Share

บทที่ 9 ความหวังใหม่

last update Tanggal publikasi: 2026-02-13 09:58:03

บทที่ 9 ความหวังใหม่

            การเรียนของซินหยานเป็นไปได้ด้วยดี ชีวิตช่วงนี้ก็แสนจะเรียบง่ายทั้งยังสงบสุข และนี่ก็เป็นวันที่ครบกำหนดที่อวี้หลางคนสนิทของท่านปู่จะต้องเดินทางมาที่นี่อีกครั้ง

            “สบายดีนะขอรับคุณหนู” อวี้หลางทักทายพลางลอบสังเกตซินหยาน

            “ข้าสบายดีเจ้าค่ะ รบกวนให้ใต้เท้าต้องเป็นห่วงแล้ว” ซินหยานระบายยิ้ม

            อวี้หลางพอจะทราบรายละเอียดการเป็นอยู่และการเคลื่อนไหวของเฉินซินหยานอยู่ไม่น้อย และสารนั้นก็มาจากอาจารย์ที่ส่งมาให้นางนั่นเอง

            “อาจารย์ที่นายท่านส่งมาให้เป็นอย่างไรบ้างขอรับ เขาปฏิบัติต่อคุณหนูอย่างดีหรือไม่”

            “ดีมาก ท่านอาจารย์ดีกับข้ามาก”

            “เช่นนั้นก็ดีขอรับ ข้ามีคำถามอีกสักคำถามอยากจะถามคุณหนูแต่ไม่แน่ใจว่าควรถามหรือไม่”

            “ว่ามาเถิดเจ้าค่ะ ระหว่างเราสองคนมีสิ่งใดให้ต้องมาเกรงใจกันอีก”

            การที่ได้สนิทสนมกับผู้ช่วยของท่านปู่ล้วนแต่ส่งผลดีต่อตัวนางเอง เพราะอวี้หลางเป็นคนที่ท่านปู่ไว้ใจที่สุดมากกว่าลูกทั้งสี่คนของท่านปู่เสียอีก

            “ข้าได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้ที่ไหมราคาต่ำคุณหนูไปกว้านซื้อมันเอาไว้” เขาค่อยๆพูดน้ำเสียงปกติ แต่ภายในกลับแฝงความอยากรู้อยู่เต็มอก

            “ทำไมหรือเจ้าคะ” ซินหยานเอียงคอด้วยความสงสัย

            ซินหยานรู้อยู่เต็มอกว่าเขาถามเรื่องนี้ทำไมแต่ก็ต้องแกล้งเสแสร้งทำเป็นไม่รู้ไปก่อน

            “คุณหนูตั้งใจขอรับเงินเบี้ยเลี้ยงมาเพื่อสิ่งนั้นหรือ”

            ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไรทุกอย่างก็ดูลงตัวเกินไป คุณหนูหกที่โดนนำมาทิ้งในที่ห่างไกลอยู่ดีๆก็เขียนจดหมายหาท่านปู่ของนาง แถมไม่ได้เขียนให้คนอื่นเลยด้วยแม้แต่บิดาและมารดาของนาง

            เมื่อได้เงินมาแล้วนางยังทุ่มเงินเกือบหมดก้อนเพื่อซื้อไหมที่ไม่รู้ว่าจะสามารถขายออกได้หรือเปล่าอีก ราวกับว่านางรู้อยู่แล้วว่าราคาของไหมจะต้องพุ่งสูงขึ้นแน่นอน

            “ถ้าบอกว่าไม่ใช่ก็คงจะเป็นการแก้ตัวจนเกินไป” ซินหยานยอมรับตามตรง

            “คุณหนูทราบหรือขอรับว่ามันจะราคาขึ้นถึงขนาดนั้น” เขาจ้องตาเด็กน้อยตรงหน้าด้วยความคาดหวัง

            “ข้าแค่คาดเดาเท่านั้นเจ้าค่ะ” นางสามารถตอบเขาได้อย่างลื่นไหลไม่เผยพิรุธแม้แต่น้อย

            “คาดเดางั้นหรือ” อวี้หลางพึมพำอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            “ข้าไม่ได้คิดซับซ้อนเหมือนที่ใต้เท้าจินตนาการหรอกนะเจ้าคะ” นางระบายยิ้มสดใส สองมือประสานเข้าหากัน

            “แล้วคุณหนูเดาได้อย่างไรขอรับ”

            “ข้าแค่คิดง่ายๆว่าสกุลเหยาเป็นพ่อค้าที่มีอิทธิพลที่สุดในเมืองนี้ เขาขายไหมในราคาที่ต่ำมากเพราะต้องการกดดันให้เจ้าอื่นขายไม่ได้และต้องยอมแพ้ไป” ซินหยานค่อยๆเล่าตามความคิดของตัวเอง

            “นั่นก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อย”

            “และพอกำจัดคนอื่นไปได้แล้วเขาก็จะทำการขึ้นราคาพวกมันจนสูงลิ่ว”

            ผู้คนต่างก็รู้ว่าเมืองนี้และเมืองบริเวณรอบๆไม่มีผู้เลี้ยงไหมเลย การจะนำมันเข้ามาจำหน่ายต้องใช้เวลาพอสมควร

            “หืม” อวี้หลางส่งเสียงในลำคอ

            เด็กคนหนึ่งจะคิดได้มากขนาดนี้เลยหรือ ยิ่งเป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่ค่อยได้รับการศึกษาอีกด้วย ช่างเป็นเด็กที่ยากจะคาดเดา

            “ข้าก็เลยคิดว่าพอถึงตอนนั้นข้าก็จะขายไหมพวกนั้นออกไปเช่นเดียวกัน ทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้เองเจ้าค่ะ”

            เฉินซินหยานวางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะคล้ายกับการบอกว่าสิ่งที่นางคิดนั้นก็ได้พูดออกไปหมดแล้ว

            “แล้วคุณหนูทำอย่างไรให้พ่อค้าพวกนั้นยอมมอบสินค้าให้ในราคาที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกหรือขอรับ” หากเป็นคนอื่นก็คงถูกเอาเปรียบโดยการขึ้นราคาไปแล้ว ทุกคนย่อมต้องหาผลประโยชน์เข้าตัว

            “สัญญาซื้อขายเจ้าค่ะ ข้ารู้ดีว่าไม่ควรไว้ใจคนอื่นเกินไปถ้าอนาคตไหมมีราคาสูงขึ้นพวกเขาก็อาจจะตุกติกขอขึ้นราคาได้ และข้าก็จ่ายเงินแค่ครึ่งเดียวเป็นค่ามัดจำเอาไว้ก่อน” 

            “รอบคอบมาก ถึงคุณหนูจะฉลาดแค่ไหนแต่ก็อย่าชะล่าใจนะขอรับ” เขาพูดน้ำเสียงจริงจังด้วยความเป็นห่วง

            สำหรับอวี้หลางแล้วตอนนี้เฉินซินหยานมีน้ำหนักในใจเขามากขึ้นเรื่อยๆ มากกว่าพวกคุณหนูและคุณชายที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีที่จวนเสียอีก

            “ใต้เท้าไม่ต้องเป็นกังวล ข้าจะพยายามให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ”

            อวี้หลางได้แต่นึกภูมิใจอยู่ในใจ ตระกูลเฉินที่เขารักยิ่งกว่าชีวิตเหมือนจะมีความหวังขึ้นมาแล้วจริงๆสินะ นายท่านจะต้องดีใจแน่ถ้าได้รู้แบบนี้

            “แต่ที่ข้าแปลกใจอีกอย่างคือเหตุการณ์ไฟไหม้” เขาไม่ได้พูดต่อให้จบ

            ในความคิดของอวี้หลางนั้นการเฉลียวฉลาดและมีเล่ห์เหลี่ยมถือเป็นเรื่องที่ดี แต่เขาก็ไม่อยากให้ซินหยานทำสิ่งที่ไม่ถูกศีลธรรมตั้งแต่ยังเด็ก

            “ท่านคิดอะไรอยู่เจ้าคะ ไม่ใช่ฝีมือข้าเสียหน่อย” ซินหยานหลุดหัวเราะยกใหญ่กับสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเขา

            นี่เขาคิดว่านางร้ายกาจถึงขนาดจะวางเพลิงโกดังเก็บสินค้าคนอื่นเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองเลยหรือไงกัน คิดมากเกินไปแล้ว

            “เฮ้อออ” อวี้หลางถอนหายใจจนสุดลมด้วยความโล่งใจ

            “มันแค่เป็นเรื่องบังเอิญเท่านั้น เพลิงไหม้เกิดจากคนงานเก่าที่โดนไล่ออกโดยไม่ยอมจ่ายค่าแรงให้จนเกิดความแค้นก็เท่านั้นเอง คิดไปถึงไหนกันเจ้าคะ”

            “ข้าก็แค่ถามดูเท่านั้นเอง เผื่อนายท่านจะถามไงขอรับ”

            อวี้หลางนึกขอโทษขอโพยเจ้านายของเขาในใจที่ต้องใช้อีกฝ่ายมาเป็นข้ออ้าง

            “ไหนๆวันนี้ท่านก็ไม่น่าจะมีธุระที่อื่นแล้วช่วยออกไปข้างนอกเป็นเพื่อนข้าหน่อยได้หรือไม่” ซินหยานทำหน้าตาน่าเอ็นดูจนอวี้หลางใจอ่อน

            ท่าทางสดใสน่าเอ็นดูนั่นมีหรือจะทำให้เขาใจแข็งได้ลง อวี้หลางมีบุตรชายอยู่สองคนทั้งคู่ก็มีอายุถึงวัยที่จะแต่งงานได้แล้วแต่มิมีใครยอมแต่งกันสักคน

            ได้มาเห็นคุณหนูหกแบบนี้แล้วเขาก็คิดว่าถ้าได้ลูกสาวหรือหลานสาวสักคนก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว

            ทำไมตอนยังหนุ่มๆเขาถึงยอมแพ้ที่จะมีลูกอีกสักคนกันนะ

            “บอกให้คนไปเตรียมรถม้า” อวี้หลางครุ่นคิดไม่นานก็หันไปสั่งการ

            รถม้าตระกูลเฉินวิ่งไปตามเส้นทาง เรียกสายตาของผู้คนได้เป็นอย่างดี ที่ห่างไกลแบบนี้ใช่ว่าจะมีรถม้าที่หรูหราเช่นนี้ผ่านมาบ่อยๆเสียเมื่อไหร่

            “พวกเราจะไปที่ใดกันขอรับ”       

            “ไปภัตตาคารต้าหว่าน” ซินหยานบอกและชี้นิ้วไปด้านหน้าอย่างร่าเริง

            ต่อให้ข้างในจะเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่ด้วยร่างกายของเด็กบางครั้งก็ทำให้ควบคุมการกระทำได้ยาก และซินหยานก็ไม่คิดที่จะฝืนจนมากเกินไป

            เมื่อมาถึงซินหยานก็รีบวิ่งลงจากรถม้าด้วยความตื่นเต้นราวกับเด็กๆที่ได้ออกจากบ้านครั้งแรก

            ถ้าดูตามความเป็นจริงแล้วซินหยานแทบไม่เคยได้ออกจากจวนเลยตั้งแต่ย้ายไปอยู่เมืองหลวง ไม่ว่าจะขอร้องหรือทำตัวดื้อรั้นแค่ไหนท่านแม่ของนางก็ไม่อนุญาต

            “ท่านสั่งได้เต็มที่เลยนะข้าเลี้ยงเอง” ซินหยานบอกอย่างภูมิอกภูมิใจ

            นอกจากซือเจียแล้วอวี้หลางเป็นคนที่สองที่นางได้เลี้ยงอาหารเช่นนี้ ถ้าจะให้สนิทกันก็ต้องกินข้าวด้วยกันนางคิดแบบนั้น

            “ฮ่าๆๆ รบกวนคุณหนูแล้ว” อวี้หลางหัวเราะอย่างพึงพอใจ

            จะมีเด็กแปดขวบที่ไหนกันที่อยากเลี้ยงข้าวชายวัยสี่สิบกว่าอย่างเขา คุณหนูหกนี่ไม่เหมือนใครเลยจริงๆ หรือเขาจะมีลูกสาวอีกสักคนดีไหมนะสงสัยต้องกลับไปปรึกษากับที่บ้านเสียแล้ว

            ซินหยานสั่งอาหารจนเต็มโต๊ะ และไม่ลืมที่จะเรียกซือเจียมานั่งกินด้วยกันแม้แต่บ่าวที่ติดตามอวี้หลางนางก็ยังไม่รังเกียจที่จะนั่งร่วมโต๊ะอาหาร ความจริงแล้วอวี้หลางไม่ใช่บ่าว เขาคือลูกของชาวบ้านธรรมดาที่โตมากับเฉินรุ่ยเซียว

           

            เสียงพูดคุยหัวเราะของพวกเขาดังไม่ขาดสาย สายตาทุกคู่บนโต๊ะอาหารมักจะหันไปมองที่ทางเดียวกันคือเด็กน้อยวัยแปดขวบที่พูดจาเจื้อยแจ้วไม่หยุด แต่สิ่งที่นางพูดล้วนเป็นสิ่งที่น่าฟังและน่าสนใจทั้งนั้น

            “ฝากให้ท่านปู่ด้วยนะเจ้าคะ” ซินหยานยื่นของกินและของใช้มากมายที่นางเดินซื้อหลังจากทานอาหารเสร็จให้เขา

            “คุณหนูไม่ได้ซื้อให้ตัวเองหรือขอรับ” เขาเห็นว่านางเดินซื้อตั้งนานก็นึกว่าจะซื้อให้ตัวเองเสียอีก

            “ของพวกนี้ล้วนเป็นของขึ้นชื่อของที่นี่ทั้งนั้นข้าอยากให้ท่านปู่ได้ลองกินดู ส่วนอันนี้ของท่าน” ซินหยานหยิบของอีกจำนวนหนึ่งจากซือเจียให้เขา

            “น้ำใจนี้ข้ารับไว้แล้ว ไว้ข้าจะมาเยี่ยมใหม่นะขอรับ”

            การได้มาเจอคุณหนูหกทำให้เขารู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมามากจริงๆ หากนายท่านได้เจอได้พูดคุยกับนางคงจะทำให้เขามีรอยยิ้มกับคนอื่นเขาบ้าง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย เป็นระยะเวลากว่าสี่ปีที่ซินหยานแต่งงานกับสามีอันเป็นที่รัก เขายังคงดีต่อนางสม่ำเสมอไม่เปลี่ยนแปร ยิ่งทวีความรักมากขึ้นเมื่อนางได้ให้กำเนิดเจ้าตัวน้อยทั้งสองคน “เจ้าก็รักแต่เจ้าใหญ่ยัยหนูรองน้อยใจแย่” คนเป็นพ่ออุ้มลูกสาวคนเล็กเอาไว้ในอ้อมอกและตระกองกอดไว้ด้วยความรักแสนทะนุถนอม “แอ้” เจ้าตัวน้อยที่อายุได้เพียงหกเดือนร้องอ้อแอ้และแย้มยิ้มให้พ่อจนเห็นเหงือกสีชมพู ดวงตากลมโตราวกับถอดแบบมารดาออกมาจ้องมองใบหน้าคมของบิดาด้วยความสงสัยใคร่รู้ “ท่านก็เอาแต่เล่นกับยัยหนูรองจนลืมเจ้าใหญ่เหมือนกันนั่นแหละ” ซินหยานหันไปมองค้อนสามีที่ชอบเข้มงวดกับบุตรชาย แต่กับบุตรสาวเขาทะนุถนอมและตามใจยิ่งกว่าพวกองค์หญิงในวังหลวงเสียอีก พอได้มาเป็นแม่คนครั้งแรกซินหยานก็คิดอะไรได้หลายๆอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของท่านแม่ นางเคยคิดว่าที่ท่านแม่ทำไปเพราะรักแต่นั่นเป็นความคิดเพ้อฝันเข้าข้างตัวเองของนาง ความรักที่ซินหยานมีให้ลูกนั้นแตกต่างจากที่เคยได้รับจากมารดาโดยสิ้นเชิง ตอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 177 ครอบครัวสุขสันต์

    บทที่ 177 ครอบครัวสุขสันต์ วันนี้ถือเป็นวันพิเศษต้นวสันตฤดูแสงแดดอ่อนๆทอผ่านกิ่งไม้ ใบไม้เขียวขจีพัดไหวเบาๆตามแรงลมที่พัดโชย กลิ่นดอกไม้ที่บานสะพรั่งอบอวลในอากาศ เสียงนกร้องคลอเบา ๆ เป็นทำนองแห่งธรรมชาติ ยามเช้าหลังจากที่เรื่องเลวร้ายทั้งหมดทั้งมวลถูกกาลเวลาพัดพาออกไป ครอบครัวสกุลเฉินนั่งทานข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา เสียงพูดคุยหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ ซินหยานเฝ้ามองทุกคนด้วยใจที่รู้สึกอบอุ่นและอิ่มเอมกว่าครั้งไหนๆ นางได้ย้อนกลับมาแก้ไขทุกสิ่ง ไม่ใช่แค่ช่วยแคว้นไว้ได้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนางสามารถช่วยทุกคนในครอบครัวเอาไว้ได้ ไม่มีใครล้มหายตายจากถึงแม้ระหว่างทางจะมีเรื่องให้ต้องล้มลุกคลุกคลานอยู่บ่อยครั้ง เพี๊ยะ ! ร่างบางตีมือของพี่ชายคนโตของบ้านที่กำนั่งแย่งน่องไก่ชิ้นสุดท้ายไป เขามองนางตาขวาง แต่เมื่อเห็นสายตาคู่คมที่จ้องมองเขาราวกับศัตรูของคนที่อยู่ข้างกายนางเจียเผิงก็ยอมปล่อยน่องไก่ชิ้นนั้นไป “หึ ถือว่ามีคนปกป้องแล้วจะรังแกข้ายังไงก็ได้หรือไง” เจียเผิงบ่นเสียงเบาไม่กล้าพูดให้อีกฝั่งได้ยิน

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 176 ไม่มีทางเอาชนะได้

    บทที่ 176 ไม่มีทางเอาชนะได้ “พาเสด็จพ่อของเจ้าไปที่ห้องทรงพระอักษร” ท่านน้าขององค์ชายรองกล่าวและเดินไปรอที่ห้องนั้นตามคำของตน สารสละราชสมบัติถูกวางเอาไว้พร้อมกับแต่งตั้งองค์ชายรองขึ้นแทนฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน พระองค์มองสิ่งเหล่านั้นด้วยความทอดถอนใจมิได้เกรงกลัวต่อการข่มขู่ของคนทั้งสอง คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายจะมาหวาดกลัวกับเรื่องแค่นี้ได้อย่างไร และทุกอย่างก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องมีจุดจบเช่นไร เขาไม่ใช่กษัตริย์ที่หลงมัวเมาในอำนาจห่วงก็แต่เพียงคนที่ขึ้นมาแทนที่คนต่อไปจะรักแคว้นและทำเพื่อแคว้นได้ไม่เท่าที่เขาทำ พระองค์ทรงประทับตามที่พระโอรสบอก มือก็คว้าตราประทับมาจับเอาไว้มั่น ในพระทัยก็ได้แต่ภาวนาว่าโอรสจะเปลี่ยนใจ “เจ้ามั่นใจแล้วนะว่าต้องการเช่นนี้” พระองค์ทรงใช้วาจาธรรมดากับโอรสองค์รอง ในที่นี้มีเพียงแค่พ่อกับลูกมิใช่กษัตริย์และพระโอรสผู้ยิ่งใหญ่ “ลูก...กระหม่อม” องค์ชายรองตัวสั่นและไม่กล้ากล่าวสิ่งใด “เจ้าอย่ามาพูดให้มากความ หน้าที่ของเจ้าตอนนี้คือต้องประทับสารสละราชสมบัติ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 175 คำสารภาพใต้แสงจันทร์

    บทที่ 175 คำสารภาพใต้แสงจันทร์ ลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดไว้เพียงครึ่ง ทุกอย่างรอบกายสงบนิ่งมีเพียงเสียงหวีดหวิวของสายลมที่ปะทะกับต้นไม้ด้านนอก อากาศเย็นเฉียบราวกับจงใจให้ร่างบางต้องขยับตัวเข้าหาอ้อมกอดแสนอบอุ่นของเขา มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากข้างเตียงที่ทำให้นางมองเห็นใบหน้าคมที่กำลังทำหน้าจริงจัง คำพูดที่เหมือนกับหยุดทุกสิ่งรอบกายของเขาทำให้ซินหยานแทบจะวิญญาณหลุดจากร่าง แค่เขาถามนางว่าอยากอยู่กับเขาไปทั้งชีวิตหรือไม่ในใจมันก็กู่ร้องกังวาน “ข้าพูดจริงๆนะซินหยาน” เขาเน้นย้ำคำพูดของตนเมื่อนางนิ่งเงียบไป จุดประสงค์แรกที่มาหานางนั้นไม่ได้มาเพื่อทำเรื่องนี้ แต่เมื่อได้สวมกอดนางเอาไว้เขาก็รู้ตัวทันทีว่าชีวิตเขาขาดนางไปไม่ได้อีกแล้ว หากไม่รีบก็อาจจะช้าเกินไป เขาจะปล่อยให้นางหลุดมือไปไม่ได้ “ท่านชอบข้าหรือ” ซินหยานถามด้วยสีหน้าสับสน นางรู้ตัวว่าชอบเขามาก แต่ไม่เคยนึกถึงอีกฝ่ายเลยว่าจะชอบนางเหมือนกันหรือไม่ เพราะความไม่ประสาในเรื่องความรักทำให้ซินหยานไม่รู้ว่าควรทำตัวเช่นไร คำถามง่ายๆสั้นๆแต่ทำให้เข

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 174 เบื้องหลังฝันร้าย

    บทที่ 174 เบื้องหลังฝันร้าย ท่ามกลางความมืดมิดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ เฉินซินหยานยืนอยู่ท่ามกลางห้วงแห่งภวังค์ที่ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่คุ้นเคย เสียงกระซิบคลอดังระงมรอบตัว นางหันมองไปรอบๆ แต่เห็นเพียงหมอกหนาและแสงสีจางๆ ที่ลอยล่องอย่างไม่มีทิศทาง ภาพด้านซ้ายคือข้างในของจวนสกุลเฉิน และด้านอื่นๆมีทั้งในวังและในห้องมืดๆอับชื้น เสียงกระซิบดังระงมจนซินหยานปวดหัวต้องยกมือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้าง เมื่อเสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ ร่างบางจึงเริ่มก้าวเท้าเดินหนีไปยังสถานที่ที่นางรู้สึกว่าปลอดภัยที่สุดนั่นก็คือจวนสกุลเฉิน แม้จะรู้ตัวว่าเป็นความฝันแต่ก็มิอาจปลุกตัวเองให้ตื่นได้ ทำได้เพียงหาทางออกจากห้วงแห่งนี้ให้เร็วที่สุด ด้านในจวนมีสภาพคล้ายกับในชีวิตจริง เว้นแต่ในความฝันมันดูทรุดโทรมกว่ามากหากจะให้เปรียบเทียบมันเหมือนกับจวนสกุลเฉินในตอนที่ท่านปู่เริ่มล้มป่วยในกาลก่อน “เจ้าจงนำพิษนี้ไปให้ตาแก่นั่นกินแล้วข้าจะยกหนี้พนันให้เจ้าทั้งหมด” เสียงเย็นเยียบชวนขนลุกทำให้ซินหยานเดินเข้าไปใกล้ทางนั้นมากขึ้น คนสองคนยืนพ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 173 รักที่ไม่ต้องหลบซ่อ

    บทที่ 173 รักที่ไม่ต้องหลบซ่อน ข่าวเรื่องการล้มป่วยหนักของท่านอัครมหาเสนาบดีถูกแพร่กระจายเป็นวงกว้าง แทบจะไม่มีใครในเมืองหลวงที่จะไม่รู้เรื่องนี้ ข่าวลือนั้นลุกลามอย่างรวดเร็ว จวนสกุลเฉินปิดประตูแน่นไม่ให้ใครเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ลูกหลานแต่ละคนถูกสั่งห้ามพบปะพูดคุยกับบุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด มีเพียงแม่ทัพโจวที่สามารถเข้านอกออกในจวนนี้ได้ แต่สิ่งที่ทำให้ซินหยานแปลกใจคือคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของนาง คนสองคนที่เคยบอกว่าไม่ได้มีความรู้สึกต่อกัน และดูเหมือนคนที่ไม่ถูกกันมากกว่า ทั้งสองกำลังยืนจับมือกันอยู่ตรงหน้าร่างบาง พี่ชายของนางดูสายตาแน่วแน่จริงจังกว่าครั้งไหนๆ ริมฝีปากบางกดยิ้มด้วยความเอ็นดูทั้งคู่ “ซินซิน” เสียงเข้มเรียกน้องสาว เฉินจงอิ้นบีบมือคนข้างกายแน่นขึ้นเมื่อกำลังจะพูดความลับของทั้งสองออกไป เขาเก็บความลับนี้ไว้มานานเป็นปีและวันนี้มันก็ถึงเวลาอันเหมาะสมแล้ว “ว่าอย่างไรเจ้าคะพี่รอง” ซินหยานแสดงสีหน้าที่เป็นปกติ คนที่ควรตกใจอย่างซินหยานกลับสงบนิ่งกว่าคนที่กำล

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 11 อ้อมกอดที่คิดถึง

    บทที่ 11 อ้อมกอดที่คิดถึง ภายในรถม้ามีคนสองคนกำลังนั่งอยู่ด้วยกันแต่ความรู้สึกภายในนั้นกลับต่างกันโดยสิ้นเชิง คนที่มีแต่ความตื่นเต้นและดีใจที่จะได้เจอลูกสาวอย่างเซียวเฉิงคุนนั้นบีบมือเข้าหากันจนเหงื่อตก แต่สำหรับซินหยานนั้นต่างกัน นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะแสดงสีหน

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 10 ย้ายกลับเมืองหลวง

    บทที่ 10 ย้ายกลับเมืองหลวง สายลมยามบ่ายพัดผ่านพาให้ต้นไม้น้อยใหญ่ปลิวไหว เข้าเหมันตฤดูมาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว โชคดีที่ยามบ่ายอากาศไม่ได้หนาวเย็นจนต้องใส่อาภรณ์หลายชั้นเพื่อให้ความอบอุ่น ร่างกายของนางยังเป็นเด็กพอต้องใส่ผ้าหลายๆชั้นมันก็ทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบากและน่าหงุดหงิ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 8 อุ่นใจ

    บทที่ 8 อุ่นใจ เรื่องราววุ่นวายได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วและถูกจัดการอย่างเงียบๆ ท่านน้าของซินหยานถูกเรียกตัวกลับบ้านเป็นการด่วน หลังจากนั้นแค่วันเดียวหนังสือหย่าก็ถูกเขียนขึ้นมา อดีตเซียวฮูหยินถูกส่งกลับบ้านเดิมของนาง แต่แล้วก็ถูกคนเหล่านั้นส่งนางไปอยู่ที่วัดอันห่างไกลอีกที “คุณ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 7 จัดการขั้นเด็ดขาด

    บทที่ 7 จัดการขั้นเด็ดขาด วันนี้นับว่าเป็นอีกวันที่จะมีผลกระทบใหญ่ต่อตระกูลเซียว ถึงจะเป็นเรื่องที่น่าอับอายแต่ก็คงจะต้องขุดรากถอดโคนให้มันจบสิ้นกันไป “เจ้าได้ส่งคนไปตามที่ข้าบอกแล้วใช่ไหมซือเจีย” ซินหยานถามสาวใช้คนสนิทของนาง “เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status