LOGINสุดท้ายแล้วผู้อาวุโสทั้งสองก็ออกไปจากห้องรับรองปล่อยให้หยางเหวินไถและหนิงลี่จูอยู่เพียงลำพังสองคน หญิงสาวถอนหายใจออกมาดังเฮือกจนคนข้างกายอย่างหยางเหวินไถขมวดคิ้ว สงสัยเพราะเหตุใดกันนางถึงทำหน้าเบื่อหน่ายขนาดนั้นเวลาอยู่กับเขา เมื่อก่อนนางชอบอยู่ใกล้เขามากขนาดไหน เขารู้ดีแก่ใจแล้ววันนี้ไยนางทำตัวห่างเหิน แถมขอหย่าเขาอีกต่างหาก
“ท่านต้องการอะไรหยางเหวินไถ ท่านควรพอใจไม่ใช่หรือที่ข้าขอหย่ากับท่าน” น้ำเสียงเรียบราบหลุดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มของนาง หนิงลี่จูพยายามข่มใจเอาไว้ นางไม่อยากใจอ่อนกลับไปอยู่จุดเดิม ที่ต้องจบแบบเดิมอีก ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมันควรจบลงแค่นี้จริง ๆ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมง่ายดายเพียงนั้น “ข้าต้องการเจ้า หนิงลี่จู” คำตอบของเขาทำให้หัวใจนางสั่นไหว “ทำไมกัน” เสียงที่ดังขึ้นแผ่วเบา หนิงลี่จูไม่เข้าใจจริง การที่ฟ้าลิขิตให้นางย้อนกลับมาเพียงเพราะว่าต้องการให้โอกาสบุรุษไร้หัวใจผู้นี้จริง ๆ หรือ “ข้าไม่หย่า” “ไม่หย่าเพราะเหตุใดกัน ในเมื่อท่านเองที่ผ่านมาท่านก็ไม่เคยเหลียวแลข้าเลยสักนิด อย่าถามหาความรักที่ท่านมีต่อข้าเลย ท่านทั้งรังเกียจข้า” หยางเหวินไถทนฟังคำพูดตัดพ้อมากมายที่หลุดออกมาจากปากของหนิงลี่จูไม่ได้อีกแล้ว พุ่งตัวเข้ามาสวมกอดร่างบางเอาไว้แน่น “ข้าผิดไปแล้วหนิงลี่จู เจ้าให้อภัยข้าได้ไหม น้องหญิงของข้า” เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย หัวใจของนางก็มีปฏิกิริยาฉับพลันต่อมธุรสวาจาของเขา เมื่อหยางเหวินไถไม่เคยพูดจาหวานหูกับนางเลยสักครั้ง ครั้งนี้จะมาหว่านล้อมนางเพียงแค่คำพูดนางไม่เชื่ออีกแล้ว “....” หนิงลี่จูยังคงนิ่งเฉยต่อคำพูดของเขา ไม่ไหวติงต่อการกอดรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ หยางเหวินไถเจ้าต้องการสิ่งใดจากข้าอีก หัวใจของข้าก็ให้เจ้าหมดไปแล้ว จนมันไม่เหลือชิ้นดีเลย แล้วครานี้ข้าพยายามจะตัดใจจากเจ้าแล้วแท้ ๆ หนิงลี่จูพยายามขยับตัวออกจากอ้อมแขนแสนแข็งแกร่งของเขา ใบหน้าหล่อเหลาเงยหน้ามองนางด้วยความฉงน นางพยายามดิ้นในอ้อมกอดของเขา ทำราวกับรังเกียจเขานักหนา นี่หรือความรู้สึกเวลาเขาทำท่าทางรังเกียจนางในอดีต “ปล่อยข้า” “หนิงลี่จู ข้าผิดไปแล้ว จากนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องน้อยใจข้าอีก ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่แต่งงานกับใครอีกนอกจากเจ้า ข้าจะไม่....” “หยุดพูดเถอะ เพราะอย่างไรข้าไม่เชื่อท่านอีกแล้ว” หนิงลี่จูพูดแทรกทันควัน นางไม่อยากฟังคำพูดของเขาอีกแล้ว คนที่ปล่อยให้นางตาย ก่อนตายนางก็คิดถึงเขาแทบขาดใจ“ตะ มาย.....ของเจินมี ผาก....” (ทำไมของเจินมีผัก) เสียงประท้วงดังลั่นของเด็กน้อย ใบหน้าอ้วนกลมอมข้าวไว้ในปาก มองหน้าผู้เป็นพ่ออยู่แบบนั้น โกรธที่เจ้าเฉินลวกยอดผักกาดขาวกับฟักทองแล้วนำวางบนจานเต็มไปด้วยสีสันของลูกชาย ซิ่วอิงขำกับท่าทางลูกชาย คิ้วของเจ้าอ้วนเข้มแต่เด็ก แล้วนั่นกำลังแลบลิ้นแล้วเป่าลมล้อผู้เป็นพ่อ ใครสอนกันเนี่ย...... “ไม่เอานะเจ้าเจิน กินผักเยอะ ๆ หนูจะได้โตเร็วอย่างไงล่ะ” ปลายนิ้วของซิ่วอิงเช็ดปากเด็กแสบ เจ้าเจินติดพ่อตั้งแต่เด็ก ทำอะไรก็เรียกหาแต่พ่อ แม้บางครั้งจะทะเลาะกันบ้างโดยเฉพาะเวลาทำอาหาร.... “หึ” “โกรธอะไรป๊าเหรอ” ฝ่ามือลูบศีรษะของเด็กน้อยที่งอนผู้เป็นพ่อตุ๊บป่อง เลี้ยงดูเด็กหนึ่งคนแก้มป่อง ก่อนยอมหยิบดอกผัดกาดมากินทั้ง ๆ ที่ไม่ชอบ แล้วเก็บของโปรดเอาไว้กินอย่างสุดท้าย.... ซิ่วอิงนั้นเป็นแม่ก็จริง ๆ แต่มักใจอ่อนกับลูกชายเสมอ หญิงสาวอาศัยจังหวะที่สามีเผลอ หยิบไก่ของตนวางจานลูก เด็กน้อยถึงกลับหัวเราะคิกคักออกมา เจ้าเฉินสวมใส่เสื้อยืดกับกางเกงทับด้วยผ้ากันเปื้อน พ่อบ้านสุ
ซิ่วอิงร้องเรียกลูกชายปากสั่น จำได้แล้ว เธอคือซิ่วอิง คุณแม่วัยสาวอายุยี่สิบเจ็ดปี แต่งงานตอนอายุเพียงยี่สิบห้า พบรักกับนักธุรกิจหนุ่มที่ครอบครัวพามาแนะนำ เริ่มแรกเธอไม่ชอบหน้าของผู้ชายคนนั้นเป็นอย่างมาก ทั้งขี้เก๊กแล้วเอาแต่ใจ ชอบบังคับ เขาจีบเธอเหมือนไม่จีบ แต่พาไปไหนไม่เคยเกี่ยง คนปากแข็งคนนั้นพาเธอไปทุกที่ที่อยากไป ไปกินของอร่อย...... ถึงเขาจะบอกว่าครอบครัวบังคับ แต่สุดท้ายก็คุกเข่าของเธอแต่งงานกลางห้างดัง เรียกเสียงฮือฮา จนกลายเป็นไวรัลดังในอินเทอร์เน็ต งานแต่งงานของพวกเขาจัดอย่างเรียบง่ายในธีมสีขาว.....ญาติแค่จากสองฝั่งครอบครัว กลับมีแต่คนดังทั้งนั้น เสียงฝีเท้าของเด็กน้อยวิ่งตึกตัก สภาพเด็กเปลือยเปล่าล่อนจ้อนตามประสาโผล่หน้าอ้วนป้อม ฉีกยิ้มโชว์ฟันกระต่ายสองซี่ออกมา วิ่งตัวปลิ่วออกมาจากห้องน้ำ “ม่าม้า.....ตื่นแง้วหย๋อ” (ม่าม้า ตื่นแล้วเหรอ) เด็กน้อยรีบวิ่งมาผู้เป็นแม่ที่กำลังย่อตัวอ้าแขนรอรับ “เฮ้ อาเจิน อย่าวิ่งออกไปแบบนั้น” เจ้าเฉินผู้เป็นพ่อตะโกนเรียกลูกชาย ก่อนรีบคว้าผ้าขนหนูมาพ้นรอบเอว ก่อนโผล่หน้าออกม
ซิ่วอิงนอนหลับบนเตียงนอนสีขาวขนาดคิงไซซ์ ความฝันของเธอช่างแปลกประหลาดมากทีเดียว จนซิ่วอิงเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองอ่านนิยายจนอินแล้วเก็บไปฝัน “อะ อ้า อาเจิน อย่าทำแบบนั้นสิ โดนปะป๊าแล้ว...” เสียงเอะอะโวยวายในห้องน้ำ เสียงน้ำกระเซ็นออกจากอ่างน้ำอาบขนาดใหญ่ ชายหนุ่มวัยสามสิบร่างกายเปลือยเปล่าพยายามจับเด็กชายตัวโล้นเปลือยเปล่าเช่นกัน เด็กชายตัวขาว อ้วนท้วนสมบูรณ์ในวัยย่างเข้าสองขวบ นอกจากซนแล้วยังดื้ออีกต่างหาก หญิงสาวที่เพิ่งรู้ตัวลืมตาเมื่อได้ยินเสียงรบกวนจากห้องน้ำ สายตามองรอบกายอย่างประหลาดใจ ไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่เธอฝัน ที่เจอนี่ ไม่ใช่เมืองโบราณอะไรนั้น....... แต่เป็นยุคปัจจุบัน เธอพยายามนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่กรูเข้ามาในสมองเวลานี้ คิดแล้วก็ปวดหัว เธอคือหนิงลี่จูไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ เธอคือซิ่วอิง ที่ตายไปแล้วเข้าไปอยู่ในนิยายที่กลายเป็นหนิงลี่จู ใช้ชีวิตตามครรลองของนิยาย จบลงด้วยการที่หนิงลี่จูตายแล้วก็ย้อนกลับมาใหม่..... ครั้งนี้หนิงลี่จูสมหวังในความรัก ทุกอย่างผลิบานและสดใส.... “ปะป๊า....อาเจินอยา
“ไม่ผิดอย่างแน่นอน” หยางเหวินไถดีใจจนเนื้อเต้น จนไม่อาจพรรณนาออกมาเป็นคำพูด หยางเหวินไถรีบตรงปรี่เข้าไปหานางที่นั่งอึ้งอยู่ไม่น้อย มือทั้งสองข้างของหนิงลี่จูถูกรวบขึ้นมาไว้ “ข้าดีใจเหลือเกิน เจ้าดีใจหรือไม่” น้ำเสียงดีอกดีใจ ไม่ต้องบอกกล่าวว่าหยางเหวินไถนั้นดีใจแค่ไหนที่มีลูกกับนางก็พลอยสร้างรอยยิ้มหวานหยาดหยดบนดวงหน้าแสนสดใส หนิงลี่จูดีใจไม่น้อยที่กำลังมีเจ้าตัวน้อยกับคนที่นางรัก ..... “อือ” “ข้าก็ดีใจมากเช่นกัน” “เออ...” หนิงลี่จูจู่ ๆ อยากเกิดผุดคำถามขึ้นมาในใจขึ้นมา เขาจะดีใจหรือเปล่าถ้าหากว่าบุตรที่เกิดมานั้นไม่ใช่บุตรชาย “ท่านชอบเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงมากกว่ากัน” หนิงลี่จูเอ่ยปากถามเขาด้วยความไหวหวั่น ลังเลใจกว่าถ้าลูกสาวเกิดมาเขาอาจจะไม่ชอบใจก็เป็นได้ “ถ้ามีลูกกับเจ้าจะชายหรือหญิง ข้านั้นก็ดีใจอย่างที่สุด” หยางเหวินไถกล่าวเช่นนั้นอีกตามเคย นางค่อนข้างชินชากับคำพูดแสนหวานชวนให้หัวใจเต้นรัวของเขาเสียแล้ว ลำแขนแกร่งของเขาคว้าร่างเล็กมาสวมกอด หนิงลี่จูถลาตามแรงของเขาก่อนจะ
ผ่านมาร่วมเดือนหลังจากแม่ทัพจ้าวหูเซินมาเยี่ยมนางในครานั้น ทุกอย่างดูเรียบง่ายและง่ายดายไปเสียหมดทุกอย่าง หยางเหวินไถดีกับนางทุกอย่างจนหัวใจที่ตั้งมั่นเอาไว้ว่านางจะไม่ยอมให้อภัยเขาง่าย ๆ กลับใจอ่อนลงมากโข นับว่าเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์คุณค่าของคนเสียจริง หยางเหวินไถปฏิบัติกับนาง ทำราวกับนางเป็นนางฟ้า หนิงลี่จูไม่อยากได้ใจไปมากกว่านี้ ความหวั่นไหวกลัวว่าวันหนึ่งเข้าจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นางจะทำเช่นไร ยิ่งนานวันความรักของนางก็ยิ่งถลำลึกมากกว่านี้.....ร่างกายของนางเปลี่ยนไปจนน่าประหลาด นางเองก็แอบสังเกตตนเองเหมือนกัน ถ้าถามหาความใส่ใจนางก็คงไม่ได้ใส่ใจเรื่องราวสภาพของตนเองมากนัก คิดถึงเรื่องของหยางเหวินไถอยู่ทุกวัน เวลานี้ก็อีกเช่นกัน..... วันนี้มีแขกของหยางเหวินไถที่พามาที่จวน เสียงฝีเท้าทำให้หนิงลี่จูที่นั่งเอาใบหน้าแนบกับราวไม้ของศาลาริมสระ ต้องเงยหน้ามองผู้มาใหม่.... มาพร้อมกับสามีของนางที่กำลังยิ้มแป้น ไม่ต่างเด็กน้อย.... เขาพาหมอมาทำไมกัน เป็นสิ่งที่นางสงสัยนัก “ท่านหมอ ฮูหยินของข้า ท่านช่วยตรวจดูอาก
“ท่านอย่าได้กังวล เรื่องราวของท่านอาจดูคล้ายความจริงจนทำให้ท่านหวาดหวั่นในความฝัน ทว่าบนโลกใบนี้นั้นมีเรื่องราวอัศจรรย์มากมาย ถึงในความฝันท่านจะทำร้ายข้ามากเพียงใด ความฝันอย่างไรก็คือความฝัน ไม่อาจนำมาปะปนกับความเป็นจริง ความจริงเวลานี้ ข้าคือสหายของท่าน เป็นเกียรติของข้านักที่มีท่านเป็นสหาย ท่านอย่าได้กังวลไปเลย ถึงมันจะเกิดขึ้นข้าปล่อยวางเรื่องเล่านั้นได้แล้ว เราทั้งสองต่างก็ไร้สิ่งติดค้างต่อกัน แม่ทัพผู้โหดร้ายผู้นั้นต่างจากท่านในยามนี้นัก ท่านยามนี้ช่าง สุขุม น่าค้นหา” น้ำเสียงของนางดูจริงจังไม่น้อย แววตาของนางช่างดูมั่นคง จ้าวหูเซินมองเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ก่อนจะระบายยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาด ไม่นานเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสุขใจ “ฮะ ฮ่า ฮ่า เจ้าคิดเช่นนั้นจริงหรือ” “อือ สิ่งที่ข้าพูดล้วนเป็นความสัตย์จริง ท่านอย่าได้กังวลเรื่องระหว่างเรา ข้านั้นปล่อยวางหมดสิ้นแล้ว” หนิงลี่จูพูดออกมาด้วยความจริงใจ นางเองไม่ได้เครียดแค้นในตัวของแม่ทัพจ้าวหูเซินแม้ว่าในอดีตจะถูกเขาทำร้าย เรื่องราวในอดีตก็ควรปล่อยให้มันเป็นเพียงในอดีตแล้วจบสิ้นกั
“ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปเด็ดขาด” หยางเหวินไถพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมาดมั่น ก่อนจุมพิตริมฝีปากของนางอีกครั้ง ความรู้สึกวาบหวามเกิดขึ้นไม่อาจจะปฏิเสธได้สักครา ฝ่ามือแสนใจร้อนของเขาร้อนผ่าวกอบกุมทรวงอกคู่งามของนาง เขาก้มมองยอดถันคู่งามด้วยแววตาวาบวับเปล่งประกายด้วยความปรารถนา จากนั้นบุรุษผู้มีใบห
“ปล่อยข้า หยางเหวินไถ ท่านจะหน้าด้านเกินไปแล้วนะ ข้าไม่รักท่านอีกแล้ว ท่านจะไปแต่งงานกับใครข้าก็ไม่สนใจท่านอีกแล้ว ข้าพอแล้ว” “หยุดพูดเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่รักข้าแล้วหรือหนิงลี่จู เจ้ารักข้ามาตลอด ข้าคือผู้เดียวเท่านั้นที่อยู่ในใจเจ้าไม่หรือ ไยตอนนี้เจ้าถึงผลักไสข้านักล่ะ ข้าผิดไ
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วยามจวบเข้ายามโหย่ว(17.00-19.00น.) หยางเหวินไถรู้สึกที่แขนเล็กกำลังโอบกอดแผ่นอกของตนเอง อาการปวดหัวเนื่องจากต้องนั่งอยู่ในสภาพอากาศที่เย็นจัดนาน ๆ ทุเลาลงมาก จนแทบเป็นปกติ ลืมตาขึ้นมาเห็นเสี้ยวหน้าของหนิงลี่จูผมดกดำของนางปกปิดแก้มแดงระเรื่อของนาง แล้วไหนนางจะชอบทำท
“ไม่ ซีซวนทำตามที่ข้าสั่ง” หนิงลี่จูพยายามสั่งอีกครั้ง ยื้อแย่งร่มจากมีของบ่าวรับใช้มาแทน “ไม่ต้อง ข้าลุกเองได้” หยางเหวินไถรับมา สั่งห้ามเสียงเข้ม ก่อนพยายามลุกเดินตามหนิงลี่จู ในเมื่อนางใจอ่อน เขาก็ถือโอกาสนี้เดินตามนางเข้ามาในห้อง กว่าจะรู้ตัวหนิงลี่จูก็ร้องกรีดออกมา







