تسجيل الدخولซิ่วอิง เป็นคนยุคปัจจุบันด่านางเอกในนิยายจีนโบราณที่รักเขาข้างเดียว ถูกหลอก จับตัวไป พระเอกไม่ไปช่วย ในใจของนางเอกก็ยังรักเขาไม่เปลี่ยนแปลง ท้ายที่สุดนางตัดสินใจ ปลิดชีวิตตัวเอง ซิ่วอิงขว้างนิยายเล่มนั้นทิ้งโยนลงถังขยะ ไม่รู้ว่าเวรกรรมใดอายุยี่สิบห้าทำให้ซิ่วอิงอายุสั้นประสบอุบัติเหตุ ทำให้จิตย้อนเข้าไปสิงร่างของนางเอกนิยายที่เธอด่าว่าโง่
عرض المزيدในห้องขังในพื้นที่อับชื้น หนิงลี่จู ถูกแม่ทัพจอมโหดนามว่า จ้าวหูเซิน แม่ทัพแห่งแคว้นเหยี่ยนไม่คิดเลยว่าตนเองจะถูกจับมากลายเป็นสิ่งต่อรองกับ หยางเหวินไถ ผู้เป็นสามีของหนิงลี่จู ผ่านมาในหลายราตรีหญิงสาวยังไม่พบแม้เงาของคนรักที่จะมาช่วยตนเลยสักนิด จ้าวหูเซินโกรธเกรี้ยวอย่างมากที่ไม่สามารถมัดใจนางได้ แม้อยากจะข่มเหงน้ำใจนางมากเหลือเกินเพื่อเป็นการลงโทษแก่ความพยศของนาง จ้าวหูเซินทำได้เพียงสั่งทหารจับนางไปขังเอาไว้ ในเมื่ออยู่ดี ๆ ไม่ชอบกลับยังปักใจชอบสามีที่ไม่เคยไยดีนางเลยสักนิดก็เชิญพบกับความลำบากในห้องขัง
คุณหนูหนิงลี่จูบุตรสาวเถ้าแก่ที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองนั่งทอดมองพื้นด้วยใบหน้าเศร้าซึม ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแดงด้วยฝีมือของแม่ทัพผู้โหดร้ายพยายามบังคับข่มเหงนางทุกทาง ได้แต่หวังว่าสามีผู้เป็นที่รักจะมาช่วยนางในยามลำบากขนาดนี้ แม้จะถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ใบหน้างดงามเปรอะเปื้อนน้ำตาขนาดไหนหัวใจยังคงเฝ้าคิดถึงบุรุษผู้เป็นสามีของนางอย่างสุดหัวใจ และแล้ว ซิ่วอิง ได้เข้าใจแล้วว่าเหตุใดนางเอกอย่างหนิงลี่จูถึงได้รักปักใจกับชายผู้เป็นสามีถึงเพียงนี้ ซิ่วอิงเป็นเพียงสาวน้อยวัยใสที่เผลอหยิบนิยายเล่มเก่า ๆ จากห้องสมุดมาอ่าน แล้วโมโหกับความโง่ของนางเอกของเรื่องที่ยอมตายเพราะความรัก ถ้าเป็นซิ่วอิงจะไม่ยอมตายเพราะสามีห่วย ๆ แบบนั้นอย่างเด็ดขาด แต่ชะตากรรมกับเล่นตลกกับซิ่วอิงต้องประสบอุบัติเหตุแล้วมาอยู่ในนิยาย ซิ่วอิงแทบเป็นบ้ากับเรื่องราวมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง พยายามบอกตนเองว่ามันคือความฝัน แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่มันก็ยิ่งตอกย้ำทุกอย่างคือความจริง ซิ่วอิงทำใจอยู่นานกว่าจะทำใจได้ กว่าจะเรียนรู้ทุกอย่างได้อย่างแนบเนียน การเป็นคุณหนูลูกสาวพ่อค้าผ้าไหมผู้ร่ำรวยที่สุดไม่ง่ายเอาเสียเลย ซิ่วอิงมาอยู่ในร่างกายนี้ไม่เพียงไม่นานเท่านั้นความรู้สึกมากมายในหัวใจของหนิงลี่จูทั้งหมดทั้งมวล ซิ่วอิงกลับรับรู้ราวกับเป็นคนคนเดียวกันทั้งจิตใจและวิญญาณเดียวกัน ซิ่วอิงเลยลองเดิมพันกับตนเองว่าถ้าเดินตามตัวละครที่ควรจะเป็น ท้ายที่สุดกลับจบไม่ต่างจากเดิม หนิงลี่จูตัดสินใจปลิดชีวิตตนเองด้วยความตรอมใจและชะตากรรมที่แสนโหดร้ายในที่สุด ซิ่วอิงตัดสินใจแล้วว่า ไม่ว่าชาติพบไหนขอให้เจอกับคนที่สามารถมอบความรักให้นางบ้าง ไม่แปลกใจหยางเหวินไถ แม้จะโหดร้ายและเย็นชากับนางมากขนาดไหน แต่เขากลับเป็นรักแรกและรักเดียวของนางในชาตินี้ ขอเพียงชาตินี้เท่านั้นแล้วจบสิ้น.......ลมหายใจเฮือกสุดท้ายหลังจากใช้ไม้แหลมแทงลำคอเลือดไหลอาบกายจนอาภรณ์สีเขียวหม่นกลายเป็นสีเลือดแดงผาด ความเจ็บปวดแล่นเข้ามายังลำคอลมหายใจสุดท้ายนึกถึงแต่ใบหน้าของ หยางเหวินไถ หยางเหวินไถ ข้าคงรักเจ้ามากเกินไปจริง ๆ นางได้พึมพำเช่นนั้น ก่อนลมหายใจของนางจะสิ้นสุดลง“ตะ มาย.....ของเจินมี ผาก....” (ทำไมของเจินมีผัก) เสียงประท้วงดังลั่นของเด็กน้อย ใบหน้าอ้วนกลมอมข้าวไว้ในปาก มองหน้าผู้เป็นพ่ออยู่แบบนั้น โกรธที่เจ้าเฉินลวกยอดผักกาดขาวกับฟักทองแล้วนำวางบนจานเต็มไปด้วยสีสันของลูกชาย ซิ่วอิงขำกับท่าทางลูกชาย คิ้วของเจ้าอ้วนเข้มแต่เด็ก แล้วนั่นกำลังแลบลิ้นแล้วเป่าลมล้อผู้เป็นพ่อ ใครสอนกันเนี่ย...... “ไม่เอานะเจ้าเจิน กินผักเยอะ ๆ หนูจะได้โตเร็วอย่างไงล่ะ” ปลายนิ้วของซิ่วอิงเช็ดปากเด็กแสบ เจ้าเจินติดพ่อตั้งแต่เด็ก ทำอะไรก็เรียกหาแต่พ่อ แม้บางครั้งจะทะเลาะกันบ้างโดยเฉพาะเวลาทำอาหาร.... “หึ” “โกรธอะไรป๊าเหรอ” ฝ่ามือลูบศีรษะของเด็กน้อยที่งอนผู้เป็นพ่อตุ๊บป่อง เลี้ยงดูเด็กหนึ่งคนแก้มป่อง ก่อนยอมหยิบดอกผัดกาดมากินทั้ง ๆ ที่ไม่ชอบ แล้วเก็บของโปรดเอาไว้กินอย่างสุดท้าย.... ซิ่วอิงนั้นเป็นแม่ก็จริง ๆ แต่มักใจอ่อนกับลูกชายเสมอ หญิงสาวอาศัยจังหวะที่สามีเผลอ หยิบไก่ของตนวางจานลูก เด็กน้อยถึงกลับหัวเราะคิกคักออกมา เจ้าเฉินสวมใส่เสื้อยืดกับกางเกงทับด้วยผ้ากันเปื้อน พ่อบ้านสุ
ซิ่วอิงร้องเรียกลูกชายปากสั่น จำได้แล้ว เธอคือซิ่วอิง คุณแม่วัยสาวอายุยี่สิบเจ็ดปี แต่งงานตอนอายุเพียงยี่สิบห้า พบรักกับนักธุรกิจหนุ่มที่ครอบครัวพามาแนะนำ เริ่มแรกเธอไม่ชอบหน้าของผู้ชายคนนั้นเป็นอย่างมาก ทั้งขี้เก๊กแล้วเอาแต่ใจ ชอบบังคับ เขาจีบเธอเหมือนไม่จีบ แต่พาไปไหนไม่เคยเกี่ยง คนปากแข็งคนนั้นพาเธอไปทุกที่ที่อยากไป ไปกินของอร่อย...... ถึงเขาจะบอกว่าครอบครัวบังคับ แต่สุดท้ายก็คุกเข่าของเธอแต่งงานกลางห้างดัง เรียกเสียงฮือฮา จนกลายเป็นไวรัลดังในอินเทอร์เน็ต งานแต่งงานของพวกเขาจัดอย่างเรียบง่ายในธีมสีขาว.....ญาติแค่จากสองฝั่งครอบครัว กลับมีแต่คนดังทั้งนั้น เสียงฝีเท้าของเด็กน้อยวิ่งตึกตัก สภาพเด็กเปลือยเปล่าล่อนจ้อนตามประสาโผล่หน้าอ้วนป้อม ฉีกยิ้มโชว์ฟันกระต่ายสองซี่ออกมา วิ่งตัวปลิ่วออกมาจากห้องน้ำ “ม่าม้า.....ตื่นแง้วหย๋อ” (ม่าม้า ตื่นแล้วเหรอ) เด็กน้อยรีบวิ่งมาผู้เป็นแม่ที่กำลังย่อตัวอ้าแขนรอรับ “เฮ้ อาเจิน อย่าวิ่งออกไปแบบนั้น” เจ้าเฉินผู้เป็นพ่อตะโกนเรียกลูกชาย ก่อนรีบคว้าผ้าขนหนูมาพ้นรอบเอว ก่อนโผล่หน้าออกม
ซิ่วอิงนอนหลับบนเตียงนอนสีขาวขนาดคิงไซซ์ ความฝันของเธอช่างแปลกประหลาดมากทีเดียว จนซิ่วอิงเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองอ่านนิยายจนอินแล้วเก็บไปฝัน “อะ อ้า อาเจิน อย่าทำแบบนั้นสิ โดนปะป๊าแล้ว...” เสียงเอะอะโวยวายในห้องน้ำ เสียงน้ำกระเซ็นออกจากอ่างน้ำอาบขนาดใหญ่ ชายหนุ่มวัยสามสิบร่างกายเปลือยเปล่าพยายามจับเด็กชายตัวโล้นเปลือยเปล่าเช่นกัน เด็กชายตัวขาว อ้วนท้วนสมบูรณ์ในวัยย่างเข้าสองขวบ นอกจากซนแล้วยังดื้ออีกต่างหาก หญิงสาวที่เพิ่งรู้ตัวลืมตาเมื่อได้ยินเสียงรบกวนจากห้องน้ำ สายตามองรอบกายอย่างประหลาดใจ ไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่เธอฝัน ที่เจอนี่ ไม่ใช่เมืองโบราณอะไรนั้น....... แต่เป็นยุคปัจจุบัน เธอพยายามนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่กรูเข้ามาในสมองเวลานี้ คิดแล้วก็ปวดหัว เธอคือหนิงลี่จูไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ เธอคือซิ่วอิง ที่ตายไปแล้วเข้าไปอยู่ในนิยายที่กลายเป็นหนิงลี่จู ใช้ชีวิตตามครรลองของนิยาย จบลงด้วยการที่หนิงลี่จูตายแล้วก็ย้อนกลับมาใหม่..... ครั้งนี้หนิงลี่จูสมหวังในความรัก ทุกอย่างผลิบานและสดใส.... “ปะป๊า....อาเจินอยา
“ไม่ผิดอย่างแน่นอน” หยางเหวินไถดีใจจนเนื้อเต้น จนไม่อาจพรรณนาออกมาเป็นคำพูด หยางเหวินไถรีบตรงปรี่เข้าไปหานางที่นั่งอึ้งอยู่ไม่น้อย มือทั้งสองข้างของหนิงลี่จูถูกรวบขึ้นมาไว้ “ข้าดีใจเหลือเกิน เจ้าดีใจหรือไม่” น้ำเสียงดีอกดีใจ ไม่ต้องบอกกล่าวว่าหยางเหวินไถนั้นดีใจแค่ไหนที่มีลูกกับนางก็พลอยสร้างรอยยิ้มหวานหยาดหยดบนดวงหน้าแสนสดใส หนิงลี่จูดีใจไม่น้อยที่กำลังมีเจ้าตัวน้อยกับคนที่นางรัก ..... “อือ” “ข้าก็ดีใจมากเช่นกัน” “เออ...” หนิงลี่จูจู่ ๆ อยากเกิดผุดคำถามขึ้นมาในใจขึ้นมา เขาจะดีใจหรือเปล่าถ้าหากว่าบุตรที่เกิดมานั้นไม่ใช่บุตรชาย “ท่านชอบเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงมากกว่ากัน” หนิงลี่จูเอ่ยปากถามเขาด้วยความไหวหวั่น ลังเลใจกว่าถ้าลูกสาวเกิดมาเขาอาจจะไม่ชอบใจก็เป็นได้ “ถ้ามีลูกกับเจ้าจะชายหรือหญิง ข้านั้นก็ดีใจอย่างที่สุด” หยางเหวินไถกล่าวเช่นนั้นอีกตามเคย นางค่อนข้างชินชากับคำพูดแสนหวานชวนให้หัวใจเต้นรัวของเขาเสียแล้ว ลำแขนแกร่งของเขาคว้าร่างเล็กมาสวมกอด หนิงลี่จูถลาตามแรงของเขาก่อนจะ
“ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปเด็ดขาด” หยางเหวินไถพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมาดมั่น ก่อนจุมพิตริมฝีปากของนางอีกครั้ง ความรู้สึกวาบหวามเกิดขึ้นไม่อาจจะปฏิเสธได้สักครา ฝ่ามือแสนใจร้อนของเขาร้อนผ่าวกอบกุมทรวงอกคู่งามของนาง เขาก้มมองยอดถันคู่งามด้วยแววตาวาบวับเปล่งประกายด้วยความปรารถนา จากนั้นบุรุษผู้มีใบห
“ปล่อยข้า หยางเหวินไถ ท่านจะหน้าด้านเกินไปแล้วนะ ข้าไม่รักท่านอีกแล้ว ท่านจะไปแต่งงานกับใครข้าก็ไม่สนใจท่านอีกแล้ว ข้าพอแล้ว” “หยุดพูดเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่รักข้าแล้วหรือหนิงลี่จู เจ้ารักข้ามาตลอด ข้าคือผู้เดียวเท่านั้นที่อยู่ในใจเจ้าไม่หรือ ไยตอนนี้เจ้าถึงผลักไสข้านักล่ะ ข้าผิดไ
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วยามจวบเข้ายามโหย่ว(17.00-19.00น.) หยางเหวินไถรู้สึกที่แขนเล็กกำลังโอบกอดแผ่นอกของตนเอง อาการปวดหัวเนื่องจากต้องนั่งอยู่ในสภาพอากาศที่เย็นจัดนาน ๆ ทุเลาลงมาก จนแทบเป็นปกติ ลืมตาขึ้นมาเห็นเสี้ยวหน้าของหนิงลี่จูผมดกดำของนางปกปิดแก้มแดงระเรื่อของนาง แล้วไหนนางจะชอบทำท
“ไม่ ซีซวนทำตามที่ข้าสั่ง” หนิงลี่จูพยายามสั่งอีกครั้ง ยื้อแย่งร่มจากมีของบ่าวรับใช้มาแทน “ไม่ต้อง ข้าลุกเองได้” หยางเหวินไถรับมา สั่งห้ามเสียงเข้ม ก่อนพยายามลุกเดินตามหนิงลี่จู ในเมื่อนางใจอ่อน เขาก็ถือโอกาสนี้เดินตามนางเข้ามาในห้อง กว่าจะรู้ตัวหนิงลี่จูก็ร้องกรีดออกมา


















المراجعات