Share

บทที่ 8 อุ่นใจ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-13 09:57:39

บทที่ 8 อุ่นใจ

            เรื่องราววุ่นวายได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วและถูกจัดการอย่างเงียบๆ ท่านน้าของซินหยานถูกเรียกตัวกลับบ้านเป็นการด่วน หลังจากนั้นแค่วันเดียวหนังสือหย่าก็ถูกเขียนขึ้นมา อดีตเซียวฮูหยินถูกส่งกลับบ้านเดิมของนาง แต่แล้วก็ถูกคนเหล่านั้นส่งนางไปอยู่ที่วัดอันห่างไกลอีกที

            “คุณหนูมั่นใจได้อย่างไรเจ้าคะว่าจะไม่มีใครสืบสาวมาถึงเรา”

            ซือเจียยังคงสับสนไม่หายที่เรื่องราวจบไปทั้งแบบนั้น

            “แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องจัดการเรื่องนี้กันเงียบๆ ถ้าปล่อยให้คนนอกรู้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้น่าอับอายมากเท่านั้น”

            สำหรับท่านน้าและท่านตาของนางแล้วพวกเขาต้องเลือกที่จะรักษาหน้าเอาไว้ หากใครถามก็คงจะอ้างว่านางอยากไปขัดเกลาจิตใจที่วัด

            ส่วนสวี่ฮูหยินนั้นนางมีความน่าสงสารอยู่บ้าง เพราะมีบุตรด้วยกันแล้วจึงไม่สามารถทำตามใจได้ ไหนจะครอบครัวเดิมที่ไม่สนับสนุนการแต่งงานครั้งนี้ตั้งแต่แรกจนเลือกที่จะตัดขาดกันไปแล้วทำให้นางไม่มีที่ไป

            “แล้วต่อไปคุณหนูจะทำอย่างไรต่อเจ้าคะ” ซือเจียถามน้ำเสียงกระตือรือร้น ดวงตาของนางวาววับด้วยความตื่นเต้น

            ในแววตาของซือเจียตอนนี้เต็มไปด้วยความเคารพนับถือคุณหนูของนาง ถึงแม้อีกฝ่ายจะอายุน้อยกว่าก็ตาม

            “สนุกขนาดนั้นเลยหรือ” ซินหยานระบายยิ้มถาม

            ถ้าให้เทียบกันแล้วดวงจิตที่อยู่ด้านในของซินหยานมีอายุมากกว่าซือเจียในตอนนี้ นางจึงเอ็นดูอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย

            “ไม่เชิงเจ้าค่ะ แต่ข้าตื้นตันใจมากกว่าที่คุณหนูของข้าเก่งขนาดนี้” ซือเจียยิ้มกว้าง

            “หลังจากนี้ก็คงไม่มีใครให้จัดการไปสักพัก แต่ข้ากำลังมีแผนการใหญ่” ซินหยานกระซิบเสียงแผ่ว บนใบหน้านางดูมีชีวิตชีวา

            “แผนการอะไรหรือเจ้าคะ”

            “กลับเมืองหลวง”

            “กลับเมืองหลวง ! ” ซือเจียเผลอตะโกนด้วยความตกใจ

            จะไม่ให้นางตกใจได้อย่างไร เมืองหลวงก็เหมือนนรกสำหรับคุณหนูของนาง ทั้งเครือญาติที่แทบไม่นับว่านางคือคนสกุลเฉิน ไหนจะมารดาของนางที่ทำร้ายจิตใจคุณหนูของนางจนถึงที่สุดนั่นอีก

            ชู่ววว !

            “อย่าเสียงดังไปสิ” ซินหยานรีบเอามือปิดปากซือเจียไว้ ดวงตาเบิกกว้างด้วยกลัวว่าแผนการจะรั่วไหล

            “อื้อๆ” ซือเจียพยักหน้าหลายทีแสดงออกว่านางเข้าใจแล้ว

            “ช่วงนี้ข้าเขียนจดหมายหาท่านปู่บ่อยๆ อีกไม่นานข้าจะลองขอให้เขาส่งคนมารับพวกเรากลับไป”

            “แต่...คุณหนูอยู่ที่จวนนั้นแล้วไม่มีความสุข” ซือเจียมีสีหน้าสลดลง

            “ข้ามีเหตุจำเป็น แต่ถ้าหากเจ้าอยากอยู่ที่นี่ต่อข้าก็จะไม่ขัด”

            ถ้าเลือกได้นางก็อยากจะอยู่ที่นี่ตลอดไป ไหนๆก็จัดการสตรีผู้นั้นได้แล้ว แต่ซินหยานไม่สามารถทำใจปล่อยให้สกุลเฉินล้มไปต่อหน้าทั้งๆที่นางอาจจะช่วยไว้ได้

            “ไม่เจ้าค่ะ ข้าจะติดตามคุณหนูตลอดไป” ในน้ำเสียงของนางประกอบไปด้วยความจริงใจเต็มเปี่ยม

            “อืม เจ้าไปเตรียมของให้พร้อมวันนี้ท่านอาจารย์คงจะมาแล้ว”

            “เจ้าค่ะ”

            ณ จวนสกุลเฉิน

            “วันนี้แล้วใช่หรือไม่ที่จะส่งอาจารย์ไปให้นาง” เสียงทุ้มทรงอำนาจของเฉินรุ่ยเซียวถามอวี้หลางคนสนิทของเขา

            “ขอรับนายท่าน”

            “นางเป็นอย่างไรบ้าง” เขาถามทั้งๆที่ยังก้มหน้าทำงานอยู่

            “คุณหนูเปลี่ยนไปมากขอรับ ราวกับคนละคน” อวี้หลางยังแคลงใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเฉินซินหยานไม่หาย

            “งั้นหรือ” เขาไม่ได้มีท่าทีตื่นเต้นตกใจอะไรมากนัก

            เฉินรุ่ยเซียวเป็นเช่นนี้เสมอ สงบนิ่งเย็นชาต่อทุกสิ่งต่อให้จะเอาดาบมาจ่อที่คอเขาก็ไม่แสดงอาการแม้แต่น้อย

            “น่าแปลกนะขอรับทั้งๆที่ดูจะเป็นคนฉลาดมากแท้ๆแต่กลับไม่อยากเรียนหนังสือ”

            “อืม แต่จดหมายที่นางเขียนมาก็น่าสงสัยอยู่บ้าง”

            เด็กแปดขวบคนนึงจะเขียนตัวหนังสือได้บรรจงงดงามขนาดนั้นได้อย่างไรกัน ไหนจะคำที่เด็กๆไม่ควรจะรู้จักด้วยซ้ำนั่นอีก

            “แต่คุณหนูก็ยืนยันว่านางเขียนเองกับมือทุกฉบับ”

            “แล้วเรื่องเบี้ยเลี้ยงนางตอบว่าอย่างไร” นี่ต่างหากคือสิ่งที่เขาใคร่รู้

            เรื่องเบี้ยเลี้ยงนี้แทบจะไม่ถูกพูดถึงกันในครอบครัว เพราะเป็นคำสั่งของเขา เด็กๆนั้นยังไม่มีวิจารณญาณมากพอที่จะตัดสินใจหากให้ไปแล้วอาจจะไม่เป็นผลดี

            “คุณหนูตอบว่าแอบได้ยินพ่อกับแม่ของนางคุยกันขอรับ”

            “หึ ปลิ้นปล้อนเสียจริง” เขายกยิ้มมุมปาก

            การที่หลานสาวอายุเพียงแปดขวบแต่มีเล่ห์เหลี่ยมถึงเพียงนี้ก็พอจะทำให้เขาพอใจขึ้นมาบ้าง

            “คุณหนูยังถามข้ามาอีกเรื่องด้วยนะขอรับ”

            “นางถามว่าอะไร หรือว่าต้องการเงินเพิ่ม” นอกจากเงินทองแล้วเด็กๆจะอยากได้สิ่งใดอีก

            “คุณหนูถามว่านายท่านเป็นอย่างไรบ้างขอรับ นางถามถึงสุขภาพของท่านว่าแข็งแรงดีหรือไม่ คุณหนูเป็นห่วงนายท่านนะขอรับ”

            “งั้นหรือ” เขาตอบเสียงเรียบจนคนบอกรู้สึกผิดหวัง

            อวี้หลางอุตส่าห์มีความหวังขึ้นมาบ้างที่อย่างน้อยก็ยังมีคนเป็นห่วงเจ้านายของเขาอย่างน้อยหนึ่งคน

            “ดูจากการแสดงออกของนางแล้วข้ายืนยันได้เลยขอรับว่านางเป็นห่วงนายท่านด้วยใจจริง”

            ถึงเฉินรุ่ยเซียวจะแสดงท่าทีเย็นชา แต่เขารับรู้ได้ว่ามีความรู้สึกบางอย่างที่แปลกไป มันอุ่บวาบในหัวใจที่ได้รู้ว่ามีคนเป็นห่วงเขา

            “ให้คนจับตาดูนางให้ดี อย่าให้เกิดเรื่อง”

            ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่นี่คือการสั่งให้อารักขานางให้ดี อย่าให้ใครมาแตะต้องคุณหนูหกสกุลเฉินได้

            “นายท่านมิต้องกังวลขอรับ ขนาดอดีตภรรยาของใต้เท้าเซียวคุณหนูก็จัดการนางจนอยู่หมัดไปเลย”

            “เช่นนั้นหรือ หึหึ วันนี้อากาศดีออกไปดื่มชาที่ศาลาสักหน่อยดีกว่า” เฉินรุ่ยเซียววางพู่กันในมือและก้าวขาไวๆไปทิศทางที่เขาต้องการ

            “อากาศดีจริงๆ” อวี้หลางอมยิ้ม ดูเหมือนสกุลเฉินจะมีหวังขึ้นมาบ้างแล้ว

           

            ณ จวนสกุลเซียว

            “เดินทางมาไกลคงเหนื่อย ท่านอาจารย์ไปพักผ่อนก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

            ซินหยานยิ้มทักทายอาจารย์ของนาง พลางให้คนนำชาและขนมออกมาต้อนรับเป็นอย่างดี

            “รบกวนคุณหนูแล้ว”

            “เชิญทางนี้เจ้าค่ะ” ซือเจียนำทางไปยังห้องพักของเขา

            อาจารย์ที่มาท่านนี้ทำให้ซินหยานพอที่จะหายใจหายคออย่างโล่งใจขึ้นมาบ้าง เขานับว่าเป็นคนดีคนหนึ่ง อย่างน้อยเขาก็มองว่านางคือคุณหนูสกุลเฉินเช่นเดียวกับพี่น้องคนอื่นๆ

            “ดูแลเขาให้ดี หากขาดเหลืออะไรให้มาแจ้งข้าได้เลย” ก่อนจะไปซินหยานก็กำชับเอาไว้

            เช้าวันถัดมาซินหยานตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเรียนวันแรก นางตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำให้เต็มที่

            “วันนี้พวกเราจะเริ่มทำการทดสอบระดับความรู้ของคุณหนูกันก่อนนะขอรับ” ท่านอาจารย์ของนางบอกพลางยื่นกระดาษแบบทดสอบให้นาง

            “ท่านอาจารย์เรียกข้าว่าซินหยานก็ได้เจ้าค่ะ ท่านเป็นอาจารย์ข้าต่างหากต้องเป็นฝ่ายที่เคารพท่าน”

            “ถึงอย่างไรคุณหนูก็เป็นหลานของนายท่านข้าว่ามันไม่เหมาะสม”

            ซินหยานยกมือขึ้นมาห้ามไม่ให้อีกฝ่ายพูดต่อ

            “ถือว่าเป็นคำขอจากลูกศิษย์แล้วกันเจ้าค่ะ”

            “ถ้าเช่นนั้นก็เริ่มทำแบบทดสอบเถิด”

            ในระหว่างที่ซินหยานกำลังตั้งใจทำแบบทดสอบเขาก็นั่งสังเกตนางไปด้วย ไม่เหมือนเด็กแปดขวบจริงๆ สมแล้วที่เป็นหลานของนายท่าน ถึงหลานคนอื่นๆจะไม่ค่อยได้เรื่องแบบนางก็เถอะ

            ซินหยานใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วยามก็ทำแบบทดสอบเสร็จ นางทวนคำตอบอีกครั้งก่อนจะนำส่งให้เขา

            “อืม ทำได้ดีมาก” เขายิ้มด้วยความพึงพอใจ

            ความจริงแล้วเขายิ่งกว่าพึงพอใจเสียอีก นี่มันอัจฉริยะชัดๆ ชีวิตนี้ถือว่าคุ้มค่าแล้วที่ได้มีโอกาสสอนคนมีอนาคตไกลเช่นนี้ เสียดายที่เป็นสตรีโอกาสย่อมน้อยกว่าบุรุษหลายส่วน

            “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” ซินหยานจ้องเขาพลางกะพริบตาอย่างอยากรู้อยากเห็น

            นางตั้งใจตอบผิดในบางข้อเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นที่น่าสงสัยเกินไป

            “ถูกเกือบหมด วันนี้ก็พักเท่านี้ก่อน ข้าขอตัวไปเตรียมบทเรียนสำหรับวันต่อไป”

            “เจ้าค่ะ ถ้าข้าทำได้ดีอาจารย์ต้องชมข้าให้ท่านปู่ฟังเยอะๆเลยนะเจ้าคะ” ซินหยานบอกน้ำเสียงสดใส

            ถึงนางจะเคยไม่ชอบเรียนหนังสือ แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็คงต้องยกความดีความชอบให้มารดาของนางที่บังคับนางคัดตำราทุกวัน หากไม่เสร็จก็จะไม่ได้กินข้าว ถ้าไม่ตั้งใจก็จะโดนตีจนมือขึ้นรอย

           

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 19 ท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

    บทที่ 19 ท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ผ้าไหมกองพะเนินถูกนำมาวางไว้บนเตียงของซินหยาน โดยมีซือเจียคอยจัดแยกตามสีของพวกมัน “ท่านมหาเสนาบดีคงเอ็นดูคุณหนูมากเลยนะเจ้าคะ” ซือเจียยิ้มดีอกดีใจที่คุณหนูได้รับความรักจากคนในครอบครัว “คงทั้งเอ็นดูและสงสารนั่นแหละ” ซินหยานเหยียดยิ้มแต่มันกลับดูเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ซินหยานลูบสัมผัสเนื้อผ้าไหมแต่ละผืนในหัวก็คิดถึงสิ่งที่พึ่งเห็น ไม่ว่านางจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแค่ไหนก็ไม่สามารถลดความเกลียดชังที่ท่านแม่มีต่อนางได้ “คุณหนู” ซือเจียเรียกเสียงละห้อย “ช่างมันเถอะ ฝากเจ้าจัดการผ้าพวกนี้ทีนะข้าจะนอนแล้ว” ซินหยานบอกเสียงเรียบ เมื่อซือเจียนำผ้าทั้งหมดไปเก็บแล้วพวกนางก็เข้านอนตามปกติ ซินหยานนอนพลิกตัวไปมาทั้งคืนไม่สบายตัว กว่าจะหลับจริงๆก็เกือบเช้า เช้าวันถัดมาซินหยานยังไม่ทันได้ล้างหน้าก็มีบ่าวมาแจ้งว่าท่านพ่อและท่านแม่ของนางให้ไปพบในอีกครึ่งชั่วยาม เมื่อซินหยานเดินมาถึงห้องรับรองในเรือนของบิดาก็พบว่ามีคนหลายคนรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งป้าสะใภ้ ท่านแม่ ท่านป้ารอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 18 ความสุขเพียงชั่วครู่

    บทที่ 18 ความสุขเพียงชั่วครู่ ซินหยานและพี่ชายพากันเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้จนของเต็มมือ และมาถึงร้านที่ให้ทายปริศนาโคมไฟ “ข้าเข้าไปเล่นได้ไหมเจ้าคะท่านปู่” ซินหยานเขย่ามือท่านปู่ของนางเพื่อขออนุญาต ถึงโคมไฟเหล่านี้จะไม่ได้วิเศษกว่าโคมไฟทั่วไป แต่วิธีการที่ได้มันมาต่างหากที่ทำให้มันมีคุณค่า คนหลายสิบคนที่แย่งกันตอบปริศนายิ่งทำให้มันน่าเข้าร่วมการแข่ง “ไปสิ” “พี่รอง ไปกันเจ้าค่ะ” ซินหยานปล่อยมือจากท่านปู่ของนางและลากพี่ชายของนางเข้าไปในหมู่ผู้คน ชายชรายืนรอหลานๆของเขาอยู่ด้านนอก ดวงตาทอดมองความร่าเริงของหลานสาวแล้วก็พลอยทำให้เรื่องเครียดที่สะสมไว้เหมือนจะเบาลง “รางวัลปริศนาอันต่อไปคือโคมไฟอันนี้ ทุกท่านพร้อมหรือยังขอรับ” เจ้าของร้านกำลังถือโคมไฟที่จะเป็นรางวัลอันต่อไปอยู่ในมือ “พร้อม ! ” เสียงคนเกือบร้อยคนพูดพร้อมกัน “พี่รอง ท่านต้องแย่งมาให้ได้นะเจ้าคะ” ซินหยานหันไปบอกกับพี่ชายน้ำเสียงจริงจัง “อยากได้ขนาดนั้นเลยหรือ ให้ท่านปู่ซื้อให้ก็ได้นี่” “มันไม่เหมื

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 17 ไปเทศกาลโคมไฟกันเถอะ

    บทที่ 17 ไปเทศกาลโคมไฟกันเถอะ เฉินซินหยานไปชวนพี่ชายของนางไปเที่ยวเทศกาลหยวนเซียวด้วยกัน พี่ชายก็ชวนท่านพ่อกับท่านแม่ และก็ชวนกันต่อไปเป็นทอดๆทำให้ตอนนี้รถม้าของสกุลเฉินถูกนำออกมาใช้ครบทุกคัน ท่านปู่ของนางมีบุตรทั้งหมดสี่คนประกอบด้วยลุงใหญ่ ป้ารอง ท่านพ่อ และท่านอา ท่านอามีอายุต่างจากพี่น้องคนอื่นเกินสิบปีเป็นคนที่ซินหยานสนิทใจด้วยที่สุดในบรรดาพี่น้องของพ่อ ลุงใหญ่มีลูกชายและลูกสาวอย่างละคน ป้ารองมีฝาแฝดชายหญิง และท่านอาของนางนั้นยังไม่มีบุตร โชคยังเข้าข้างซินหยานที่ท่านปู่ของนางให้นั่งรถม้าคันเดียวกัน เด็กสาวจึงลากพี่ชายของตัวเองมานั่งด้วยกัน “ท่านพี่ไม่สบายหรือเปล่าเจ้าคะ” ซินหยานถามด้วยความเป็นห่วง ด้วยความกังวลซินหยานจึงเอามือทาบหน้าผากพี่ชายเพราะเขามีท่าทีแปลกๆ ตั้งแต่ขึ้นรถม้าก็ก้มหน้าตลอดทาง และสีหน้าก็ไม่ค่อยดี “ปะ...เปล่า” จงอิ้นตอบตะกุกตะกัก แต่ก็ยังไม่ยอมสบตาใคร “แล้วทำไมสีหน้าของท่าน” ซินหยานยังคงไม่วางใจ “พี่ไม่ได้เป็นอะไร แค่นอนไม่หลับเลยเพลียๆ” เขาบ่ายเบี่ยงเพราะอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 16 รางวัลของหลานสาว

    บทที่ 16 รางวัลของหลานสาว ระหว่างการประชุมมีขุนนางบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของเด็กสาวตัวน้อยที่นั่งก้มหน้าอ่านตำราเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้ก่อเรื่องใหญ่หลวงเอาไว้ สิ่งที่น่าขันคือผู้เป็นใหญ่ที่สุดในห้องอย่างอัครมหาเสนาบดียอมเชื่อและทำตามคำของเด็กตัวแค่นี้ เขารีบสั่งการส่งม้าเร็วไปสำรวจพื้นที่นั้นทันที “กว่าจะได้คำตอบคงเป็นพรุ่งนี้เช้า พวกเราก็แยกย้ายกันก่อน” เสียงทรงอำนาจออกคำสั่ง “แต่นี่คือเรื่องเร่งด่วนนะขอรับใต้เท้าเฉิน ถ้าพวกเราไม่รีบเคลื่อนทัพตอนนี้จะกลายเป็นพวกเราที่เสียเปรียบ” อัครมหาเสนาบดีเฉินตวัดสายตามองคนพูดทันควัน เหมือนคนพวกนี้จะลืมไปแล้วว่าเขาเป็นใคร “แล้วถ้าทหารนับพันนับหมื่นต้องล้มป่วยเพราะความใจร้อนของเจ้า เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร” เฉินรุ่ยเซียวถามเสียงเย็น ท่าทางน่าเกรงขามของเขาทำให้คนอื่นๆในห้องต้องปิดปากเงียบไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรขึ้นมาอีก ซินหยานกำลังรื้อฟื้นความทรงจำที่เคยเรียนในบทเรียนเมื่อชาติที่แล้ว นางอาจจะไม่เคยรับรู้ตอนที่เกิดสงครามแต่ได้มาเรียนประวัติของแคว้นในตอนโต

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 15 คุณหนูหกเฉิน

    บทที่ 15 คุณหนูหกเฉิน คุณหนูหกสกุลเฉินยืนถือถ้วยยารออยู่หน้าห้องทำงานของผู้เป็นปู่อย่างท่านอัครมหาเสนาบดีเฉินมาได้สักพักจนรู้สึกได้ว่ามือกำลังสั่นเล็กๆ “คุณหนู มาทำอะไรขอรับ” อวี้หลางที่ได้รับการแจ้งว่ามีคนขอเข้าพบนายท่านของเขาเปิดประตูออกมาก็เจอซินหยานยืนรออยู่ “ข้าเอายาบำรุงมาให้ท่านปู่เจ้าค่ะ” ซินหยานบอกเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้ม “เอ่อ นายท่านกำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่ขอรับ” อวี้หลางมีสีหน้าลำบากใจ ตามปกติแล้วในเวลาแบบนี้จะไม่อนุญาตให้คนอื่นเข้าไปเด็ดขาดเพราะเรื่องที่พูดคุยกันนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่สายตาวิบวับของเด็กน้อยตรงหน้าก็ทำให้เขาเหมือนจะใจอ่อน “ข้าต้มยามาให้ท่านปู่ ถ้านานกว่านี้ยาก็จะเย็น ทำยังไงดีอวี้หลาง” เฉินซินหยานทำหน้าสลด ดวงตาที่เคยวาววับก็หม่นลง “คุณหนูรอสักครู่นะขอรับ” ท้ายที่สุดอวี้หลางก็ยอมใจอ่อน เขาเข้าไปในห้องนั้นได้ไม่นานก็ออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม “เชิญขอรับคุณหนู” อวี้หลางผายมือให้ซินหยานเข้าไปด้านในและเดินตามหลังนางเข้าไป ซินหยานก้มหัวให้คนอื่นๆที่นั่ง

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 14 ลืมสนิท

    บทที่ 14 ลืมสนิท หลังจากมื้ออาหารที่ไม่มีใครได้แตะแม้แต่ตะเกียบจบลงทุกคนก็แยกย้ายกลับเรือนของตนเองโดยไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว “คุณหนูไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ” ซือเจียรีบปรี่เข้าหาคุณหนูของนางด้วยความเป็นห่วง “ไม่ต้องห่วง ข้าสบายดี” นางโกหก เจอเรื่องแบบนี้มาคงไม่มีใครสบายใจได้หรอก ถึงภายในจะบอบช้ำแค่ไหนแต่การแสดงความอ่อนแอก็ไม่ได้ช่วยอะไรเช่นกัน น้ำตาไม่ได้ช่วยเยียวยาบาดแผลทางใจ “คุณหนู” ซือเจียพึมพำเสียงอ่อน แววตาทอความเวทนา “เดิมทีข้าก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อเรียกร้องความรักจากใครอยู่แล้ว เป้าหมายของข้าใหญ่กว่านั้นมาก” ซินหยานบอกน้ำเสียงจริงจัง ต่อให้พยายามทำตัวเข้มแข็งแค่ไหนแต่ตัวนางก็รู้ดี แม้แต่ร่างกายของนางยังประท้วงกับสิ่งที่นางพูด ในอกมีความรู้สึกหน่วงจนเจ็บ “คุณหนูอยากทำอะไรเจ้าคะบอกซือเจียได้หรือไม่ ซือเจียอยากช่วยคุณหนูจริงๆ ทุกเรื่องที่คุณหนูแบกไว้ให้ซือเจียช่วยดีไหมเจ้าคะ” ซือเจียเอื้อมมือไปกอบกุมมือเล็กๆของเจ้านายไว้ ในความคิดของซือเจียนั้นซินหยานก็เหมือนน้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status