หลังจากที่ได้ลงมือทำอาหารใหม่อยู่ครั้งแล้วครั้งเล่าจนแม่จำปาก่นด่าตามหลัง เพราะใช้ของในครัวหมดไปเกินกว่าครึ่ง วาดจันทร์ก็ตัดใจขาดแล้วว่าเธอนั้นไม่สามารถละทิ้งความเป็นบัวได้จริง ๆ ทั้งที่ก็ปรุงทุกอย่างตามที่เคยทำ แต่สิ่งที่ได้กลับไม่อร่อยอยู่ดี
นี่ก็เข้าสัปดาห์ที่ ๒ แล้วที่เธอหลงเข้ามาอยู่ในร่างของบัว การใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มันไม่ง่ายมากนัก นอกจากจะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ว่ารันทดแล้ว ยังต้องย้อนเวลากลับมาเป็นทาสอีก แถมเป็นทาสที่มีชนักติดหลังด้วยน่ะสิ
“ถึงคุณหญิงแสจะขอให้ขุนเอกยกโทษให้ แต่บัวก็จะอยู่ได้แค่ท้ายครัวเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ขึ้นไปบนเรือนใหญ่ ขนาดเดินไปตลาดยังต้องอ้อมโลกเพื่อไม่ให้ผ่านหน้าเรือนเนี่ยนะ ชีวิตของเธอนี่มัน...”
พึมพำบ่นอยู่คนเดียวระหว่างเดินทางกลับจากตลาดที่ลากขาเดินมาไกลถึงหนึ่งกิโลเมตรเห็นจะได้ เย็นนี้คุณหญิงแสตั้งใจจะลงครัวด้วยตัวท่านเอง แต่ของที่ต้องทำวันนี้ดันหมดพอดี แม่จำปาเลยวานให้บัวเป็นคนมาซื้อจ่ายให้ ด้วยบ่าวทาสคนอื่น ๆ ตอนนี้ก็ยังวุ่นวายจัดการงานของใครของมันอยู่
ผลัวะ!
เสียงฟาดหวายยังคงดังลั่นตลอดสามคืนที่ผ่านมา ร่างกายบอบช้ำ มีแผลเหวอะอยู่ทั่วเต็มแผ่นหลังบางที่ก่อนหน้านั้นเคยขาวนวลตา หากแต่ตอนนี้กลับไร้พื้นที่ว่าง มีเพียงรอยหวายจากคนเป็นผัวทิ้งไว้ให้เท่านั้น
“ถ้าการที่บัวตายจะทำให้ท่านขุนคลายความขุ่นเคืองต่อบัวได้ ก็ได้โปรดฆ่าบัวด้วยมือของท่านขุนเถิดเจ้าค่ะ ฮึก”
“มึงท้ากูงั้นรึ?!”
แม้แต่ชีวิตของบัวก็สามารถมอบให้เขาได้อย่างที่ไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนมากลับไม่มีแม้แต่ความเชื่อใจจากเขา ทั้งกายและใจของบัวกำลังตรอมตรมสุดจะต้านสังขารไหว แม้แต่นัยน์ตาที่ลอดมองคนตรงหน้ายังมากเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกถ่ายทอดออกมา
“ขอความเกลียดชังหายไปแต่ชาตินี้ เกิดชาติหน้าฉันใดบัวจะขอเวียนว่ายมารักท่านขุนอีกนะเจ้าคะ”
“ชาติหน้างั้นรึ!? ไม่ว่าชาติหน้าหรือชาติไหน มึงก็จะไม่มีวันสมหวัง กูจะขอสาปแช่งให้มึงผิดหวังอยู่ทุกชาติไป อย่าได้มีความสุขเลยเถิดมึง! ฮึก เพียงเท่านี้มันยังไม่สาสมกับการที่กูเสียลูก ก็เพราะมึงอีบัว!”
แม่แก้วที่ทนฟังคำพร่ำเพ้อไม่ไหวเลยพูดพรวดออกไปอย่างไม่คิด หากแต่ทุกคนต่างก็เข้าใจว่าคุณแก้วตอนนี้คงจะกำลังเสียใจที่เสียลูกน้อยไป ใครบ้างจะไม่โศกเศร้า นั่นเป็นลูกคนแรก ทั้งยังเป็นลูกกับท่านขุนเอกอีก
แม้ท่าทางกิริยาของคุณแม่แก้วจะไม่สมเป็นลูกขุนนางนามใหญ่ แต่ยามนี้กลับไม่มีใครคิดให้ร้ายเธอเลยสักคน ทั้งบ่าวทาส และไพร่ที่ล่องเรือไปตามคุ้งน้ำหน้าท่า ต่างลงเสียงเป็นทิศทางเดียว ว่าอีทาสคนนี้มันสมควรแล้วที่จะถูกสาปแช่งเยื่องนั้น
พรึบ!...อยู่ ๆ ร่างกายก็อ่อนฮวบ ก่อนตะกร้าที่ถือมาพร้อมกับข้าวของที่ซื้อจากตลาดจะตกล่วงไปกองอยู่กับพื้น เมื่อความทรงจำของบัวแล่นเข้ามาในหัวระหว่างทางเดินกลับ รู้สึกว่าช่วงนี้บัวจะตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นถี่มากขึ้น ช่วงแรกก็มาเพียงฝัน แต่ช่วงหลังความทรงจำพวกนี้กลับแล่นเข้ามาตลอด ไม่ว่าจะยามตื่นหรือยามหลับ
“เจ็บ ฮึก เธอเจ็บมากเลยใช่ไหมบัว”
เจ้าของร่างรักท่านขุนมากขั้นว่าขอให้ชาติหน้าได้เกิดมาครองรักกันอีก ทั้งที่เขาคนนั้นก็หาได้รักเธอเสียนิด วาดจันทร์ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าผู้ชายคนนี้ทำอะไรให้บัวหลงรักนักหลงรักหนา
แม้กระทั่งวาดจันทร์ที่อยู่ในร่างนี้ก็ยังรู้สึกถึงความเศร้า มันเหมือนว่าหัวใจของเธอกำลังหยุดเต้น ร่างกายด้านชาจนขยับไปไหนได้ยาก เทียบกับที่เธอรู้ว่าคนรักทั้งสองคนหักหลังก่อนมาที่นี่ เหตุการณ์ตรงนั้นกลับเทียบเทียมความรู้สึกตอนนี้ไม่ได้เลยเสียนิด
“ฮึก แค่หวังว่าท่านขุนจะรักข้า ฮือ” จิตเริ่มถูกกลืนกินให้ร่างกายและวิญญาณประสานกันเป็นหนึ่ง ความรู้สึกนึกคิดของบัวตอนนี้ กำลังถูกถ่ายทอดให้วาดจันทร์ด้วยอีกคน
เธอทำอะไรต่อไม่ได้จำต้องนั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้เป็นนานให้ได้สติ โชคดีที่เส้นทางนี้คนเดินผ่านไปมาน้อยนัก ด้วยสองข้างทางเป็นป่ารกร้าง ยิ่งตกค่ำคนก็ยังน้อยตามตะวันที่กำลังลาลับ
หลังจากที่เวลาผ่านไปราวน้ำท่วมกะลา มือเล็กถึงได้ยกขึ้นปาดปายเอาน้ำตาสองข้างแก้มออก ต้องรีบกลับเรือนก่อนที่จะตกเย็นไปมากกว่านี้ แม่จำปาก็รอท่าเอาของที่วานให้ไปซื้อ เวลานี้คุณหญิงแสคงใกล้ลงเรือนมาที่ครัวไฟของนายแล้ว
“ก่อนเอาไปให้แม่ก็คงจะต้องแอบเอาไปล้างก่อน ไม่งั้นโดนด่าไปสามวันเจ็ดวันแน่ แค่คิดก็ขนลุกแล้วนะเนี่ย”
มือเล็กเก็บข้าวของที่ตกพื้นกลับเข้าตะกร้าจนหมด กลับถึงเรือนคงได้โดนบ่นหูชาด้วยของที่ถูกใช้ไปซื้อเปื้อนดินให้คละคลุ้ง
“ชะ ช่วยด้วย!! ปล่อยข้านะ”
“เสียงใคร เย็นขนาดนี้แล้วยังมีคนเดินไปเดินมาผ่านทางนี้นอกจากเราอีกเหรอเนี่ย?” จะเมินเฉยก็คงจะทำไม่ได้ทั้งต้นเสียงยังเอาแต่ขอให้ช่วยเหลือ แม้ว่ามันจะอันตรายต่อตัวของเธอเหมือนกัน จะไม่ตามหาเสียงนั้นเลยก็ไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ? อยู่ตรงไหน”
เสียงขอความช่วยเหลือยังดังแว่วอยู่ตลอดทางเดินไป คาดว่าอีกนิดก็คงจะเจอตัวแล้ว ด้วยเสียงของหล่อนที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ บัวไม่สามารถประเมินเหตุการณ์เบื้องหน้าได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ โดนฉุดหรือทะเลาะกันฉันสามีภรรยา เอาเถอะ...ไปถึงก็คงจะรู้เอง
เดินเข้าไปใกล้ถึงได้เห็นตามตั้งใจ แม่หญิงคนนั้นแต่งตัวดูดีใช่ย่อยคงจะเป็นนายอยู่เรือนใดสักเรือน ทั้งยังมีบ่าวหญิงเคียงกายที่กำลังช่วยกันยื้อยึดฉุดกระชากกับชายฉกรรจ์ที่มีผ้าคุ้มหน้าคุ้มตา แบบนี้โดนฉุดปล้นชัด ๆ เลย
‘เอาไงดี? ถ้าไปตามคนมาช่วยตอนนี้ก็คงจะไม่ทัน’ คิดเงียบ ๆ อยู่เพียงคนเดียว แม้แต่มองดูอยู่ตรงนี้ก็ยังรอช้าไม่ได้ ด้วยแม่หญิงคนนั้นมีหน้าตาสะสวยต้องตานัก ดูทีพวกมันคงจะไม่ปล้นเพียงเงินเท่านั้น
หลังจากที่ใช้เวลาอยู่สักพักก็นึกถึงหนังที่เคยดูมา เวลาที่พระเอกจะไล่คนร้ายออกห่างจากนางเอก ทั้งที่รอบตัวก็ไม่มีคนอยู่ด้วยเลยสักคนเดียว มันตรงกับสถานการณ์นี้แบบสุด ๆ สงสัยเธอจะต้องยืมทริกมาลองทำบ้างแล้ว!
“ตำรวจ! ตำรวจมา!!!” บัวตะโกนไปจนสุดเสียง และเหมือนว่าแผนนี้ของเธอมันจะได้ผล ทว่าหาใช่เพราะจะตกใจกับคำว่าตำรวจของเธอ หากแต่พวกมันตกใจกับคนที่กำลังเข้ามาขัดขวางตอนนี้มากกว่า
“มึงไปดูทีว่ามันเป็นผู้ใด!”
“ขอรับ”
“ซวยแล้ว!” ไอ้พวกนี้มันเป็นอันธพาลแบบไหนกันแน่เนี่ยถึงไม่เกรงกลัวตำรวจเลยสักนิด บัวพยายามเลี่ยงหาทางหนี ด้วยป่าที่เดินเข้ามานั้นรกร้าง เธอเลยมั่นใจว่าจะหนีพ้น ทว่าสิ่งที่คิดกลับไม่ใช่สิ่งที่เป็น
“อีบ่าวคนนี้งั้นรึ มึงตามมาช่วยนายมึงใช่หรือไม่?” คนตัวโตปานยักษ์เข้ามาดักอยู่ด้านหลัง ก่อนที่บัวจะถูกจับไปกองอยู่ตรงนั้นด้วยอีกคน ต่างคนต่างแปลกใจ บัวหาใช่บ่าวของแม่หญิงที่ถูกฉุดมาก่อนหน้า แต่ก็นับถือใจนัก เพราะหากเป็นหญิงอื่นคงไม่สนใจที่จะเข้ามาช่วยเหลือเหมือนบ่าวผู้นี้
“เอ็งเป็นบ่าวเรือนใดรือ?”
“ตอนนี้อย่าเพิ่งสนใจเรื่องนั้นดีกว่าค่ะ ตอนนี้เรามาคิดกันก่อนดีกว่าว่าจะเอาตัวรอดจากโจรพวกนี้ยังไง”
“....” ทั้งแม่หญิงผู้ดี และบ่าวที่คอยติดตามต่างพากันงงในถ้อยคำของบัว เพราะความลนลานทำให้เธอลืมไปเสียสนิทว่าที่อยู่ตอนนี้เป็นยุคไหน และอีกอย่างก็ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องยุคสมัยเสียหน่อย
“อีบ่าวนี่มันงามนัก ข้าขอได้ไหมพี่”
“เออ แต่หลังจากที่กูได้นายของมันเสียก่อนนะ ฮ่า ๆ” แน่นอนว่าพอได้ยินแบบนั้นแล้ว ทุกคนต่างขวัญเสียดีฝ่อไปตาม ๆ กัน เว้นไว้เพียงบัวที่พยายามหาหนทางที่จะหลุดพ้น
‘พวกมันไม่ได้มัดเราแน่นขนาดนั้น’ มือที่ไขว้กันอยู่ด้านหลังขยุกขยิกไปมาให้เชือกหลวมขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างนั้นก็ยังต้องสังเกตท่าทางของโจรเถื่อน กลัวว่ามันจะรู้ตัวเข้า พอมันหลวมได้ตามที่ต้องการจึงได้หยุดทำต่อ เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตมากเกินไป!
“อยากได้เงินก็เอาไป แล้วก็ปล่อยพวกเราไปสิ”
“เงินหรือ? ข้าเอามาหมดแล้วล่ะ แต่ดันอยากได้อย่างอื่นด้วย ฮ่า ๆ”
ไอ้พวกมากตัณหาเอ้ย! รอให้ได้จังหวะมากกว่านี้อีกหน่อยเถอะ แม่ไม้มวยไทยที่เคยเรียนมา เห็นทีจะได้ใช้เอาตอนนี้แหละ
“นี่ฟังให้ดีนะ...ถ้าข้าส่งสัญญาณเมื่อใด ให้เอาหัวกระแทกหน้าพวกมันแรง ๆ แล้วก็พยายามวิ่งหนีไปให้เร็วที่สุดเข้าใจไหม ที่เหลือข้าจัดการเอง”
เป็นเพียงการกระซิบบอกเท่านั้น ทั้งสามคนที่ถูกมัดรวมกันต่างได้ยินอย่างชัดเจน แต่กลับมีสีหน้าไม่สู้ดีออกมาให้เห็น คล้ายว่าลำบากใจที่จะทำตามคำแนะนำของเธอ ด้วยความที่ทั้งหมดตรงนี้ก็ล้วนเป็นหญิง
“ไม่มีเวลาให้มาคิดแล้ว ถ้าไม่อยากตกเป็นของมัน ก็ทำตามที่ข้าบอก”
“เอ็งเป็นเพียงบ่าวจะมาพูดกับนายของข้าเยื่องนี้หาได้ไม่”
“ไม่เป็นไร ข้าจะทำตามที่มันว่า เพียงเท่านี้ข้าก็จะหนีพ้นใช่หรือไม่”
“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ”
บัวไม่กล้ารับปาก แต่ถ้าทุกคนพยายามวิ่งให้เร็วที่สุดก็คงจะหนีพ้น ส่วนทางนี้บัวก็จะพยายามซื้อเวลาให้ได้มากที่สุด พวกมันมีกันสองคนถึงจะไม่แน่ใจว่าลำพังเธอคนเดียวจะสู้ไหวไหมก็ตามที
!!!
“พวกมึงพร่ำอันใดกัน? เสียเวลากูนัก ไปกับกูกงนู้นหากไม่อยากทำต่อหน้าอีบ่าวพวกนี้ วันนี้กูจะจับผู้ดีทำเมียให้สมใจ!” แม่หญิงรูปงามถูกฉุดแขนให้เซเข้าหา บัวเล็งเห็นว่าคงไม่มียามใดจะเหมาะเท่าตอนนี้อีกแล้วเธอเลยเริ่มแผนการที่วางไว้โดยพลัน
“ตอนนี้แหละ!!”