Share

บทที่ 10 ย้ายกลับเมืองหลวง

last update Last Updated: 2026-02-13 09:58:25

บทที่ 10 ย้ายกลับเมืองหลวง

            สายลมยามบ่ายพัดผ่านพาให้ต้นไม้น้อยใหญ่ปลิวไหว เข้าเหมันตฤดูมาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว โชคดีที่ยามบ่ายอากาศไม่ได้หนาวเย็นจนต้องใส่อาภรณ์หลายชั้นเพื่อให้ความอบอุ่น

            ร่างกายของนางยังเป็นเด็กพอต้องใส่ผ้าหลายๆชั้นมันก็ทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบากและน่าหงุดหงิด

            “ไปเอากระดาษกับพู่กันให้ข้าที” ซินหยานสั่งกับบ่าวที่อยู่ใกล้ตัว

            ถึงเวลาที่จะต้องเดินไปยังแผนต่อไปแล้วมัวแต่อุดอู้อยู่ที่นี่ก็จะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

            “คุณหนูจะเขียนจดหมายหานายท่านหรือเจ้าคะ” ซือเจียที่ผ่านมาได้ยินก็หยุดเดินและมานั่งคุยด้วย

            “อืม เจ้าก็เตรียมตัวไว้นะเราใกล้จะย้ายที่อยู่แล้ว” ซินหยานกล่าว สายตาของนางยังคงเหม่อมองบรรยากาศรอบจวน นางอยากจะจดจำที่แห่งนี้ไว้ให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะต้องจากไป

            เนื้อความในจดหมายนั้นไม่ได้มีเนื้อหามากมาย นางใช้ข้ออ้างที่อดีตน้าสะใภ้สร้างเรื่องสร้างราวเอาไว้มาเป็นข้ออ้างว่านางอายสายตาชาวบ้านที่มองเข้ามาที่นางด้วยความสมเพชและเย้ยหยัน

            “ที่เหลือก็คือต้องเกลี้ยกล่อมท่านตาให้เขาไปด้วยให้ได้” ซินหยานมีสีหน้าลำบากใจ

            การที่จะเกลี้ยกล่อมให้ท่านตาของนางยอมย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกันนั้นคงจะไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก

            ตกเย็นดวงตะวันลาลับขอบไปแล้วฟ้าซินหยานก็ไปพบกับท่านตาของนางด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ถ้าท่านตาไม่ยอมไปด้วยนางก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร

            “ซือเจียบอกว่าซินเอ๋อร์มีเรื่องจะคุยกับตา”

            “เจ้าค่ะ หลานมีเรื่องจะขอร้อง” นางสบตาเขาโดยตรง

            โดยปกติซินหยานมักจะขอให้เขาทำนู่นทำนี่ให้ด้วยท่าทางออดอ้อนตามประสาเด็กๆ แต่ครั้งนี้นางกลับมีท่าทีจริงจังจนคนเป็นตาทำตัวไม่ถูก

            “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าลูก” เขารีบก้าวไปหาหลานสาวด้วยความกังวล

            “ท่านตาช่วยย้ายไปอยู่ที่จวนสกุลเฉินกับข้าได้ไหมเจ้าคะ” ซินหยานบีบมือของท่านตาของนางเบาๆ

            “ย้ายไปเมืองหลวงหรือ ทำไมเล่า” เขาถามด้วยความประหลาดใจ

            “ท่านตาก็รู้ว่าพวกคนข้างนอกนั้นพูดถึงพวกเรากันอย่างไร” นางก้มหน้าพลางทำหน้าหงอย

            “นั่นไม่ใช่เรื่องที่เด็กอย่างเจ้าจะต้องไปสนใจเลย” เขาพยายามจะปลอบใจหลานสาว

            ซินหยานส่ายหน้าช้าๆ ขอบตาของนางแดงก่ำ น้ำตารื้นจนเกือบจะไหลริน

            “ทุกครั้งที่ข้าออกไปข้างนอกพวกเขาก็มองข้าด้วยสายตาแปลกๆข้าไม่ชอบเลยเจ้าค่ะท่านตา”

            “โถ่ ซินเอ๋อร์ของตา” เขากอดปลอบหลานสาวอย่างทะนุถนอม

            ชายชราครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ในหัวของเขาสับสนวุ่นวายไปหมดการจะย้ายที่อยู่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และยิ่งต้องย้ายไปอยู่บ้านของคนอื่นอีกด้วย

            “แล้วท่านปู่ของเจ้าเขาจะยอมหรือ”

            “ข้าเขียนจดหมายบอกท่านปู่แล้วเจ้าค่ะ แต่ข้าอยากมาบอกท่านตาก่อนที่จะได้รับจดหมายตอบกลับ”

            “ซินเอ๋อร์ นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจกันได้ง่ายๆเลย”

            “ท่านตาาาา” ซินหยานแกว่งปลายแขนเสื้อท่านตาของนางไปมา

            “เอาเป็นว่าถ้าใต้เท้าเฉินอนุญาตตาก็จะไปกับเจ้า”

            “ท่านตาดีที่สุดเลย” นางกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

            และก็เป็นไปตามคาดท่านปู่ของซินหยานอนุญาตให้นางกลับไปอยู่ที่เมืองหลวงได้ และได้กำชับให้นางเตรียมตัวให้ดี

            การเตรียมตัวคงจะไม่ใช่แค่การเตรียมของแต่เป็นการเตรียมใจให้พร้อมด้วย ที่นั่นคงมีคนรอต้อนรับนางเยอะแยะไปหมด

           

            สามวันต่อมารถม้าพร้อมกับเกวียนบรรทุกของของสกุลเฉินก็มาจอดรออยู่หน้าจวนสกุลเซียว พวกของใช้ซินหยานก็นำไปแค่ของที่จำเป็นเท่านั้น

            “ท่านตาตื่นเต้นไหมเจ้าคะ” ซินหยานถามท่านตาของนางที่เอาแต่ทำหน้าคร่ำเครียดมาตั้งแต่เช้า

            “ตื่นเต้นเรื่องอะไรกัน”

            “จะได้เจอท่านแม่ไงเจ้าคะ”

            คำถามที่ตรงไปตรงมาของหลานสาวมันทำให้เขาลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ร่างกายรู้สึกชาไปทั้งตัว เขาไม่ได้เห็นหน้าลูกสาวคนโตมาเกือบหกปีแล้ว ขนาดตอนที่นางส่งซินเอ๋อร์มาที่นี่ตัวนางเองก็ยังไม่มาเลย

            “ไม่หรอก” เขาโกหก เขาตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยต่างหาก

            เจินเจินของเขาดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยชอบท่านพ่อคนนี้ของนางเสียเท่าไหร่นางเกลียดความอ่อนแอและใจอ่อนของเขา เจินเจินของเขาเป็นสตรีที่เข้มแข็งมากไม่เหมือนกับบิดาของนาง

            “ข้ารู้เจ้าค่ะว่าท่านตาอยากเจอท่านแม่” เฉินซินหยานกอดท่านตาของนางเอาไว้แน่น

            “ขอบใจนะซินเอ๋อร์”

            ผ่านมาได้ครึ่งทางรอบข้างก็เป็นป่าทึบ ต้นไม้โดยรอบทั้งสูงและมีขนาดใหญ่จนแสงแดดลอดผ่านได้ยาก เสียงน้ำไหลบ่งบอกว่ามีลำธารอยู่ใกล้ๆ แต่ที่น่าแปลกคือยิ่งเข้าใกล้ลำธารมากเท่าไหร่ก็เหมือนว่าจะมีกลิ่นเหม็นมากขึ้นเรื่อยๆ

            “พวกเราแวะพักตรงลำธารข้างหน้าสักหน่อยดีกว่า” ท่านตาของนางออกความเห็น

            เดินทางมาไกลควรให้ม้าและคนบังคับม้าได้พักบ้าง

            “ทำไมมันเหม็นแบบนี้เจ้าคะท่านตา” นางยกมือขึ้นมาปิดจมูกและบ่นเสียงอู้อี้

            “นั่นสิ อาจจะมีคนนำของเสียมาทิ้งแถวนี้”

            ซินหยานเดินไปนั่งพักใต้ต้นไม้ แต่แล้วก็ต้องขนลุกทั้งตัวเมื่อนางได้ยินเสียงหอบหายใจรวยรินอยู่ไม่ไกล ท่านตาก็ยืนอยู่ห่างจากนางพอควร

            นางทำใจกล้าค่อยๆหันไปมองต้นตอของเสียง เงาของใครบางคนอยู่ในเงามืดกำลังนอนอยู่ใต้ต้นไม้ห่างจากนางแค่ไม่กี่ต้นเท่านั้น

            “ท่านตา ! ” นางพยายามตะโกนเรียกท่านตาของนาง

            แต่เสียงของเด็กแปดขวบจะดังเท่าไหร่กันเชียว ท่านตาของนางก็มัวแต่เดินหาต้นตอของกลิ่นเหม็นเน่าจนเดินออกไปไกลเรื่อยๆ

            “เอาก็เอา” ซินหยานรวบรวมความกล้าลุกขึ้นค่อยๆก้าวขาไปทิศทางที่คนผู้นั้นนอนอยู่

            “หืม ! ” เมื่อเดินใกล้ถึงก็สังเกตได้ว่าเขาคือคนจริงๆไม่ใช่สิ่งที่นางคิดก็โล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย

            พอเดินใกล้เข้าไปเรื่อยๆก็พบว่าบนตัวเขามีเลือดไหลเต็มไปหมด ซินหยานตั้งใจจะปลุกเขาเลยยื่นแขนไปด้านหน้า

            หมับ !

            “กรี๊ดดดด ! ” ซินหยานกรีดร้องด้วยความตกใจเพราะอีกฝ่ายคว้าแขนของนางเอาไว้

            เสียงคนกำลังวิ่งมาทางนี้แต่นางก็ไม่ได้ยินมัน สติของนางแตกกระเจิงมือไม้สั่นไปหมด

            “ชะ...ช่วย...ช่วยด้วย” คนที่นอนอยู่หอบหายใจแรงขึ้น

            “เกิดอะไรขึ้นซินเอ๋อร์” เฉิงคุนรีบวิ่งทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของหลานสาว เขาวิ่งจนลืมอายุของตัวเอง

            “คนเจ้าค่ะท่านตา มีเลือดด้วย” ซินหยานชี้ไปที่คนที่นอนอยู่

            คนที่นอนอยู่คือเด็กชายคนหนึ่ง ดูจากรูปร่างแล้วน่าจะแก่กว่านางไม่กี่ปี แต่เด็กตัวแค่นี้ทำไมถึงถูกทิ้งกลางป่าแบบนี้นะ แถมยังมีเลือดเปื้อนทั้งตัวอีก

            “รีบช่วยคนเร็วเข้า” เฉิงคุนรีบสั่งให้พวกคนติดตามมาอุ้มเด็กไปรักษาที่หมู่บ้านใกล้แถวๆนี้

            การยื่นมือช่วยเหลือเด็กคนนั้นทำให้การเดินทางของพวกเขาล่าช้ากว่ากำหนดเล็กน้อย โชคดีที่มีคนออกตามหาเด็กคนนั้นจนมาเจอพวกเขาพอดี

            “เขาเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะท่านตา” ซินหยานถามด้วยความเป็นห่วง

            “ปลอดภัยแล้ว ทำดีมากถ้าไม่ได้เจ้าเด็กคนนั้นคงไม่รอด”

            “แล้วบาดแผลบนตัวเขา...”

            “เห็นว่าเดินหลงกับพ่อแม่แล้วโดนสัตว์ป่าทำร้ายมา” เขาบอกไปตามที่คนพวกนั้นเล่ามาอีกที

            “งั้นหรือเจ้าคะ”

            ซินหยานไม่เชื่อสิ่งที่ท่านตาของนางพูดสักนิด นางเห็นรายดาบบนแขนของเขา เด็กตัวแค่นั้นทำไมถึงได้โชคร้ายขนาดนั้นกันนะ

            “เจ้าหิวหรือไม่ กินขนมสักหน่อย” เฉิงคุนจงใจเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากให้หลานสาวของเขาคิดมาก

            “ไม่เจ้าค่ะ” ซินหยานหลับตาลง ภาพของเหลวสีแดงสดยังติดตาจนนางกินอะไรไม่ลงแม้แต่คำเดียว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 19 ท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

    บทที่ 19 ท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ผ้าไหมกองพะเนินถูกนำมาวางไว้บนเตียงของซินหยาน โดยมีซือเจียคอยจัดแยกตามสีของพวกมัน “ท่านมหาเสนาบดีคงเอ็นดูคุณหนูมากเลยนะเจ้าคะ” ซือเจียยิ้มดีอกดีใจที่คุณหนูได้รับความรักจากคนในครอบครัว “คงทั้งเอ็นดูและสงสารนั่นแหละ” ซินหยานเหยียดยิ้มแต่มันกลับดูเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ซินหยานลูบสัมผัสเนื้อผ้าไหมแต่ละผืนในหัวก็คิดถึงสิ่งที่พึ่งเห็น ไม่ว่านางจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแค่ไหนก็ไม่สามารถลดความเกลียดชังที่ท่านแม่มีต่อนางได้ “คุณหนู” ซือเจียเรียกเสียงละห้อย “ช่างมันเถอะ ฝากเจ้าจัดการผ้าพวกนี้ทีนะข้าจะนอนแล้ว” ซินหยานบอกเสียงเรียบ เมื่อซือเจียนำผ้าทั้งหมดไปเก็บแล้วพวกนางก็เข้านอนตามปกติ ซินหยานนอนพลิกตัวไปมาทั้งคืนไม่สบายตัว กว่าจะหลับจริงๆก็เกือบเช้า เช้าวันถัดมาซินหยานยังไม่ทันได้ล้างหน้าก็มีบ่าวมาแจ้งว่าท่านพ่อและท่านแม่ของนางให้ไปพบในอีกครึ่งชั่วยาม เมื่อซินหยานเดินมาถึงห้องรับรองในเรือนของบิดาก็พบว่ามีคนหลายคนรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งป้าสะใภ้ ท่านแม่ ท่านป้ารอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 18 ความสุขเพียงชั่วครู่

    บทที่ 18 ความสุขเพียงชั่วครู่ ซินหยานและพี่ชายพากันเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้จนของเต็มมือ และมาถึงร้านที่ให้ทายปริศนาโคมไฟ “ข้าเข้าไปเล่นได้ไหมเจ้าคะท่านปู่” ซินหยานเขย่ามือท่านปู่ของนางเพื่อขออนุญาต ถึงโคมไฟเหล่านี้จะไม่ได้วิเศษกว่าโคมไฟทั่วไป แต่วิธีการที่ได้มันมาต่างหากที่ทำให้มันมีคุณค่า คนหลายสิบคนที่แย่งกันตอบปริศนายิ่งทำให้มันน่าเข้าร่วมการแข่ง “ไปสิ” “พี่รอง ไปกันเจ้าค่ะ” ซินหยานปล่อยมือจากท่านปู่ของนางและลากพี่ชายของนางเข้าไปในหมู่ผู้คน ชายชรายืนรอหลานๆของเขาอยู่ด้านนอก ดวงตาทอดมองความร่าเริงของหลานสาวแล้วก็พลอยทำให้เรื่องเครียดที่สะสมไว้เหมือนจะเบาลง “รางวัลปริศนาอันต่อไปคือโคมไฟอันนี้ ทุกท่านพร้อมหรือยังขอรับ” เจ้าของร้านกำลังถือโคมไฟที่จะเป็นรางวัลอันต่อไปอยู่ในมือ “พร้อม ! ” เสียงคนเกือบร้อยคนพูดพร้อมกัน “พี่รอง ท่านต้องแย่งมาให้ได้นะเจ้าคะ” ซินหยานหันไปบอกกับพี่ชายน้ำเสียงจริงจัง “อยากได้ขนาดนั้นเลยหรือ ให้ท่านปู่ซื้อให้ก็ได้นี่” “มันไม่เหมื

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 17 ไปเทศกาลโคมไฟกันเถอะ

    บทที่ 17 ไปเทศกาลโคมไฟกันเถอะ เฉินซินหยานไปชวนพี่ชายของนางไปเที่ยวเทศกาลหยวนเซียวด้วยกัน พี่ชายก็ชวนท่านพ่อกับท่านแม่ และก็ชวนกันต่อไปเป็นทอดๆทำให้ตอนนี้รถม้าของสกุลเฉินถูกนำออกมาใช้ครบทุกคัน ท่านปู่ของนางมีบุตรทั้งหมดสี่คนประกอบด้วยลุงใหญ่ ป้ารอง ท่านพ่อ และท่านอา ท่านอามีอายุต่างจากพี่น้องคนอื่นเกินสิบปีเป็นคนที่ซินหยานสนิทใจด้วยที่สุดในบรรดาพี่น้องของพ่อ ลุงใหญ่มีลูกชายและลูกสาวอย่างละคน ป้ารองมีฝาแฝดชายหญิง และท่านอาของนางนั้นยังไม่มีบุตร โชคยังเข้าข้างซินหยานที่ท่านปู่ของนางให้นั่งรถม้าคันเดียวกัน เด็กสาวจึงลากพี่ชายของตัวเองมานั่งด้วยกัน “ท่านพี่ไม่สบายหรือเปล่าเจ้าคะ” ซินหยานถามด้วยความเป็นห่วง ด้วยความกังวลซินหยานจึงเอามือทาบหน้าผากพี่ชายเพราะเขามีท่าทีแปลกๆ ตั้งแต่ขึ้นรถม้าก็ก้มหน้าตลอดทาง และสีหน้าก็ไม่ค่อยดี “ปะ...เปล่า” จงอิ้นตอบตะกุกตะกัก แต่ก็ยังไม่ยอมสบตาใคร “แล้วทำไมสีหน้าของท่าน” ซินหยานยังคงไม่วางใจ “พี่ไม่ได้เป็นอะไร แค่นอนไม่หลับเลยเพลียๆ” เขาบ่ายเบี่ยงเพราะอ

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 16 รางวัลของหลานสาว

    บทที่ 16 รางวัลของหลานสาว ระหว่างการประชุมมีขุนนางบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของเด็กสาวตัวน้อยที่นั่งก้มหน้าอ่านตำราเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้ก่อเรื่องใหญ่หลวงเอาไว้ สิ่งที่น่าขันคือผู้เป็นใหญ่ที่สุดในห้องอย่างอัครมหาเสนาบดียอมเชื่อและทำตามคำของเด็กตัวแค่นี้ เขารีบสั่งการส่งม้าเร็วไปสำรวจพื้นที่นั้นทันที “กว่าจะได้คำตอบคงเป็นพรุ่งนี้เช้า พวกเราก็แยกย้ายกันก่อน” เสียงทรงอำนาจออกคำสั่ง “แต่นี่คือเรื่องเร่งด่วนนะขอรับใต้เท้าเฉิน ถ้าพวกเราไม่รีบเคลื่อนทัพตอนนี้จะกลายเป็นพวกเราที่เสียเปรียบ” อัครมหาเสนาบดีเฉินตวัดสายตามองคนพูดทันควัน เหมือนคนพวกนี้จะลืมไปแล้วว่าเขาเป็นใคร “แล้วถ้าทหารนับพันนับหมื่นต้องล้มป่วยเพราะความใจร้อนของเจ้า เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร” เฉินรุ่ยเซียวถามเสียงเย็น ท่าทางน่าเกรงขามของเขาทำให้คนอื่นๆในห้องต้องปิดปากเงียบไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรขึ้นมาอีก ซินหยานกำลังรื้อฟื้นความทรงจำที่เคยเรียนในบทเรียนเมื่อชาติที่แล้ว นางอาจจะไม่เคยรับรู้ตอนที่เกิดสงครามแต่ได้มาเรียนประวัติของแคว้นในตอนโต

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 15 คุณหนูหกเฉิน

    บทที่ 15 คุณหนูหกเฉิน คุณหนูหกสกุลเฉินยืนถือถ้วยยารออยู่หน้าห้องทำงานของผู้เป็นปู่อย่างท่านอัครมหาเสนาบดีเฉินมาได้สักพักจนรู้สึกได้ว่ามือกำลังสั่นเล็กๆ “คุณหนู มาทำอะไรขอรับ” อวี้หลางที่ได้รับการแจ้งว่ามีคนขอเข้าพบนายท่านของเขาเปิดประตูออกมาก็เจอซินหยานยืนรออยู่ “ข้าเอายาบำรุงมาให้ท่านปู่เจ้าค่ะ” ซินหยานบอกเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้ม “เอ่อ นายท่านกำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่ขอรับ” อวี้หลางมีสีหน้าลำบากใจ ตามปกติแล้วในเวลาแบบนี้จะไม่อนุญาตให้คนอื่นเข้าไปเด็ดขาดเพราะเรื่องที่พูดคุยกันนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่สายตาวิบวับของเด็กน้อยตรงหน้าก็ทำให้เขาเหมือนจะใจอ่อน “ข้าต้มยามาให้ท่านปู่ ถ้านานกว่านี้ยาก็จะเย็น ทำยังไงดีอวี้หลาง” เฉินซินหยานทำหน้าสลด ดวงตาที่เคยวาววับก็หม่นลง “คุณหนูรอสักครู่นะขอรับ” ท้ายที่สุดอวี้หลางก็ยอมใจอ่อน เขาเข้าไปในห้องนั้นได้ไม่นานก็ออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม “เชิญขอรับคุณหนู” อวี้หลางผายมือให้ซินหยานเข้าไปด้านในและเดินตามหลังนางเข้าไป ซินหยานก้มหัวให้คนอื่นๆที่นั่ง

  • ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูสุดร่ำรวย   บทที่ 14 ลืมสนิท

    บทที่ 14 ลืมสนิท หลังจากมื้ออาหารที่ไม่มีใครได้แตะแม้แต่ตะเกียบจบลงทุกคนก็แยกย้ายกลับเรือนของตนเองโดยไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว “คุณหนูไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ” ซือเจียรีบปรี่เข้าหาคุณหนูของนางด้วยความเป็นห่วง “ไม่ต้องห่วง ข้าสบายดี” นางโกหก เจอเรื่องแบบนี้มาคงไม่มีใครสบายใจได้หรอก ถึงภายในจะบอบช้ำแค่ไหนแต่การแสดงความอ่อนแอก็ไม่ได้ช่วยอะไรเช่นกัน น้ำตาไม่ได้ช่วยเยียวยาบาดแผลทางใจ “คุณหนู” ซือเจียพึมพำเสียงอ่อน แววตาทอความเวทนา “เดิมทีข้าก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อเรียกร้องความรักจากใครอยู่แล้ว เป้าหมายของข้าใหญ่กว่านั้นมาก” ซินหยานบอกน้ำเสียงจริงจัง ต่อให้พยายามทำตัวเข้มแข็งแค่ไหนแต่ตัวนางก็รู้ดี แม้แต่ร่างกายของนางยังประท้วงกับสิ่งที่นางพูด ในอกมีความรู้สึกหน่วงจนเจ็บ “คุณหนูอยากทำอะไรเจ้าคะบอกซือเจียได้หรือไม่ ซือเจียอยากช่วยคุณหนูจริงๆ ทุกเรื่องที่คุณหนูแบกไว้ให้ซือเจียช่วยดีไหมเจ้าคะ” ซือเจียเอื้อมมือไปกอบกุมมือเล็กๆของเจ้านายไว้ ในความคิดของซือเจียนั้นซินหยานก็เหมือนน้อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status