Share

พิมพ์ครั้งที่ ๔

Penulis: 1037
last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-22 02:30:42

“นี่! ปล่อยฉันนะ ทำแบบนี้มันล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนะรู้ไหม?! เป็นใครก็ไม่รู้ แถมยังมาเอาแต่ลากกันอยู่ได้! ปล่อยสิ ปล่อย!”

เสียงโหวกเหวกดังลั่นตลอดทางเดินที่ถูกพาไป แม้ก่อนหน้าผู้เป็นแม่จะเข้ามากันไว้ หากแต่แรงของคนที่เข้ามาเอาตัวเธอนั้นมีมากกว่า นอกจากจะช่วยกันลูกสาวเพียงคนเดียวไว้ไม่ได้ คนพวกนี้ก็ยังลงมือกับแม่ของเธออีก

“แม่ แม่ช่วยวาดด้วย!”

“ฮือ พี่มิ่งอย่าทำมันเลยนะ ฉันกราบล่ะพี่!”

คนเป็นแม่วิ่งตามหลังมาติด ๆ ใช้แรงเฮือกสุดท้ายวิ่งแซงทุกคนมากั้นขบวนอยู่ตรงหน้า ก่อนทิ้งตัวนั่งลงกับพื้น แม้ว่ามุมปากจะยังมีเลือดซิบ หัวหางยุ่งกระเจิง แต่เธอก็ไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีที่นึกเป็นห่วงตนมากกว่าลูกในไส้ การไปของบัวครานี้ คงจะเป็นคราสุดท้ายที่แม่และลูกจะได้ปะหน้ากันกระมัง

“อีปามึงอย่ามาขวาง มึงก็รู้มิใช่รือว่านี่คือคำสั่งของท่านขุน อยากตายห่าด้วยอีกคนรึมึง!”

ถึงจะถูกพูดตัดความหวัง แต่สองมือเล็กก็ยังพนมกราบไหว้คนตรงหน้าไม่ต่างจากเจ้าของชีวิต แน่นอนว่าสิ่งที่วาดจันทร์เห็น มันไม่ควรเกิดขึ้นเลยเสียน้อย ไอ้คนพวกนี้มันเป็นใครกันแน่ แม่ของเธอถึงได้เกรงกลัวนักหนา อย่าให้หลุดไปได้ จะฟ้องให้เข็ด!

“ปล่อยสิวะ! อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ ถ้าฉันหลุดไปได้ พวกแกได้ตายคามือฉันแน่! ไอ้พวกบ้า”

“มึงหมายว่ากระไร เหตุใดจึงได้พูดจาผิดแผกนัก?”

“ท่านขุน!”

ทันทีที่เสียงของบุคคลหนึ่งปรากฏดัง ทุกถ้อยคำที่สนทนากันก่อนหน้าก็เงียบสงัดไปคล้ายว่ามีคนปิดสวิตช์ ก่อนที่ทุกคนจะพร้อมใจกันนั่งลงกับพื้นดิน รวมถึงวาดจันทร์เองก็ด้วยที่ถูกกระชากตัวลงมานั่งด้วยกัน

โอ๊ย! แผลก็เจ็บ ยังต้องมาถูกลากไปลากมาอย่างกับสัตว์เลี้ยง

“ท่านขุน ฮือ อย่าทำอะไรมันเลยนะเจ้าคะ เท่านี้นังบัวก็เจ็บเจียนตายแล้วเจ้าค่ะ ฮึก”

“ท่านขุนงั้นเหรอ...คนนี้สินะไอ้ท่านขุนที่ว่า”

ถึงจะเห็นครั้งแรกแล้วสะดุดตา ด้วยหน้าตา และท่าทางที่ดูดีมีภูมิฐาน แต่พอนึกขึ้นได้ว่าคนที่พวกนี้เอ่ยถึงมาตั้งแต่แรกก็คือท่านขุนคนนี้ อยู่ ๆ ก็นึกหงุดหงิดขึ้นมา

“ไม่ได้ยินที่กูถามกระนั้นรือ”

“คิดว่าอยู่ในหนังพีเรียดกันเหรอ ถึงต้องพูดจาโบราณขนาดนี้อะหรือว่าแสดงหนังกันอยู่?! ฉันไม่ได้อยากมาแสดงด้วยนะ จะจับฉันมาทำไม ค่าตัวอะไรก็ไม่เห็นมีพูดคุยกันก่อน! เฮอะ รู้จักวาดจันทร์เจ้าของรางวัลเชฟอาหารไทยประจำภาคกลางน้อยไปซะแล้ว ฉันจะฟ้องให้หมดเลยคอยดู!”

“.....”

หลังจากที่ได้ระบายความในใจเสียยาวเหยียด วาดจันทร์ก็พอจะจับใจความได้ เธอคิดว่าทุกคนกำลังแสดงหนังกันจริงตามที่พูดไปก่อนหน้า แต่หากลับได้คิดว่าตัวเองนั้นย้อนเวลากลับมาในยุคอดีตกาล

แต่พาคนที่กำลังป่วยมาถ่ายหนังด้วยเนี่ยนะ คิดอะไรอยู่...

นอกจากจะไม่มีเสียงใดตอบกลับมา ทุกคนก็เอาแต่มองหน้าเธอไม่ให้คาด หรือแม้แต่เสียงหายใจของคนคนเดียวก็ยังไม่มีเล็ดลอด เห็นทีเสียงกาเท่านั้นที่เป็นผู้กล้าในยามนี้

“ท่านขุนอย่าไปถือเอาความกับมันเลยนะเจ้าคะ ตั้งแต่มันฟื้นมาก็สติฟั่นเฟืองไปเลยเจ้าค่ะ ฮือ”

คนเป็นแม่ที่เห็นอาการของลูกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยิ่งร้องไห้เสียใจออกมา ท่านขุนอะไรนั่นก็ดูจะเชื่อในคำที่จำปาบอก ด้วยท่าทีของเมียทาสที่เขาก็ไม่เคยเห็นมาก่อน หากไม่มีสติวิปลาสจริงตามว่าก็คงจะไม่มีใครกล้าทำเยื่อง

“คุณพี่อย่าไปหลงกลอุบายของมันกับแม่มันนะเจ้าคะ มึงริอ่านพูดปดท่านขุนเลยกระนั้นรึ”

“หาได้เจ้าค่ะ บ่าวไม่อาจเจ้าค่ะคุณแก้ว ฮือ” คนเป็นแม่ยังคงอ้อนวอนขอความเมตตา เธอไม่ได้ปดว่าลูกสาวนั้นเสียสติไปแล้วจริง ๆ ทุกคู่สายตา ณ ที่ตรงนี้ก็เห็นชัดแจ้ง

วาดจันทร์สาดสายตาไปมองเจ้าของคำพูดเมื่อครู่ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครอีก แต่งตัวต่างออกไป คงจะกำลังแสดงเป็นเจ้านายอยู่ หน้าตาก็สะสวยเอาเรื่อง แต่คำพูดคำจานี่มันตัวร้ายชัด ๆ เลยไม่ใช่หรือไงกัน

“ฉันไม่ได้บ้า พวกคุณนั่นแหละที่บ้าไปกันหมด!”

“เห็นไหมเจ้าคะคุณพี่ มันไม่ได้วิปลาสตามคำของแม่มันเจ้าค่ะ”

เป็นผัวเมียกันสินะ...

“งั้นก็ดี ลากตัวมันขึ้นมา กูจะโบยมันกงนี้”

“ดะ เดี๋ยวสิ! ก็บอกแล้วไงว่าไม่รับงานแสดงน่ะ นี่...ฟังกันหน่อยสิ”

“ฮือ ฮึก ท่านขุนเจ้าคะ ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ ฮึก”

ท่ามกลางสนามอารมณ์ ที่มีไม่รู้กี่ความรู้สึกตรงนี้ วาดจันทร์ก็ยังคงสับสนไปไม่ต่างจากนาทีก่อนหน้าเลยสักนิดเดียว พูดภาษาคนกันไม่รู้เรื่องหรือไง...รู้ตัวอีกที ตัวของเธอก็ถูกพยุงลากไปมัดหันหน้าเข้าหาต้นไม้ใหญ่แล้ว

!!!

“ไอ้บ้า! คิดจะทำอะไรฮะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนไปมากกว่านี้!”

ผลัวะ!

“กรี๊ดดดดด!!!” เสียงกรีดร้องดังขึ้นเร็วพลัน ยามที่ปลายหวายฟาดลงกลางเรียวหลังอย่างตั้งใจ...นะ นี่มันไม่ใช่การตีกันแบบปลอม ๆ หรอกเหรอ?

เจ้าของร่างเล็กแทบทรุดไปกองกับพื้น หากไม่ได้ต้นไม้ที่ถูกมัดค้ำเป็นตัวพยุงก็คงจะเป็นอย่างนั้นไปแล้ว ขุนเอกไม่รอทิ้งจังหวะให้พูดพร่ำสาดหวายลงที่หลังไร้ที่ว่างอีกครั้งในทันที

ผลัวะ!

“ไอ้บ้า!! ฉันไม่เอาด้วยแล้วนะ ปล่อยสิเว้ย แม่ง...บอกให้ปล่อยไง! พวกแกคิดว่าทำอะไรกันอยู่ฮะ?!”

วาดจันทร์พ่นคำหยาบให้สาดเซ ไม่เพียงทำลายบรรยากาศเงียบ เพราะทุกคนที่อยู่ในที่ตรงนี้ก็ดูจะตกใจกับสิ่งที่เธอพล่ามออกมาเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าท่านขุนจะโทสะจัดมากเพียงใด ไร้เงาหัวแน่แท้แล้วนังบัว!

“มึงกล้าว่าท่านขุนรึ?!”

“ท่านขงท่านขุนอะไรก็ช่างเถอะ ตีลงมาได้ยังไง เจ็บเป็นนะเว้ย!”

แน่นอนว่าเพราะถ้อยคำที่เปล่งออกนั้นชวนให้ฉงน ทำเอาฝีหวายหยุดชะงักลงตาม ๆ ขุนเอกก็พอจะจับใจความได้ด้วยความที่เขานั้นหาใช่คนโง่เขลา หากแต่ก็ไม่สามารถฟังออกได้ทุกถ้อยคำ

“กริยาเลวนัก! พูดกับท่านขุนอย่างนี้ได้กระไร”

“ก็ทำไม ทีเขายังตีฉันได้เลย!”

เพราะร่างกายที่เพิ่งฟื้นจากการบาดเจ็บได้ไม่นานเป็นแน่ ถึงได้อ่อนแอได้มากขนาดนี้ อีกทั้งหวายที่ท่านขุนอะไรนั่นฟาดลงมาก็ไม่ใช่เบา ๆ เลยสักนิด ถึงจะเป็นคำถามซ้ำ ๆ ตั้งแต่ตื่น แต่วาดจันทร์ก็จะตั้งคำถามนี้อยู่เหมือนเดิม ว่าแท้จริงแล้ว มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับเธอกันแน่

“พอเถิดแม่แก้ว เถียงกันไปก็เห็นจะไร้ประโยชน์เสียเปล่า!” เพราะไม่ให้ต้องเสียเวลามากเกินควร ขุนเอกจึงเร่งการลงโทษเมียทาสที่เลี้ยงไว้ ข้อหาที่มันไม่รักดี นอกจากจะทำเมียเล็กตกลูก มันยังริอ่านมาฆ่าตัวตายให้เป็นเสนียดเรือนของเขา สมควรแล้วที่จะโดนเยื่องนี้

ผลัวะ!

“กรี๊ดดด!!” ร่างกายอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเริ่มรับความเจ็บปวดนี้ไม่ไหว นัยน์ตาเกิดภาพซ้อน ทั้งยังสิ่งที่เห็นตอนนี้ก็พร้อมเพรียงพากันหนุมติ้ว ๆ จนวาดจันทร์เวียนหัว และทุกอย่างก็ค่อย ๆ มืดดับลงหายไปต่อหน้าต่อตา

“นังบัว!!” ก่อนที่เสียงของแม่ เป็นเสียงสุดท้ายที่เธอได้ยินในตอนนั้น

ตกเย็นของวันเดียวกัน ลูกตากลมไหวติงระริก แม้นเปลือกตาสวยจะยังคงปิดสนิท หากแต่ก็ดูออกได้ทันทีว่าเจ้าของร่างตอนนี้ได้ตื่นฟื้นคืนสติอีกครั้งแล้ว จำปายังคงเฝ้าดูลูกสาวไม่ห่าง

ด้วยความเมตตาจากคุณหญิงแสที่ได้กล่าวบอกไว้ตั้งแต่สองวันที่แล้ว ให้หยุดงานบ้านเรือนและดูแลบัวไปก่อนจนกว่าบัวจะหายดี ครั้งนี้จำปาจะไม่มีวันลืมคุณท่าน แม้คุณที่มีจะท่วมหัวอยู่แล้วก็ตามที

“บัว เอ็งเป็นเยื่องไรบ้าง”

น้ำเสียงสะอื้นไห้เอ่ยถามลูกสาว แม้นัยน์ตาตอนนี้จะไม่มีน้ำใสแต่ก็รู้ได้อยู่ดี ว่าเพิ่งเสร็จจากการร้องไห้มาไม่นาน วาดจันทร์เริ่มไม่มั่นใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอเอง เพราะถึงเวลานี้คนเป็นแม่ก็ยังเรียกขานเธอว่าบัวอยู่เลย

“แม่”

“ใช่ ข้าเป็นแม่ของเอ็ง แล้วเอ็งก็เป็นลูกของข้า”

จำปาพยุงร่างของลูกสาวให้ลุกขึ้นตามความต้องการ นั่งคิดอยู่ตลอดหลายวันว่าหากบัวไม่เกิดเป็นลูกของเธอ ก็คงจักไม่เจอเรื่องแบบนี้ ลูกเจ็บมากเท่าไหร่ คนเป็นแม่ก็เจ็บมากกว่าเป็นล้านเป็นพันเท่า

วาดจันทร์เริ่มประมวลผลในสมอง ห้องที่อยู่ สภาพแวดล้อม แม่ หรือแม้แต่การแต่งกายของเราทั้งสองคน ทุกอย่างยังเหมือนเดิม จะบอกว่าแสดงหนังอีกก็ดูจะเกินไปหน่อย หรือความจริงแล้ว เรื่องเหนือธรรมชาติได้เกิดขึ้นกับเธอแล้วจริง ๆ

“แต่ฉันไม่ได้ชื่อบัวนะจ๊ะ”

“จะไม่ได้ชื่อบัวได้กระไร เอ็งชื่อบัว คุณหญิงแสท่านเป็นคนตั้งให้เชียวนะเอ็ง เฮ้อ แต่สติของเอ็งก็ฟั่นเฟืองอยู่ หาได้แปลกไม่ที่จะจำชื่อตัวเองไม่ได้”

นั่นก็เป็นอีกเรื่องที่จำปาหนักใจ บัวพยายามผูกคอตัวเองในเรือนหลังนี้ แต่ตายไปแล้วไม่รู้กี่นาที หนสุดท้ายก็ฟื้นคืนมา จะเรียกว่าตายแล้วฟื้นก็คงไม่ผิด เพราะแบบนี้มันถึงมีสติฟั่นเฟืองเยื่องที่เห็น

“ฉันงงไปหมดแล้ว หรือว่าฉันย้อนเวลามาจริง ๆ งั้นเหรอ?” เป็นการพูดคุยกับตัวเองเสียมากกว่า แน่นอนว่าสิ่งที่วาดจันทร์เปล่งออกจากปากทำเอาจำปาไม่เข้าใจมากนัก

“แล้วถ้าย้อนเวลาจริง ๆ แล้วหน้าตาของฉันล่ะ?”

ยังคงเป็นการพึมพำกับตัวเองอย่างที่ไม่ต้องการคำตอบ ดูหนังพีเรียดมาก็เยอะ เห็นเพียงว่าจะชอบมาเข้าร่างคนนู้นคนนี้ หรือไม่ก็มาทั้งตัวเหมือนหลาย ๆ เรื่อง แล้วเธอล่ะเป็นแบบไหน

“เอ็งพูดกระไรนังบัว”

“เอ่อ..ที่นี่มี...จะใช้คำเหมือนกันไหมนะ? ...ที่นี่มีคันฉ่องไหมจ๊ะ?”

พูดเสียงเบาบ้างดังบ้าง เพราะวาดจันทร์ไม่แน่ใจว่ายุคที่ตนย้อนเวลามาเป็นยุคไหนกันแน่ พูดคำใหม่ ๆ มากเกินก็กลัวจะพาให้ไม่เข้าใจกันไปเสียหมด แต่พูดไปแบบนั้นก็คงจะเข้าใจดีหรอกนะ

“คันฉ่องงั้นรึ? ...อ้อ เอ็งหมายจะว่ากระจกน่ะหรือ”

วาดจันทร์หน้าเสียเล็กน้อยที่คิดมากเกินไป หนึ่งอย่างที่มั่นใจ คือเธอคงจะย้อนเวลามาแน่ ๆ แถมยุคที่ย้อนมาก็คงจะไม่ไกลถึงรุ่นคันฉ่อง เปลี่ยนมาใช้กระจกกันแล้วสินะ

“เอาไปสิ เพราะเป็นเมียของท่านขุนหรอกนะถึงได้มีของพวกนี้ใช้ ถ้าเป็นทาสธรรมดาก็คงจะไม่ได้จับต้อง”

!!!

วาดจันทร์ไม่รู้จะตกใจเรื่องไหนก่อนดี ระหว่างคำที่คนเป็นแม่บอกว่าเป็นเมียของท่านขุนที่เพิ่งเฆี่ยนตีตัวเองมาหรือเพราะว่าใบหน้าที่ดูเยาว์วัยลง ใครก็ได้ให้คำตอบหน่อยเถอะ!

“เมีย! ฉันน่ะเหรอเป็นเมียไอ้ท่านขุนบ้าอำนาจคนนั้น?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งสุดท้าย (จบบริบูรณ์)

    “เราเคยรู้จักกันมาก่อนใช่ไหมครับ?” “ทะ ทำไมคุณถึงถามฉันแบบนั้นล่ะคะ” ไม่เพียงแค่คนที่รอคำตอบ หากแต่คนที่ถูกถามก็ใจเต้นแรงไปไม่ต่างกัน หรือว่าความจริงแล้วอีกฝ่ายก็รู้สึกเหมือนกับเธอเหมือนกัน แต่เรื่องทุกอย่างมันจะบังเอิญมากขนาดนี้ได้เลยเหรอ? “ขอโทษทีครับ ผมได้เห็นหน้าคุณก็รู้สึกว่าเราเคยเจอกันมาก่อน เรื่องนี้มันทำให้ผมนอนไม่หลับ จนต้องขับรถออกมาไกลถึงที่นี่” “ฉันเคยเจอใบหน้าแบบคุณค่ะ แต่เขาไม่ใช่คุณ” “เขาคือคุณพระเอกใช่ไหมครับ?” “......” บัวนิ่งไปอย่างไม่เชื่อหู คนตรงหน้าเอ่ยชื่อคนรักของเธอ หากแต่ยศที่ใช้นำหน้านั้นต่างออกไป เจ้าของร่างเล็กกระอักกระอ่วนพูดอะไรไม่ออก คล้ายว่าความรู้สึกของเธอทั้งหมดตอนนี้กำลังไหลมารวมกันอยู่ที่กลางอกอย่างไรอย่างนั้น “ใจเย็น ๆ นะครับ คุณหน้าซีดมากแล้ว” ศิระเข้ามาช่วยพยุงคนที่กำลังเซล้มไปด้านหลัง เพียงแค่เขาเอ่ยชื่อบรรพบุรุษต้นตระกูล หญิงสาวก็มีสีหน้าอย่างที่เห็น อย่างนั้นแล้วสิ่งที่คิดก็ไม่ผิด ว่าเธอคือคนที่เขาเคยเจอมาจริง ๆ “เราไปคุยกันต่อที่ห้องของฉันดีกว่าค่ะ” “......” “ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะคะ คุณอย่า....” “ไม่ครับ ผมไม่ได้คิดอะไร”

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๒๐

    ๒ เดือนต่อมา ชีวิตของวาดจันทร์วนลูปอยู่กับความคิดถึงตลอดหลายเดือน นอกจากจะไม่ฝันถึงเขาเลย แม้แต่เสียงฮัมเพลงที่ได้ยินอยู่บ่อย ๆ ก็ไม่เคยแว่วมาให้ได้ยินอีก แม้จะเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่การยอมรับความเป็นจริงว่าเขาได้หายออกจากชีวิตของเธอแล้ว นั่นเลยเป็นสิ่งที่ควรทำ “มีของมาส่งครับ” “ค่า” เจ้าของร้านละมือออกจากเงินที่กำลังนั่งนับหลังปิดร้านได้ไม่นาน เพื่อมารับพัสดุจากพนักงานขนส่ง วาดจันทร์ตัดสินใจเปิดร้านใหม่เป็นของตัวเองอย่างที่ไม่มีหุ้นส่วน เป็นร้านเล็ก ๆ และอยู่ใกล้คอนโดที่เธอพักอาศัยง่ายต่อการเดินทาง “คุณวาดจันทร์นะครับ” “ใช่ค่ะ” “รบกวนเซ็นรับตรงนี้ด้วยนะครับ” วาดจันทร์รับปากกาพร้อมกับเอกสารมาเซ็นรับให้ตามคำขอ เป็นแมสเซนเจอร์ส่งของด่วนภายในกรุงเทพฯ ส่งตรงมาจากจิตกรที่เธอขอให้เขาวาดภาพขุนเอกออกมาให้ หลังจากเสร็จจากทุกอย่าง วาดจันทร์จึงนำกล่องภาพวาดนั้นเข้าไปในร้านของเธอเอง ภายในใจเต้นตุบตับอย่างไร้เหตุผล ทั้งที่ก่อนหน้าก็เคยได้เห็นภาพวาดของเขาผ่านหน้าจอโทรศัพท์ไปครั้งหนึ่งแล้ว เหตุผลที่เธอสั่งวาดรูปของเขาขึ้น เพราะนี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ได้ระลึกถึง การไปพบปะกันคราวนั้น เธ

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๙

    เปลือกตาสวยหนักอื้อยากจะลืมตื่น ไม่รู้ว่าทำไมร่างกายของเธอถึงรู้สึกเจ็บระบมได้มากขนาดนี้ จำได้ว่าเมื่อคืนเธอและขุนเอกได้มีอะไรกันตามประสาคนรัก หากแต่ความรู้สึกเจ็บที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ดูจะไม่ใช่เจ็บจากความรุนแรงของอีกฝ่ายเลยนี่นา “วาด! วาดได้ยินเจตไหม?” “......” ทุกอย่างต้องฝันไปแน่ ๆ ทำไมวาดจันทร์ถึงได้เห็นเจต อดีตคนรักที่เคยหักหลังกันอยู่ข้าง ๆ เธอในตอนนี้ได้ เจ้าของดวงตากลมสาดมองไปรอบ ๆ ทุกอย่างที่เห็นทำให้เธอมั่นใจแล้วว่าที่นี่โรงพยาบาลในยุคปัจจุบันแน่ไม่ผิด “วาดเป็นอะไร? ทำไมเอาแต่ทำหน้าแบบนั้นล่ะ รู้ไหมว่าเจตเป็นห่วงมากแค่ไหน” ไม่จริง....เธอย้อนกลับมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่? หรือนี่จะเป็นความฝัน วาดจันทร์ที่เห็นสายน้ำเกลือติดอยู่ที่แขนเลยลงมือทำสิ่งที่คิด! “วาด! ทำอะไรน่ะ เห็นหรือเปล่าเลือดออกแล้ว...พยาบาลครับ คนไข้ห้องห้าฟื้นแล้วครับ ตอนนี้เธอดึงสายน้ำเกลือออกแล้วด้วย” “เจตปล่อยวาด! ฮึก ไม่จริง ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ ฮือ” เจตยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับว่าที่ภรรยากันแน่ เขาเข้ามากอดวาดจันทร์ไว้ไม่ปล่อย เมื่อหญิงสาวพยายามลงจากเตียงให้ได้ ทั้งยังเอาแต่โวยวายอะไรไม่รู้ตั้ง

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๘

    ตั้งแต่วันนั้นก็ลากยาวมาถึง ๒ วันแล้วที่บัวยังไม่ให้คำตอบเรื่องไถ่ตนออกจากทาส คุณหญิงแสยื่นข้อเสนอให้ทั้งเธอ และแม่จำปาออกจากการเป็นทาสพร้อมกัน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่บัวลังเล เพราะสิ่งที่เธอลังเลจริง ๆ คือการที่ตัวเองจะสามารถอยู่ที่นี่ได้อีกนานแค่ไหนมากกว่า เจ้าของร่างเล็กนั่งเล่นอยู่ที่ท่าน้ำหน้าเรือนในช่วงตกเย็นของวัน เพราะทำงานของตนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอจึงใช้เวลาที่เหลือมานั่งอยู่ตรงนี้ ด้วยเห็นว่ามันเงียบดี พอได้อยู่ในพื้นที่สงบเธอก็จะได้มีเวลาคิดเรื่องในใจไปด้วย “ขนาดมาที่นี่ยังไม่รู้ตัวเลยว่าต้องมา แล้วถ้าวันไหนต้องกลับไป จะมีสัญญาณอะไรบอกก่อนล่วงหน้าหรือเปล่า?” พูดได้อย่างเต็มปากว่าเธอนั้นก็รักท่านขุนไปแล้ว ไม่ใช่แค่รู้สึกรักเพียงเพราะได้ปะหน้ากันในตอนที่ย้อนเวลามาได้ แต่ความรู้สึกรักนั้นมีมานานมากแล้วด้วยซ้ำไป หากแต่วาดจันทร์ก็ตอบไม่ได้ว่ามันนานมากขนาดไหน คงจะ ๑๒๗ ปีล่ะมั้ง “แม่บัว” “คุณพี่...” คำเรียกของบัวเปลี่ยนไปตามคำขอของขุนเอก เพราะเธอจำเป็นต้องช่วยชีวิตของอดีตเมียทาสคนอื่น ๆ ไม่ให้ต้องถูกขาย หลังจากที่บัวกลับมาเรียกเขาว่าคุณพี่...เมียทาสพวกนั้นก็ไม่ถูกขายจริง ๆ แ

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๗

    ตลอดทั้งวันนับว่าอิ่มเอมใจ แม้จะกลับมาถึงเรือนแล้ว บัวก็ยังไม่อาจหุบยิ้มลงได้กับสิ่งที่อีกฝ่ายได้เอื้อนเอ่ยบอก หากว่าบัวตัวจริงรู้ว่าตอนนี้ผัวของเธอรัก และหลงเธอมากเพียงใด คงจะมีความสุขไม่น้อย แม้แต่วาดจันทร์ที่ย้อนกลับมาเป็นเธอในยุคนี้ยังเผลอหลงระเริงใจได้ง่าย ๆ ตะวันลาลับฟ้าก่อนดวงจันทร์ขนาดใหญ่จะขึ้นมาแทนที่ บ่าวทาสทุกคนต่างแยกย้ายหลับนอนให้เต็มอิ่ม ตื่นมาวันพรุ่งจะได้มีเรี่ยวแรงทำงานให้นายกันต่อ บัวและแม่จำปาเองก็เช่นกัน ทว่าก็เกิดเรื่องขึ้นเสียได้ “แม่บัว ฮือ ข้าขอร้องล่ะ” “เสียงผู้ใดมาเอะอะอยู่หน้าเรือน?” “เดี๋ยวฉันออกไปดูเองจ้ะ” “เดี๋ยวข้าไปด้วย หากมีเรื่องใดจะได้ช่วยกัน” ทั้งบัวและแม่จำปาลุกออกจากที่นอนก่อนเดินออกมาดูหน้าเรือนนอนของกลุ่มทาส จำไม่ผิดคนพวกนี้เป็นเมียทาสของขุนเอกไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงได้มานั่งคร่ำครวญกันอยู่กงนี้ได้ “แม่บัว! แม่บัวช่วยพวกข้าด้วยนะ ฮึก” “แม่จ๊ะ” เธอทำตัวไม่ถูก เพราะไม่รู้ว่าเกิดกระไรขึ้นกับนางพวกนี้ เห็นเอาแต่นั่งร้องห่มร้องไห้ทั้งยังคลานเข่าเข้ามากอดแข้งกอดขาบัวไว้ท่าเดียว แม่จำปาเห็นเช่นนั้น เลยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามแทนลูกสาว “พวกเอ็งเป็นก

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๖

    “บัวเอ้ย! ท่านขุนเรียกหาเอ็ง ไปพบท่านเสียหน่อยเถอะลูก” “จ้ะแม่” บัวลามือออกจากขนมหวานที่กำลังทำ แม้แม่บัวตัวจริงจะไม่มีความสามารถในการปรุงอาหารเลย อย่างน้อยวาดจันทร์ที่เป็นเชฟอยู่ยุคโน้นก็ยังพยายามปรับนู่นแต่งนี่ จนรสมือของเธอนั้นเริ่มดูดีขึ้น ถึงของคาวจะยังไม่เป็นที่ต้องปาก แต่ของหวานนับว่าเอร็ดอร่อยอยู่มากโข “แล้วก็อย่าไปทำอันใดให้ท่านโกรธเข้าล่ะ” “นี่แม่เห็นบัวเป็นคนยังไงจ๊ะ หน้าตาสวยราวเทพธิดาปานนี้ ใครเห็นต่างก็อารมณ์ดีทั้งนั้นแหละจ้ะ” “ขอให้เทวดาท่านลงโทษเอ็ง” พูดจบคนเป็นแม่ก็เดินห่างออกไปเลยทันที ไหงมาแช่งลูกสาวสุดสวยของตัวเองเยื่องนั้นเล่า ตลอดเดือนมานี้ชีวิตของบัวคล้ายว่าจะสงบสุขนัก นอกจากจะไม่ต้องใช้ชีวิตบนความหวาดระแวงแล้ว ชีวิตรักก็ดูจะราบรื่นมาก ๆ เหมือนกัน บัวเดินไปหาขุนเอกตามที่อีกฝ่ายเรียก เขานั่งรอท่าอยู่ตรงศาลากลางน้ำหน้าเรือนใหญ่ เดินผ่านไปตรงนั้นจึงได้ปะหน้ากันพอดี เจ้าของร่างเล็กกำลังนั่งลงไปกับพื้นด้านล่างด้วยว่าทราบถึงฐานะระหว่างกันดี หากแต่ก็ถูกขุนเอกทัดทานเอาไว้เสียก่อน “เข้ามานั่งข้างบนกับข้าเถอะ” “เจ้าค่ะ” เธอไม่คิดปฏิเสธ ขยับตัวขึ้นไปนั่งชั้นบนร่วมก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status