เข้าสู่ระบบคำพูดนั้นแม้จะกังวล แต่คนป่วยก็ยอมพยักหน้า ในใจภาวนาอย่าให้สะใภ้คนเล็กไปก่อเรื่องใดๆอีกเลย
“พี่สะใภ้ ท่านอยู่หรือไม่” สตรีที่แม่สามีห่วงใยกำลังยืนถือเสียมอยู่หน้ากระท่อมหลังน้อย ก่อนจะทุบประตูต่อเมื่อคนข้างในยังเงียบเฉย “พี่สะใภ้!! พี่ใหญ่!! ข้ารู้ว่าพวกท่านอยู่ข้างใน ข้าไม่ได้มาก่อความวุ่นวาย ข้าแค่อยากมาขอความช่วยเหลือ” แอ็ดดดด ประตูไม้บานเก่าคร่ำครึถูกเปิดออกเบาๆพร้อมสีหน้าเบื่อหน่ายของหรงเฟย “เมิ่งหลานวันนี้ข้าล่าสัตว์ไม่ได้สักตัว เจ้าอย่ามากวนอารมณ์ข้าจะได้ไหม“ เสียงนั้นไม่ใช่ตวาดแต่ติดจะรำคาญมากกว่า เมิ่งหลานที่เห็นแบบนั้นก็เข้าใจดีก่อนหน้านี้นางร้ายใช่ย่อย มือเล็กจึงยกขึ้นประสานก่อนก้มหัวลงทำความเคารพ ”พี่สะใภ้ ก่อนหน้านี้เพราะหลายเรื่องประดังประเดเข้ามา ข้าไม่รู้ความนัก ทำท่านหงุดหงิดใจไม่น้อย แต่ว่าตอนนี้ข้าเปลี่ยนแปลงแล้วจริงๆที่มาวันนี้อยากมาขอความช่วยเหลือเจ้าค่ะ“ ดวงตาของพี่สะใภ้มีแต่ความตกใจ แปลกใจ และตื่นตระหนก เมิ่งหลานเห็นมันชัดเจนแต่ไม่เอ่ยอะไรทำเพียงยืนตรงหน้าอย่างหนักแน่น ในความทรงจำหลังสามีฝังศพนางไว้ในสุสานตระกูลฝาน วันไหว้ป้ายวิญญาณ พี่สะใภ้และพี่ใหญ่ยังต้มน้ำแกงมาเผื่อนาง วางไว้หน้าหลุมศพและบอกให้นางกินดีๆ นั่นคืออีกสิ่งที่นางเสียดาย ที่ก่อนหน้านี้นางร้ายกับทุกคนเหลือเกิน ”เจ้า…จะมาไม้ไหนอีก“ สายตาไม่ไว้ใจที่มองมา เมิ่งหลานเข้าใจดี ก่อนจะรีบบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการ ”ข้าอยากให้ท่านบอกสูตรยาที่ท่านต้มให้ท่านแม่ ตอนอยู่บ้านเดิมท่านย่าสอนสูตรยาข้ามาหลายสูตร แต่ทุกสูตรล้วนต้องพึ่งพาสมุนไพรหลายตัว ถ้าแบบที่ท่านต้มให้ท่านแม่กินประจำ ข้ายังทำไม่เป็นเจ้าค่ะ“ คำพูดที่มาพร้อมสีหน้าที่จริงใจ ทำหรงเฟยขมวดคิ้วแน่นมองนางอย่างพิจารณา “ครั้งที่แล้วข้าเอาขิงตากแห้งให้เจ้าไปต้มน้ำให้ท่านแม่กินหมดแล้วหรือ“ เมิ่งหลานหลบตาวูบ จะบอกว่าอย่างไรดี เมื่อวานก่อนที่นางโมโหสามี จนโยนทิ้งลงในแม่น้ำทั้งห่อ!! ”เอ่อ ข้า…“ มือบางกำด้ามเสียมแน่น ”เจ้า…เอามันทิ้งไปแล้วหรือ“ นางซ้อนมาขึ้นมามองก่อนพยักหน้าช้าๆแววตารู้สึกผิดเหลือเกิน ”เจ้านี่มันเป็นมนุษย์แบบไหนกัน น่าฝนแบบนี้ขิงตากแห้งยังทำไม่ได้ จะทำทีนึงไม่ต้องวิ่งไปขุดทุกรอบหรือไง!!“ เสียงตวาดลั่นไม่ได้ทำให้นางกลัวแต่เสียใจมากกว่า กับการกระทำในอดีตของตน ”พี่สะใภ้ ข้าไปขุดได้ ขอแค่ท่านบอกการปรุงมาก็พอ“ นางมองหน้าสตรีที่ตอนนี้หน้าแดงกล่ำด้วยสายตารู้สึกผิด ”เอาหน่า อาหลานเองก็รู้สำนึกแล้ว นางจะไปขุดขิงมาต้มยาให้ท่านแม่ เจ้าก็เบาเสียงลงหน่อย อย่างน้อยตอนนี้นางก็ต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเอง” เสียงทุ้มของพี่สามีที่อยู่ในบ้านเดินออกมา หรงเฟยถอนหายใจ และบอกการปรุงยาแก่นางก่อนจะมองนางอย่างดูแคลน “ตำหรับยาเจ้ายังปรุงไม่เป็นจะไปหาสมุนไพรได้อย่างไร” นางฉีกยิ้มกว้างให้คนตรงหน้าเป็นครั้งแรกตั้งแต่แต่งงานมา “ได้ อย่างน้อยข้าก็จำต้นขิงต้นข่าได้ และรู้ว่าอยู่ไม่ไกลจากลำธารหลังบ้าน เช่นนั้นข้าขอตัวไปก่อน ขอบคุณพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้มาก” นางนำกระบุงมาใส่หลังถือเสียม และเดินตรงไปที่ลำธาร…ที่นั่นนางเคยตามแม่สามีมาซักผ้า ท่านเคยชี้ต้นขิงและผีผาให้ดู แถมน่าจะยังมีผักกาดน้ำ นางก็ต้องเก็บมาทำกับข้าวด้วย “รักษาแม่สามีให้หาย ทำงานหาเงิน จะเป็นบัณฑิตก็ต้องมีฐานะระดับนึง ข้ารวยเขาได้หน้า วันหน้ารับราชการไม่ลำบาก” นางพูดกับตัวเองก่อนเดินไปด้วยใจตั้งมั่นวันทั้งวันนางยุ่งกับการส่งสินค้าไปตามที่ต่างๆ หน้าร้านเป็นพี่สะใภ้ที่เฝ้ากับแม่สามีและน้องๆ ส่วนพี่ชายสามีนั้นจะออกล่าแค่ตอนที่นางบอกว่าจะมีสัตว์ใหญ่ออกมาเท่านั้น ส่วนใหญ่จื่อเยวี่ยจึงพักในหมู่บ้านเพื่อดูแลคนงานและสัตว์ที่เลี้ยงเอาไว้หลังปิดร้าน พี่สะใภ้และแม่สามีถึงจะเดินทางกลับด้วยรถม้า บ้านหลังนี้จึงมีเพียงนางและสามีที่อาศัยอยู่เท่านั้น ”รอบนี้ท่านทำให้เต็มที่นะเจ้าคะ คำสั่งให้เจียงโจวเป็นแคว้นอีกไม่นานแน่นอน“ นางพูดขณะที่ช่วยเขาเปลี่ยนชุด ในทุกคืนค่ำคืนทั้งคู่จะแลกเปลี่ยนความทรงจำในชาติที่แล้วกันเสมอ”เป็นดั่งที่เจ้าว่า ฝ่าบาทต้องการเผยแพร่อำนาจ การเปลี่ยนเจียงโจวเป็นแคว้น ก็เพราะต้องการมีหัวเมืองไว้ป้องกันศึกจากทางเหนือ“ แม้ปากจะพูดแต่แขนแกร่งก็อุ้มนางขึ้นแนบอกก่อนเดินลงไปในบ่อน้ำพุร้อนหลังบ้าน”เพราะแบบนั้น จึงขยับการสอบระดับเมืองหลวงเข้ามา รออีกไม่นานก็จะเป็นจอหงวน ท่านคิดว่า…จะเป็นไปตามที่ข้าบอกหรือไม่“ นางกอดคอเขาพร้อมประทับจูบหวานลงบนลำคอแกร่ง เขาเกร็งขมวดไปทั้งตัว จนเส้นเลือดปูดเรียกรอยยิ้มให้นางที่ทำเขาหวั่นไหวได้”แน่นอน ข้าได้รับการติดต่อจากใต้เท้าเหรียนแล้ว“ เวลากว่า
นางมองดูคนโลภแล้วถอนหายใจ พยักหน้าให้แม่สามีรับเงินค่าปักผ้าอันน้อยนิดมาก่อนจะพยุงท่านออกจากร้าน ทั้งคู่เจอพี่ชายสามีและพี่สะใภ้ที่หน้าร้านพอดี จื่อเยวี่ยแทบจะพุ่งตัวเข้าไปในร้านผ้าที่เจ้าของร้านยังด่าไม่หยุด แต่นางห้ามเอาไว้ก่อน“ขายเองก็ได้เจ้าค่ะ มาดูกันว่าจะขายได้หรือไม่” นางตรงไปที่ร้านขายเส้นด้ายหลากหลาย และขดลวดสีทองสวยงาม ซื้อกลับมาอีกหอบใหญ่ ไม่มีใครรู้ว่านางกำลังทำอะไรแต่นางก็ไม่อธิบาย ทั้งยังเดินไปที่ร้านขายสมุนไพรสั่งตัวยาที่ต้องใช้อีกหลายกระสอบ“สะใภ้ฝาน ชาสมุนไพรกับยาแก้ไอที่เจ้าให้มา ได้ผลดีทีเดียว ข้าให้คนป่วยหลายคนใช้ทุกคนกลับมาถามซื้อกันเต็มไปหมด ใจข้ากับสามีจะไปหาเจ้าที่หมู่บ้านหลายครา แต่ก็รู้ว่าเจ้ายุ่ง วันนี้เจอเจ้าเสียที” ฮูหยินร้านขายยารีบเข้ามาต้อนรับนาง“ท่านป้า ต้องการยาหรือเจ้าคะ เอาสูตรยาหรือแบบปรุงสำเร็จแล้ว” นางถามอย่างใจดี เพราะทั้ง2คนมีบุญคุณกับนาง เรื่องแค่นี้นางไม่หวง“ไม่ๆ เอาสูตรยาไม่ได้ นั่นเป็นสูตรของเจ้า เอาอย่างนี้ เจ้ากวนยาแก้ไอกับปรุงชาสมุนไพรมาวางขายสักอย่างละ10โถดีหรือไม่ ราคาเอาตามที่เจ้าต้องการได้เลย“ จู่ๆก็ได้ลูกค้าเพิ่มใครบ้างจะไม่ดีใจ
นางหยิบกระเป๋าที่เย็บด้วยผ้าไหมเย็นอย่างดี มีลวดลายสวยงามขึ้นมาดู“เช่นนั้นจะดีกว่าหรือไม่หากเราจะหิ้วกระเป๋าพวกนี้ไปไหนมาไหน ให้คนอื่นอิจฉา” นางฉีกยิ้มจนตาเป็นประกาย ก่อนจะเห็นตาพี่สะใภ้แพรวพราวเมื่อรู้ว่านางกำลังจะทำอะไร ทั้งคู่จึงหัวเราะออกมาพร้อมกัน“ดีเลย ข้าอยากไปซื้อของใช้เข้าบ้านพอดี” สองสาวยังคงปรึกษาถึงการค้าขายในอนาคต โดยมีแม่สามีนั่งชื่นชมลูกสะใภ้ที่ให้แต่คุณทั้งคู่ด้วยความภูมิใจ“แล้วเจ้าไม่รับพืชพันธ์มาขายอีกหรือ” พี่สามีที่นั่งเหลาไม้ทำหน้าไม้อันใหม่ถามอย่างสงสัย“รับเจ้าค่ะ ต่อไปสิ่งที่ขาดแคลนคือนุ่น และผ้าหนาๆเจ้าค่ะ ปีนี้ฝนมาไวกว่าปกติ ทั้งยังมีปริมาณมาก เช่นนั้นปีนี้ฤดูหนาวคงจะเลวร้ายถึงที่สุดเช่นกัน” คิดได้ดั่งนั้นทุกคนตกลงกันว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปในตัวอำเภอ หาซื้อผ้าหนาๆ และยังกว้านซื้อนุ่นตามหมู่บ้านรอบๆ เอามาเก็บไว้ในห้องเก็บเสบียงที่แน่นหนาตอนนี้ทุกคนตกลงกันว่าช่วงนี้จะกินข้าวพร้อมกันที่บ้านกลางในส่วนของแม่สามีวันเว้นวัน เพื่อให้ท่านไม่เหงา วันอื่นก็ให้ท่านสลับไปกินบ้านนางทีบ้านพี่สะใภ้ทีถือว่าเหมาะสม เย็นนี้ตอนกินข้าวเย็นอย่างพร้อมหน้า เมิ่งหลานยังนึกอะไรบางอย่า
คำพูดของนางถือว่าเป็นคำตอบแล้ว จื่นหยวนหันไปหานายอำเภอเฉียนก่อนจะประสานมือและโค้งตัวลงต่ำที่สุด“การเป็นจวี่เหรินไม่ควรมีเรื่องเสียหายเช่นนี้ หากทางการจะพิจารณาเช่นไร ข้าเองก็ยินดีรับฟังขอรับ” ท่านนายอำเภอพยักหน้าพอใจกับการตรงไปตรงมาของคนบ้านฝาน“ยากเย็นอะไรกัน เจ้าเป็นศิษย์ท่านอาจารย์เหยียน อาจารย์คนเดียวกับข้า คนที่ซื่อตรงและยุติธรรมเช่นนี้ ยิ่งสมควรแก่การทำงาน วางใจเถอะ ข้ายื่นฏีกาให้เจ้าเอง” หลังจากทุกคนแยกย้าย เมิ่งหลานปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินการไปด้วยความเป็นธรรม และส่งพ่อบ้านสวี่กลับไปจัดการเรื่องในจวนใหญ่ของท่านย่า ทั้งยังกำชับว่าตำหรับยานั้นต้องเอามาที่นี่ก่อนทางการจะล่วงรู้“แม้ท่านย่าจะอยู่ที่จวนสวน แต่ก็วางใจไม่ได้อย่างไรก็ขึ้นชื่อว่าคนสกุลซู” นางกำชับหนักแน่น ซึ่งสาวใช้อีก2คนที่นางช่วยมาก็ร่วมเดินทางไปด้วย“มาอีกแล้ว!! คนพวกนั้นมาซื้อข้าวโพดอีกแล้ว!!” ครานี้เป็นพี่สะใภ้อย่างหรงฟางที่วิ่งหน้าตาตื่นมาทั้งยังหอบเหนื่อยเหมือนตอนที่พี่สามีวิ่งมาตามไม่มีผิดจนนางนึกขัน“ค่อยๆหายใจเจ้าค่ะ” นางเดินไปประคองก่อนจะหันไปหาสามี“ครานี้ไม่รับข้าวโพดมาขายอีกแล้วเจ้าค่ะ ดูท่าว่าชาวบ้านก็เร
คำพูดข่มขู่ของนางทำพี่ชายคนรองหัวเราะออกมาคล้ายคนเสียสติ“น้องสาม เจ้าหรือจะทำอะไรได้ ตอนนี้พี่ใหญ่กำลังเลื่อนขั้นเป็นคนของรัชทายาทเจ้าหรือคู่ควรที่จะแตะต้องสกุลซู!!” คำพูดที่พี่ชายพูดออกมาไม่ทำให้นางตกใจ แถมนางยังแหงนหน้าขึ้นหัวเราะเรียนแบบเขา จนคนพวกนี้เริ่มแตกตื่นกลัวใครจะได้ยินเข้า“เจ้าหยุดเดียวนี้!!” แม้แต่น้องสาวก็ไม่เคารพนาง ไม่เรียกนางด้วยความเคารพเช่นกัน แล้วเรื่องอะไรนางต้องทน“กลัวอะไรหรือหนิงหนิง เจ้านอกใจสามี ไปเล่นชู้กับพ่อค้าเฟิง เจ้าไม่เห็นกลัวเลย บัดนี้นึกตาขาวขึ้นมาเพียงเพราะข้าหัวเราะงั้นหรือ!!“ นางมองหนิงชวนที่ลุกลี้ลุกลนด้วยแววตาที่เหนือกว่า ก่อนจะหันกลับมาหาพี่ชายคนรอง”พี่รองท่านอย่าเอาความโสมมที่พี่ใหญ่ทำมาข่มขู่ข้าเลย โทษของการตีท้ายครัวรัชทายาท มอมเมาพระชายา ประหารพวกท่านได้เลยเชียวนะ!! คิดดีแล้วงั้นหรือ!!“ คนพวกนั้นเบิกตากว้าง แต่นางกลับมองเส้นขอบฟ้าที่เริ่มขึ้นสีจางๆ เสียงเปิดประตูบ้านพี่สามีและห้องแม่สามีดังแผ่วเบา เสียงฝีเท้านับร้อยคู่ที่เดินจนแผ่นดินสะเทือน รวมถึงรอยยิ้มน่ากลัวก็ปรากฏบนมุมปากของเมิ่งหลาน ทั้งหมดเป็นเวลาเดียวกัน!!”ทะ ทำไมถึง!!“ ชาวบ้าน
หลายวันมานี้ทั้งนางและคนบ้านฝานช่วยกันปรับหน้าดิน และสร้างบ้านขึ้นมาใหม่ บ้านที่ดูแข็งแรงทำจากไม้แตกต่างจากหลังเก่าและบ้านข้างเคียงที่เป็นบ้านดิน การได้ช่างไม้ที่เป็นคนในหมู่บ้านทำให้งานคืบหน้าไปได้เร็ว บ้านหลังใหญ่มีปีกซ้ายขวา ด้านขวาเป็นของพี่ชายสามีและพี่สะใภ้ ด้านซ้ายเป็นส่วนของนางและสามี ส่วนตรงกลางเป็นที่พำนักของมารดาที่แข็งแรงขึ้น มันใหญ่โตเหมือนเอาบ้าน3หลังมาวางต่อกัน“บ้านเก่านี้เจ้าจะเอาไว้ทำยุ้งฉางงั้นหรือ” เพราะวันนี้สามีไปทำงานวันแรก ต้องเข้าไปรายงานตัวกับท่านนายอำเภอก่อน จึงตื่นตั้งแต่ตะวันยังไม่พ้นขอบฟ้าและตอนนี้กำลังยืนให้นางสวมเต้าผาวสีน้ำเงินที่แม่สามีของนางตัดเย็บให้อย่างดี ชุดฮั่นฝูที่เขาสวมวันนี้ดูมีสง่าและเป็นปัญญาชนเต็มตัว“เจ้าค่ะ ข้าชวนพี่สะใภ้ปลูกต้นท้อเป็นแนวยาวด้านหลัง ยังทำสวนผลไม้อีกหลายแปลง จากนั้นข้ายังปลูกผักเพิ่ม ทำเล้าไก่และเล้าหมู ตรงบ้านเก่าจึงคุยกันว่าจะเอาเป็นลานแปลงผักและยุ้งฉางทั้งหมด” เขาพยักหน้าคิดเห็นตามนาง เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่นางทำมีผลกับการค้าในอนาคต“ทั้งๆที่วันนี้ควรจะนอนกกกอดเจ้าอยู่แท้ๆ” เมิ่งหลานสบตาเขานิ่ง“เพราะข่าวลือนั้นข้าำม่อา







