LOGIN“แต่ข้าต้องการหย่า....”
“ทำไม” หยางเหวินไถลุกขึ้น แล้วร่างใหญ่มุ่งต้องมารั้งแขนของนางเอาไว้ จดจ้องมองตานางจนนางเองก็หวาดกลัวในดวงตามาดมั่นของเขา “เราทั้งสองไม่ได้รักกันมิใช่หรือ ท่านไม่จำเป็นต้องรั้งข้าเอาไว้เพียงเพราะคำสัญญา ข้ายังยืนยันคำเดิมว่า ข้าต้องการหย่า....กับท่าน..” ท้ายเสียงคล้ายกับก้อนเนื้อบางอย่างติดคอทำให้นางพูดติดขัด หรือเพราะในใจลึก ๆ หนิงลี่จูก็มิได้ต้องหย่าสามีคนนี้ คนที่นางรักอย่างสุดหัวใจ และเป็นคนเดียวที่ทำให้นางเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา “แต่ข้าไม่หย่า....” “ข้าจะหย่า” ทั้งหยางจื่อถงและหนิงเจียวมิ่งมองหน้ากันอย่างลำบากใจ ไม่รู้จะเอายังไงกับเรื่องราวแสนวุ่นวาย จู่ ๆ หยางเหวินไถกลับกลายเป็นคนละคนเสียนี่ ช่างน่าประหลาดใจเหลือเกิน หรือสวรรค์เมตตาสงสารบุตรสาวของเขาจึงดลบันดาลให้หยางเหวินไถเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา “เอาล่ะทั้งสอง ในเมื่อยังพูดจาไม่รู้เรื่องอยู่เช่นนี้ หนิงลี่จู เอาเป็นว่าลูกอยู่ที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน ในเมื่อหยางเหวินไถก็ไม่ยอมหย่ากับเจ้า” หนิงเจียวมิ่งเอ่ยปากขึ้นใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ อย่างน้อยที่สุดบุตรสาวที่เขารักดั่งดวงใจจะสมหวังในความรักเสียที แม้จะรู้สึกไม่ไว้ใจในตัวหยางเหวินไถอยู่บ้าง “ท่านพ่อ...” “ขอบคุณท่านพ่อมาก...” หยางเหวินไถระบายยิ้มออกมาด้วยความดีใจก่อนหันไปขอบคุณบิดาของนาง รีบเปลี่ยนคำพูดเรียกขานทันควัน “เจ้าอย่าเพิ่งดีใจไป หยางเหวินไถ เจ้ามันร้ายกาจนัก ถ้าต่อไปข้ารู้ว่าเจ้าทำร้ายบุตรสาวของข้าเช่นนี้อีก ข้าจะไม่ยอมปล่อยพวกเจ้าไปง่าย ๆ โดยเด็ดขาด หวังว่าเจ้าคงรักษาคำพูดของเจ้าเอาไว้นะหยางเหวินไถ” บิดาของนางเอ่ยปากสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง “ข้าขอสาบานว่าชาตินี้ข้าจะไม่ทำร้ายนางอีก” น้ำเสียงของเขาช่างหนักแน่น พาเอาหัวใจของนางหวั่นไหว หนิงลี่จูยกมือขึ้นทาบอกของตนเอง กลืนน้ำลายลงคอ คิดครวญหาสาเหตุทำไมนางตายไปแล้วแต่เวลากลับให้นางย้อนคืนมาในช่วงเวลานี้ เวลาที่มาเห็นชายคนนี้เปลี่ยนแปลงงั้นหรือ นางฝันไปหรือเปล่า “ข้าไม่คิดเลยว่าตั้งแต่ข้ารู้จักท่านมาเนิ่นนาน ท่านหยางเหวินไถ ท่านจะมีวาจาหวานล้ำเช่นนี้ ดูเหมือนคนตรงหน้าข้าจะไม่ใช่คนที่ข้ารู้จักมาตลอดหลายปี” หนิงลี่จูยกยิ้มมุมปากเหลือบตามองไปทางเขา อดไม่ได้จริง ๆ นางทนมานานแล้วคนใจร้าย จู่ ๆ มาเปลี่ยนเป็นคนละคน เช่นนี้ ช่าง.... “น้องหญิง เจ้ามองข้าเลวร้ายเกินไป อย่างไรข้าก็ยังคงเป็นสามีของเจ้า ตราบใดที่ข้ายังไม่ยอมมอบหนังสือหย่าให้เจ้า” คนที่เรียกตนเองว่าพี่ยอมที่ไหน ยักคิ้วให้นาง หนิงลี่จูอ้าปากมองไม่รู้ว่าท่านพ่อของนางและท่านหยางจื่อถงจะเห็นการกระทำแสนเจ้าเล่ห์ของเขาหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ นางเห็นแล้วเจ็บใจ อย่างไรแล้วนางได้แต่ข่มใจเอาไว้ “พอ ๆ พวกเจ้าในเมื่อไม่หย่าก็ไม่หย่า ของหมั้นท่านหนิงเจียวมิ่งโปรดนำกลับไปเถิด” หยางจื่อถงหันมาบอกอีกฝ่ายที่ยังสงบนิ่ง เหยียดยิ้มมุมปากมองพวกเขาสองพ่อลูก เขาต้องยอมรับความสามารถของอีกฝ่ายแม้ไม่ได้อยู่ในตระกูลขุนนาง แต่หนิงเจียวมิ่งมีความสามารถอย่างมาก “หึ ท่านเก็บไว้เถอะ ถ้าเกิดไม่ดูแลบุตรสาวของข้าให้ดี ข้ามาจัดการเจ้าสองพ่อลูกแน่ จูเอ๋อร์เจ้าอยู่ที่นี่ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมรีบมาหาพ่อนะลูก” หยางเจียวมิ่งรีบเดินมาใกล้บุตรสาวแววตาคนแก่อย่างเขามองบุตรสาวไร้เดียงสาด้วยความห่วงใย ไยจะไม่รู้ว่ายัยหนูของเขารักมั่นในบุรุษไร้หัวใจผู้นี้เพียงใด นางใฝ่ฝันอยากเป็นภรรยาของหยางเหวินไถแค่ไหน ข้อนั้นผู้เป็นบิดาอย่างย่อมรู้ดี ทุกครั้งที่เห็นนางร้องไห้ เขาได้แต่เก็บเอาไว้ในใจ ก่อนเดินออกไปจากห้องรับรอง ปล่อยให้เด็ก ๆ คุยกันเองดีกว่า“ตะ มาย.....ของเจินมี ผาก....” (ทำไมของเจินมีผัก) เสียงประท้วงดังลั่นของเด็กน้อย ใบหน้าอ้วนกลมอมข้าวไว้ในปาก มองหน้าผู้เป็นพ่ออยู่แบบนั้น โกรธที่เจ้าเฉินลวกยอดผักกาดขาวกับฟักทองแล้วนำวางบนจานเต็มไปด้วยสีสันของลูกชาย ซิ่วอิงขำกับท่าทางลูกชาย คิ้วของเจ้าอ้วนเข้มแต่เด็ก แล้วนั่นกำลังแลบลิ้นแล้วเป่าลมล้อผู้เป็นพ่อ ใครสอนกันเนี่ย...... “ไม่เอานะเจ้าเจิน กินผักเยอะ ๆ หนูจะได้โตเร็วอย่างไงล่ะ” ปลายนิ้วของซิ่วอิงเช็ดปากเด็กแสบ เจ้าเจินติดพ่อตั้งแต่เด็ก ทำอะไรก็เรียกหาแต่พ่อ แม้บางครั้งจะทะเลาะกันบ้างโดยเฉพาะเวลาทำอาหาร.... “หึ” “โกรธอะไรป๊าเหรอ” ฝ่ามือลูบศีรษะของเด็กน้อยที่งอนผู้เป็นพ่อตุ๊บป่อง เลี้ยงดูเด็กหนึ่งคนแก้มป่อง ก่อนยอมหยิบดอกผัดกาดมากินทั้ง ๆ ที่ไม่ชอบ แล้วเก็บของโปรดเอาไว้กินอย่างสุดท้าย.... ซิ่วอิงนั้นเป็นแม่ก็จริง ๆ แต่มักใจอ่อนกับลูกชายเสมอ หญิงสาวอาศัยจังหวะที่สามีเผลอ หยิบไก่ของตนวางจานลูก เด็กน้อยถึงกลับหัวเราะคิกคักออกมา เจ้าเฉินสวมใส่เสื้อยืดกับกางเกงทับด้วยผ้ากันเปื้อน พ่อบ้านสุ
ซิ่วอิงร้องเรียกลูกชายปากสั่น จำได้แล้ว เธอคือซิ่วอิง คุณแม่วัยสาวอายุยี่สิบเจ็ดปี แต่งงานตอนอายุเพียงยี่สิบห้า พบรักกับนักธุรกิจหนุ่มที่ครอบครัวพามาแนะนำ เริ่มแรกเธอไม่ชอบหน้าของผู้ชายคนนั้นเป็นอย่างมาก ทั้งขี้เก๊กแล้วเอาแต่ใจ ชอบบังคับ เขาจีบเธอเหมือนไม่จีบ แต่พาไปไหนไม่เคยเกี่ยง คนปากแข็งคนนั้นพาเธอไปทุกที่ที่อยากไป ไปกินของอร่อย...... ถึงเขาจะบอกว่าครอบครัวบังคับ แต่สุดท้ายก็คุกเข่าของเธอแต่งงานกลางห้างดัง เรียกเสียงฮือฮา จนกลายเป็นไวรัลดังในอินเทอร์เน็ต งานแต่งงานของพวกเขาจัดอย่างเรียบง่ายในธีมสีขาว.....ญาติแค่จากสองฝั่งครอบครัว กลับมีแต่คนดังทั้งนั้น เสียงฝีเท้าของเด็กน้อยวิ่งตึกตัก สภาพเด็กเปลือยเปล่าล่อนจ้อนตามประสาโผล่หน้าอ้วนป้อม ฉีกยิ้มโชว์ฟันกระต่ายสองซี่ออกมา วิ่งตัวปลิ่วออกมาจากห้องน้ำ “ม่าม้า.....ตื่นแง้วหย๋อ” (ม่าม้า ตื่นแล้วเหรอ) เด็กน้อยรีบวิ่งมาผู้เป็นแม่ที่กำลังย่อตัวอ้าแขนรอรับ “เฮ้ อาเจิน อย่าวิ่งออกไปแบบนั้น” เจ้าเฉินผู้เป็นพ่อตะโกนเรียกลูกชาย ก่อนรีบคว้าผ้าขนหนูมาพ้นรอบเอว ก่อนโผล่หน้าออกม
ซิ่วอิงนอนหลับบนเตียงนอนสีขาวขนาดคิงไซซ์ ความฝันของเธอช่างแปลกประหลาดมากทีเดียว จนซิ่วอิงเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองอ่านนิยายจนอินแล้วเก็บไปฝัน “อะ อ้า อาเจิน อย่าทำแบบนั้นสิ โดนปะป๊าแล้ว...” เสียงเอะอะโวยวายในห้องน้ำ เสียงน้ำกระเซ็นออกจากอ่างน้ำอาบขนาดใหญ่ ชายหนุ่มวัยสามสิบร่างกายเปลือยเปล่าพยายามจับเด็กชายตัวโล้นเปลือยเปล่าเช่นกัน เด็กชายตัวขาว อ้วนท้วนสมบูรณ์ในวัยย่างเข้าสองขวบ นอกจากซนแล้วยังดื้ออีกต่างหาก หญิงสาวที่เพิ่งรู้ตัวลืมตาเมื่อได้ยินเสียงรบกวนจากห้องน้ำ สายตามองรอบกายอย่างประหลาดใจ ไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่เธอฝัน ที่เจอนี่ ไม่ใช่เมืองโบราณอะไรนั้น....... แต่เป็นยุคปัจจุบัน เธอพยายามนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่กรูเข้ามาในสมองเวลานี้ คิดแล้วก็ปวดหัว เธอคือหนิงลี่จูไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ เธอคือซิ่วอิง ที่ตายไปแล้วเข้าไปอยู่ในนิยายที่กลายเป็นหนิงลี่จู ใช้ชีวิตตามครรลองของนิยาย จบลงด้วยการที่หนิงลี่จูตายแล้วก็ย้อนกลับมาใหม่..... ครั้งนี้หนิงลี่จูสมหวังในความรัก ทุกอย่างผลิบานและสดใส.... “ปะป๊า....อาเจินอยา
“ไม่ผิดอย่างแน่นอน” หยางเหวินไถดีใจจนเนื้อเต้น จนไม่อาจพรรณนาออกมาเป็นคำพูด หยางเหวินไถรีบตรงปรี่เข้าไปหานางที่นั่งอึ้งอยู่ไม่น้อย มือทั้งสองข้างของหนิงลี่จูถูกรวบขึ้นมาไว้ “ข้าดีใจเหลือเกิน เจ้าดีใจหรือไม่” น้ำเสียงดีอกดีใจ ไม่ต้องบอกกล่าวว่าหยางเหวินไถนั้นดีใจแค่ไหนที่มีลูกกับนางก็พลอยสร้างรอยยิ้มหวานหยาดหยดบนดวงหน้าแสนสดใส หนิงลี่จูดีใจไม่น้อยที่กำลังมีเจ้าตัวน้อยกับคนที่นางรัก ..... “อือ” “ข้าก็ดีใจมากเช่นกัน” “เออ...” หนิงลี่จูจู่ ๆ อยากเกิดผุดคำถามขึ้นมาในใจขึ้นมา เขาจะดีใจหรือเปล่าถ้าหากว่าบุตรที่เกิดมานั้นไม่ใช่บุตรชาย “ท่านชอบเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงมากกว่ากัน” หนิงลี่จูเอ่ยปากถามเขาด้วยความไหวหวั่น ลังเลใจกว่าถ้าลูกสาวเกิดมาเขาอาจจะไม่ชอบใจก็เป็นได้ “ถ้ามีลูกกับเจ้าจะชายหรือหญิง ข้านั้นก็ดีใจอย่างที่สุด” หยางเหวินไถกล่าวเช่นนั้นอีกตามเคย นางค่อนข้างชินชากับคำพูดแสนหวานชวนให้หัวใจเต้นรัวของเขาเสียแล้ว ลำแขนแกร่งของเขาคว้าร่างเล็กมาสวมกอด หนิงลี่จูถลาตามแรงของเขาก่อนจะ
ผ่านมาร่วมเดือนหลังจากแม่ทัพจ้าวหูเซินมาเยี่ยมนางในครานั้น ทุกอย่างดูเรียบง่ายและง่ายดายไปเสียหมดทุกอย่าง หยางเหวินไถดีกับนางทุกอย่างจนหัวใจที่ตั้งมั่นเอาไว้ว่านางจะไม่ยอมให้อภัยเขาง่าย ๆ กลับใจอ่อนลงมากโข นับว่าเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์คุณค่าของคนเสียจริง หยางเหวินไถปฏิบัติกับนาง ทำราวกับนางเป็นนางฟ้า หนิงลี่จูไม่อยากได้ใจไปมากกว่านี้ ความหวั่นไหวกลัวว่าวันหนึ่งเข้าจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นางจะทำเช่นไร ยิ่งนานวันความรักของนางก็ยิ่งถลำลึกมากกว่านี้.....ร่างกายของนางเปลี่ยนไปจนน่าประหลาด นางเองก็แอบสังเกตตนเองเหมือนกัน ถ้าถามหาความใส่ใจนางก็คงไม่ได้ใส่ใจเรื่องราวสภาพของตนเองมากนัก คิดถึงเรื่องของหยางเหวินไถอยู่ทุกวัน เวลานี้ก็อีกเช่นกัน..... วันนี้มีแขกของหยางเหวินไถที่พามาที่จวน เสียงฝีเท้าทำให้หนิงลี่จูที่นั่งเอาใบหน้าแนบกับราวไม้ของศาลาริมสระ ต้องเงยหน้ามองผู้มาใหม่.... มาพร้อมกับสามีของนางที่กำลังยิ้มแป้น ไม่ต่างเด็กน้อย.... เขาพาหมอมาทำไมกัน เป็นสิ่งที่นางสงสัยนัก “ท่านหมอ ฮูหยินของข้า ท่านช่วยตรวจดูอาก
“ท่านอย่าได้กังวล เรื่องราวของท่านอาจดูคล้ายความจริงจนทำให้ท่านหวาดหวั่นในความฝัน ทว่าบนโลกใบนี้นั้นมีเรื่องราวอัศจรรย์มากมาย ถึงในความฝันท่านจะทำร้ายข้ามากเพียงใด ความฝันอย่างไรก็คือความฝัน ไม่อาจนำมาปะปนกับความเป็นจริง ความจริงเวลานี้ ข้าคือสหายของท่าน เป็นเกียรติของข้านักที่มีท่านเป็นสหาย ท่านอย่าได้กังวลไปเลย ถึงมันจะเกิดขึ้นข้าปล่อยวางเรื่องเล่านั้นได้แล้ว เราทั้งสองต่างก็ไร้สิ่งติดค้างต่อกัน แม่ทัพผู้โหดร้ายผู้นั้นต่างจากท่านในยามนี้นัก ท่านยามนี้ช่าง สุขุม น่าค้นหา” น้ำเสียงของนางดูจริงจังไม่น้อย แววตาของนางช่างดูมั่นคง จ้าวหูเซินมองเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ก่อนจะระบายยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาด ไม่นานเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสุขใจ “ฮะ ฮ่า ฮ่า เจ้าคิดเช่นนั้นจริงหรือ” “อือ สิ่งที่ข้าพูดล้วนเป็นความสัตย์จริง ท่านอย่าได้กังวลเรื่องระหว่างเรา ข้านั้นปล่อยวางหมดสิ้นแล้ว” หนิงลี่จูพูดออกมาด้วยความจริงใจ นางเองไม่ได้เครียดแค้นในตัวของแม่ทัพจ้าวหูเซินแม้ว่าในอดีตจะถูกเขาทำร้าย เรื่องราวในอดีตก็ควรปล่อยให้มันเป็นเพียงในอดีตแล้วจบสิ้นกั
“ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปเด็ดขาด” หยางเหวินไถพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมาดมั่น ก่อนจุมพิตริมฝีปากของนางอีกครั้ง ความรู้สึกวาบหวามเกิดขึ้นไม่อาจจะปฏิเสธได้สักครา ฝ่ามือแสนใจร้อนของเขาร้อนผ่าวกอบกุมทรวงอกคู่งามของนาง เขาก้มมองยอดถันคู่งามด้วยแววตาวาบวับเปล่งประกายด้วยความปรารถนา จากนั้นบุรุษผู้มีใบห
“ปล่อยข้า หยางเหวินไถ ท่านจะหน้าด้านเกินไปแล้วนะ ข้าไม่รักท่านอีกแล้ว ท่านจะไปแต่งงานกับใครข้าก็ไม่สนใจท่านอีกแล้ว ข้าพอแล้ว” “หยุดพูดเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่รักข้าแล้วหรือหนิงลี่จู เจ้ารักข้ามาตลอด ข้าคือผู้เดียวเท่านั้นที่อยู่ในใจเจ้าไม่หรือ ไยตอนนี้เจ้าถึงผลักไสข้านักล่ะ ข้าผิดไ
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วยามจวบเข้ายามโหย่ว(17.00-19.00น.) หยางเหวินไถรู้สึกที่แขนเล็กกำลังโอบกอดแผ่นอกของตนเอง อาการปวดหัวเนื่องจากต้องนั่งอยู่ในสภาพอากาศที่เย็นจัดนาน ๆ ทุเลาลงมาก จนแทบเป็นปกติ ลืมตาขึ้นมาเห็นเสี้ยวหน้าของหนิงลี่จูผมดกดำของนางปกปิดแก้มแดงระเรื่อของนาง แล้วไหนนางจะชอบทำท
“ไม่ ซีซวนทำตามที่ข้าสั่ง” หนิงลี่จูพยายามสั่งอีกครั้ง ยื้อแย่งร่มจากมีของบ่าวรับใช้มาแทน “ไม่ต้อง ข้าลุกเองได้” หยางเหวินไถรับมา สั่งห้ามเสียงเข้ม ก่อนพยายามลุกเดินตามหนิงลี่จู ในเมื่อนางใจอ่อน เขาก็ถือโอกาสนี้เดินตามนางเข้ามาในห้อง กว่าจะรู้ตัวหนิงลี่จูก็ร้องกรีดออกมา







