LOGINว่ากันว่าจิตสุดท้ายของคนเรา มักจะถูกพัดพาไปไกลตามใจหวัง แต่ก็ไม่ต้องมาไกลถึงจุลศักราช ๑๑๖ ก็ได้มั้ยคะ!!...เจ้าขุนมูลนายก็หาใช่ ย้อนมาเป็นเมียทาสเนี่ยนะ!!
View More“คุณศิระหน้าตาคล้ายเขาจริง ๆ ค่ะ ตอนฉันเห็น ฉันก็....” “คิดว่าผมคือคุณตาทวดใช่ไหมครับ?” วาดจันทร์พยักหน้ารับหงึกหงัก ถึงจะรู้ว่าอาจจะไม่ใช่คนเดียวกัน แต่วาดจันทร์ก็รู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่กับศิระ มันไม่ต่างอะไรกับการที่เธอได้อยู่กับขุนเอก จะบอกว่าสบายใจเหมือนกันก็คงได้ “ตอนผมเกิดมาก็มีแต่คนบอกแบบ
“เราเคยรู้จักกันมาก่อนใช่ไหมครับ?” “ทะ ทำไมคุณถึงถามฉันแบบนั้นล่ะคะ” ไม่เพียงแค่คนที่รอคำตอบ หากแต่คนที่ถูกถามก็ใจเต้นแรงไปไม่ต่างกัน หรือว่าความจริงแล้วอีกฝ่ายก็รู้สึกเหมือนกับเธอเหมือนกัน แต่เรื่องทุกอย่างมันจะบังเอิญมากขนาดนี้ได้เลยเหรอ? “ขอโทษทีครับ ผมได้เห็นหน้าคุณก็รู้สึกว่าเราเคยเจอกันม
“รถคันนี้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วนะครับ เพิ่งกลับมาสตาร์จได้เมื่อเช้านี้เอง สงสัยน้องพนักงานจะยังไม่ได้โทรไปแจ้งเจ้าของรถน่ะครับ” (ไม่เป็นไรค่ะ งั้นฉันไปรับรถได้วันไหนคะ?) “วันนี้ได้เลยครับ” ครั้นเสียงของปลายสายที่เป็นลูกค้ากลับมาพูดปกติ ในความรู้สึกเสี้ยวหนึ่งของเขากลับรู้สึกว่าคุ้นเคยกับเสียงนี้
๒ เดือนต่อมา ชีวิตของวาดจันทร์วนลูปอยู่กับความคิดถึงตลอดหลายเดือน นอกจากจะไม่ฝันถึงเขาเลย แม้แต่เสียงฮัมเพลงที่ได้ยินอยู่บ่อย ๆ ก็ไม่เคยแว่วมาให้ได้ยินอีก แม้จะเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่การยอมรับความเป็นจริงว่าเขาได้หายออกจากชีวิตของเธอแล้ว นั่นเลยเป็นสิ่งที่ควรทำ “มีของมาส่งครับ” “ค่า” เจ้
หลังจากที่ได้ลงมือทำอาหารใหม่อยู่ครั้งแล้วครั้งเล่าจนแม่จำปาก่นด่าตามหลัง เพราะใช้ของในครัวหมดไปเกินกว่าครึ่ง วาดจันทร์ก็ตัดใจขาดแล้วว่าเธอนั้นไม่สามารถละทิ้งความเป็นบัวได้จริง ๆ ทั้งที่ก็ปรุงทุกอย่างตามที่เคยทำ แต่สิ่งที่ได้กลับไม่อร่อยอยู่ดี นี่ก็เข้าสัปดาห์ที่ ๒ แล้วที่เธอหลงเข้ามาอยู่ในร่างของบ
“ชะ ช่วยด้วยเจ้าคะ ช่วยด้วย!!” เสียงโหวกเหวกบนเรือนใหญ่พาให้ทุกคนต้องแตกตื่นในรุ่งสางของวันใหม่ ทั้งเหล่านาย และข้าทาสต่างให้ความสนใจยังเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ดังเอิกเกริกไม่ขาดสาย เห็นทีจะมาจากเรือนฝั่งทางขวากงนู้น “หอนอนแม่แก้วไม่ใช่รึ นางเป็นอันใดหรือไม่ถึงได้ส่งเสียงคร่ำครวญเช่นนั้น มา ๆ พ
รศ.๑๑๖ เสียงนกร้องยามเช้าตรู่ให้หนาหู แม้นแผ่นฟ้าทั้งผืนจะยังดับมืดไม่ต่างจากเวลากลางคืน หากแต่เหล่าข้าทาสบริวารกลับลุกขึ้นทำงานกันอย่างขะมักเขม้นให้สมกับข้าวแดงแกงร้อนที่เจ้าของเรือนมีพระคุณแบ่งให้ยาไส้ บ่าวทาสในเรือนทุกคนต่างรู้หน้าที่ของตนเป็นอย่างดี ทุกอย่างก็เพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณที่คุ้มกะลาห
สายลมพัดสาดผ่านใบหน้าในยามราตรี ไร้เสียงอื่นนอกเสียจากจังหวะการฮัมเพลงที่คลอเคลียประสานลมมาแต่ไกล หากแต่หาได้รู้ตัวเจ้าของเสียงอันไพเราะเพราะพริ้งนี้ “อยากรู้จังว่าเจ้าของเสียงกำลังคิดอะไรอยู่?” เป็นคำถามที่เธอเฝ้าอยากรู้หาคำตอบ แล้วจะไปหาจากที่ไหนดีล่ะ? ในเมื่อเธอเองก็ไม่รู้ว่าเสียงที่ได้ยินถูกพั