مشاركة

บทที่ 10 ย้ายกลับเมืองหลวง

last update تاريخ النشر: 2026-02-13 09:58:25

บทที่ 10 ย้ายกลับเมืองหลวง

            สายลมยามบ่ายพัดผ่านพาให้ต้นไม้น้อยใหญ่ปลิวไหว เข้าเหมันตฤดูมาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว โชคดีที่ยามบ่ายอากาศไม่ได้หนาวเย็นจนต้องใส่อาภรณ์หลายชั้นเพื่อให้ความอบอุ่น

            ร่างกายของนางยังเป็นเด็กพอต้องใส่ผ้าหลายๆชั้นมันก็ทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบากและน่าหงุดหงิด

            “ไปเอากระดาษกับพู่กันให้ข้าที” ซินหยานสั่งกับบ่าวที่อยู่ใกล้ตัว

            ถึงเวลาที่จะต้องเดินไปยังแผนต่อไปแล้วมัวแต่อุดอู้อยู่ที่นี่ก็จะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

            “คุณหนูจะเขียนจดหมายหานายท่านหรือเจ้าคะ” ซือเจียที่ผ่านมาได้ยินก็หยุดเดินและมานั่งคุยด้วย

            “อืม เจ้าก็เตรียมตัวไว้นะเราใกล้จะย้ายที่อยู่แล้ว” ซินหยานกล่าว สายตาของนางยังคงเหม่อมองบรรยากาศรอบจวน นางอยากจะจดจำที่แห่งนี้ไว้ให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะต้องจากไป

            เนื้อความในจดหมายนั้นไม่ได้มีเนื้อหามากมาย นางใช้ข้ออ้างที่อดีตน้าสะใภ้สร้างเรื่องสร้างราวเอาไว้มาเป็นข้ออ้างว่านางอายสายตาชาวบ้านที่มองเข้ามาที่นางด้วยความสมเพชและเย้ยหยัน

            “ที่เหลือก็คือต้องเกลี้ยกล่อมท่านตาให้เขาไปด้วยให้ได้” ซินหยานมีสีหน้าลำบากใจ

            การที่จะเกลี้ยกล่อมให้ท่านตาของนางยอมย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกันนั้นคงจะไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก

            ตกเย็นดวงตะวันลาลับขอบไปแล้วฟ้าซินหยานก็ไปพบกับท่านตาของนางด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ถ้าท่านตาไม่ยอมไปด้วยนางก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร

            “ซือเจียบอกว่าซินเอ๋อร์มีเรื่องจะคุยกับตา”

            “เจ้าค่ะ หลานมีเรื่องจะขอร้อง” นางสบตาเขาโดยตรง

            โดยปกติซินหยานมักจะขอให้เขาทำนู่นทำนี่ให้ด้วยท่าทางออดอ้อนตามประสาเด็กๆ แต่ครั้งนี้นางกลับมีท่าทีจริงจังจนคนเป็นตาทำตัวไม่ถูก

            “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าลูก” เขารีบก้าวไปหาหลานสาวด้วยความกังวล

            “ท่านตาช่วยย้ายไปอยู่ที่จวนสกุลเฉินกับข้าได้ไหมเจ้าคะ” ซินหยานบีบมือของท่านตาของนางเบาๆ

            “ย้ายไปเมืองหลวงหรือ ทำไมเล่า” เขาถามด้วยความประหลาดใจ

            “ท่านตาก็รู้ว่าพวกคนข้างนอกนั้นพูดถึงพวกเรากันอย่างไร” นางก้มหน้าพลางทำหน้าหงอย

            “นั่นไม่ใช่เรื่องที่เด็กอย่างเจ้าจะต้องไปสนใจเลย” เขาพยายามจะปลอบใจหลานสาว

            ซินหยานส่ายหน้าช้าๆ ขอบตาของนางแดงก่ำ น้ำตารื้นจนเกือบจะไหลริน

            “ทุกครั้งที่ข้าออกไปข้างนอกพวกเขาก็มองข้าด้วยสายตาแปลกๆข้าไม่ชอบเลยเจ้าค่ะท่านตา”

            “โถ่ ซินเอ๋อร์ของตา” เขากอดปลอบหลานสาวอย่างทะนุถนอม

            ชายชราครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ในหัวของเขาสับสนวุ่นวายไปหมดการจะย้ายที่อยู่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และยิ่งต้องย้ายไปอยู่บ้านของคนอื่นอีกด้วย

            “แล้วท่านปู่ของเจ้าเขาจะยอมหรือ”

            “ข้าเขียนจดหมายบอกท่านปู่แล้วเจ้าค่ะ แต่ข้าอยากมาบอกท่านตาก่อนที่จะได้รับจดหมายตอบกลับ”

            “ซินเอ๋อร์ นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจกันได้ง่ายๆเลย”

            “ท่านตาาาา” ซินหยานแกว่งปลายแขนเสื้อท่านตาของนางไปมา

            “เอาเป็นว่าถ้าใต้เท้าเฉินอนุญาตตาก็จะไปกับเจ้า”

            “ท่านตาดีที่สุดเลย” นางกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

            และก็เป็นไปตามคาดท่านปู่ของซินหยานอนุญาตให้นางกลับไปอยู่ที่เมืองหลวงได้ และได้กำชับให้นางเตรียมตัวให้ดี

            การเตรียมตัวคงจะไม่ใช่แค่การเตรียมของแต่เป็นการเตรียมใจให้พร้อมด้วย ที่นั่นคงมีคนรอต้อนรับนางเยอะแยะไปหมด

           

            สามวันต่อมารถม้าพร้อมกับเกวียนบรรทุกของของสกุลเฉินก็มาจอดรออยู่หน้าจวนสกุลเซียว พวกของใช้ซินหยานก็นำไปแค่ของที่จำเป็นเท่านั้น

            “ท่านตาตื่นเต้นไหมเจ้าคะ” ซินหยานถามท่านตาของนางที่เอาแต่ทำหน้าคร่ำเครียดมาตั้งแต่เช้า

            “ตื่นเต้นเรื่องอะไรกัน”

            “จะได้เจอท่านแม่ไงเจ้าคะ”

            คำถามที่ตรงไปตรงมาของหลานสาวมันทำให้เขาลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ร่างกายรู้สึกชาไปทั้งตัว เขาไม่ได้เห็นหน้าลูกสาวคนโตมาเกือบหกปีแล้ว ขนาดตอนที่นางส่งซินเอ๋อร์มาที่นี่ตัวนางเองก็ยังไม่มาเลย

            “ไม่หรอก” เขาโกหก เขาตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยต่างหาก

            เจินเจินของเขาดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยชอบท่านพ่อคนนี้ของนางเสียเท่าไหร่นางเกลียดความอ่อนแอและใจอ่อนของเขา เจินเจินของเขาเป็นสตรีที่เข้มแข็งมากไม่เหมือนกับบิดาของนาง

            “ข้ารู้เจ้าค่ะว่าท่านตาอยากเจอท่านแม่” เฉินซินหยานกอดท่านตาของนางเอาไว้แน่น

            “ขอบใจนะซินเอ๋อร์”

            ผ่านมาได้ครึ่งทางรอบข้างก็เป็นป่าทึบ ต้นไม้โดยรอบทั้งสูงและมีขนาดใหญ่จนแสงแดดลอดผ่านได้ยาก เสียงน้ำไหลบ่งบอกว่ามีลำธารอยู่ใกล้ๆ แต่ที่น่าแปลกคือยิ่งเข้าใกล้ลำธารมากเท่าไหร่ก็เหมือนว่าจะมีกลิ่นเหม็นมากขึ้นเรื่อยๆ

            “พวกเราแวะพักตรงลำธารข้างหน้าสักหน่อยดีกว่า” ท่านตาของนางออกความเห็น

            เดินทางมาไกลควรให้ม้าและคนบังคับม้าได้พักบ้าง

            “ทำไมมันเหม็นแบบนี้เจ้าคะท่านตา” นางยกมือขึ้นมาปิดจมูกและบ่นเสียงอู้อี้

            “นั่นสิ อาจจะมีคนนำของเสียมาทิ้งแถวนี้”

            ซินหยานเดินไปนั่งพักใต้ต้นไม้ แต่แล้วก็ต้องขนลุกทั้งตัวเมื่อนางได้ยินเสียงหอบหายใจรวยรินอยู่ไม่ไกล ท่านตาก็ยืนอยู่ห่างจากนางพอควร

            นางทำใจกล้าค่อยๆหันไปมองต้นตอของเสียง เงาของใครบางคนอยู่ในเงามืดกำลังนอนอยู่ใต้ต้นไม้ห่างจากนางแค่ไม่กี่ต้นเท่านั้น

            “ท่านตา ! ” นางพยายามตะโกนเรียกท่านตาของนาง

            แต่เสียงของเด็กแปดขวบจะดังเท่าไหร่กันเชียว ท่านตาของนางก็มัวแต่เดินหาต้นตอของกลิ่นเหม็นเน่าจนเดินออกไปไกลเรื่อยๆ

            “เอาก็เอา” ซินหยานรวบรวมความกล้าลุกขึ้นค่อยๆก้าวขาไปทิศทางที่คนผู้นั้นนอนอยู่

            “หืม ! ” เมื่อเดินใกล้ถึงก็สังเกตได้ว่าเขาคือคนจริงๆไม่ใช่สิ่งที่นางคิดก็โล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย

            พอเดินใกล้เข้าไปเรื่อยๆก็พบว่าบนตัวเขามีเลือดไหลเต็มไปหมด ซินหยานตั้งใจจะปลุกเขาเลยยื่นแขนไปด้านหน้า

            หมับ !

            “กรี๊ดดดด ! ” ซินหยานกรีดร้องด้วยความตกใจเพราะอีกฝ่ายคว้าแขนของนางเอาไว้

            เสียงคนกำลังวิ่งมาทางนี้แต่นางก็ไม่ได้ยินมัน สติของนางแตกกระเจิงมือไม้สั่นไปหมด

            “ชะ...ช่วย...ช่วยด้วย” คนที่นอนอยู่หอบหายใจแรงขึ้น

            “เกิดอะไรขึ้นซินเอ๋อร์” เฉิงคุนรีบวิ่งทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของหลานสาว เขาวิ่งจนลืมอายุของตัวเอง

            “คนเจ้าค่ะท่านตา มีเลือดด้วย” ซินหยานชี้ไปที่คนที่นอนอยู่

            คนที่นอนอยู่คือเด็กชายคนหนึ่ง ดูจากรูปร่างแล้วน่าจะแก่กว่านางไม่กี่ปี แต่เด็กตัวแค่นี้ทำไมถึงถูกทิ้งกลางป่าแบบนี้นะ แถมยังมีเลือดเปื้อนทั้งตัวอีก

            “รีบช่วยคนเร็วเข้า” เฉิงคุนรีบสั่งให้พวกคนติดตามมาอุ้มเด็กไปรักษาที่หมู่บ้านใกล้แถวๆนี้

            การยื่นมือช่วยเหลือเด็กคนนั้นทำให้การเดินทางของพวกเขาล่าช้ากว่ากำหนดเล็กน้อย โชคดีที่มีคนออกตามหาเด็กคนนั้นจนมาเจอพวกเขาพอดี

            “เขาเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะท่านตา” ซินหยานถามด้วยความเป็นห่วง

            “ปลอดภัยแล้ว ทำดีมากถ้าไม่ได้เจ้าเด็กคนนั้นคงไม่รอด”

            “แล้วบาดแผลบนตัวเขา...”

            “เห็นว่าเดินหลงกับพ่อแม่แล้วโดนสัตว์ป่าทำร้ายมา” เขาบอกไปตามที่คนพวกนั้นเล่ามาอีกที

            “งั้นหรือเจ้าคะ”

            ซินหยานไม่เชื่อสิ่งที่ท่านตาของนางพูดสักนิด นางเห็นรายดาบบนแขนของเขา เด็กตัวแค่นั้นทำไมถึงได้โชคร้ายขนาดนั้นกันนะ

            “เจ้าหิวหรือไม่ กินขนมสักหน่อย” เฉิงคุนจงใจเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากให้หลานสาวของเขาคิดมาก

            “ไม่เจ้าค่ะ” ซินหยานหลับตาลง ภาพของเหลวสีแดงสดยังติดตาจนนางกินอะไรไม่ลงแม้แต่คำเดียว

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย เป็นระยะเวลากว่าสี่ปีที่ซินหยานแต่งงานกับสามีอันเป็นที่รัก เขายังคงดีต่อนางสม่ำเสมอไม่เปลี่ยนแปร ยิ่งทวีความรักมากขึ้นเมื่อนางได้ให้กำเนิดเจ้าตัวน้อยทั้งสองคน “เจ้าก็รักแต่เจ้าใหญ่ยัยหนูรองน้อยใจแย่” คนเป็นพ่ออุ้มลูกสาวคนเล็กเอาไว้ในอ้อมอกและตระกองกอดไว้ด้วยความรักแสนทะนุถนอม “แอ้” เจ้าตัวน้อยที่อายุได้เพียงหกเดือนร้องอ้อแอ้และแย้มยิ้มให้พ่อจนเห็นเหงือกสีชมพู ดวงตากลมโตราวกับถอดแบบมารดาออกมาจ้องมองใบหน้าคมของบิดาด้วยความสงสัยใคร่รู้ “ท่านก็เอาแต่เล่นกับยัยหนูรองจนลืมเจ้าใหญ่เหมือนกันนั่นแหละ” ซินหยานหันไปมองค้อนสามีที่ชอบเข้มงวดกับบุตรชาย แต่กับบุตรสาวเขาทะนุถนอมและตามใจยิ่งกว่าพวกองค์หญิงในวังหลวงเสียอีก พอได้มาเป็นแม่คนครั้งแรกซินหยานก็คิดอะไรได้หลายๆอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของท่านแม่ นางเคยคิดว่าที่ท่านแม่ทำไปเพราะรักแต่นั่นเป็นความคิดเพ้อฝันเข้าข้างตัวเองของนาง ความรักที่ซินหยานมีให้ลูกนั้นแตกต่างจากที่เคยได้รับจากมารดาโดยสิ้นเชิง ตอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 177 ครอบครัวสุขสันต์

    บทที่ 177 ครอบครัวสุขสันต์ วันนี้ถือเป็นวันพิเศษต้นวสันตฤดูแสงแดดอ่อนๆทอผ่านกิ่งไม้ ใบไม้เขียวขจีพัดไหวเบาๆตามแรงลมที่พัดโชย กลิ่นดอกไม้ที่บานสะพรั่งอบอวลในอากาศ เสียงนกร้องคลอเบา ๆ เป็นทำนองแห่งธรรมชาติ ยามเช้าหลังจากที่เรื่องเลวร้ายทั้งหมดทั้งมวลถูกกาลเวลาพัดพาออกไป ครอบครัวสกุลเฉินนั่งทานข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา เสียงพูดคุยหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ ซินหยานเฝ้ามองทุกคนด้วยใจที่รู้สึกอบอุ่นและอิ่มเอมกว่าครั้งไหนๆ นางได้ย้อนกลับมาแก้ไขทุกสิ่ง ไม่ใช่แค่ช่วยแคว้นไว้ได้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนางสามารถช่วยทุกคนในครอบครัวเอาไว้ได้ ไม่มีใครล้มหายตายจากถึงแม้ระหว่างทางจะมีเรื่องให้ต้องล้มลุกคลุกคลานอยู่บ่อยครั้ง เพี๊ยะ ! ร่างบางตีมือของพี่ชายคนโตของบ้านที่กำนั่งแย่งน่องไก่ชิ้นสุดท้ายไป เขามองนางตาขวาง แต่เมื่อเห็นสายตาคู่คมที่จ้องมองเขาราวกับศัตรูของคนที่อยู่ข้างกายนางเจียเผิงก็ยอมปล่อยน่องไก่ชิ้นนั้นไป “หึ ถือว่ามีคนปกป้องแล้วจะรังแกข้ายังไงก็ได้หรือไง” เจียเผิงบ่นเสียงเบาไม่กล้าพูดให้อีกฝั่งได้ยิน

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 176 ไม่มีทางเอาชนะได้

    บทที่ 176 ไม่มีทางเอาชนะได้ “พาเสด็จพ่อของเจ้าไปที่ห้องทรงพระอักษร” ท่านน้าขององค์ชายรองกล่าวและเดินไปรอที่ห้องนั้นตามคำของตน สารสละราชสมบัติถูกวางเอาไว้พร้อมกับแต่งตั้งองค์ชายรองขึ้นแทนฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน พระองค์มองสิ่งเหล่านั้นด้วยความทอดถอนใจมิได้เกรงกลัวต่อการข่มขู่ของคนทั้งสอง คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายจะมาหวาดกลัวกับเรื่องแค่นี้ได้อย่างไร และทุกอย่างก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องมีจุดจบเช่นไร เขาไม่ใช่กษัตริย์ที่หลงมัวเมาในอำนาจห่วงก็แต่เพียงคนที่ขึ้นมาแทนที่คนต่อไปจะรักแคว้นและทำเพื่อแคว้นได้ไม่เท่าที่เขาทำ พระองค์ทรงประทับตามที่พระโอรสบอก มือก็คว้าตราประทับมาจับเอาไว้มั่น ในพระทัยก็ได้แต่ภาวนาว่าโอรสจะเปลี่ยนใจ “เจ้ามั่นใจแล้วนะว่าต้องการเช่นนี้” พระองค์ทรงใช้วาจาธรรมดากับโอรสองค์รอง ในที่นี้มีเพียงแค่พ่อกับลูกมิใช่กษัตริย์และพระโอรสผู้ยิ่งใหญ่ “ลูก...กระหม่อม” องค์ชายรองตัวสั่นและไม่กล้ากล่าวสิ่งใด “เจ้าอย่ามาพูดให้มากความ หน้าที่ของเจ้าตอนนี้คือต้องประทับสารสละราชสมบัติ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 175 คำสารภาพใต้แสงจันทร์

    บทที่ 175 คำสารภาพใต้แสงจันทร์ ลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดไว้เพียงครึ่ง ทุกอย่างรอบกายสงบนิ่งมีเพียงเสียงหวีดหวิวของสายลมที่ปะทะกับต้นไม้ด้านนอก อากาศเย็นเฉียบราวกับจงใจให้ร่างบางต้องขยับตัวเข้าหาอ้อมกอดแสนอบอุ่นของเขา มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากข้างเตียงที่ทำให้นางมองเห็นใบหน้าคมที่กำลังทำหน้าจริงจัง คำพูดที่เหมือนกับหยุดทุกสิ่งรอบกายของเขาทำให้ซินหยานแทบจะวิญญาณหลุดจากร่าง แค่เขาถามนางว่าอยากอยู่กับเขาไปทั้งชีวิตหรือไม่ในใจมันก็กู่ร้องกังวาน “ข้าพูดจริงๆนะซินหยาน” เขาเน้นย้ำคำพูดของตนเมื่อนางนิ่งเงียบไป จุดประสงค์แรกที่มาหานางนั้นไม่ได้มาเพื่อทำเรื่องนี้ แต่เมื่อได้สวมกอดนางเอาไว้เขาก็รู้ตัวทันทีว่าชีวิตเขาขาดนางไปไม่ได้อีกแล้ว หากไม่รีบก็อาจจะช้าเกินไป เขาจะปล่อยให้นางหลุดมือไปไม่ได้ “ท่านชอบข้าหรือ” ซินหยานถามด้วยสีหน้าสับสน นางรู้ตัวว่าชอบเขามาก แต่ไม่เคยนึกถึงอีกฝ่ายเลยว่าจะชอบนางเหมือนกันหรือไม่ เพราะความไม่ประสาในเรื่องความรักทำให้ซินหยานไม่รู้ว่าควรทำตัวเช่นไร คำถามง่ายๆสั้นๆแต่ทำให้เข

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 174 เบื้องหลังฝันร้าย

    บทที่ 174 เบื้องหลังฝันร้าย ท่ามกลางความมืดมิดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ เฉินซินหยานยืนอยู่ท่ามกลางห้วงแห่งภวังค์ที่ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่คุ้นเคย เสียงกระซิบคลอดังระงมรอบตัว นางหันมองไปรอบๆ แต่เห็นเพียงหมอกหนาและแสงสีจางๆ ที่ลอยล่องอย่างไม่มีทิศทาง ภาพด้านซ้ายคือข้างในของจวนสกุลเฉิน และด้านอื่นๆมีทั้งในวังและในห้องมืดๆอับชื้น เสียงกระซิบดังระงมจนซินหยานปวดหัวต้องยกมือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้าง เมื่อเสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ ร่างบางจึงเริ่มก้าวเท้าเดินหนีไปยังสถานที่ที่นางรู้สึกว่าปลอดภัยที่สุดนั่นก็คือจวนสกุลเฉิน แม้จะรู้ตัวว่าเป็นความฝันแต่ก็มิอาจปลุกตัวเองให้ตื่นได้ ทำได้เพียงหาทางออกจากห้วงแห่งนี้ให้เร็วที่สุด ด้านในจวนมีสภาพคล้ายกับในชีวิตจริง เว้นแต่ในความฝันมันดูทรุดโทรมกว่ามากหากจะให้เปรียบเทียบมันเหมือนกับจวนสกุลเฉินในตอนที่ท่านปู่เริ่มล้มป่วยในกาลก่อน “เจ้าจงนำพิษนี้ไปให้ตาแก่นั่นกินแล้วข้าจะยกหนี้พนันให้เจ้าทั้งหมด” เสียงเย็นเยียบชวนขนลุกทำให้ซินหยานเดินเข้าไปใกล้ทางนั้นมากขึ้น คนสองคนยืนพ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 173 รักที่ไม่ต้องหลบซ่อ

    บทที่ 173 รักที่ไม่ต้องหลบซ่อน ข่าวเรื่องการล้มป่วยหนักของท่านอัครมหาเสนาบดีถูกแพร่กระจายเป็นวงกว้าง แทบจะไม่มีใครในเมืองหลวงที่จะไม่รู้เรื่องนี้ ข่าวลือนั้นลุกลามอย่างรวดเร็ว จวนสกุลเฉินปิดประตูแน่นไม่ให้ใครเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ลูกหลานแต่ละคนถูกสั่งห้ามพบปะพูดคุยกับบุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด มีเพียงแม่ทัพโจวที่สามารถเข้านอกออกในจวนนี้ได้ แต่สิ่งที่ทำให้ซินหยานแปลกใจคือคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของนาง คนสองคนที่เคยบอกว่าไม่ได้มีความรู้สึกต่อกัน และดูเหมือนคนที่ไม่ถูกกันมากกว่า ทั้งสองกำลังยืนจับมือกันอยู่ตรงหน้าร่างบาง พี่ชายของนางดูสายตาแน่วแน่จริงจังกว่าครั้งไหนๆ ริมฝีปากบางกดยิ้มด้วยความเอ็นดูทั้งคู่ “ซินซิน” เสียงเข้มเรียกน้องสาว เฉินจงอิ้นบีบมือคนข้างกายแน่นขึ้นเมื่อกำลังจะพูดความลับของทั้งสองออกไป เขาเก็บความลับนี้ไว้มานานเป็นปีและวันนี้มันก็ถึงเวลาอันเหมาะสมแล้ว “ว่าอย่างไรเจ้าคะพี่รอง” ซินหยานแสดงสีหน้าที่เป็นปกติ คนที่ควรตกใจอย่างซินหยานกลับสงบนิ่งกว่าคนที่กำล

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 145 แมวน้อย

    บทที่ 145 แมวน้อย ช่วงยามเซินของวันถัดมาแสงแดดเริ่มลาลับ ซินหยานมาที่สนามแข่งม้าอีกครั้งเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยหลังจากที่การแข่งขันเมื่อวานจบลง พวกคนงานทำความสะอาดรอบบริเวณได้เป็นอย่างดี อาจจะมีบางอย่างเสียหายหรือแตกหักไปบ้างซินหยานก็สั่งให้คนนำมาเปลี่ยน “เรื่อ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 94 หน้าที่ใหม่

    บทที่ 94 หน้าที่ใหม่ รถม้าวิ่งออกมาจากจวนสกุลเฉินใช้เวลาไปนานพอสมควรจนมาถึงทางทิศใต้ของตลาดก็หยุดลง “มาปู่ช่วย” เฉินรุ่ยเซียวช่วยประคองหลานสาวลงจากรถม้า รอบด้านทั้งสี่ทิศถูกเหล่าผู้คุ้มกันนับสิบรอบไว้จนหมด เขาไม่เปิดโอกาสให้คนนอกได้เห็นหลานสาวสุดหวงของเขา

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 92 เจ้าลูกสุนัข

    บทที่ 92 เจ้าลูกสุนัข โจวหานเฟิงก้มมองใบหน้าของสตรีที่สูงแค่ช่วงไหล่ของเขาเพื่อที่จะได้เห็นชัดๆ เวลาที่นางเบะปากมันทำให้เขาอยากจะดึงมันสักทีให้หายมันเขี้ยว “เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าเป็นลูกหลานสกุลใด” เขาจ้องมองปากที่เชิดรั้นขึ้นจนเกือบชิดจมูกของนางละสายตาไม่ได้

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 87 ที่ผ่านมาท่านแม่ก็ไม่เคยทำ

    บทที่ 87 ที่ผ่านมาท่านแม่ก็ไม่เคยทำ ภายในห้องนอนมีกลิ่นสมุนไพรจางๆตลอดเวลาตั้งแต่ท่านหมอกลับไป ซือเจียที่คอยดูแลเช็ดตัวคุณหนูของนางไม่ห่าง จนซินหยานกลัวว่าซือเจียจะป่วยไปด้วยอีกคน คนอื่นๆที่รู้เรื่องก็พากันมาเยี่ยมซินหยานทั้งวันจนท่านปู่สั่งห้ามไม่ให้พวกเขามารบกวนนางอีก

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status