เข้าสู่ระบบชาติก่อนร่ำร้องแต่จะหย่าเพราะสามีเย็นชาเกินไป แต่หลังจากหย่า1ปีนางถูกบ้านเดิมขายให้โจร ส่วนสามีรับราชการรุ่งโรจน์ เขาตามหานางและฝังศพให้นางกับมือ ได้โอกาสเกิดใหม่ครานี้หนังสือหย่านี้ข้าฉีกทิ้งเอง!! แต่งงานกับสามีมา5ปี นอกจากเขาจะเย็นชาและบ้างาน ยังคอยเอาใจสตรีในวัยเด็กของเขาอีก ใครทนได้ก็ทนแต่นางเลือกจะไม่ทน บ้านเดิมคอยส่งจดหมายมาบอกว่ารักนางเสียยิ่งกว่าจะปล่อยให้ไปลำบากในบ้านสามีแสนยากจน บอกว่าหากหย่าขาดนางจะได้ชีวิตใหม่ที่ไม่ต้องถูกสามีเมินเฉย นางร่ำร้องขอให้เขายอมหย่า และกลับบ้านไปให้ครอบครัวโอบกอด ใครจะคิดว่าหลังกลับบ้านได้ไม่นาน นางถูกขายเพื่อแลกกับเงินเพียงไม่กี่ตำลึง เมื่อขัดขืนก็ถูกฆ่าตายอย่างทารุณศพถูกทิ้งไว้ให้หมาป่ากัดกิน มือสั่นเทาของอดีตสามีค่อยๆช่วยฝังศพด้วยความอาวรณ์ วิญญาณของนางขอโทษเขานับพันครั้ง ก่อนจะลืมตามาอีกคราในวันที่ร้องไห้ขอหย่ากับสามี!!
ดูเพิ่มเติมแต่งงานกับสามีมา5ปี นอกจากเขาจะเย็นชาและบ้างาน ยังคอยเอาใจสตรีในวัยเด็กของเขาอีก ใครทนได้ก็ทนแต่นางเลือกจะไม่ทน
บ้านเดิมคอยส่งจดหมายมาบอกว่ารักนางเสียยิ่งกว่าจะปล่อยให้ไปลำบากในบ้านสามีแสนยากจน บอกว่าหากหย่าขาดนางจะได้ชีวิตใหม่ที่ไม่ต้องถูกสามีเมินเฉย นางร่ำร้องขอให้เขายอมหย่า และกลับบ้านไปให้ครอบครัวโอบกอด ใครจะคิดว่าหลังกลับบ้านได้ไม่นาน นางถูกขายเพื่อแลกกับเงินเพียงไม่กี่ตำลึง เมื่อขัดขืนก็ถูกฆ่าตายอย่างทารุณศพถูกทิ้งไว้ให้หมาป่ากัดกิน มือสั่นเทาของอดีตสามีค่อยๆช่วยฝังศพด้วยความอาวรณ์ วิญญาณของนางขอโทษเขานับพันครั้ง ก่อนจะลืมตามาอีกคราในวันที่ร้องไห้ขอหย่ากับสามี!! “เมื่อครู่…เจ้าบอกว่าอะไรนะ“ ดวงตากลมโตกวาดมองรอบๆกระท่อมหลังเล็กที่ผุพัง ไม่ไกลกันเป็นแคร่ไม้ที่แม่สามีนอนป่วยอยู่ ซูเมิ่งหลานกระพริบตาอีกครั้งก่อนจะมองหน้าสามีอย่างฝานซื่อหยวนนิ่งๆ “ข้าย้อนเวลากลับมาในปีแรกที่แต่งงานกับเขางั้นหรือ” ความร้อนที่ระบายออกจากตาเมื่อนึกถึงวันที่เขาตามหานางก่อนจะทรุดเข่าลงบนพื้นโคนตมเมื่อเห็นศพของนางมีร่องรอยการถูกกัดแทะจากสัตว์ร้าย เขาอุ้มนางขึ้นอย่างไม่นึกรังเกียจ ทั้งยังเดินขึ้นเขาหาฮวงซุ้ยที่ดีในการฝังศพ ฮวงซุ้ยสกุลฝาน …เจ้าคือสะใภ้สกุลฝาน คือภรรยาของข้าตลอดไป… คำพูดนั้นยังก้องในหู น้ำตาเม็ดเล็กรินรดแก้มนวล ”ร้องไห้งั้นหรือ เหอะ!! เจ้าขอหย่าจากบุตรชายของข้า เจ้าร้องไห้ทำไม!!“ เสียงแหบแห้งของแม่สามีดึงนางออกจากภวังค์ มือเล็กยกขึ้นมาปาดน้ำตาก่อนคุกเข่าลงพื้น นางจำวันนี้ได้ดี นี่คือครั้งแรกที่นางตีโพยตีพายจะหย่า แม้ในขาติก่อนไม่ได้หย่า เพราะแม่สามีป่วยหนักผู้ใหญ่บ้านสั่งชะลอเอาไว้ก่อน และมันกินเวลายาวนานไปอีก2ปี ที่ทั้งบ้านอยู่ด้วยกันอย่างอึดอัดใจกับความร้ายกาจของนาง ”แม่สามี ท่านอย่าออกแรงตะโกนมากนัก เลือดลมไม่ดีท่านอาจมีไข้อีกหน“ ไม่ใช่ว่านางไม่เห็นคิ้วเข้มที่ขมวดอย่างสงสัย แต่ทำเมินเฉยเสียตอนนี้นางต้องแก้สถานการณ์ตรงหน้าเสียก่อน ”เมิ่งหลานเมื่อครู่เจ้าบอกว่าได้ตราประทับจากท่านผู้นำมาแล้ว เจ้า…อยากหย่ากับจากอาหยวนจริงๆหรือ“ ฝานอี้หยางมองสะใภ้คนเล็กด้วยสายตาผิดหวัง “มะ ไม่ ไม่หย่าแล้ว!! ไม่หย่า!! ข้าฉีกทิ้งเลย” กระดาษสีเหลืองแผ่นบางถูกมือเล็กฉีกทิ้งจนเป็นพุยผง คล้ายกับว่านางโกรธมันเสียเต็มประดา “เมิ่งหลาน!! เหตุใดใจเจ้าจึงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่ใช่ว่าหลายวันที่ผ่านมานี้ เจ้าประท้วงทำลายข้าวของในบ้านเพราะอยากให้ข้าประทับตราลงบนหนังสือแยกทางงั้นหรือ” สามีที่นั่งอยู่ไม่ไกลพูดคล้ายเตือนสตินาง สายตานั้นยังคงเย็นชาไม่เปลี่ยนแปลง มือเล็กๆที่มีเหงื่อผุดออกเต็มฝ่ามือ ถูลงบนชุดที่ปะชุนเพราะความเก่าอีก2-3หน ก่อนจะเงยหน้ามองเขา “ข้าแค่…น้อยใจที่เมื่อวันก่อนท่านไปช่วยบ้านแม่นางม่ออวี๋ที่…ไฟไหม้เกือบทั้งคืน จนลืมเลือนข้ากับท่านแม่ที่รอเจ้ากินข้าวอยู่ มันแค่…อารมณ์ชั่ววูบหน่ะ” เรื่องเขาไปช่วยแม่ดอกบัวขาวในวัยเด็กจนทำนางโมโหนั่นเรื่องจริง แต่มากกว่านั้นคงเป็นจดหมายจากทางบ้านที่ตอนนี้ยังร้อนๆอยู่ที่อกเสื้อมากกว่า “แน่ใจหรือ ไม่ใช่ว่าคนบ้านเจ้าบอกให้เจ้ากลับไปใช้ชีวิตสบายๆที่จวนใต้เท้าซูหรอกหรือ?”วันทั้งวันนางยุ่งกับการส่งสินค้าไปตามที่ต่างๆ หน้าร้านเป็นพี่สะใภ้ที่เฝ้ากับแม่สามีและน้องๆ ส่วนพี่ชายสามีนั้นจะออกล่าแค่ตอนที่นางบอกว่าจะมีสัตว์ใหญ่ออกมาเท่านั้น ส่วนใหญ่จื่อเยวี่ยจึงพักในหมู่บ้านเพื่อดูแลคนงานและสัตว์ที่เลี้ยงเอาไว้หลังปิดร้าน พี่สะใภ้และแม่สามีถึงจะเดินทางกลับด้วยรถม้า บ้านหลังนี้จึงมีเพียงนางและสามีที่อาศัยอยู่เท่านั้น ”รอบนี้ท่านทำให้เต็มที่นะเจ้าคะ คำสั่งให้เจียงโจวเป็นแคว้นอีกไม่นานแน่นอน“ นางพูดขณะที่ช่วยเขาเปลี่ยนชุด ในทุกคืนค่ำคืนทั้งคู่จะแลกเปลี่ยนความทรงจำในชาติที่แล้วกันเสมอ”เป็นดั่งที่เจ้าว่า ฝ่าบาทต้องการเผยแพร่อำนาจ การเปลี่ยนเจียงโจวเป็นแคว้น ก็เพราะต้องการมีหัวเมืองไว้ป้องกันศึกจากทางเหนือ“ แม้ปากจะพูดแต่แขนแกร่งก็อุ้มนางขึ้นแนบอกก่อนเดินลงไปในบ่อน้ำพุร้อนหลังบ้าน”เพราะแบบนั้น จึงขยับการสอบระดับเมืองหลวงเข้ามา รออีกไม่นานก็จะเป็นจอหงวน ท่านคิดว่า…จะเป็นไปตามที่ข้าบอกหรือไม่“ นางกอดคอเขาพร้อมประทับจูบหวานลงบนลำคอแกร่ง เขาเกร็งขมวดไปทั้งตัว จนเส้นเลือดปูดเรียกรอยยิ้มให้นางที่ทำเขาหวั่นไหวได้”แน่นอน ข้าได้รับการติดต่อจากใต้เท้าเหรียนแล้ว“ เวลากว่า
นางมองดูคนโลภแล้วถอนหายใจ พยักหน้าให้แม่สามีรับเงินค่าปักผ้าอันน้อยนิดมาก่อนจะพยุงท่านออกจากร้าน ทั้งคู่เจอพี่ชายสามีและพี่สะใภ้ที่หน้าร้านพอดี จื่อเยวี่ยแทบจะพุ่งตัวเข้าไปในร้านผ้าที่เจ้าของร้านยังด่าไม่หยุด แต่นางห้ามเอาไว้ก่อน“ขายเองก็ได้เจ้าค่ะ มาดูกันว่าจะขายได้หรือไม่” นางตรงไปที่ร้านขายเส้นด้ายหลากหลาย และขดลวดสีทองสวยงาม ซื้อกลับมาอีกหอบใหญ่ ไม่มีใครรู้ว่านางกำลังทำอะไรแต่นางก็ไม่อธิบาย ทั้งยังเดินไปที่ร้านขายสมุนไพรสั่งตัวยาที่ต้องใช้อีกหลายกระสอบ“สะใภ้ฝาน ชาสมุนไพรกับยาแก้ไอที่เจ้าให้มา ได้ผลดีทีเดียว ข้าให้คนป่วยหลายคนใช้ทุกคนกลับมาถามซื้อกันเต็มไปหมด ใจข้ากับสามีจะไปหาเจ้าที่หมู่บ้านหลายครา แต่ก็รู้ว่าเจ้ายุ่ง วันนี้เจอเจ้าเสียที” ฮูหยินร้านขายยารีบเข้ามาต้อนรับนาง“ท่านป้า ต้องการยาหรือเจ้าคะ เอาสูตรยาหรือแบบปรุงสำเร็จแล้ว” นางถามอย่างใจดี เพราะทั้ง2คนมีบุญคุณกับนาง เรื่องแค่นี้นางไม่หวง“ไม่ๆ เอาสูตรยาไม่ได้ นั่นเป็นสูตรของเจ้า เอาอย่างนี้ เจ้ากวนยาแก้ไอกับปรุงชาสมุนไพรมาวางขายสักอย่างละ10โถดีหรือไม่ ราคาเอาตามที่เจ้าต้องการได้เลย“ จู่ๆก็ได้ลูกค้าเพิ่มใครบ้างจะไม่ดีใจ
นางหยิบกระเป๋าที่เย็บด้วยผ้าไหมเย็นอย่างดี มีลวดลายสวยงามขึ้นมาดู“เช่นนั้นจะดีกว่าหรือไม่หากเราจะหิ้วกระเป๋าพวกนี้ไปไหนมาไหน ให้คนอื่นอิจฉา” นางฉีกยิ้มจนตาเป็นประกาย ก่อนจะเห็นตาพี่สะใภ้แพรวพราวเมื่อรู้ว่านางกำลังจะทำอะไร ทั้งคู่จึงหัวเราะออกมาพร้อมกัน“ดีเลย ข้าอยากไปซื้อของใช้เข้าบ้านพอดี” สองสาวยังคงปรึกษาถึงการค้าขายในอนาคต โดยมีแม่สามีนั่งชื่นชมลูกสะใภ้ที่ให้แต่คุณทั้งคู่ด้วยความภูมิใจ“แล้วเจ้าไม่รับพืชพันธ์มาขายอีกหรือ” พี่สามีที่นั่งเหลาไม้ทำหน้าไม้อันใหม่ถามอย่างสงสัย“รับเจ้าค่ะ ต่อไปสิ่งที่ขาดแคลนคือนุ่น และผ้าหนาๆเจ้าค่ะ ปีนี้ฝนมาไวกว่าปกติ ทั้งยังมีปริมาณมาก เช่นนั้นปีนี้ฤดูหนาวคงจะเลวร้ายถึงที่สุดเช่นกัน” คิดได้ดั่งนั้นทุกคนตกลงกันว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปในตัวอำเภอ หาซื้อผ้าหนาๆ และยังกว้านซื้อนุ่นตามหมู่บ้านรอบๆ เอามาเก็บไว้ในห้องเก็บเสบียงที่แน่นหนาตอนนี้ทุกคนตกลงกันว่าช่วงนี้จะกินข้าวพร้อมกันที่บ้านกลางในส่วนของแม่สามีวันเว้นวัน เพื่อให้ท่านไม่เหงา วันอื่นก็ให้ท่านสลับไปกินบ้านนางทีบ้านพี่สะใภ้ทีถือว่าเหมาะสม เย็นนี้ตอนกินข้าวเย็นอย่างพร้อมหน้า เมิ่งหลานยังนึกอะไรบางอย่า
คำพูดของนางถือว่าเป็นคำตอบแล้ว จื่นหยวนหันไปหานายอำเภอเฉียนก่อนจะประสานมือและโค้งตัวลงต่ำที่สุด“การเป็นจวี่เหรินไม่ควรมีเรื่องเสียหายเช่นนี้ หากทางการจะพิจารณาเช่นไร ข้าเองก็ยินดีรับฟังขอรับ” ท่านนายอำเภอพยักหน้าพอใจกับการตรงไปตรงมาของคนบ้านฝาน“ยากเย็นอะไรกัน เจ้าเป็นศิษย์ท่านอาจารย์เหยียน อาจารย์คนเดียวกับข้า คนที่ซื่อตรงและยุติธรรมเช่นนี้ ยิ่งสมควรแก่การทำงาน วางใจเถอะ ข้ายื่นฏีกาให้เจ้าเอง” หลังจากทุกคนแยกย้าย เมิ่งหลานปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินการไปด้วยความเป็นธรรม และส่งพ่อบ้านสวี่กลับไปจัดการเรื่องในจวนใหญ่ของท่านย่า ทั้งยังกำชับว่าตำหรับยานั้นต้องเอามาที่นี่ก่อนทางการจะล่วงรู้“แม้ท่านย่าจะอยู่ที่จวนสวน แต่ก็วางใจไม่ได้อย่างไรก็ขึ้นชื่อว่าคนสกุลซู” นางกำชับหนักแน่น ซึ่งสาวใช้อีก2คนที่นางช่วยมาก็ร่วมเดินทางไปด้วย“มาอีกแล้ว!! คนพวกนั้นมาซื้อข้าวโพดอีกแล้ว!!” ครานี้เป็นพี่สะใภ้อย่างหรงฟางที่วิ่งหน้าตาตื่นมาทั้งยังหอบเหนื่อยเหมือนตอนที่พี่สามีวิ่งมาตามไม่มีผิดจนนางนึกขัน“ค่อยๆหายใจเจ้าค่ะ” นางเดินไปประคองก่อนจะหันไปหาสามี“ครานี้ไม่รับข้าวโพดมาขายอีกแล้วเจ้าค่ะ ดูท่าว่าชาวบ้านก็เร


![องค์หญิงสองสามี [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)









ความคิดเห็น