공유

บทที่ 6

작가: 1037
last update 게시일: 2025-10-22 02:31:13

“ท่านขุนอยากให้บัวนวดกงไหนอีกบอกได้นะเจ้าคะ”

“เอ็งนวดให้ข้าเสียจนหนำใจ ข้าอยากทำอย่างอื่นเสียมากกว่า”

หญิงสาววัยยี่สิบสองก้มหน้าก้มตามองพื้นเรือนด้วยความเขินอายตามประสาสาวแรกแย้มยามที่ถูกอีกฝ่ายเกี้ยวคารมใส่ มือเล็กถูกรั้งเอาไปจับถือ บัวไม่ได้มีท่าทีสงวนกาย เพราะรู้หน้าที่เมียทาสของเธอดี การถูกเรียกตัวมาคืนนี้ก็เพื่อปรนนิบัติท่านขุน ข้อนี้บัวรู้ดีอยู่แก่ใจ

“คืนนี้เอ็งจะได้เป็นเมียข้า รู้ตัวหรือไม่”

“เจ้าค่ะ” ตอบกลับด้วยท่าทางเหนียมอาย ไม่นานมือหนาของคนบนเตียงก็ยื่นมาจับคางสวยให้เชิดเงยขึ้นมองปะหน้า บัวยังยืนยันว่าท่านขุนนั้นมีใบหน้าและรูปร่างดั่งเทวดาเสก คนอะไรจะรูปงามถึงเพียงนี้

“ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงกับข้า”

เจ้าของร่างเล็กลุกขึ้นขยับไปนั่งบนเตียงเดียวกับเขาอย่างว่าง่าย เตรียมใจมาหลายวัน พรหมจรรย์ที่เฝ้ารักษามาตลอดหลายปีกำลังจะถูกพรากไปโดยชายที่เธอนั้นหวังจะมอบให้แต่แรก

“ทะ ท่านขุนเจ้าคะ”

มือเล็กจับรั้งมือของเขาที่กำลังเปลื้องผ้ากระโจงอกของเธอ พอถึงเวลาเข้าจริง ความกลัวของหญิงสาวก็เริ่มทำงาน รู้อยู่แล้วว่าไม่อาจรั้งท่านได้ แต่สิ่งที่บัวกำลังร้องขอ ก็หวังว่าท่านขุนจะปรานี

“ท่านขุนช่วยเบาแรงกับบัวหน่อยนะเจ้าคะ นี่คราแรกของบัวเจ้าค่ะ...”

ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ เหนียมอายเสียจนไม่กล้าแม้นแต่จะสบสายตาของท่าน ขุนเอกที่ได้ยินถ้อยคำนั้น ก็รู้สึกนึกเอ็นดูเมียทาสคนนี้ไม่หาย แน่นอนว่าเขาจะเบาแรงให้ตามคำขอ หากแต่ถ้าเมียทาสสาวคนนี้ยังทำตัวให้น่ารังแก ก็อาจจะเปลี่ยนใจ

ระหว่างที่วาดจันทร์พยายามทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้จะผ่านไปเพียงแป๊บ แต่เวลาก็เลยไปเกินกว่า ๓ วันแล้ว หลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น เป็นทุกช่วงที่ความทรงจำของบัวหรือเจ้าของร่างตัวจริงผุดขึ้นมาให้ได้เห็นในหัว จับใจความได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่รู้แน่ ๆ ว่าคนคนนี้ชื่อบัวไม่ผิด แถมยังเป็นเมียทาสของท่านขุนเอกอะไรนั่นตามที่แม่เธอบอกไว้

“เพราะแบบนี้สินะ ความรู้สึกครั้งแรกที่เจอกับหมอนั่น ใจของเราถึงเจ็บหน่วง ๆ มาก แต่ทำไมต้องไปรักคนที่ทำร้ายตัวเองขนาดนั้นด้วยล่ะ”

มันเป็นความรู้สึกรักใคร่ แต่ก็เจ็บหน่วงในเวลาเดียวกัน แน่นอนว่าวาดจันทร์เคยสัมผัสความรู้สึกนี้อยู่บ่อยครั้งในยุคที่จากมา แม้นตอนนั้นจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงรู้สึกแบบนั้นได้ กลับกันตอนนี้เธอเข้าใจมันเป็นอย่างดี

“แล้วเรื่องที่ใครต่างก็บอกว่าเธอไปวางยาให้แม่แก้วตกลูกนี่มันเรื่องจริงหรือเปล่านะ?” วาดจันทร์ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับบัวทั้งหมดในตอนนี้ คนที่มาที่นี่อย่างงง ๆ จะรู้เรื่องอะไรมากมาย ระหว่างนี้ก็ทำได้เพียงให้แม่บัวตัวจริงมาเข้าฝันบอกเรื่องราวทั้งหมด

“โชคดีนักที่คุณหญิงแสของท่านขุนให้ยกโทษครานี้ให้เอ็ง หายดีแล้ว ก็หาโอกาสไปขอบพระคุณท่านล่ะ คุณหญิงแสดีกับครอบครัวเรามาเสมอ อย่าได้ลืมคุณข้อนี้เชียวนะ”

“แต่ว่าวาดถูกห้ามขึ้นเรือนใหญ่ไม่ใช่เหรอคะแม่”

“ก็จริงของเอ็ง แต่อย่างไรเอ็งก็จะได้ปะท่านอยู่ร่ำไรแหละนะ ก็นี่มันบ้านของท่าน...ว่าก็ว่าเถอะนะนังบัว ข้าล่ะไม่เข้าใจเอ็งเลยจริง ๆ เหตุใดเอ็งถึงเรียกตนว่าวาด ๆ อะไรนั่นอยู่ได้ เอ็งยังจำไม่ได้รึ ว่าเอ็งชื่อบัวน่ะ”

วาดจันทร์เงียบไปไม่ได้ตอบกลับ ใครมันจะชินกับการที่อยู่ ๆ ต้องใช้ชื่ออื่นแทนชื่อที่ใช้มาตลอด ๒๕ ปี แต่หลังจากนี้ก็คงจะต้องพยายามให้มากกว่าเดิมเสียแล้ว ไม่รู้ได้เลยว่าจะกลับยุคปัจจุบันได้อย่างไร ขนาดมาที่นี่ยังต้องใช้ร่างของคนอื่น

แต่จะบอกว่าคนอื่นเลยก็ไม่ได้หรอก ดูหน้าดูตาก็รู้แล้วว่านี่น่ะมันคือวาดจันทร์ชัด ๆ แต่เป็นวาดจันทร์ที่อยู่ปี รศ.๑๑๖ น่ะนะ

“บะ บัวน่าจะหลงลืมไปหน่อยน่ะค่ะ”

“ถ้อยคำก็หาใช่คนปกติ ไอ้น่ะค่ะ นะคะของเอ็ง มันหมายว่ากระไรรึ?”

‘ยุคสมัยนี้ยังไม่ใช้นะคะกันอีกเหรอเนี่ย’ เธอเพียงคิดในใจไม่ได้เปล่งออกไป แสดงว่าต่อไปเธอต้องศึกษาถ้อยคำของคนสมัยนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อที่จะไม่เป็นเป้าสายตา

“แม่อย่าได้ใส่ใจเลยนะ...พ่ะย่ะค่ะ”

“.....” จำปาถึงกับหน้าเหวอ ก็คิดเพียงว่าอาการของลูกสาวจะดีขึ้นในเร็ววัน อย่าให้มันมีท่าทางวิปลาสแบบนี้ตลอดไปเลยเถอะ ไม่ใช่ว่าคนเป็นแม่จะรู้สึกอายที่ลูกเป็นอย่างนี้ แต่เพราะเป็นห่วงเสียมากกว่า

“เอาเถอะ ข้าไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเอ็งแล้ว ไปตลาดกับข้าที เย็นนี้คุณหญิงท่านอยากกินแกงเทโพหมูสามชั้น ผักบุ้งในสวนก็ดันหมดพอดี จะได้รวดไปซื้อหมูด้วยเลย”

แม่จำปานับว่าเป็นแม่ครัวใหญ่อยู่ที่เรือนนี้ ฝีมือดีเป็นที่พึงใจคุณหญิงแสนัก เดิมทีผัวของจำปาหรือพ่อของบัวก็เป็นบ่าวอยู่ในเรือนของท่านเหมือนกัน แต่หลังจากที่บัวเกิดมาได้ไม่นาน ผัวไม่รักดีก็ริอ่านหนีนาย ทั้งยังหอบลูกไปด้วย สุดท้ายไปไหนไม่รอด จำต้องขายลูกให้โรงชำเราได้บ่มเพาะ

พอรู้ถึงหูคุณหญิงแส ท่านก็เมตตาไปซื้อตัวบัวกลับสู่อ้อมกอดของผู้เป็นแม่อย่างเดิม แต่ก็หาได้เป็นบ่าวเหมือนแม่ เพราะตอนนี้บัวที่ถูกไถ่ตัวคืนมาได้เป็นเพียงทาสเท่านั้น และพอได้เป็นเมียทาสของท่านขุน มันถึงได้สบายขึ้นมาหน่อย หากไม่เกิดเรื่องขึ้นก่อน ก็คงจะได้สุขสมมากกว่าที่เป็น

“ดีเหมือนกันพ่ะย่ะค่ะ ฉันอยู่แต่ที่กระท่อมนี้จนโครงหน้าจะเป็นรูปกระท่อมตามอยู่แล้ว ตอนนี้แผลที่หลังก็หายดีแล้วด้วย”

“เอ็งหยุดพูดจาเยื่องนั้นเสียทีเถอะนังบัว ข้าคล้านจะฟังเต็มทน แล้วพ่ะย่ะคงพ่ะย่ะค่ะอันใดของเอ็ง เงาหัวจะหายไปกันหมด!”

ก่อนหน้านี้ก็ดูแลกันอย่างดี พอลูกสาวหายดีหน่อย กลับทำเอาจำปาปวดหัวขึ้นมาได้ง่าย ๆ ไม่รู้ว่าสติของมันจะคืนมาครบถ้วนเมื่อใด เพียงเท่านี้เธอก็ยากจะรับมือแล้ว

สองแม่ลูกเดินทางเท้ามาถึงตลาดที่ว่า ไกลมากจนอยากจะเอ่ยปากถามว่าทำไมถึงไม่นั่งรถมา แต่ก็มานึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในยุคที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ทั้งยังเป็นเพียงทาสในเรือนของคนอื่นเขา

“แม่ต้องเดินแบบนี้ตลอดเลยเหรอจ๊ะ?”

“ข้ายังมีขาก็ต้องใช้ขาเดินมาน่ะสิ เอ็งก็ถามแปลก” อยากจะเครซี่! เธอไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นเสียหน่อย แต่เอาเถอะ อีกนานแค่ไหนนะที่วาดจะสามารถปรับตัวอยู่ที่นี่ได้อย่างไม่ต้องตั้งคำถามอะไรสักข้อ ตั้งคำถามว่าเหนื่อยแล้ว เจอคำตอบกลับมายิ่งรู้สึกเหนื่อยกว่า

วาดรู้สึกแปลกตากับตลาดในยุคนี้ และยุคที่เธอมา มันต่างกันมากจนหาคำมาอธิบายแทนไม่ได้ ระหว่างที่จำปากำลังเดินจ่ายตลาดอยู่ ตลอดทางเธอก็พร่ำสอนลูกสาวไปด้วย ว่าควรเลือกของอย่างไรให้ได้วัตถุดิบที่ดีที่สุด แต่เรื่องพวกนั้น เชฟภาคกลางอย่างวาดจันทร์ ทำไมจะไม่รู้...นอกจากประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดหลายปีหลังเรียนจบ ตอนเรียนเธอยังเป็นนักศึกษาเกียรตินิยมอันดับ ๑ ด้วยซ้ำไป ของแบบนี้หมู ๆ ไปเลย

“เอาแบบนี้ไหมจ๊ะ เดี๋ยวเย็นนี้ฉันทำกับข้าวให้แม่กินดีไหม?”

“เอ็งน่ะรึ!?”

“ตกใจอะไรขนาดนั้นล่ะจ๊ะแม่ ฉันน่ะทำกับข้าวอร่อยมาก ๆ เลยนะ”

“ฮ่า ๆๆๆ” สิ่งที่ได้รับกลับมาเป็นเสียงขำพรืดใหญ่ของแม่ที่เดินอยู่ข้าง ๆ กัน จวนคนในตลาดต่างก็พากันมองเป็นสายตาเดียว ไม่เห็นว่าเธอจะพูดผิดตรงไหน ทำไมแม่ถึงต้องขำหนักมากขนาดนั้น

“ตั้งแต่ข้าเบ่งเอ็งออกมา เลี้ยงตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยจนเติบใหญ่ รู้หรือไม่เหตุใดข้าถึงยังไม่เคยได้กินฝีมือของเอ็ง เพราะเอ็งเคยทำให้ข้ากินตอนที่ข้าป่วยอยู่คราวหนึ่ง จำตอนนั้นได้หรือไม่เล่า”

“จำไม่ได้จ้ะ” จะจำได้อย่างไร ก็นั่นไม่ใช่เธอเสียหน่อย

“ก็กินไม่ได้น่ะสิ รสมือเอ็งแย่อย่างกับกระไร ลิ้นข้าพังไปเป็นเดือน ๆ”

“....” วาดจันทร์เหวอในสิ่งที่ได้ยิน บัวมีฝีมือการทำอาหารที่ยอดแย่เลยอย่างนั้นเหรอ ในขณะที่เธอในยุคปัจจุบันเป็นถึงเชฟอาหารไทยระดับภาคเลยเนี่ยนะ “งั้นฉันขอแก้ตัวจ้ะ ครั้งนี้แม่จะต้องติดใจมากแน่ ๆ”

‘เอาล่ะบัว ฉันรู้แล้วนะว่าจะใช้ชีวิตอยู่ในร่างของเธอยังไงต่อดี ฉันจะใช้ความสามารถที่มี ทำให้ทุกคนได้จดจำเธอในรูปแบบใหม่เอง!’ ระหว่างที่หัวสมองกำลังคิด สีหน้าท่าทางของเธอก็แสดงความคิดนั้นออกมาชัดเจน เสียจนคนเป็นแม่ที่เดินมาด้วยกันอดห่วงอาการของลูกสาวไม่ได้

หลังจากซื้อของทุกอย่างเรียบร้อย สองแม่ลูกก็เดินกลับบ้านเหมือนขามา ตลอดทางบัวก็ยังคงพร่ำบ่นอยู่เหมือนเดิม แม้จะผิดนิสัยของลูกที่เธอเลี้ยงมากับมือ แต่เบื้องหน้านั้นคือลูกของเธอจริง ๆ ก็จำต้องยอมรับ

“ทุกครั้งที่เอ็งมาตลาดกับข้าก็หาได้บ่นเช่นนี้ เอ็งนี่เปลี่ยนไปมากโขเลยนะนังบัว เพราะข้าเป็นเพียงบ่าวในเรือนหอยเบี้ยอะไรก็หาได้มีเหมือนคนอื่น เยื่องนั้นข้าก็คงจะพาเอ็งไปโรงหมอดูอาการเสียหน่อย” แต่ก็อดไม่ได้ที่จะไม่พูดอยู่ดี ถ้าเธอไม่ใช่บ่าวทาสของใคร ก็คงจะพอมีเบี้ยเหมือนคนอื่นเขาบ้าง ลูกก็คงจะไม่มาลำบากแบบนี้แต่แรก

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรจ้ะ...ต่อไปฉันจะไม่บ่นแล้วจ้ะแม่” ทนไม่ได้ที่จะเห็นแม่น้อยเนื้อต่ำใจ บัวเลยพูดไปแบบนั้นให้ท่านได้สบายใจขึ้น ก็คนเรามันเลือกเกิดไม่ได้นี่นา จะว่าไปเรื่องแม่ลูกสองยุคนี่มีจริงสินะ เพราะยุคที่เธอจากมาก็มีแม่หน้าตาแบบนี้เหมือนกัน

“เอ็งปรุงอันใดให้ข้ากินนี่ เหตุใดรสชาติมันถึงอัปลักษณ์นัก?!”

บัวเริ่มหน้าเสียเมื่อกับข้าวที่เธอตั้งใจทำอย่างมุ่งมั่นกำลังถูกกล่าวหาว่ามีรสชาติอัปลักษณ์ จะเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไรกัน สูตรนี้เป็นสูตรเฉพาะร้านอาหารของเธอด้วยซ้ำ ไม่ว่าลูกค้าคนไหนมาก็ต้องสั่งไปทานกันอยู่ทุกโต๊ะ หรือว่าแม่คงจะกำลังอำเธออยู่เป็นแน่

เรียวนิ้วยื่นไปจับเอาช้อนตักน้ำแกงในถ้วย ตอนทำก็ไม่ได้ชิมด้วย เพราะปกติแล้วเธอไม่เคยชิมเลยสักครั้งเดียว ด้วยความมั่นใจหนักหนาในจิตวิญญาณคนเป็นเชฟ และทันทีที่ช้อนมากน้ำแกงสัมผัสลงที่ลิ้น ทุกอย่างก็กระจ่าง

โคตรห่วยแตก!!!

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 39

    “คุณศิระหน้าตาคล้ายเขาจริง ๆ ค่ะ ตอนฉันเห็น ฉันก็....” “คิดว่าผมคือคุณตาทวดใช่ไหมครับ?” วาดจันทร์พยักหน้ารับหงึกหงัก ถึงจะรู้ว่าอาจจะไม่ใช่คนเดียวกัน แต่วาดจันทร์ก็รู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่กับศิระ มันไม่ต่างอะไรกับการที่เธอได้อยู่กับขุนเอก จะบอกว่าสบายใจเหมือนกันก็คงได้ “ตอนผมเกิดมาก็มีแต่คนบอกแบบ

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 38

    “เราเคยรู้จักกันมาก่อนใช่ไหมครับ?” “ทะ ทำไมคุณถึงถามฉันแบบนั้นล่ะคะ” ไม่เพียงแค่คนที่รอคำตอบ หากแต่คนที่ถูกถามก็ใจเต้นแรงไปไม่ต่างกัน หรือว่าความจริงแล้วอีกฝ่ายก็รู้สึกเหมือนกับเธอเหมือนกัน แต่เรื่องทุกอย่างมันจะบังเอิญมากขนาดนี้ได้เลยเหรอ? “ขอโทษทีครับ ผมได้เห็นหน้าคุณก็รู้สึกว่าเราเคยเจอกันม

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 37

    “รถคันนี้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วนะครับ เพิ่งกลับมาสตาร์จได้เมื่อเช้านี้เอง สงสัยน้องพนักงานจะยังไม่ได้โทรไปแจ้งเจ้าของรถน่ะครับ” (ไม่เป็นไรค่ะ งั้นฉันไปรับรถได้วันไหนคะ?) “วันนี้ได้เลยครับ” ครั้นเสียงของปลายสายที่เป็นลูกค้ากลับมาพูดปกติ ในความรู้สึกเสี้ยวหนึ่งของเขากลับรู้สึกว่าคุ้นเคยกับเสียงนี้

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 36

    ๒ เดือนต่อมา ชีวิตของวาดจันทร์วนลูปอยู่กับความคิดถึงตลอดหลายเดือน นอกจากจะไม่ฝันถึงเขาเลย แม้แต่เสียงฮัมเพลงที่ได้ยินอยู่บ่อย ๆ ก็ไม่เคยแว่วมาให้ได้ยินอีก แม้จะเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่การยอมรับความเป็นจริงว่าเขาได้หายออกจากชีวิตของเธอแล้ว นั่นเลยเป็นสิ่งที่ควรทำ “มีของมาส่งครับ” “ค่า” เจ้

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 35

    เจ้าของร่างหนาปรากฏให้เห็นเมื่ออีกฝ่ายเดินผ่านเข้าประตูมาพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ สีหน้าของเจตเปลี่ยนไปเมื่อเห็นว่าหนึ่งในนั้นที่อยู่ในห้องคือมะลิ “ดีใจด้วยนะ ลูกของพวกเธอกี่เดือนแล้วล่ะ?” “วาดพูดอะไร แม่สับสนไปหมดแล้วนะ” “นั่นสิวาด ทำไมถึงพูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้” “......” ทุกคนในห้องต่างพากันงง

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 34

    เปลือกตาสวยหนักอื้อยากจะลืมตื่น ไม่รู้ว่าทำไมร่างกายของเธอถึงรู้สึกเจ็บระบมได้มากขนาดนี้ จำได้ว่าเมื่อคืนเธอและขุนเอกได้มีอะไรกันตามประสาคนรัก หากแต่ความรู้สึกเจ็บที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ดูจะไม่ใช่เจ็บจากความรุนแรงของอีกฝ่ายเลยนี่นา “วาด! วาดได้ยินเจตไหม?” “......” ทุกอย่างต้องฝันไปแน่ ๆ ทำไมวาดจั

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 2

    รศ.๑๑๖ เสียงนกร้องยามเช้าตรู่ให้หนาหู แม้นแผ่นฟ้าทั้งผืนจะยังดับมืดไม่ต่างจากเวลากลางคืน หากแต่เหล่าข้าทาสบริวารกลับลุกขึ้นทำงานกันอย่างขะมักเขม้นให้สมกับข้าวแดงแกงร้อนที่เจ้าของเรือนมีพระคุณแบ่งให้ยาไส้ บ่าวทาสในเรือนทุกคนต่างรู้หน้าที่ของตนเป็นอย่างดี ทุกอย่างก็เพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณที่คุ้มกะลาห

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 1

    สายลมพัดสาดผ่านใบหน้าในยามราตรี ไร้เสียงอื่นนอกเสียจากจังหวะการฮัมเพลงที่คลอเคลียประสานลมมาแต่ไกล หากแต่หาได้รู้ตัวเจ้าของเสียงอันไพเราะเพราะพริ้งนี้ “อยากรู้จังว่าเจ้าของเสียงกำลังคิดอะไรอยู่?” เป็นคำถามที่เธอเฝ้าอยากรู้หาคำตอบ แล้วจะไปหาจากที่ไหนดีล่ะ? ในเมื่อเธอเองก็ไม่รู้ว่าเสียงที่ได้ยินถูกพั

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 7

    หลังจากที่ได้ลงมือทำอาหารใหม่อยู่ครั้งแล้วครั้งเล่าจนแม่จำปาก่นด่าตามหลัง เพราะใช้ของในครัวหมดไปเกินกว่าครึ่ง วาดจันทร์ก็ตัดใจขาดแล้วว่าเธอนั้นไม่สามารถละทิ้งความเป็นบัวได้จริง ๆ ทั้งที่ก็ปรุงทุกอย่างตามที่เคยทำ แต่สิ่งที่ได้กลับไม่อร่อยอยู่ดี นี่ก็เข้าสัปดาห์ที่ ๒ แล้วที่เธอหลงเข้ามาอยู่ในร่างของบ

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 5

    “นี่! ปล่อยฉันนะ ทำแบบนี้มันล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนะรู้ไหม?! เป็นใครก็ไม่รู้ แถมยังมาเอาแต่ลากกันอยู่ได้! ปล่อยสิ ปล่อย!” เสียงโหวกเหวกดังลั่นตลอดทางเดินที่ถูกพาไป แม้ก่อนหน้าผู้เป็นแม่จะเข้ามากันไว้ หากแต่แรงของคนที่เข้ามาเอาตัวเธอนั้นมีมากกว่า นอกจากจะช่วยกันลูกสาวเพียงคนเดียวไว้ไม่ได้ คนพวกนี้

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status