหม่อมเพียงแค่รู้สึกว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ ควรจะไต่สวนให้แน่ชัดก่อนแล้วจึงค่อยตัดสินพระทัย มิเช่นนั้นจะดูผลีผลามเกินไปพ่ะย่ะค่ะ”ใบหน้าของเฉินซื่อเม่าไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากล่าวอย่างไม่นอบน้อมแต่ก็ไม่อวดดีจนเกินไป“บังอาจ!”“การทำร้ายคนเป็นเรื่องจริง การก่อความวุ่นวายบนท้องถนนก็เป็นเรื่องจริง นี่มิใช่ว่าเจ้าลูกทรพีนั่นเก็บความแค้นไว้ในใจ จงใจทำให้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
วันรุ่งขึ้น ณ ท่าเรือขนส่งทางน้ำนอกเมืองหลวงเรือสินค้าจากขบวนเรือหนานหยางหลายร้อยลำจอดเทียบท่าอยู่ที่นี่ระยะห่างระหว่างเรือแต่ละลำมีเพียงหนึ่งจั้ง แทบจะเรียกได้ว่าเบียดชิดติดกันจ้าวสี่มองจากระยะไกล ยังกลัวว่าพวกมันจะเผลอไปขูดขีดกันเข้า“คนเยอะขนาดนี้เชียวหรือ?”เขาพึมพำพลางเดินเข้าไปข้างหน้า ถือรายการสินค้าของปีนี้ จากนั้นขมวดคิ้วเอ่ยขึ้นลูกน้องสองสามคนที่อยู่ข้าง ๆ รีบกล่าวว่า“ใต้เท้า จำนวนก็ประมาณนี้มาตลอดขอรับ”“ให้พวกเขาเข้ามาเถอะ ข้าจะเจรจาเรื่องราคาสินค้าที่ต้องการกับพวกเขาเอง”“ขอรับ!”ขุนนางที่รับผิดชอบการขนส่งทางน้ำชื่อว่าลู่โหย่ว เมื่อได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าอย่างนอบน้อม แล้วสั่งให้ลูกน้องรีบไปแจ้งให้ผู้ดูแลของกองคาราวานสินค้ามารวมตัวกันหลังจากดูรายการราคาสองสามรอบลูกตาของจ้าวสี่ก็กลอกไปมา แผนการหนึ่งผุดขึ้นในใจ เขาจึงเอ่ยถามลู่โหย่ว“ข้าขอถามเจ้าหน่อย ของสิ่งนี้เคยให้พวกเขาดูแล้วหรือยัง?”“ยังเลยขอรับ ใต้เท้า”“เช่นนั้นแล้วรายการพวกนี้ เจ้ามีสำเนาหรือไม่?”“มีขอรับ พวกเราต้องเก็บสำเนาไว้ เพื่อสะดวกในการตรวจสอบบัญชี”จ้าวสี่ลูบคางพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
“องค์ องค์ชาย...?”ฉางไป๋ซานถึงกับตกตะลึงนี่มันไม่เหมือนกับบทที่เขาคาดคิดไว้เลยนี่นาในสถานการณ์เช่นนี้ องค์ชายไม่ควรจะพลิกสถานการณ์ กอบกู้การค้าของต้าเฉียนให้พ้นจากวิกฤต เพื่อได้รับคำชื่นชมจากราษฎรและรางวัลจากราชสำนักหรอกหรือ?“พอแล้ว เจ้าออกไปก่อนเถอะ”ฉินหมิงไม่รีบร้อนเรื่องของราชสำนัก แต่เรื่องระหว่างเขากับเสี่ยวชุ่ยนั้นรีบมากวันนี้จะสั่งสอนแม่นางน้อยคนนี้ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เหลือเพียงแค่ขั้นตอนสุดท้ายแล้วแต่ฉางไป๋ซานกลับเป็นพวกหัวรั้นอย่างแท้จริงเขาทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุบ“องค์ชาย หากท่านไม่ยื่นมือเข้าช่วย ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าต้าเฉียนจะต้องสูญเสียเงินนับสิบล้านตำลึงนะพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินหมิงจ้องมองเขา ในตอนนี้อยากจะชกหน้าฉางไป๋ซานสักหมัดจริง ๆ ดูเหมือนจะรู้ว่าการที่ตนเองอยู่ที่นี่ จะรบกวนการสนทนาระหว่างฉินหมิงกับฉางไป๋ซานเสี่ยวชุ่ยรู้สึกกลัวเล็กน้อยนางลุกขึ้นยืนอย่างขัดขืนเล็กน้อย คิดจะถอยไปอยู่ข้าง ๆ ฉินหมิงปล่อยมือ แล้วประคองฉางไป๋ซานให้ลุกขึ้น“เจ้าพูดถูก ไปสืบความเคลื่อนไหวที่ท่าเรือก่อน มีสถานการณ์ใด ๆ ให้รีบแจ้งข้าทันที”ดวงตาของฉางไป๋ซานเป็น
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
“พ่ะย่ะค่ะ”หัวหน้าขันทีซุนเหลียนอิงรับคำแล้วรีบหันหลังเดินซอยเท้าถี่ ๆ นำคนออกจากวังไปเชิญฉินหมิงฉินหมิงในฐานะองค์รัชทายาท เดิมทีที่พำนักของเขาควรจะอยู่ที่ตำหนักบูรพาแต่เมื่อหลายปีก่อนเพราะลมปากของเซียวซูเฟยฮ่องเต้เฉียนจึงลำเอียง โดยอ้างเหตุผลว่าองค์รัชทายาทโตแล้ว ไม่จำเป็นต้องศึกษาเล่าเรียนในวังอีกต่อไปให้เขาย้ายออกจากตำหนักบูรพา เพื่อให้องค์ชายเก้า จิ้นอ๋องฉินเยว่ที่ยังทรงพระเยาว์ได้ประทับอยู่แทนอ้างว่าเพื่อความสะดวกในการศึกษาเล่าเรียนแต่ใคร ๆ ก็รู้ดีว่า ต่อให้องค์ชายจะยังทรงพระเยาว์และต้องศึกษาเล่าเรียน ราชวงศ์ก็มีที่พำนักเฉพาะจัดเตรียมไว้ให้อยู่แล้วเหตุใดจะต้องไปใช้ตำหนักบูรพาด้วย?ผู้ที่มีสายตาเฉียบแหลมย่อมมองออกว่า นี่เป็นเพียงการหยั่งเชิงเหล่าขุนนางของเซียวซูเฟยผู้มีจิตใจคับแคบเท่านั้นองค์รัชทายาทในตอนนั้นช่างโอบอ้อมอารี ไม่ได้ใส่ใจกับขนบธรรมเนียมอันซับซ้อนเหล่านี้จึงได้สละตำหนักบูรพาให้อย่างใจกว้างส่วนตนเองก็ไปหาจวนแห่งหนึ่งในเมืองหลวงซึ่งก็คือสถานที่ที่ฉินหมิงอาศัยอยู่หลังจากที่มาถึงโลกใบนี้ก็เพราะการจัดการเช่นนี้ จึงทำให้การรอคอยในวันนี้ยาวนานเป็น
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”ฮ่องเต้เฉียนทรงปฏิเสธเขาอย่างหนักแน่นค่ายทหารอู่เวยเดิมทีก็เป็นกองกำลังทหารชั้นยอดของราชสำนักอยู่แล้วแม้ว่าจะสูญเสียกำลังพลไปมาก หลังจากติดตามแม่ทัพใหญ่อู่เวยออกรบและหลังจากที่เขาเสียชีวิตก็ไม่ได้มีการขยายกำลังพลเพิ่มแต่กองกำลังชั้นยอดเช่นนี้ จะตกไปอยู่ในมือของฉินหมิงไม่ได้“ก็ได้พ่ะย่ะค่ะ”ฉินหมิงไม่พูดจาไร้สาระอีก เพียงประสานมือคารวะต่อฮ่องเต้เฉียนแล้วกล่าวว่า“เสด็จพ่อ ลูกร่างกายไม่ค่อยสบาย ขอทูลลาก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ ท่านทรงงานต่อไปเถิด”พูดจบก็เดินจากไปสีพระพักตร์ของฮ่องเต้เฉียนดูย่ำแย่ยิ่งนักส่วนเฉินซื่อเม่ากลับมองดูทั้งหมดนี้อย่างพึงพอใจแม้ว่าองค์รัชทายาทจะยังไม่ได้กลับคืนสู่ราชสำนักแต่อย่างน้อยวันนี้ก็ได้ระบายความโกรธออกมาหลายปีมานี้ฮ่องเต้เฉียนทรงปฏิบัติต่อฉินหมิงอย่างลำเอียงเกินไปจริง ๆ นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนต่างก็เห็นกันอยู่กับตาบัดนี้ ฉินหมิงไม่มีนิสัยที่ใจกว้างจนยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างอีกต่อไปแล้วนี่เป็นเรื่องที่ดี“หยุดนะ!”ฮ่องเต้เฉียนเห็นฉินหมิงกำลังจะจากไป ก็รีบเรียกเขาไว้ทันที“เสด็จพ่อ ยังมีเรื่องอันใดอีกหรือ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
“ฮูหยินเฉิน”ฉินหมิงเข้ามาภายในจวนตระกูลกวน กล่าวทักทายฮูหยินเฉินอย่างสุภาพอันที่จริงตามธรรมเนียมของต้าเฉียน นางเฉินแต่งเข้าตระกูลไหน ก็ถือว่าเป็นคนของตระกูลนาง ตอนนี้ควรจะเรียกว่าฮูหยินกวนแต่ตอนนี้ตระกูลกวนท่านนั้นได้พลีชีพในสนามรบไปแล้วนางเฉินต้องค้ำจุนตระกูลด้วยตนเอง ดังนั้นจึงเรียกนางว่าฮูหยินเฉินโดยตรง“องค์ชายมาที่นี่ในวันนี้ มีธุระหรือเพคะ?”นางเฉินเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย นางเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับฉินหมิงมานานแล้วรู้ว่านี่คือเด็กหนุ่มที่มีความสามารถแต่เมื่อได้เห็นฉินหมิงในวันนี้ นางก็เริ่มสงสัยข่าวลือเหล่านั้นขึ้นมาบ้างเด็กหนุ่มตรงหน้านางผู้นี้ ดูท่าทางไม่เอาไหนแม้ว่าจะพยายามแสร้งทำเป็นปกปิด แต่กลิ่นอายของอันธพาลที่ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา ข้าเป็นใหญ่ไม่เกรงกลัวใครก็ยังคงแผ่ซ่านออกมานี่คือองค์รัชทายาทผู้ปกครองบ้านเมืองอย่างมีหลักการ และเป็นที่รักของเหล่าขุนนางอย่างนั้นหรือ?ท่าทางเช่นนี้ ยากที่จะทำให้ผู้ใหญ่ชื่นชอบได้นางเฉินจึงมีอคติต่อองค์ชายที่อาจจะได้มาเป็นลูกเขยของตระกูลกวนเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน“ใช่แล้ว แต่เรื่องนี้อาจจะยังบอกท่านไม่ได้ คุณหนูกวนอย
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status