เข้าสู่ระบบพื้นที่เคยเขียวขจีถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวโพลนของหิมะเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูเหมันต์ หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงขยับเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นมา พบว่าตัวเองฟื้นคืนกลับมาอยู่ในห้องเช่นเดิม
ซิ่วอิงในร่างของหนิงลี่จูได้ตายไปแล้ว ตายไปแล้ว ฝ่ามือยกมือลูบตามลำคอระหงไร้รอยแผลจากไม้แหลมที่ทิ่มแทงด้วยมือของตนเอง สภาพแวดล้อมกายอยู่ในห้องนอนของนางและชายผู้เป็นสามี “ฮูหยินตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” ซีซวนเดินเข้ามาทักทายเมื่อเห็นว่าฮูหยินน้อยของตนตื่นขึ้นมาแล้ว หนิงลี่จู มองใบหน้าบ่าวรับใช้อย่างตกตะลึง พยายามนึกครุ่นคิดว่าสิ่งที่เห็นรอบกายและตรงหน้าเป็นความฝันหรืออย่างไร นางปลิดชีพตนเองไปแล้ว “ซีซวน” ริมฝีปากเล็กขยับพยายามเปล่งวาจาออกมา “เจ้าค่ะฮูหยิน” ซีซวนเรียกตามปกติแต่เห็นฮูหยินของตนทำหน้าฉงน “ฮูหยิน ข้ายังเป็นภรรยาของหยางเหวินไถอยู่อย่างนั้นหรือ” หนิงลี่จูยกมือขึ้นลูบหน้างดงามของตน แค่นี้ก็รู้แล้วหนิงลี่จูย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง นางควรตกใจกับเรื่องราวอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของตนอยู่หรอกหรือ ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจมากนักแต่กลับอดตั้งคำถามไม่ได้ ครานี้นางย้อนมาในช่วงเวลาสมหวังแต่งงานกับชายเย็นชาผู้นั้น หยางเหวินไถ ก่อนหน้านี้ก็พยายามเดินตามโชคชะตาในเมื่อหนิงลี่จูรักเขาขนาดนั้น นางทำทุกอย่างเอาแต่ใจ เรียกร้องความสนใจจากหยางเหวินไถทุกทาง แต่ยิ่งเรียกร้องเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรังเกียจ แม้แต่หน้าของนางก็ยังไม่ยอมมองด้วยซ้ำ หนิงลี่จูก็ไม่เคยยี่หระต่อการกระทำหมางเมินของเขา แม้ว่าจะตะคอก ต่อว่านางขนาดไหน สิ่งที่ทำไปทั้งหมดเพียงแค่ต้องการให้เขากลับมาสนใจนางอีกครั้ง และหนิงลี่จูไม่ยินยอมให้เขาแต่งฮูหยินรองเด็ดขาด นางจึงพยายามตัวติดกับเขาทุกฝีก้าวจนน่ารำคาญเกินไปในสายตาเขา แม้มีดอกไม้งามมาหลอกล่อ หนิงลี่จูก็เข้าไปตัดตอนก่อนที่สามีของตนจะเขาไปดอมดม ถึงนางจะไม่ใช่บุตรสาวมีชื่อเสียงเรียงนามในราชวงศ์ แต่ด้านการค้าข้าขายเล่ห์เหลี่ยมระดับพ่อค้าแล้ว หนิงลี่จูได้รับความฉลาดจากผู้เป็นบิดาไม่น้อยกอปรซิ่วอิงฉลาดเป็นทุนเดิม ยิ่งอยู่ในร่างนี้นานเท่าไหร่นางก็ยิ่งผูกพันกับร่างกายนี้มากเท่านั้น อย่างไรก็ใช้ชีวิตในร่างของหนิงลี่จูมาแล้วชาติหนึ่ง แล้วย้อนกลับมาชาตินี้ข้าขอภาวนาในตนเองมีจิตใจแน่วแน่ ริมฝีปากสวยระบายยิ้มให้ซีซวนก่อนยื่นมือไปหานาง ซีซวนรีบรับแล้วประคองฮูหยินของตนทันที “ท่านพ่อข้าล่ะ” ซีซวนขมวดคิ้วไม่น้อยปกติเวลาฮูหยินตื่นมาทุกครั้งจะต้องเอ่ยปากถามหาผู้เป็นสามีเป็นคนแรก แต่คราวนี้กลับเป็นบิดาเสียนี่ ท่าทางที่ผิดแปลกไปจากเดิมนั้นด้วย “เจ้าทำหน้าตาแบบนั้น ซีซวน เจ้าคิดอะไรอยู่ ข้าแค่ตัดสินใจบางอย่างได้ก็เท่านั้นเอง อย่าได้กังวลไป” หนิงลี่จูรับรู้ว่าซีซวนเป็นบ่าวอยู่ดูแลนางมานาน แค่การกระทำของนางเปลี่ยนไปไม่แปลกที่ซีซวนจะรับรู้ “เจ้าค่ะ”“ตะ มาย.....ของเจินมี ผาก....” (ทำไมของเจินมีผัก) เสียงประท้วงดังลั่นของเด็กน้อย ใบหน้าอ้วนกลมอมข้าวไว้ในปาก มองหน้าผู้เป็นพ่ออยู่แบบนั้น โกรธที่เจ้าเฉินลวกยอดผักกาดขาวกับฟักทองแล้วนำวางบนจานเต็มไปด้วยสีสันของลูกชาย ซิ่วอิงขำกับท่าทางลูกชาย คิ้วของเจ้าอ้วนเข้มแต่เด็ก แล้วนั่นกำลังแลบลิ้นแล้วเป่าลมล้อผู้เป็นพ่อ ใครสอนกันเนี่ย...... “ไม่เอานะเจ้าเจิน กินผักเยอะ ๆ หนูจะได้โตเร็วอย่างไงล่ะ” ปลายนิ้วของซิ่วอิงเช็ดปากเด็กแสบ เจ้าเจินติดพ่อตั้งแต่เด็ก ทำอะไรก็เรียกหาแต่พ่อ แม้บางครั้งจะทะเลาะกันบ้างโดยเฉพาะเวลาทำอาหาร.... “หึ” “โกรธอะไรป๊าเหรอ” ฝ่ามือลูบศีรษะของเด็กน้อยที่งอนผู้เป็นพ่อตุ๊บป่อง เลี้ยงดูเด็กหนึ่งคนแก้มป่อง ก่อนยอมหยิบดอกผัดกาดมากินทั้ง ๆ ที่ไม่ชอบ แล้วเก็บของโปรดเอาไว้กินอย่างสุดท้าย.... ซิ่วอิงนั้นเป็นแม่ก็จริง ๆ แต่มักใจอ่อนกับลูกชายเสมอ หญิงสาวอาศัยจังหวะที่สามีเผลอ หยิบไก่ของตนวางจานลูก เด็กน้อยถึงกลับหัวเราะคิกคักออกมา เจ้าเฉินสวมใส่เสื้อยืดกับกางเกงทับด้วยผ้ากันเปื้อน พ่อบ้านสุ
ซิ่วอิงร้องเรียกลูกชายปากสั่น จำได้แล้ว เธอคือซิ่วอิง คุณแม่วัยสาวอายุยี่สิบเจ็ดปี แต่งงานตอนอายุเพียงยี่สิบห้า พบรักกับนักธุรกิจหนุ่มที่ครอบครัวพามาแนะนำ เริ่มแรกเธอไม่ชอบหน้าของผู้ชายคนนั้นเป็นอย่างมาก ทั้งขี้เก๊กแล้วเอาแต่ใจ ชอบบังคับ เขาจีบเธอเหมือนไม่จีบ แต่พาไปไหนไม่เคยเกี่ยง คนปากแข็งคนนั้นพาเธอไปทุกที่ที่อยากไป ไปกินของอร่อย...... ถึงเขาจะบอกว่าครอบครัวบังคับ แต่สุดท้ายก็คุกเข่าของเธอแต่งงานกลางห้างดัง เรียกเสียงฮือฮา จนกลายเป็นไวรัลดังในอินเทอร์เน็ต งานแต่งงานของพวกเขาจัดอย่างเรียบง่ายในธีมสีขาว.....ญาติแค่จากสองฝั่งครอบครัว กลับมีแต่คนดังทั้งนั้น เสียงฝีเท้าของเด็กน้อยวิ่งตึกตัก สภาพเด็กเปลือยเปล่าล่อนจ้อนตามประสาโผล่หน้าอ้วนป้อม ฉีกยิ้มโชว์ฟันกระต่ายสองซี่ออกมา วิ่งตัวปลิ่วออกมาจากห้องน้ำ “ม่าม้า.....ตื่นแง้วหย๋อ” (ม่าม้า ตื่นแล้วเหรอ) เด็กน้อยรีบวิ่งมาผู้เป็นแม่ที่กำลังย่อตัวอ้าแขนรอรับ “เฮ้ อาเจิน อย่าวิ่งออกไปแบบนั้น” เจ้าเฉินผู้เป็นพ่อตะโกนเรียกลูกชาย ก่อนรีบคว้าผ้าขนหนูมาพ้นรอบเอว ก่อนโผล่หน้าออกม
ซิ่วอิงนอนหลับบนเตียงนอนสีขาวขนาดคิงไซซ์ ความฝันของเธอช่างแปลกประหลาดมากทีเดียว จนซิ่วอิงเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองอ่านนิยายจนอินแล้วเก็บไปฝัน “อะ อ้า อาเจิน อย่าทำแบบนั้นสิ โดนปะป๊าแล้ว...” เสียงเอะอะโวยวายในห้องน้ำ เสียงน้ำกระเซ็นออกจากอ่างน้ำอาบขนาดใหญ่ ชายหนุ่มวัยสามสิบร่างกายเปลือยเปล่าพยายามจับเด็กชายตัวโล้นเปลือยเปล่าเช่นกัน เด็กชายตัวขาว อ้วนท้วนสมบูรณ์ในวัยย่างเข้าสองขวบ นอกจากซนแล้วยังดื้ออีกต่างหาก หญิงสาวที่เพิ่งรู้ตัวลืมตาเมื่อได้ยินเสียงรบกวนจากห้องน้ำ สายตามองรอบกายอย่างประหลาดใจ ไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่เธอฝัน ที่เจอนี่ ไม่ใช่เมืองโบราณอะไรนั้น....... แต่เป็นยุคปัจจุบัน เธอพยายามนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่กรูเข้ามาในสมองเวลานี้ คิดแล้วก็ปวดหัว เธอคือหนิงลี่จูไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ เธอคือซิ่วอิง ที่ตายไปแล้วเข้าไปอยู่ในนิยายที่กลายเป็นหนิงลี่จู ใช้ชีวิตตามครรลองของนิยาย จบลงด้วยการที่หนิงลี่จูตายแล้วก็ย้อนกลับมาใหม่..... ครั้งนี้หนิงลี่จูสมหวังในความรัก ทุกอย่างผลิบานและสดใส.... “ปะป๊า....อาเจินอยา
“ไม่ผิดอย่างแน่นอน” หยางเหวินไถดีใจจนเนื้อเต้น จนไม่อาจพรรณนาออกมาเป็นคำพูด หยางเหวินไถรีบตรงปรี่เข้าไปหานางที่นั่งอึ้งอยู่ไม่น้อย มือทั้งสองข้างของหนิงลี่จูถูกรวบขึ้นมาไว้ “ข้าดีใจเหลือเกิน เจ้าดีใจหรือไม่” น้ำเสียงดีอกดีใจ ไม่ต้องบอกกล่าวว่าหยางเหวินไถนั้นดีใจแค่ไหนที่มีลูกกับนางก็พลอยสร้างรอยยิ้มหวานหยาดหยดบนดวงหน้าแสนสดใส หนิงลี่จูดีใจไม่น้อยที่กำลังมีเจ้าตัวน้อยกับคนที่นางรัก ..... “อือ” “ข้าก็ดีใจมากเช่นกัน” “เออ...” หนิงลี่จูจู่ ๆ อยากเกิดผุดคำถามขึ้นมาในใจขึ้นมา เขาจะดีใจหรือเปล่าถ้าหากว่าบุตรที่เกิดมานั้นไม่ใช่บุตรชาย “ท่านชอบเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงมากกว่ากัน” หนิงลี่จูเอ่ยปากถามเขาด้วยความไหวหวั่น ลังเลใจกว่าถ้าลูกสาวเกิดมาเขาอาจจะไม่ชอบใจก็เป็นได้ “ถ้ามีลูกกับเจ้าจะชายหรือหญิง ข้านั้นก็ดีใจอย่างที่สุด” หยางเหวินไถกล่าวเช่นนั้นอีกตามเคย นางค่อนข้างชินชากับคำพูดแสนหวานชวนให้หัวใจเต้นรัวของเขาเสียแล้ว ลำแขนแกร่งของเขาคว้าร่างเล็กมาสวมกอด หนิงลี่จูถลาตามแรงของเขาก่อนจะ
ผ่านมาร่วมเดือนหลังจากแม่ทัพจ้าวหูเซินมาเยี่ยมนางในครานั้น ทุกอย่างดูเรียบง่ายและง่ายดายไปเสียหมดทุกอย่าง หยางเหวินไถดีกับนางทุกอย่างจนหัวใจที่ตั้งมั่นเอาไว้ว่านางจะไม่ยอมให้อภัยเขาง่าย ๆ กลับใจอ่อนลงมากโข นับว่าเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์คุณค่าของคนเสียจริง หยางเหวินไถปฏิบัติกับนาง ทำราวกับนางเป็นนางฟ้า หนิงลี่จูไม่อยากได้ใจไปมากกว่านี้ ความหวั่นไหวกลัวว่าวันหนึ่งเข้าจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นางจะทำเช่นไร ยิ่งนานวันความรักของนางก็ยิ่งถลำลึกมากกว่านี้.....ร่างกายของนางเปลี่ยนไปจนน่าประหลาด นางเองก็แอบสังเกตตนเองเหมือนกัน ถ้าถามหาความใส่ใจนางก็คงไม่ได้ใส่ใจเรื่องราวสภาพของตนเองมากนัก คิดถึงเรื่องของหยางเหวินไถอยู่ทุกวัน เวลานี้ก็อีกเช่นกัน..... วันนี้มีแขกของหยางเหวินไถที่พามาที่จวน เสียงฝีเท้าทำให้หนิงลี่จูที่นั่งเอาใบหน้าแนบกับราวไม้ของศาลาริมสระ ต้องเงยหน้ามองผู้มาใหม่.... มาพร้อมกับสามีของนางที่กำลังยิ้มแป้น ไม่ต่างเด็กน้อย.... เขาพาหมอมาทำไมกัน เป็นสิ่งที่นางสงสัยนัก “ท่านหมอ ฮูหยินของข้า ท่านช่วยตรวจดูอาก
“ท่านอย่าได้กังวล เรื่องราวของท่านอาจดูคล้ายความจริงจนทำให้ท่านหวาดหวั่นในความฝัน ทว่าบนโลกใบนี้นั้นมีเรื่องราวอัศจรรย์มากมาย ถึงในความฝันท่านจะทำร้ายข้ามากเพียงใด ความฝันอย่างไรก็คือความฝัน ไม่อาจนำมาปะปนกับความเป็นจริง ความจริงเวลานี้ ข้าคือสหายของท่าน เป็นเกียรติของข้านักที่มีท่านเป็นสหาย ท่านอย่าได้กังวลไปเลย ถึงมันจะเกิดขึ้นข้าปล่อยวางเรื่องเล่านั้นได้แล้ว เราทั้งสองต่างก็ไร้สิ่งติดค้างต่อกัน แม่ทัพผู้โหดร้ายผู้นั้นต่างจากท่านในยามนี้นัก ท่านยามนี้ช่าง สุขุม น่าค้นหา” น้ำเสียงของนางดูจริงจังไม่น้อย แววตาของนางช่างดูมั่นคง จ้าวหูเซินมองเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ก่อนจะระบายยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาด ไม่นานเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสุขใจ “ฮะ ฮ่า ฮ่า เจ้าคิดเช่นนั้นจริงหรือ” “อือ สิ่งที่ข้าพูดล้วนเป็นความสัตย์จริง ท่านอย่าได้กังวลเรื่องระหว่างเรา ข้านั้นปล่อยวางหมดสิ้นแล้ว” หนิงลี่จูพูดออกมาด้วยความจริงใจ นางเองไม่ได้เครียดแค้นในตัวของแม่ทัพจ้าวหูเซินแม้ว่าในอดีตจะถูกเขาทำร้าย เรื่องราวในอดีตก็ควรปล่อยให้มันเป็นเพียงในอดีตแล้วจบสิ้นกั
“ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปเด็ดขาด” หยางเหวินไถพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมาดมั่น ก่อนจุมพิตริมฝีปากของนางอีกครั้ง ความรู้สึกวาบหวามเกิดขึ้นไม่อาจจะปฏิเสธได้สักครา ฝ่ามือแสนใจร้อนของเขาร้อนผ่าวกอบกุมทรวงอกคู่งามของนาง เขาก้มมองยอดถันคู่งามด้วยแววตาวาบวับเปล่งประกายด้วยความปรารถนา จากนั้นบุรุษผู้มีใบห
“ปล่อยข้า หยางเหวินไถ ท่านจะหน้าด้านเกินไปแล้วนะ ข้าไม่รักท่านอีกแล้ว ท่านจะไปแต่งงานกับใครข้าก็ไม่สนใจท่านอีกแล้ว ข้าพอแล้ว” “หยุดพูดเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่รักข้าแล้วหรือหนิงลี่จู เจ้ารักข้ามาตลอด ข้าคือผู้เดียวเท่านั้นที่อยู่ในใจเจ้าไม่หรือ ไยตอนนี้เจ้าถึงผลักไสข้านักล่ะ ข้าผิดไ
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วยามจวบเข้ายามโหย่ว(17.00-19.00น.) หยางเหวินไถรู้สึกที่แขนเล็กกำลังโอบกอดแผ่นอกของตนเอง อาการปวดหัวเนื่องจากต้องนั่งอยู่ในสภาพอากาศที่เย็นจัดนาน ๆ ทุเลาลงมาก จนแทบเป็นปกติ ลืมตาขึ้นมาเห็นเสี้ยวหน้าของหนิงลี่จูผมดกดำของนางปกปิดแก้มแดงระเรื่อของนาง แล้วไหนนางจะชอบทำท
“ไม่ ซีซวนทำตามที่ข้าสั่ง” หนิงลี่จูพยายามสั่งอีกครั้ง ยื้อแย่งร่มจากมีของบ่าวรับใช้มาแทน “ไม่ต้อง ข้าลุกเองได้” หยางเหวินไถรับมา สั่งห้ามเสียงเข้ม ก่อนพยายามลุกเดินตามหนิงลี่จู ในเมื่อนางใจอ่อน เขาก็ถือโอกาสนี้เดินตามนางเข้ามาในห้อง กว่าจะรู้ตัวหนิงลี่จูก็ร้องกรีดออกมา







