مشاركة

บทที่ 6

หยุนจิงกำชายเสื้อของตัวเองแน่นอย่างระมัดระวัง ( ดูเหมือนพวกเขาจะทะเลาะกันเรื่องงานเข้าเฝ้าในวังของฮ่องเต้เพื่อร่วมพิธีเปิดคันไถแรกของปี...นี่คือโอกาสที่ข้าจะได้อ่านสถานการณ์สินะ) เธอคิด

ก่อนจะตัดสินใจขยับก้าวเข้าไปใกล้พลางกวาดตามองหามารดาที่น่าจะอยู่ตรงนี้เช่นกัน ทันทีที่เด็กหญิงปรากฏตัวในกรอบสายตาของทุกคนบรรยากาศรอบด้านก็ดูเหมือนจะเงียบขึ้นอีกเล็กน้อย

หยุนจิงเผยรอยยิ้มบางพลางย่อตัวลงคำนับทุกคนอย่างนุ่มนวลแบบที่เคยเห็นในละครย้อนยุคตามที่เคยดูมากับเหม่ยหลิน ในขณะเดียวกันสายตาของเธอก็หยุดอยู่ตรงหน้าของพ่อเลวคล้ายพิจารณาว่าเขาจะทำอย่างไรต่อในสถานการณ์ตรงนี้

เยว่ฮวา... ระวังคำพูดของเจ้าด้วย เสียงนกชิงเหนียวดังเข้ามาในหัวอีกครั้งเป็นการเตือนก่อนจะเอ่ยเสริมออกมาอีกอย่างเป็นห่วง คราวนี้เป็นเกมการเมืองในเรือนหลัง เจ้าเพิ่งตัวเล็กผ่านร้อนหนาวมาเพียงห้ารอบ ต้องยิ่งรอบคอบให้มาก

หยุนจิงพยักหน้าเงียบ ๆ ก่อนเหลือบตามองไปทางที่แม่นั่งอยู่ สีหน้าของมารดาดูเคร่งขรึมและมีเค้าแห่งความโกรธกักเก็บเอาไว้

“ท่านแม่...ข้ามาแล้วเจ้าค่ะ”

หลิวอวี้เฟยปรับสีหน้าให้ดูสงบลง เมื่อเห็นบุตรสาว นางกวักมือเรียกเชิงให้เด็กหญิงมานั่งด้านข้าง

จงเสวี่ยเหม่ยขบเม้มปากเล็กน้อยเหมือนเจ็บใจที่เห็นภาพสองแม่ลูกแนบชิด แต่ก็ยังไม่กล้าทำอะไรโจ่งแจ้งต่อหน้า หลี่เจี้ยนเฉิง

หลี่เจี้ยนเฉิงทอดสายตามองไปยังหญิงสาวที่ตัวเองรู้สึกผิดมาหลายปีที่กำลังตั้งท่าจะโวยวายไม่หยุดก่อนที่เขาจะพูดออกมาเสียงอ่อนปนเกรงใจ

“นี่เป็นงานของราชสำนักที่ให้สิทธิ์แก่ฮูหยินเอกและบุตรธิดาสายหลักตามธรรมเนียม จงเสวี่ยเหม่ยข้าไม่อาจให้เจ้าไปได้” คำพูดนี้ทำให้จงเสวี่ยเหม่ยเถียงไม่ออก แต่ในใจมีทั้งความโกรธระคนน้อยใจ

ไม่ใช่ว่านางไม่รู้ว่าเขารักนางและลูกของนางเพียงใด ทว่าตำแหน่งและอำนาจของเขากลับต้องยึดตนเองไว้ให้ต้องพึ่งพาฮูหยินเอก จงเสวี่ยเหม่ยได้แต่ต้องกล้ำกลืนฝืนทน

หลี่เจี้ยนเฉิงเองก็ตระหนักดีว่าหลิวอวี้เฟยนั้นเปรียบเสมือนสะพานที่ค้ำจุนเขาให้ก้าวมาถึงจุดนี้ ทว่าหัวใจของเขากลับผูกพันอย่างลึกซึ้งกับหญิงตรงหน้าญาติผู้น้องและบุตรที่เกิดจากนาง ทว่ากฎเกณฑ์ของราชสำนักยังเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจฝืน เสียงถอนหายใจแผ่วเบาจากชายหนุ่มดังก้องในบรรยากาศอันตึงเครียด

“ข้าขอโทษ... แต่ข้าก็ทำอะไรไม่ได้” เขาคล้ายอยากยื่นมือเข้าไปปลอบจงเสวี่ยเหม่ยแต่ก็ต้องชะงักไว้เพราะตระหนักในสถานะและสถานการณ์ที่บีบคั้น

จงเสวี่ยเหม่ยเม้มปากแล้วผงกศีรษะเล็กน้อยไม่แม้แต่จะมองสบตาเขาตรง ๆ ความรู้สึกที่พลุ่งพล่านภายในกลับถูกเก็บซ่อนเอาไว้เพื่อรักษาหน้าให้ชายอันเป็นที่รัก

“ข้าเข้าใจแล้ว... นายท่าน” เสียงของเธอสั่นเครือแต่ยังพยายามสะกดกลั้นไม่ให้หลุดความน้อยใจออกมา

ทั้งสองต่างยืนนิ่งในความเงียบงัน ความขัดแย้งระหว่าง หน้าที่กับความรู้สึกได้แบ่งพวกเขาออกจากกันอย่างไม่อาจเลี่ยง ตอกย้ำให้หลี่เจี้ยนเฉิงรับรู้ถึงบ่วงผิดที่ตัวเองหย่อนลงและยิ่งผูกแน่นขึ้นทุกครั้งที่เห็นนางเจ็บปวดเช่นนี้

ทันใดนั่นเองเสียงปรบมือพลันดังขึ้นทำให้คนทั้งคู่ที่คล้ายกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรู้สึกของกันและกันมองไปยังทิศทางที่ได้ยิน

“ละครของท่านช่างทำให้ข้าสำราญยิ่ง หากพวกท่านรักกันมากขนาดนี้เหตุใดตอนนั้นถึงได้หย่าขาดจากกันแล้วมาแต่งกับข้าเล่า ไม่สิ...” หลิวอวี้เฟยปรบมือของตนเอ่ยออกมาอย่าง เย้ยหยัน

แต่ทว่าหลังจากที่เธอสำนึกได้ว่ามีบุตรสาวตัวน้อยอยู่ที่นี่ด้วยนางจึงไม่พูดประโยคในเรื่องเลวร้ายที่สืบรู้มาเมื่อไม่กี่ปีออกมาจึงได้แต่จำต้องฝืนกลืนลงท้องไป

อวิ๋นซิง เหมือนว่าข้าจะได้กลิ่นตุตุ หยุนจิงไม่ปล่อยผ่านในเรื่องที่มารดาเอ่ยค้างรีบสื่อสารกับสหายตัวจิ๋ว

นกชิงเหนียวทำจมูกฟุดฟิด ข้าไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย จมูกของเจ้ามีปัญหาหรือไม่ คำกล่าวของอวิ๋นซิงทำให้หยุนจิง กลอกตาขาวมองบน

กลิ่นที่ว่า ข้าหมายถึงว่า ข้าอาจจะหาหลักฐานให้ท่านแม่หย่ากับพ่อเลวได้ง่ายขึ้นต่างหาก หากว่าพ่อเคยแต่งงานมาก่อนแล้วและมีการจดทะเบียน

ต่อมาหลังจากได้เจอท่านแม่ของข้าเขาก็รีบหย่า ด้วยเหตุผลนี้ข้าว่าน่าจะมีน้ำหนักทำให้เขาสะดุ้งสะเทือนบ้าง หากว่ามีคนไปรายงานถึงราชสำนักว่ากงปู้ซื่อหลางไร้คุณธรรม มีใจทะเยอทะยานถึงขนาดหย่าขาดภรรยาเอกเพื่อแต่งงานใหม่กับคุณหนูลูกขุนนางตระกูลใหญ่

(หยุนจิงรู้สึกว่าเหตุผลนี้ดีทีเดียวเพราะนางเองก็เคยเห็นในซีรีส์ผ่านตามาไม่มากไม่น้อยในกรณีที่ผู้น้อยเลือกทางลัดแต่งงานกับลูกคุณหนูของผู้มีอำนาจเพื่อไต่เต้า) เจ้าตัวคิดหลังจากสื่อสารกับคู่หูจบลง

ข้าเห็นด้วยกับเจ้า แต่เรื่องนี้ข้าคิดว่าพวกเขาคงไม่น่าจะเก็บหลักฐานเอาไว้แล้ว อีกอย่างเรื่องมันก็นานหลายปีแล้วนะเจ้าอย่าได้ลืม คำพูดต่อมาของอวิ๋นซิงหาได้ดับความหวังของเด็กหญิงแต่อย่างใด

ข้าไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างจงเสวี่ยเหม่ยจะไม่เหลือทางรอดให้กับตัวเอง ข้าคิดว่านางจำต้องเก็บหนังสือหย่าฉบับนั้นเอาไว้อย่างแน่นอน เพียงแต่ข้าจะต้องหาให้เจอ เรื่องนี้คงต้องรบกวนเจ้าแล้ว น้ำเสียงของหยุนจิงเจือแววเจ้าเล่ห์

ได้ ว่าแต่เจ้าจะให้ข้าทำอะไร

ทว่า....

ยังไม่ทันที่เด็กหญิงจะเอ่ยสิ่งที่ตัวคิดออกไปกับนกคู่หู เสียงของพ่อบังเกิดเกล้าของร่างนี้พลันดังขึ้นเสียก่อน

“เหม่ยจู เจ้าพูดอะไร” ท่าทางของหลี่เจี้ยนเฉิงแม้จะยังดูสงบนิ่งทว่าแววตาของเขานั้นกลับกลอกกลิ้งไปมา

“ข้าพูดอะไร ท่านย่อมรู้ดีแก่ใจ ส่วนเรื่องวันงานอีกสามวันข้ากับลูกจะไปรออยู่หน้าประตูจวน และในวันนั้นข้าหวังว่าจะไม่ต้องทนมองหน้าลูก ๆ กับเมียรักของท่าน เย่วฮวาพวกเราออกไปกันเถอะลูกรัก” หลิวอวี้เฟยพูดขึ้นอย่างอวดดีกับสามีที่ตนเกลียดชัง ก่อนจะหันมากล่าวพร้อมจับจูงมือของลูกสาวอย่างอ่อนโยนผิดจากท่าทางประดุจนางพญาเมื่อครู่ลิบลับ

ท่านแม่ของข้าสุดยอดมากเลยนะ เจ้าว่าไหมอวิ๋นซิง หยุนจิงอดไม่ได้ที่จะกล่าวชมนางกับสหาย

ใช่ นางเป็นถึงบุตรีท่านแม่ทัพเจ้าคิดว่านางจะอ่อนแออย่างนั้นเหรอ คำกล่าวของนกชิงเหนียวทำให้หยุนจิงรู้สึกสะท้านในอก

เพราะนางเข้มแข็งไม่ยอมใครและรักลูกมากเช่นนี้ ดังนั้นจึงได้ทำให้นางดูร้ายกาจจนคนภายนอกที่ไม่รู้ต่างก็นำนางไปลือลับหลังต่อว่าให้เสียหาย จนผลสุดท้ายนางและครอบครัวรวมถึงลูกรักจึงได้ตกตายอย่างน่าอนาถ ผิดกลับอีกคนที่มักจะเสแสร้งทำตัวประดุจดอกบัวขาวอันสูงส่งและบริสุทธิ์

เจ้าพูดอะไร ข้าฟังไม่เข้าใจ นกตัวน้อยที่บินมาเกาะบ่าเอียงคอถามเด็กหญิงอย่างกังขา

ไม่มีอะไร สักวันข้าจะบอกเจ้า แต่ตอนนี้พวกเรามาร่วมมือกันหาหนังสือฉบับนั้นกันเถอะเผื่อว่าหนทางการไปให้พ้นจากจวนแห่งนี้จะเร็วขึ้น

ได้! ข้าฟังเจ้า ว่าแต่เจ้าจะให้ข้าทำสิ่งใด นกตัวน้อยกระพือปีกถามอย่างกระตือรือร้น

ทำแบบนี้...เจ้าคิดว่าทำได้ไหม

ก็แค่ให้ข้าไปสอบถามกับนกรวมถึงสัตว์ต่าง ๆ ที่อยู่ในจวนนี้ไม่ใช่เหรอ เรื่องนี้ยากตรงไหน ง่ายราวเป่าฝุ่น ถ้าอย่างนั้นข้าไปจัดการเลยดีกว่า ในระหว่างที่ข้าไม่อยู่เจ้าอย่าได้หาเรื่องใส่ตัวเล่า คำพูดของนกชิงเหนียวทำให้หยุนจิงอดที่จะมองค้อนเจ้าตัวจิ๋วไม่ได้

ข้ารู้แล้วน่า ข้าไม่ใช่เด็กสักหน่อย เจ้าตัวแย้งโดยไม่ได้มองท่าทางของนกตัวจิ๋วที่กำลังเบิกตาโตมองนาง

ไม่เด็กเลยแค่ห้าขวบเท่านั้นเอง อวิ๋นซิงไม่ลืมตอกย้ำอายุของเด็กหญิงตรงหน้าก่อนที่จะบินออกไปทำตามคำสั่ง

เจ้าไม่ต้องตอกย้ำเรื่องอายุของข้านักก็ได้ เจ้ารีบไปรีบมาเถอะ

รู้แล้ว ข้าก็กำลังจะไปอยู่นี่ยังไงล่ะ หลังจากอวิ๋นซิงบินออกไปตามหาเบาะแสตามที่เธอต้องการ หยุนจิงก็กลับไปยังเรือนของตนด้วยแววตาแห่งความคาดหวัง

เธอสูดลมหายใจเข้าปอดยาว ๆ พร้อมกับเหลือบมองประตูเรือนของตนที่เปิดแง้มอยู่เล็กน้อย แสงแดดยามสายลอดผ่านช่องประตูทิ้งเงาสะท้อนบนพื้นไม้เป็นลายตาราง ดูเงียบสงบดีอย่างน่าประหลาดเมื่อปราศจากเสียงเจื้อยแจ้วของนกชิงเหนียว

(คงต้องรอสักพักกว่าอวิ๋นซิงจะกลับมา) เจ้าตัวคิดในใจขณะมองดูสายลมที่พัดเอื่อย ๆ ทำให้กลีบดอกเหมยสีอ่อนปลิวผ่านกรอบประตู กลีบของดอกไม้โปรยปรายตกลงที่ข้างเท้าเล็ก ๆ ของเธอ

(ถ้าอวิ๋นซิงเจอเบาะแสสำคัญก็จะเป็นก้าวแรกในการเปลี่ยนชะตาของแม่ได้เลยรวมถึงชีวิตใหม่ของเธอในภพนี้ด้วย)

เด็กหญิงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจแล้วเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เตี้ยอย่างครุ่นคิด แน่นอนว่าเธอเองก็ยังคงมีความกังวลว่าจะเผลอทำสิ่งใดผิดพลาดในโลกนิยายที่ไม่รู้จักใบนี้ และกังวลว่าเธออาจไปกระตุกหนวดพ่อเลวมากเกินไปจนเสี่ยงเกิดเรื่องใหญ่ ถึงกระนั้นความตั้งใจของเธอก็ยังคงแรงกล้า

“อย่างไรก็ต้องพยายาม… เพื่อชีวิตของแม่ในร่างนี้ที่ไม่ควรถูกเขาเอาเปรียบและหลอกลวง” เธอพึมพำพร้อมกับกระชับมือเล็ก ๆ ที่วางอยู่บนตักแน่นขึ้นเหมือนไล่ความประหม่าในอก ก่อนจะนึกถึงท่าทีของหลี่เจี้ยนเฉิงเมื่อตอนเช้า ยิ่งเขาเมินเฉยต่อเธอกับแม่แค่ไหน เธอก็ยิ่งอยากให้อีกฝ่ายสำนึกเสียใจมากขึ้นเท่านั้น

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 253

    บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยุคฮั่นตะวันตกจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ (หลิวเช่อ) ครองราชย์ 141 - 87 ปีก่อนคริสตกาลเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก และเป็นหนึ่งในจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่และครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน (54 ปี)ความสำคัญ: รัชสมัยของพระองค์ถือเป็นยุคทองของราชวงศ์ฮั่น มีการขยาย

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 252

    การเดินทางบนเส้นทางสายไหมในครั้งนั้นของคณะหลิวหยุนจิงใช้เวลาหลายปีในการบุกเบิก สำรวจ และสร้างสัมพันธ์ทางการค้า มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานจากที่หลิวหยุนจิงเคยคาดไว้พวกเขาล้วนผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านอันตรายนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งจากธรรมชาติอันโหดร้าย โจรป่า และความขัดแย้งระหว่างชนเผ่า แต่ด้วยความรู้ ความสาม

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 251

    "เจ้ามีเรื่องใดในใจเช่นนั้นหรือ" ฮั่วหยุนถามพลางโอบนางเข้ามาในวงแขนอย่างแผ่วเบา"ท่านจำเรื่องที่ข้าเคยเกริ่นไว้เนิ่นนานมาแล้วถึงเรื่องขององค์รัชทายาทได้หรือไม่เจ้าคะ" คำกล่าวของคนในอ้อมแขนทำให้ฮั่วหยุนมองนางพลางพยักหน้ารับ"จำได้ ว่าแต่เจ้าเอ่ยเรื่องนี้มาเพราะเหตุใดหรือว่ามีข่าวจากทางเมืองหลวงว่าฝ่า

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 250

    ในระหว่างที่พวกเขาเคลื่อนขบวนลึกเข้าไปในดินแดนทางตะวันตกมากขึ้นเรื่อย ๆ ทิวทัศน์สองข้างทางเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นทะเลทรายแสนเวิ้งว้างและแนวเขาหินสีน้ำตาลแดงมากกว่าเดิมอากาศในตอนกลางวันเองก็ร้อนระอุขึ้นแต่ทว่าในตอนกลางคืนกลับหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ พวกเขาต้องเดินทางผ่านเมืองน้อยใหญ่รวมถึงโอเอซิสขนาดเล็กและ

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 249

    ห้าปีผ่านไปไวราวสายลมพัด... ฤดูใบไม้ผลิอีกคราได้เวียนมาเยือน ทุ่งหญ้าชายแดนเริ่มผลิดอกออกใบขับไล่ความแห้งแล้งของฤดูหนาวให้จางหายไปขบวนเดินทางขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ประกอบด้วยทหารคุ้มกันหลายสิบนายและรถม้าขนสัมภาระกำลังเคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองนอกด่านของเมืองเตี้ยนหวงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเส้นทางเบื้อ

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 248

    แม้จะมีบางคำถามที่เขาลังเลไปบ้าง ถึงกระนั้นเขาก็ผ่านด่านสุดท้ายไปได้ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า"เอาละ ๆ ข้ายอมให้ผ่านก็ได้!" หลิวหานซินกับซูอันหัวเราะร่าเปิดประตูให้เจ้าบ่าวเข้าไปแต่โดยดี ซึ่งฮั่วหยุนไม่ได้เอะใจกับสองพี่น้องที่กำลังยักคิ้วให้แก่กันฮั่วหยุนถอนหายใจอย่างโล่งอกพลางปา

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 181

    ชายคนนั้นถูกจับมาในสภาพโชกเลือดก่อนที่ฮั่วหยุนจะนำยาผงออกมาส่งให้ซุนจิงหาว “อย่าให้มันตายเล่า”เขาพูดในระหว่างขี่อูฐมาขนาบข้างกรงขังของมัน ท่ามกลางแสงแดดยามเช้าของพระอาทิตย์ที่กำลังลอยขึ้นสูง หลิวหยุนจิงต้องการรีบเร่งไปให้ถึงเมืองเตี้ยนหวงให้เร็วที่สุดหลังจากนางได้อ่านจดหมายที่ฮั่วหยุนนำมาจากชายคนนั

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 180

    หลังจากส่งสัญญาณเรียบร้อย ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีแสงจันทร์ริบหรี่สาดส่องลงบนทะเลทรายอันเวิ้งว้าง หลิวหยุนจิงกับหลิวซูเหย่าเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบราวกับเงา พวกนางหลบเร้นอยู่หลังเนินทรายเตี้ย ๆ เฝ้ารอจังหวะที่เหมาะสมหลิวหยุนจิงเหลือบมองไปที่กองคาราวานจากซินเจียงที่ตั้งค่ายพักแรมอยู่ไม่ไกล พวกเขา

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 179

    ยังไม่ทันที่ฮั่วหยุนจะเดินมาถึงหลิวหยุนจิงพลันได้ยินเสียงของอวิ๋นซิงดังขึ้นเสียก่อนเยว่ฮวา ข้าเจอคนที่น่าสงสัยแล้วเจ้าหมายถึงว่าพวกเรามาถูกทางแล้วใช่หรือไม่ หลิวหยุนจิงผุดลุกขึ้นนั่งเดินวนไปเวียนมาในกระโจมใช่ หากเจ้าอยากหาหลักฐานต้องรีบแล้วเพราะหากรอให้ถึงวันพรุ่งข้าเกรงว่าจะไม่ทันการ เสียงของนกเ

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 178

    พวกท่านพร้อมที่จะปลอมตัวกันหรือไม่” หลิวหยุนจิง ถามพลางมองหน้าเด็กหนุ่มผู้อายุมากกว่าทั้งสามคนรวมถึงถังเจี่ยของตน“พร้อม” เมื่อคนทั้งหมดตอบรับออกมาพร้อมกัน“เยี่ยม” หลิวหยุนจิงกล่าวอย่างพอใจก่อนจะเริ่มลงมือแต่งหน้าให้ทุกคนนางนำอุปกรณ์แต่งหน้าที่ตนทำขึ้นมาเพื่อขายในร้านเครื่องหอมของมารดาออกมาจากถุงผ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status