Share

พิมพ์ครั้งที่ ๖

Penulis: 1037
last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-22 02:31:44

หลังจากที่ได้ลงมือทำอาหารใหม่อยู่ครั้งแล้วครั้งเล่าจนแม่จำปาก่นด่าตามหลัง เพราะใช้ของในครัวหมดไปเกินกว่าครึ่ง วาดจันทร์ก็ตัดใจขาดแล้วว่าเธอนั้นไม่สามารถละทิ้งความเป็นบัวได้จริง ๆ ทั้งที่ก็ปรุงทุกอย่างตามที่เคยทำ แต่สิ่งที่ได้กลับไม่อร่อยอยู่ดี

นี่ก็เข้าสัปดาห์ที่ ๒ แล้วที่เธอหลงเข้ามาอยู่ในร่างของบัว การใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มันไม่ง่ายมากนัก นอกจากจะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ว่ารันทดแล้ว ยังต้องย้อนเวลากลับมาเป็นทาสอีก แถมเป็นทาสที่มีชนักติดหลังด้วยน่ะสิ

“ถึงคุณหญิงแสจะขอให้ขุนเอกยกโทษให้ แต่บัวก็จะอยู่ได้แค่ท้ายครัวเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ขึ้นไปบนเรือนใหญ่ ขนาดเดินไปตลาดยังต้องอ้อมโลกเพื่อไม่ให้ผ่านหน้าเรือนเนี่ยนะ ชีวิตของเธอนี่มัน...”

พึมพำบ่นอยู่คนเดียวระหว่างเดินทางกลับจากตลาดที่ลากขาเดินมาไกลถึงหนึ่งกิโลเมตรเห็นจะได้ เย็นนี้คุณหญิงแสตั้งใจจะลงครัวด้วยตัวท่านเอง แต่ของที่ต้องทำวันนี้ดันหมดพอดี แม่จำปาเลยวานให้บัวเป็นคนมาซื้อจ่ายให้ ด้วยบ่าวทาสคนอื่น ๆ ตอนนี้ก็ยังวุ่นวายจัดการงานของใครของมันอยู่

ผลัวะ!

เสียงฟาดหวายยังคงดังลั่นตลอดสามคืนที่ผ่านมา ร่างกายบอบช้ำ มีแผลเหวอะอยู่ทั่วเต็มแผ่นหลังบางที่ก่อนหน้านั้นเคยขาวนวลตา หากแต่ตอนนี้กลับไร้พื้นที่ว่าง มีเพียงรอยหวายจากคนเป็นผัวทิ้งไว้ให้เท่านั้น

“ถ้าการที่บัวตายจะทำให้ท่านขุนคลายความขุ่นเคืองต่อบัวได้ ก็ได้โปรดฆ่าบัวด้วยมือของท่านขุนเถิดเจ้าค่ะ ฮึก”

“มึงท้ากูงั้นรึ?!”

แม้แต่ชีวิตของบัวก็สามารถมอบให้เขาได้อย่างที่ไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนมากลับไม่มีแม้แต่ความเชื่อใจจากเขา ทั้งกายและใจของบัวกำลังตรอมตรมสุดจะต้านสังขารไหว แม้แต่นัยน์ตาที่ลอดมองคนตรงหน้ายังมากเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกถ่ายทอดออกมา

“ขอความเกลียดชังหายไปแต่ชาตินี้ เกิดชาติหน้าฉันใดบัวจะขอเวียนว่ายมารักท่านขุนอีกนะเจ้าคะ”

“ชาติหน้างั้นรึ!? ไม่ว่าชาติหน้าหรือชาติไหน มึงก็จะไม่มีวันสมหวัง กูจะขอสาปแช่งให้มึงผิดหวังอยู่ทุกชาติไป อย่าได้มีความสุขเลยเถิดมึง! ฮึก เพียงเท่านี้มันยังไม่สาสมกับการที่กูเสียลูก ก็เพราะมึงอีบัว!”

แม่แก้วที่ทนฟังคำพร่ำเพ้อไม่ไหวเลยพูดพรวดออกไปอย่างไม่คิด หากแต่ทุกคนต่างก็เข้าใจว่าคุณแก้วตอนนี้คงจะกำลังเสียใจที่เสียลูกน้อยไป ใครบ้างจะไม่โศกเศร้า นั่นเป็นลูกคนแรก ทั้งยังเป็นลูกกับท่านขุนเอกอีก

แม้ท่าทางกิริยาของคุณแม่แก้วจะไม่สมเป็นลูกขุนนางนามใหญ่ แต่ยามนี้กลับไม่มีใครคิดให้ร้ายเธอเลยสักคน ทั้งบ่าวทาส และไพร่ที่ล่องเรือไปตามคุ้งน้ำหน้าท่า ต่างลงเสียงเป็นทิศทางเดียว ว่าอีทาสคนนี้มันสมควรแล้วที่จะถูกสาปแช่งเยื่องนั้น

พรึบ!...อยู่ ๆ ร่างกายก็อ่อนฮวบ ก่อนตะกร้าที่ถือมาพร้อมกับข้าวของที่ซื้อจากตลาดจะตกล่วงไปกองอยู่กับพื้น เมื่อความทรงจำของบัวแล่นเข้ามาในหัวระหว่างทางเดินกลับ รู้สึกว่าช่วงนี้บัวจะตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นถี่มากขึ้น ช่วงแรกก็มาเพียงฝัน แต่ช่วงหลังความทรงจำพวกนี้กลับแล่นเข้ามาตลอด ไม่ว่าจะยามตื่นหรือยามหลับ

“เจ็บ ฮึก เธอเจ็บมากเลยใช่ไหมบัว”

เจ้าของร่างรักท่านขุนมากขั้นว่าขอให้ชาติหน้าได้เกิดมาครองรักกันอีก ทั้งที่เขาคนนั้นก็หาได้รักเธอเสียนิด วาดจันทร์ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าผู้ชายคนนี้ทำอะไรให้บัวหลงรักนักหลงรักหนา

แม้กระทั่งวาดจันทร์ที่อยู่ในร่างนี้ก็ยังรู้สึกถึงความเศร้า มันเหมือนว่าหัวใจของเธอกำลังหยุดเต้น ร่างกายด้านชาจนขยับไปไหนได้ยาก เทียบกับที่เธอรู้ว่าคนรักทั้งสองคนหักหลังก่อนมาที่นี่ เหตุการณ์ตรงนั้นกลับเทียบเทียมความรู้สึกตอนนี้ไม่ได้เลยเสียนิด

“ฮึก แค่หวังว่าท่านขุนจะรักข้า ฮือ” จิตเริ่มถูกกลืนกินให้ร่างกายและวิญญาณประสานกันเป็นหนึ่ง ความรู้สึกนึกคิดของบัวตอนนี้ กำลังถูกถ่ายทอดให้วาดจันทร์ด้วยอีกคน

เธอทำอะไรต่อไม่ได้จำต้องนั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้เป็นนานให้ได้สติ โชคดีที่เส้นทางนี้คนเดินผ่านไปมาน้อยนัก ด้วยสองข้างทางเป็นป่ารกร้าง ยิ่งตกค่ำคนก็ยังน้อยตามตะวันที่กำลังลาลับ

หลังจากที่เวลาผ่านไปราวน้ำท่วมกะลา มือเล็กถึงได้ยกขึ้นปาดปายเอาน้ำตาสองข้างแก้มออก ต้องรีบกลับเรือนก่อนที่จะตกเย็นไปมากกว่านี้ แม่จำปาก็รอท่าเอาของที่วานให้ไปซื้อ เวลานี้คุณหญิงแสคงใกล้ลงเรือนมาที่ครัวไฟของนายแล้ว

“ก่อนเอาไปให้แม่ก็คงจะต้องแอบเอาไปล้างก่อน ไม่งั้นโดนด่าไปสามวันเจ็ดวันแน่ แค่คิดก็ขนลุกแล้วนะเนี่ย”

มือเล็กเก็บข้าวของที่ตกพื้นกลับเข้าตะกร้าจนหมด กลับถึงเรือนคงได้โดนบ่นหูชาด้วยของที่ถูกใช้ไปซื้อเปื้อนดินให้คละคลุ้ง

“ชะ ช่วยด้วย!! ปล่อยข้านะ”

“เสียงใคร เย็นขนาดนี้แล้วยังมีคนเดินไปเดินมาผ่านทางนี้นอกจากเราอีกเหรอเนี่ย?” จะเมินเฉยก็คงจะทำไม่ได้ทั้งต้นเสียงยังเอาแต่ขอให้ช่วยเหลือ แม้ว่ามันจะอันตรายต่อตัวของเธอเหมือนกัน จะไม่ตามหาเสียงนั้นเลยก็ไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ? อยู่ตรงไหน”

เสียงขอความช่วยเหลือยังดังแว่วอยู่ตลอดทางเดินไป คาดว่าอีกนิดก็คงจะเจอตัวแล้ว ด้วยเสียงของหล่อนที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ บัวไม่สามารถประเมินเหตุการณ์เบื้องหน้าได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ โดนฉุดหรือทะเลาะกันฉันสามีภรรยา เอาเถอะ...ไปถึงก็คงจะรู้เอง

เดินเข้าไปใกล้ถึงได้เห็นตามตั้งใจ แม่หญิงคนนั้นแต่งตัวดูดีใช่ย่อยคงจะเป็นนายอยู่เรือนใดสักเรือน ทั้งยังมีบ่าวหญิงเคียงกายที่กำลังช่วยกันยื้อยึดฉุดกระชากกับชายฉกรรจ์ที่มีผ้าคุ้มหน้าคุ้มตา แบบนี้โดนฉุดปล้นชัด ๆ เลย

‘เอาไงดี? ถ้าไปตามคนมาช่วยตอนนี้ก็คงจะไม่ทัน’ คิดเงียบ ๆ อยู่เพียงคนเดียว แม้แต่มองดูอยู่ตรงนี้ก็ยังรอช้าไม่ได้ ด้วยแม่หญิงคนนั้นมีหน้าตาสะสวยต้องตานัก ดูทีพวกมันคงจะไม่ปล้นเพียงเงินเท่านั้น

หลังจากที่ใช้เวลาอยู่สักพักก็นึกถึงหนังที่เคยดูมา เวลาที่พระเอกจะไล่คนร้ายออกห่างจากนางเอก ทั้งที่รอบตัวก็ไม่มีคนอยู่ด้วยเลยสักคนเดียว มันตรงกับสถานการณ์นี้แบบสุด ๆ สงสัยเธอจะต้องยืมทริกมาลองทำบ้างแล้ว!

“ตำรวจ! ตำรวจมา!!!” บัวตะโกนไปจนสุดเสียง และเหมือนว่าแผนนี้ของเธอมันจะได้ผล ทว่าหาใช่เพราะจะตกใจกับคำว่าตำรวจของเธอ หากแต่พวกมันตกใจกับคนที่กำลังเข้ามาขัดขวางตอนนี้มากกว่า

“มึงไปดูทีว่ามันเป็นผู้ใด!”

“ขอรับ”

“ซวยแล้ว!” ไอ้พวกนี้มันเป็นอันธพาลแบบไหนกันแน่เนี่ยถึงไม่เกรงกลัวตำรวจเลยสักนิด บัวพยายามเลี่ยงหาทางหนี ด้วยป่าที่เดินเข้ามานั้นรกร้าง เธอเลยมั่นใจว่าจะหนีพ้น ทว่าสิ่งที่คิดกลับไม่ใช่สิ่งที่เป็น

“อีบ่าวคนนี้งั้นรึ มึงตามมาช่วยนายมึงใช่หรือไม่?” คนตัวโตปานยักษ์เข้ามาดักอยู่ด้านหลัง ก่อนที่บัวจะถูกจับไปกองอยู่ตรงนั้นด้วยอีกคน ต่างคนต่างแปลกใจ บัวหาใช่บ่าวของแม่หญิงที่ถูกฉุดมาก่อนหน้า แต่ก็นับถือใจนัก เพราะหากเป็นหญิงอื่นคงไม่สนใจที่จะเข้ามาช่วยเหลือเหมือนบ่าวผู้นี้

“เอ็งเป็นบ่าวเรือนใดรือ?”

“ตอนนี้อย่าเพิ่งสนใจเรื่องนั้นดีกว่าค่ะ ตอนนี้เรามาคิดกันก่อนดีกว่าว่าจะเอาตัวรอดจากโจรพวกนี้ยังไง”

“....” ทั้งแม่หญิงผู้ดี และบ่าวที่คอยติดตามต่างพากันงงในถ้อยคำของบัว เพราะความลนลานทำให้เธอลืมไปเสียสนิทว่าที่อยู่ตอนนี้เป็นยุคไหน และอีกอย่างก็ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องยุคสมัยเสียหน่อย

“อีบ่าวนี่มันงามนัก ข้าขอได้ไหมพี่”

“เออ แต่หลังจากที่กูได้นายของมันเสียก่อนนะ ฮ่า ๆ” แน่นอนว่าพอได้ยินแบบนั้นแล้ว ทุกคนต่างขวัญเสียดีฝ่อไปตาม ๆ กัน เว้นไว้เพียงบัวที่พยายามหาหนทางที่จะหลุดพ้น

‘พวกมันไม่ได้มัดเราแน่นขนาดนั้น’ มือที่ไขว้กันอยู่ด้านหลังขยุกขยิกไปมาให้เชือกหลวมขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างนั้นก็ยังต้องสังเกตท่าทางของโจรเถื่อน กลัวว่ามันจะรู้ตัวเข้า พอมันหลวมได้ตามที่ต้องการจึงได้หยุดทำต่อ เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตมากเกินไป!

“อยากได้เงินก็เอาไป แล้วก็ปล่อยพวกเราไปสิ”

“เงินหรือ? ข้าเอามาหมดแล้วล่ะ แต่ดันอยากได้อย่างอื่นด้วย ฮ่า ๆ”

ไอ้พวกมากตัณหาเอ้ย! รอให้ได้จังหวะมากกว่านี้อีกหน่อยเถอะ แม่ไม้มวยไทยที่เคยเรียนมา เห็นทีจะได้ใช้เอาตอนนี้แหละ

“นี่ฟังให้ดีนะ...ถ้าข้าส่งสัญญาณเมื่อใด ให้เอาหัวกระแทกหน้าพวกมันแรง ๆ แล้วก็พยายามวิ่งหนีไปให้เร็วที่สุดเข้าใจไหม ที่เหลือข้าจัดการเอง”

เป็นเพียงการกระซิบบอกเท่านั้น ทั้งสามคนที่ถูกมัดรวมกันต่างได้ยินอย่างชัดเจน แต่กลับมีสีหน้าไม่สู้ดีออกมาให้เห็น คล้ายว่าลำบากใจที่จะทำตามคำแนะนำของเธอ ด้วยความที่ทั้งหมดตรงนี้ก็ล้วนเป็นหญิง

“ไม่มีเวลาให้มาคิดแล้ว ถ้าไม่อยากตกเป็นของมัน ก็ทำตามที่ข้าบอก”

“เอ็งเป็นเพียงบ่าวจะมาพูดกับนายของข้าเยื่องนี้หาได้ไม่”

“ไม่เป็นไร ข้าจะทำตามที่มันว่า เพียงเท่านี้ข้าก็จะหนีพ้นใช่หรือไม่”

“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ”

บัวไม่กล้ารับปาก แต่ถ้าทุกคนพยายามวิ่งให้เร็วที่สุดก็คงจะหนีพ้น ส่วนทางนี้บัวก็จะพยายามซื้อเวลาให้ได้มากที่สุด พวกมันมีกันสองคนถึงจะไม่แน่ใจว่าลำพังเธอคนเดียวจะสู้ไหวไหมก็ตามที

!!!

“พวกมึงพร่ำอันใดกัน? เสียเวลากูนัก ไปกับกูกงนู้นหากไม่อยากทำต่อหน้าอีบ่าวพวกนี้ วันนี้กูจะจับผู้ดีทำเมียให้สมใจ!” แม่หญิงรูปงามถูกฉุดแขนให้เซเข้าหา บัวเล็งเห็นว่าคงไม่มียามใดจะเหมาะเท่าตอนนี้อีกแล้วเธอเลยเริ่มแผนการที่วางไว้โดยพลัน

“ตอนนี้แหละ!!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งสุดท้าย (จบบริบูรณ์)

    “เราเคยรู้จักกันมาก่อนใช่ไหมครับ?” “ทะ ทำไมคุณถึงถามฉันแบบนั้นล่ะคะ” ไม่เพียงแค่คนที่รอคำตอบ หากแต่คนที่ถูกถามก็ใจเต้นแรงไปไม่ต่างกัน หรือว่าความจริงแล้วอีกฝ่ายก็รู้สึกเหมือนกับเธอเหมือนกัน แต่เรื่องทุกอย่างมันจะบังเอิญมากขนาดนี้ได้เลยเหรอ? “ขอโทษทีครับ ผมได้เห็นหน้าคุณก็รู้สึกว่าเราเคยเจอกันมาก่อน เรื่องนี้มันทำให้ผมนอนไม่หลับ จนต้องขับรถออกมาไกลถึงที่นี่” “ฉันเคยเจอใบหน้าแบบคุณค่ะ แต่เขาไม่ใช่คุณ” “เขาคือคุณพระเอกใช่ไหมครับ?” “......” บัวนิ่งไปอย่างไม่เชื่อหู คนตรงหน้าเอ่ยชื่อคนรักของเธอ หากแต่ยศที่ใช้นำหน้านั้นต่างออกไป เจ้าของร่างเล็กกระอักกระอ่วนพูดอะไรไม่ออก คล้ายว่าความรู้สึกของเธอทั้งหมดตอนนี้กำลังไหลมารวมกันอยู่ที่กลางอกอย่างไรอย่างนั้น “ใจเย็น ๆ นะครับ คุณหน้าซีดมากแล้ว” ศิระเข้ามาช่วยพยุงคนที่กำลังเซล้มไปด้านหลัง เพียงแค่เขาเอ่ยชื่อบรรพบุรุษต้นตระกูล หญิงสาวก็มีสีหน้าอย่างที่เห็น อย่างนั้นแล้วสิ่งที่คิดก็ไม่ผิด ว่าเธอคือคนที่เขาเคยเจอมาจริง ๆ “เราไปคุยกันต่อที่ห้องของฉันดีกว่าค่ะ” “......” “ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะคะ คุณอย่า....” “ไม่ครับ ผมไม่ได้คิดอะไร”

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๒๐

    ๒ เดือนต่อมา ชีวิตของวาดจันทร์วนลูปอยู่กับความคิดถึงตลอดหลายเดือน นอกจากจะไม่ฝันถึงเขาเลย แม้แต่เสียงฮัมเพลงที่ได้ยินอยู่บ่อย ๆ ก็ไม่เคยแว่วมาให้ได้ยินอีก แม้จะเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่การยอมรับความเป็นจริงว่าเขาได้หายออกจากชีวิตของเธอแล้ว นั่นเลยเป็นสิ่งที่ควรทำ “มีของมาส่งครับ” “ค่า” เจ้าของร้านละมือออกจากเงินที่กำลังนั่งนับหลังปิดร้านได้ไม่นาน เพื่อมารับพัสดุจากพนักงานขนส่ง วาดจันทร์ตัดสินใจเปิดร้านใหม่เป็นของตัวเองอย่างที่ไม่มีหุ้นส่วน เป็นร้านเล็ก ๆ และอยู่ใกล้คอนโดที่เธอพักอาศัยง่ายต่อการเดินทาง “คุณวาดจันทร์นะครับ” “ใช่ค่ะ” “รบกวนเซ็นรับตรงนี้ด้วยนะครับ” วาดจันทร์รับปากกาพร้อมกับเอกสารมาเซ็นรับให้ตามคำขอ เป็นแมสเซนเจอร์ส่งของด่วนภายในกรุงเทพฯ ส่งตรงมาจากจิตกรที่เธอขอให้เขาวาดภาพขุนเอกออกมาให้ หลังจากเสร็จจากทุกอย่าง วาดจันทร์จึงนำกล่องภาพวาดนั้นเข้าไปในร้านของเธอเอง ภายในใจเต้นตุบตับอย่างไร้เหตุผล ทั้งที่ก่อนหน้าก็เคยได้เห็นภาพวาดของเขาผ่านหน้าจอโทรศัพท์ไปครั้งหนึ่งแล้ว เหตุผลที่เธอสั่งวาดรูปของเขาขึ้น เพราะนี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ได้ระลึกถึง การไปพบปะกันคราวนั้น เธ

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๙

    เปลือกตาสวยหนักอื้อยากจะลืมตื่น ไม่รู้ว่าทำไมร่างกายของเธอถึงรู้สึกเจ็บระบมได้มากขนาดนี้ จำได้ว่าเมื่อคืนเธอและขุนเอกได้มีอะไรกันตามประสาคนรัก หากแต่ความรู้สึกเจ็บที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ดูจะไม่ใช่เจ็บจากความรุนแรงของอีกฝ่ายเลยนี่นา “วาด! วาดได้ยินเจตไหม?” “......” ทุกอย่างต้องฝันไปแน่ ๆ ทำไมวาดจันทร์ถึงได้เห็นเจต อดีตคนรักที่เคยหักหลังกันอยู่ข้าง ๆ เธอในตอนนี้ได้ เจ้าของดวงตากลมสาดมองไปรอบ ๆ ทุกอย่างที่เห็นทำให้เธอมั่นใจแล้วว่าที่นี่โรงพยาบาลในยุคปัจจุบันแน่ไม่ผิด “วาดเป็นอะไร? ทำไมเอาแต่ทำหน้าแบบนั้นล่ะ รู้ไหมว่าเจตเป็นห่วงมากแค่ไหน” ไม่จริง....เธอย้อนกลับมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่? หรือนี่จะเป็นความฝัน วาดจันทร์ที่เห็นสายน้ำเกลือติดอยู่ที่แขนเลยลงมือทำสิ่งที่คิด! “วาด! ทำอะไรน่ะ เห็นหรือเปล่าเลือดออกแล้ว...พยาบาลครับ คนไข้ห้องห้าฟื้นแล้วครับ ตอนนี้เธอดึงสายน้ำเกลือออกแล้วด้วย” “เจตปล่อยวาด! ฮึก ไม่จริง ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ ฮือ” เจตยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับว่าที่ภรรยากันแน่ เขาเข้ามากอดวาดจันทร์ไว้ไม่ปล่อย เมื่อหญิงสาวพยายามลงจากเตียงให้ได้ ทั้งยังเอาแต่โวยวายอะไรไม่รู้ตั้ง

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๘

    ตั้งแต่วันนั้นก็ลากยาวมาถึง ๒ วันแล้วที่บัวยังไม่ให้คำตอบเรื่องไถ่ตนออกจากทาส คุณหญิงแสยื่นข้อเสนอให้ทั้งเธอ และแม่จำปาออกจากการเป็นทาสพร้อมกัน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่บัวลังเล เพราะสิ่งที่เธอลังเลจริง ๆ คือการที่ตัวเองจะสามารถอยู่ที่นี่ได้อีกนานแค่ไหนมากกว่า เจ้าของร่างเล็กนั่งเล่นอยู่ที่ท่าน้ำหน้าเรือนในช่วงตกเย็นของวัน เพราะทำงานของตนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอจึงใช้เวลาที่เหลือมานั่งอยู่ตรงนี้ ด้วยเห็นว่ามันเงียบดี พอได้อยู่ในพื้นที่สงบเธอก็จะได้มีเวลาคิดเรื่องในใจไปด้วย “ขนาดมาที่นี่ยังไม่รู้ตัวเลยว่าต้องมา แล้วถ้าวันไหนต้องกลับไป จะมีสัญญาณอะไรบอกก่อนล่วงหน้าหรือเปล่า?” พูดได้อย่างเต็มปากว่าเธอนั้นก็รักท่านขุนไปแล้ว ไม่ใช่แค่รู้สึกรักเพียงเพราะได้ปะหน้ากันในตอนที่ย้อนเวลามาได้ แต่ความรู้สึกรักนั้นมีมานานมากแล้วด้วยซ้ำไป หากแต่วาดจันทร์ก็ตอบไม่ได้ว่ามันนานมากขนาดไหน คงจะ ๑๒๗ ปีล่ะมั้ง “แม่บัว” “คุณพี่...” คำเรียกของบัวเปลี่ยนไปตามคำขอของขุนเอก เพราะเธอจำเป็นต้องช่วยชีวิตของอดีตเมียทาสคนอื่น ๆ ไม่ให้ต้องถูกขาย หลังจากที่บัวกลับมาเรียกเขาว่าคุณพี่...เมียทาสพวกนั้นก็ไม่ถูกขายจริง ๆ แ

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๗

    ตลอดทั้งวันนับว่าอิ่มเอมใจ แม้จะกลับมาถึงเรือนแล้ว บัวก็ยังไม่อาจหุบยิ้มลงได้กับสิ่งที่อีกฝ่ายได้เอื้อนเอ่ยบอก หากว่าบัวตัวจริงรู้ว่าตอนนี้ผัวของเธอรัก และหลงเธอมากเพียงใด คงจะมีความสุขไม่น้อย แม้แต่วาดจันทร์ที่ย้อนกลับมาเป็นเธอในยุคนี้ยังเผลอหลงระเริงใจได้ง่าย ๆ ตะวันลาลับฟ้าก่อนดวงจันทร์ขนาดใหญ่จะขึ้นมาแทนที่ บ่าวทาสทุกคนต่างแยกย้ายหลับนอนให้เต็มอิ่ม ตื่นมาวันพรุ่งจะได้มีเรี่ยวแรงทำงานให้นายกันต่อ บัวและแม่จำปาเองก็เช่นกัน ทว่าก็เกิดเรื่องขึ้นเสียได้ “แม่บัว ฮือ ข้าขอร้องล่ะ” “เสียงผู้ใดมาเอะอะอยู่หน้าเรือน?” “เดี๋ยวฉันออกไปดูเองจ้ะ” “เดี๋ยวข้าไปด้วย หากมีเรื่องใดจะได้ช่วยกัน” ทั้งบัวและแม่จำปาลุกออกจากที่นอนก่อนเดินออกมาดูหน้าเรือนนอนของกลุ่มทาส จำไม่ผิดคนพวกนี้เป็นเมียทาสของขุนเอกไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงได้มานั่งคร่ำครวญกันอยู่กงนี้ได้ “แม่บัว! แม่บัวช่วยพวกข้าด้วยนะ ฮึก” “แม่จ๊ะ” เธอทำตัวไม่ถูก เพราะไม่รู้ว่าเกิดกระไรขึ้นกับนางพวกนี้ เห็นเอาแต่นั่งร้องห่มร้องไห้ทั้งยังคลานเข่าเข้ามากอดแข้งกอดขาบัวไว้ท่าเดียว แม่จำปาเห็นเช่นนั้น เลยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามแทนลูกสาว “พวกเอ็งเป็นก

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   พิมพ์ครั้งที่ ๑๖

    “บัวเอ้ย! ท่านขุนเรียกหาเอ็ง ไปพบท่านเสียหน่อยเถอะลูก” “จ้ะแม่” บัวลามือออกจากขนมหวานที่กำลังทำ แม้แม่บัวตัวจริงจะไม่มีความสามารถในการปรุงอาหารเลย อย่างน้อยวาดจันทร์ที่เป็นเชฟอยู่ยุคโน้นก็ยังพยายามปรับนู่นแต่งนี่ จนรสมือของเธอนั้นเริ่มดูดีขึ้น ถึงของคาวจะยังไม่เป็นที่ต้องปาก แต่ของหวานนับว่าเอร็ดอร่อยอยู่มากโข “แล้วก็อย่าไปทำอันใดให้ท่านโกรธเข้าล่ะ” “นี่แม่เห็นบัวเป็นคนยังไงจ๊ะ หน้าตาสวยราวเทพธิดาปานนี้ ใครเห็นต่างก็อารมณ์ดีทั้งนั้นแหละจ้ะ” “ขอให้เทวดาท่านลงโทษเอ็ง” พูดจบคนเป็นแม่ก็เดินห่างออกไปเลยทันที ไหงมาแช่งลูกสาวสุดสวยของตัวเองเยื่องนั้นเล่า ตลอดเดือนมานี้ชีวิตของบัวคล้ายว่าจะสงบสุขนัก นอกจากจะไม่ต้องใช้ชีวิตบนความหวาดระแวงแล้ว ชีวิตรักก็ดูจะราบรื่นมาก ๆ เหมือนกัน บัวเดินไปหาขุนเอกตามที่อีกฝ่ายเรียก เขานั่งรอท่าอยู่ตรงศาลากลางน้ำหน้าเรือนใหญ่ เดินผ่านไปตรงนั้นจึงได้ปะหน้ากันพอดี เจ้าของร่างเล็กกำลังนั่งลงไปกับพื้นด้านล่างด้วยว่าทราบถึงฐานะระหว่างกันดี หากแต่ก็ถูกขุนเอกทัดทานเอาไว้เสียก่อน “เข้ามานั่งข้างบนกับข้าเถอะ” “เจ้าค่ะ” เธอไม่คิดปฏิเสธ ขยับตัวขึ้นไปนั่งชั้นบนร่วมก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status