Compartilhar

บทที่ 3

Autor: 1037
last update Data de publicação: 2025-10-22 02:29:34

“ชะ ช่วยด้วยเจ้าคะ ช่วยด้วย!!”

เสียงโหวกเหวกบนเรือนใหญ่พาให้ทุกคนต้องแตกตื่นในรุ่งสางของวันใหม่ ทั้งเหล่านาย และข้าทาสต่างให้ความสนใจยังเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ดังเอิกเกริกไม่ขาดสาย เห็นทีจะมาจากเรือนฝั่งทางขวากงนู้น

“หอนอนแม่แก้วไม่ใช่รึ นางเป็นอันใดหรือไม่ถึงได้ส่งเสียงคร่ำครวญเช่นนั้น มา ๆ พวกเอ็ง พยุงข้าไปดูนางที!?”

คุณหญิงแสที่ตื่นมาไม่นานเรียกบ่าวคนสนิทให้ช่วยพยุงตนลุกขึ้น คงจะมีเรื่องใหญ่โข ไม่เช่นนั้นคงไม่ร้องลั่นปานมีคนกำลังถูกฆ่าแกง หลังจากที่ย่างเท้าผ่านธรณีประตูมาได้ ก็เจอเข้ากับบุตรชายเพียงคนเดียวของตนทันที

“คุณแม่เป็นอะไรหรือไม่ขอรับ?”

เพราะหอนอนฝั่งทางนี้ล้วนเป็นหญิงที่อยู่บนเรือน ส่วนขุนเอกได้แยกออกไปอยู่อีกฝั่ง ถามว่าเป็นผัวเมียกันหาต้องแยกห้อง ใครบอกว่าแม่แก้วเป็นเมียเอกของเขาล่ะ ชายหนุ่มมองเมียทุกคนเป็นเพียงหญิงผู้ผลิตลูกเท่านั้นเอง

“แม่หาได้เป็น เห็นทีจะเป็นแม่แก้วนะพ่อเอก”

“งั้นคุณแม่ตามไปนะขอรับ ลูกขอไปดูน้องก่อน”

คนเป็นแม่พยักหน้ารับลูกชาย ก่อนที่เขาจะเดินแยกออกไปก่อนเป็นคนแรก พร้อมกับบ่าวชายคนสนิท แต่ทุกอย่างกลับเลวร้ายกว่าที่คิด เมื่อเรื่องที่เขา และคนในเรือนต่างดีใจที่สุดในช่วงเดือนที่ผ่านมา ตอนนี้มันกำลังเป็นเพียงฝัน

อีกฝั่งของเรือนหลังใหญ่ เช้านี้บัวก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองไม่ตกขาด เธอยังคงหมกตัวอยู่ในครัวไฟ เพื่อต้มยาบำรุงครรภ์ให้คุณแก้วเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา ไม่นานก่อนที่เสียงดังลั่นจากหลายบุคคลจะดังขึ้นเรียกความสนใจของบัวเป็นอย่างมาก แต่ก็หาได้รู้ถึงความจริงของที่มาเสียงนั้น กระทั่ง

“บัว! แย่แล้ว เอ็งเร่งหนีไปเสีย แฮ่ก ๆ!”

“แม่ใจเย็นก่อนจ้ะ เดี๋ยวจะลมจับเอานะจ๊ะ”

บัวยังมีแม่ และคนที่วิ่งหน้าตั้งจวนลมแทบจับมาบอก ก็เป็นแม่ของเธอ หญิงสาวที่เห็นว่าแม่ดูท่าจะหน้ามืด เลยรีบจับท่านมานั่งให้อาการดีขึ้นมากกว่านี้ก่อน หากแต่เรื่องที่ต้องการวิ่งมาบอกลูกสาว กลับสำคัญมากกว่าอาการที่เธอกำลังเป็น

“เกิดอะไรขึ้นจ๊ะ แล้วเมื่อครู่เสียงอะไรจ๊ะแม่”

“คุณแก้ว แฮ่ก ๆ คุณแก้วตกลูก!”

“!!!”

บัวหน้าซีดเผือด รู้สึกตกใจกับเรื่องร้ายที่ได้รับในเช้านี้ เกิดอะไรขึ้นกับหล่อน เหตุใดถึงได้เป็นเช่นนี้ได้!? ขนาดบัวยังรู้สึกตกใจปานนี้ แล้วคนที่ตั้งหวังอยากจะมีลูกอย่างท่านขุน คงจะเสียใจอยู่มากโข

“แม่นั่งอยู่นี่ก่อนนะจ๊ะ ฉันขอไปดูคุณแก้วก่อนจ้ะ!”

“เอ็งหาต้องไป ไม่ช้าคงมีคนมารับเอ็งไปให้ท่านขุนซักเป็นแน่ เอ็งไม่รอดแน่บัว! หนีไปเถอะลูก”

แม่เริ่มมีอาการที่ดีขึ้น แต่ความกังวลว่าลูกจะถูกลงโทษกลับกำลังเข้ามาแทนที่ บัวมีสีหน้าที่ยังไม่เข้าใจ จนกระทั่งผู้เป็นแม่ต้องยอมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ลูกสาวรับฟัง

“คุณแก้วให้โทษว่าที่ตกลูกก็เพราะยาที่เอ็งปรุงให้ ตอนนี้ท่านขุนเลยโทสะจัด หามีใครหยุดท่านได้แล้ว เอ็งเร่งหนีไปเสียเถอะนะ แม่จะรับโทษแทนเอ็งเอง ฮึก เอ็งหนีไปให้ไกลที่สุด อย่าให้ใครจับได้ เข้าใจหรือไม่บัว!”

จะเป็นเพราะยาที่เธอปรุงให้ได้อย่างไร ในเมื่อยาทุกตัวเป็นยาที่หมอจัดเตรียมให้เองทั้งหมด บัวได้หาเอาสิ่งอื่นไปให้คุณแก้วดื่ม อีกอย่างจะให้แม่รับโทษแทนไม่ได้เด็ดขาดเลย

“แต่ฉันไม่ได้ทำนะจ๊ะแม่!”

“แม่เชื่อว่าลูกของแม่ไม่ได้ทำเยื่องนั้นเป็นแน่ หากแต่ใครเล่าจะเชื่อเอ็ง ฮึก เอ็งเชื่อแม่สักคราเถอะนะ”

“ไม่จ้ะ ฉันไม่อาจหนีไปแล้วให้แม่ต้องถูกโบยแทนหรอกนะจ๊ะ!”

พ.ศ.๒๕๖๗

ท่ามกลางความวุ่นวายในเมืองหลวงของกรุงเทพฯ ไม่เว้นแม้แต่ เช้า กลางวัน หรือเย็น ทุกช่วงเวลาของที่นี่ก็ล้วนมีแต่ความวุ่นวายอยู่เต็มไปหมด เช้านี้ก็เช่นเดียวกัน

“สวัสดีค่ะคุณวาด พวกเราเตรียมร้านให้เรียบร้อยแล้วค่ะ”

“ขอบคุณมากนะคะ วาดไม่คิดว่ารถจะติดมากขนาดนี้”

วาดจันทร์ เจ้าของร้านอาหารไทยขึ้นชื่อ แม้ว่าร้านของเธอจะเพิ่งเปิดใหม่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หากแต่ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากคนในเมือง ด้วยฝีมือการทำอาหารของเธอนั้นถือว่าครบเครื่อง รสชาติ กลิ่น และหน้าตา

อีกทั้งพอรู้ว่าหนึ่งในเชฟเป็นเจ้าของร้านที่ลงครัวทำเอง ก็ทำให้ใครต่อใคร อยากแวะเข้ามาลิ้มชิมรสอยู่เสมอ พอได้รับอาหารของวาดจันทร์เข้าท้อง พวกเขาก็จะกลับบ้านกันอย่างอิ่มเอมใจ และกลับมาที่ร้านอีกทุกครั้งที่มีโอกาส นี่แหละซิกเนเจอน์ของร้านเธอ

“ยินดีด้วยนะคะคุณวาด”

“คะ? อ๋อ ฮ่า ๆ ขอบคุณค่ะ”

ตอนแรกก็ยังไม่เข้าใจว่าลูกจ้างทุกคนในร้านต่างหมายถึงอะไรกัน แต่พอหนึ่งในนั้นชี้ที่นิ้วนางข้างซ้ายถึงรู้เรื่อง ว่าทั้งหมดกำลังร่วมแสดงความยินดีกับเธอเรื่องการแต่งงาน

สองวันก่อน ทั้งวาดจันทร์ และแฟนหนุ่ม ได้บินลัดฟ้าไปเที่ยวไกลถึงเกาหลี ตั้งใจจะไปพักผ่อนเพียงเท่านั้น หากแต่ชายหนุ่มที่คบหากันมาร่วมสี่ปี กลับคุกเข่าขอเธอแต่งงานเสียได้

‘ต่อไปนี้เจตขอเป็นทั้งหุ้นส่วนร้าน และหุ้นส่วนชีวิตกับวาดได้ไหม? แต่งงานกับเจตนะวาด’

วาดจันทร์ยังคงจำคำขอนั้นได้เป็นอย่างดี ร้านที่เธอทำอยู่เกิดขึ้นมาได้ก็เพราะแฟนหนุ่มชักชวนให้ทำ ทั้งคู่ได้ร่วมลงทุนสร้างร้านนี้ด้วยกันกล่าวว่าก็เพื่อสร้างอนาคตของทั้งคู่ พอมาวันนี้ความสัมพันธ์กำลังจะถูกเติมเต็มครบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว

“อ้าว มาแล้วเหรอ ทำไมวันนี้สีหน้าไม่ค่อยสดใสเลยล่ะ ทั้งที่กำลังมีข่าวดีแท้ ๆ” เป็นเพื่อนสาวของวาดจันทร์เอง ทั้งคู่เรียนมาด้วยกัน และสนิทกันมากถึงขั้นว่าเธอที่เป็นเจ้าของร้านร่วมกับแฟนหนุ่ม ได้เอ่ยชักชวนให้มะลิมาทำงานด้วยกันที่นี่

ทั้งคู่เป็นคนดูแลเรื่องอาหารคาวเป็นหลัก เพราะเรียนสายนี้มาโดยตรง หากให้ไปทำของหวานก็คงจะทำได้ไม่ดีเท่า

“อย่าบอกนะว่าฝันร้ายเรื่องเดิมอีกแล้ว”

สนิทกันถึงขั้นรู้ว่าวาดจันทร์มีความฝันที่แปลก เพื่อนสาวมักฝันเรื่องเดิมอยู่ซ้ำ ๆ ตั้งแต่ขึ้นมหาวิทยาลัยปีแรก จนตอนนี้ที่ก็ไม่รู้ว่าเรียนจบมากี่ปีแล้ว วาดจันทร์พยักหน้ารับ หลังจากแยกตัวเข้ามาในห้องครัวของร้านแล้ว

“เมื่อคืนไม่ได้ฝันเรื่องเดิมแล้ว แต่ก็ยังฝันเกี่ยวกับคน ๆ เดิมอยู่”

มันน่าแปลกที่ทุกทีวาดจันทร์จะฝันเพียงว่ามีหญิงสาวแต่งตัวคล้ายทาสถูกโบยจนเจ็บจะขาดใจ แต่ครั้งนี้ไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อคืนเธอฝันว่าหญิงสาวคนเดียวกันกำลังมีความสุขอยู่กับชายผู้หนึ่ง ทั้งเธอและเขาต่างรักใคร่จนวาดจันทร์รู้สึกถึงความรักนั้นไปด้วย แต่เธอก็ไม่เคยได้เห็นหน้าชายคนนั้นเสียที มีเพียงแค่น้ำเสียงที่คุ้นหูอยู่ร่ำไร ครั้นนึกก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินเสียงนี้ที่ไหน

“ออร์เดอร์แรกมาพอดี เธอไปพักก่อนเถอะ เดินทางมาเหนื่อย ๆ เดี๋ยวลูกค้ารายนี้ฉันจัดการเอง”

“ไม่เป็นไรฉันช่วยเธอดีกว่า จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านด้วย”

“นี่ ยังไงก็ยินดีกับเรื่องแต่งงานด้วยนะ ฉันเห็นพวกเธอคบกันมาหลายปี จะเห็นเพื่อนเป็นฝั่งเป็นฝาก็รู้สึกดีใจไปด้วย”

“ฉันก็ต้องขอบคุณเธอเหมือนกันนะ เพราะเธอเลยที่เป็นแม่ชักแม่สื่อให้ฉันกับเจต” การที่เจตกล้าจีบเธอ ก็เพราะได้รับคำแนะนำของมะลิ ถ้าไม่มีมะลิในวันนั้น วาดก็คงจะไม่ได้คบกับเจตเหมือนกัน

RRRR

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกความสนใจของทั้งคู่ในห้องครัวได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่ของวาดจันทร์ งั้นก็เป็นของมะลิแน่ไม่ผิด ช่วงนี้เพื่อนสาวดูจะมีคนโทรเข้ามาบ่อย สงสัยได้ว่าคงกำลังจะมีแฟนอยู่เป็นแน่ แต่วาดก็ไม่ได้ถามไถ่อะไร เนื่องด้วยเป็นเรื่องส่วนตัว

“เธอรับสายเถอะ ฉันจัดการเอง”

“งั้นแป๊บหนึ่งนะ”

วาดจันทร์พยักหน้ารับ ก่อนเดินไปหยิบเอาผ้ากันเปื้อนมาสวมทับ ระหว่างที่มะลิก็กำลังกดรับสายที่โทรเข้ามา อีกคนไม่ได้เดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่อื่นเหมือนทุกครั้ง เห็นทีสายนี้คงจะไม่ใช่แฟนของเพื่อนสาว

“สวัสดีค่ะ...ใช่ค่ะ กำลังพูดสายค่ะ”

เพราะขนาดห้องครัวไม่ได้ใหญ่แต่ก็ไม่ได้เล็กจนอึดอัด ทำให้ทุกถ้อยคำที่เพื่อนสาวพูดวาดจันทร์ที่อยู่ร่วมห้องก็ได้ยินด้วย แม้ว่าเธอจะไม่ได้สนใจเอาแต่ทำงานของตัวเองอย่างตั้งหน้า สุดท้ายก็ได้ยินอยู่ดี

“....”

เสียงสนทนาเงียบหายไป หากแต่สีหน้าของคนที่เพิ่งรับสายเมื่อครู่กลับกำลังซีดเผือด วาดจันทร์ยังไม่ทันได้สังเกต เพราะคิดว่าอาจจะยุ่งเรื่องของเพื่อนมากเกินไป

“วะ วาด ฉันออกไปคุยโทรศัพท์ก่อนนะ”

“ได้สิ”

พอหันมาอีกทีเพื่อนที่พูดด้วยก็เดินหันหลังออกจากห้องครัวไปแล้ว ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรหนักใจหรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพื่อนอย่างเธอก็คงจะอดห่วงไม่ได้อยู่ดี

หลังจากเรื่องเมื่อเช้าที่มะลิแยกออกไปคุยโทรศัพท์ พอเดินกลับมาเพื่อนสาวก็มีสีหน้าที่ไม่ได้ดูดีขึ้น วาดจันทร์เลยเลือกที่จะถามออกไปตรง ๆ ว่ามีเรื่องใดให้ช่วยหรือเปล่า หากแต่มะลิก็ตอบกลับมาทันทีว่าไม่เป็นไร ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเธอทั้งนั้น

ตั้งแต่ตอนนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ถูกพูดถึงอีกเลย ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันทำงานตามปกติ กระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนค่ำของวันเดียวกัน พนักงานทุกคนช่วยกันปิดร้านพร้อมสรรพ ก่อนพากันแยกย้ายกับบ้านใครบ้านมัน ระหว่างที่วาดจันทร์กำลังอาบน้ำแต่งตัวใหม่ อยู่ในห้องพักที่สร้างเพิ่มขึ้นมาอีกห้องในร้านอาหารของเธอเอง

เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง เวลาที่ทำงานเสร็จแล้วจะกลับบ้านทั้งเนื้อตัวมีแต่กลิ่นอาหารก็ใช่ที เธอเลยลงทุนสร้างห้องพักขนาดกลางไว้ เพื่อเวลาทำงานเสร็จจะได้ชำระล้างร่างกายก่อนกลับบ้าน

“ค่ะเจต ถึงไหนแล้วคะ?”

(เจตถึงร้านแล้วนะ วาดแต่งตัวเสร็จหรือยัง?)

“งั้นรอวาดสักแป๊บนะคะ หรือเจตจะเข้ามาหาวาดที่ห้องก็ได้นะ”

เธอไม่ได้เปิดทางให้เข้ามาทำเรื่องอย่างว่า ถึงจะเป็นแฟนคบกันมาหลายปีจวนจะแต่งงานกันแล้ว แต่ก่อนหน้าวาดจันทร์ได้เอ่ยขอกับชายหนุ่มคนรัก ว่าขอให้พวกเขาได้เข้าห้องหอกันก่อน วันนั้นมาถึงทั้งใจและกายของเธอ จะเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

(เจตรอวาดในร้านดีกว่า กลัวว่าถ้าได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองจะพาให้อดใจไม่ไหว)

“เจตล่ะก็ โอเคค่ะ งั้นวาดจะรีบให้มากที่สุดนะคะ”

เพราะวันนี้มีนัดทานข้าวด้วยกันอีกครั้งหลังจากถูกขอแต่งงาน ทำให้วาดจันทร์อยากมั่นใจว่าเธอตอนนี้ดูดีสำหรับเขาแล้วจริง ๆ การแต่งตัวเลยค่อนข้างนานมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

เวลาผ่านไปไม่เกินครึ่งชั่วโมง ต่อให้จะอยากดูดีแค่ไหนในสายตาว่าที่สามี แต่วาดจันทร์ก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องรอนาน หากแต่พอเดินเข้าร้านมาแล้วก็ยังไม่เห็นเงาของแฟนหนุ่มด้วยซ้ำ

“ไหนบอกว่ารอในร้านล่ะ ไปอยู่ที่ไหนนะ”

วาดจันทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาเจต หลังจากที่ต่อสายไปไม่นาน เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้น

“ห้องครัว เจตเข้าไปทำอะไรในห้องครัว?” วาดจันทร์ไม่รู้ว่าเขามีเซอร์ไพรส์อะไรอีกหรือเปล่า ได้แต่เดินตามเสียงเรียกเข้านั้นไปอย่างเงียบ ๆ กลัวว่าตัวเองจะทำแผนของแฟนหนุ่มแตกจนเสียบรรยากาศ ทว่าสิ่งที่เจตเตรียมไว้ให้เธอ มันก็เป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์มากจริง ๆ

“อย่าไปนะ ขอร้องล่ะอย่าไป ฮึก”

“วาดโทรมาแล้ว อีกไม่นานก็คงจะมาที่นี่ เรื่องนี้เอาไว้คุยกันวันอื่น”

วาดจันทร์ขมวดเรียวคิ้วขึ้นอยู่หลังประตูที่แง้มเอาไว้ ทั้งก้อนเนื้อกลางอกยังเต้นตุบตับ เธอไม่รู้ว่าแฟนหนุ่มกำลังสนทนาอยู่กับใคร เพราะวาดไม่เห็นหน้าของอีกฝ่าย ทั้งเสียงก็ไม่คุ้นหูเนื่องด้วยคนคนนั้นเอาแต่ร้องไห้จนฟังไม่ชัด หากแต่อีกคนเป็นเสียงของเจตแน่ไม่ผิด

พร้อมทั้งร่างหนาของแฟนหนุ่มที่เธอเคยเป็นคนเดียวที่สามารถโอบกอดได้ ตอนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เธออีกแล้ว นี่มันเรื่องอะไรกัน!

“จะคุยวันอื่นได้ยังไง นี่มันเรื่องสำคัญมากเลยนะเจต ฮือ เราขอร้องล่ะ”

“นี่! บอกให้ปล่อยไง อย่างี่เง่าได้หรือเปล่า” วาดจันทร์ปล่อยให้สายที่โทรหาเจตหลุดไปในที่สุด มือเล็กยกขึ้นปิดปากตัวเองไว้แน่น เธอเองก็ไม่เคยเห็นว่าแฟนหนุ่มจะมีอารมณ์ด้านนี้ด้วย กระทั่งตอนนี้

“จะว่าเรางี่เง่าก็ได้ ฮือ แต่เราท้อง เราท้องกับเจต เจตต้องรับผิดชอบ!”

!!!

ท้องงั้นเหรอ วาดจันทร์ได้ยินไม่ผิด อีกฝ่ายบอกว่าเธอกำลังตั้งท้อง และต้องการให้เจตรับผิดชอบ หมายความว่าว่าที่สามีของวาด กำลังทำผู้หญิงอีกคนท้องอย่างนั้นเหรอ!?

“มะลิ! หุบปากซะ ถ้าวาดมาได้ยินเราได้จบเห่กันทั้งคู่แน่!”

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 39

    “คุณศิระหน้าตาคล้ายเขาจริง ๆ ค่ะ ตอนฉันเห็น ฉันก็....” “คิดว่าผมคือคุณตาทวดใช่ไหมครับ?” วาดจันทร์พยักหน้ารับหงึกหงัก ถึงจะรู้ว่าอาจจะไม่ใช่คนเดียวกัน แต่วาดจันทร์ก็รู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่กับศิระ มันไม่ต่างอะไรกับการที่เธอได้อยู่กับขุนเอก จะบอกว่าสบายใจเหมือนกันก็คงได้ “ตอนผมเกิดมาก็มีแต่คนบอกแบบ

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 38

    “เราเคยรู้จักกันมาก่อนใช่ไหมครับ?” “ทะ ทำไมคุณถึงถามฉันแบบนั้นล่ะคะ” ไม่เพียงแค่คนที่รอคำตอบ หากแต่คนที่ถูกถามก็ใจเต้นแรงไปไม่ต่างกัน หรือว่าความจริงแล้วอีกฝ่ายก็รู้สึกเหมือนกับเธอเหมือนกัน แต่เรื่องทุกอย่างมันจะบังเอิญมากขนาดนี้ได้เลยเหรอ? “ขอโทษทีครับ ผมได้เห็นหน้าคุณก็รู้สึกว่าเราเคยเจอกันม

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 37

    “รถคันนี้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วนะครับ เพิ่งกลับมาสตาร์จได้เมื่อเช้านี้เอง สงสัยน้องพนักงานจะยังไม่ได้โทรไปแจ้งเจ้าของรถน่ะครับ” (ไม่เป็นไรค่ะ งั้นฉันไปรับรถได้วันไหนคะ?) “วันนี้ได้เลยครับ” ครั้นเสียงของปลายสายที่เป็นลูกค้ากลับมาพูดปกติ ในความรู้สึกเสี้ยวหนึ่งของเขากลับรู้สึกว่าคุ้นเคยกับเสียงนี้

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 36

    ๒ เดือนต่อมา ชีวิตของวาดจันทร์วนลูปอยู่กับความคิดถึงตลอดหลายเดือน นอกจากจะไม่ฝันถึงเขาเลย แม้แต่เสียงฮัมเพลงที่ได้ยินอยู่บ่อย ๆ ก็ไม่เคยแว่วมาให้ได้ยินอีก แม้จะเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่การยอมรับความเป็นจริงว่าเขาได้หายออกจากชีวิตของเธอแล้ว นั่นเลยเป็นสิ่งที่ควรทำ “มีของมาส่งครับ” “ค่า” เจ้

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 35

    เจ้าของร่างหนาปรากฏให้เห็นเมื่ออีกฝ่ายเดินผ่านเข้าประตูมาพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ สีหน้าของเจตเปลี่ยนไปเมื่อเห็นว่าหนึ่งในนั้นที่อยู่ในห้องคือมะลิ “ดีใจด้วยนะ ลูกของพวกเธอกี่เดือนแล้วล่ะ?” “วาดพูดอะไร แม่สับสนไปหมดแล้วนะ” “นั่นสิวาด ทำไมถึงพูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้” “......” ทุกคนในห้องต่างพากันงง

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 34

    เปลือกตาสวยหนักอื้อยากจะลืมตื่น ไม่รู้ว่าทำไมร่างกายของเธอถึงรู้สึกเจ็บระบมได้มากขนาดนี้ จำได้ว่าเมื่อคืนเธอและขุนเอกได้มีอะไรกันตามประสาคนรัก หากแต่ความรู้สึกเจ็บที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ดูจะไม่ใช่เจ็บจากความรุนแรงของอีกฝ่ายเลยนี่นา “วาด! วาดได้ยินเจตไหม?” “......” ทุกอย่างต้องฝันไปแน่ ๆ ทำไมวาดจั

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 4

    วาดจันทร์เดินพาตัวเองออกมาที่รถ ก่อนขึ้นไปนั่งเงียบ ๆ บนนั้นอยู่นาน พร้อมกับคิดทบทวนเรื่องที่ได้ยินมาเมื่อครู่ ไม่คิดไม่ฝันว่าเรื่องน้ำเน่าขนาดนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง แถมคนที่คิดทรยศหักหลังกันก็ไม่ใช่ใครอื่น กลับเป็นเพื่อนสนิทที่ไว้เนื้อเชื่อใจกับแฟนหนุ่มที่เพิ่งขอแต่งงานยังไม่พ้นสัปดาห์ด้วยซ้ำ “ฮึก

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 2

    รศ.๑๑๖ เสียงนกร้องยามเช้าตรู่ให้หนาหู แม้นแผ่นฟ้าทั้งผืนจะยังดับมืดไม่ต่างจากเวลากลางคืน หากแต่เหล่าข้าทาสบริวารกลับลุกขึ้นทำงานกันอย่างขะมักเขม้นให้สมกับข้าวแดงแกงร้อนที่เจ้าของเรือนมีพระคุณแบ่งให้ยาไส้ บ่าวทาสในเรือนทุกคนต่างรู้หน้าที่ของตนเป็นอย่างดี ทุกอย่างก็เพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณที่คุ้มกะลาห

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 1

    สายลมพัดสาดผ่านใบหน้าในยามราตรี ไร้เสียงอื่นนอกเสียจากจังหวะการฮัมเพลงที่คลอเคลียประสานลมมาแต่ไกล หากแต่หาได้รู้ตัวเจ้าของเสียงอันไพเราะเพราะพริ้งนี้ “อยากรู้จังว่าเจ้าของเสียงกำลังคิดอะไรอยู่?” เป็นคำถามที่เธอเฝ้าอยากรู้หาคำตอบ แล้วจะไปหาจากที่ไหนดีล่ะ? ในเมื่อเธอเองก็ไม่รู้ว่าเสียงที่ได้ยินถูกพั

  • ย้อนเวลามาเป็นเมียทาส   บทที่ 7

    หลังจากที่ได้ลงมือทำอาหารใหม่อยู่ครั้งแล้วครั้งเล่าจนแม่จำปาก่นด่าตามหลัง เพราะใช้ของในครัวหมดไปเกินกว่าครึ่ง วาดจันทร์ก็ตัดใจขาดแล้วว่าเธอนั้นไม่สามารถละทิ้งความเป็นบัวได้จริง ๆ ทั้งที่ก็ปรุงทุกอย่างตามที่เคยทำ แต่สิ่งที่ได้กลับไม่อร่อยอยู่ดี นี่ก็เข้าสัปดาห์ที่ ๒ แล้วที่เธอหลงเข้ามาอยู่ในร่างของบ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status