LOGIN“ฉันตั้งใจบอกเลิกหานจวิ้นเหาอยู่แล้วค่ะ”
“ข้อสอง เมื่อมีปัญหาซึ่งอาจกระทบถึงผม คุณต้องบอกความจริง ห้ามตัดสินใจแทนผมว่าควรรู้หรือไม่ควรรู้” “ตกลงค่ะ” “ข้อสาม” เขาหยุดเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มขึ้น “ความสัมพันธ์จะจบเมื่อเราทั้งคู่ยินยอม ไม่ใช่เมื่อคุณเห็นว่าหมดประโยชน์แล้ว” เถาเยี่ยนชะงัก “แต่เมื่อครู่ฉันเสนอเวลาสามเดือน” “ผมไม่ได้ตอบรับเงื่อนไขข้อนั้น” “แล้วคุณต้องการนานเท่าไรคะ” “ยังไม่จำเป็นต้องกำหนดตอนนี้” คำตอบของเขาทำให้เธอไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มคิดอะไรอยู่ ท่าทีของลู่จิ่งเซิงดูเหมือนนักธุรกิจที่กำลังเจรจาสัญญา แต่ประกายบางอย่างในดวงตากลับทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวอย่างประหลาด “คุณยังไม่ได้ตอบเลยนะคะว่าคุณตอบตกลง” เธอถาม ลู่จิ่งเซิงไม่ตอบตรง ๆ เขาเหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือ “คุณบอกว่าต้องการยุติความสัมพันธ์กับหานจวิ้นเหา คืนนี้มีนัดกับเขาไม่ใช่หรือไง” เถาเยี่ยนแปลกใจที่เขารู้เรื่องนัด แต่เมื่อนึกว่าหานจวิ้นเหาจองโต๊ะในโรงแรมจิ่นอวี้ซึ่งเป็นทรัพย์สินของลู่กรุ๊ป เธอก็ไม่ถามต่อ “ใช่ค่ะ” “ไปบอกเลิกเขาให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยมาคุยกับผม” ไม่ใช่การตอบรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เถาเยี่ยนจึงพยักหน้า ก่อนรวบรวมความกล้าเอ่ยถาม “ถ้าฉันบอกเลิกเขาแล้ว คุณจะตอบรับข้อเสนอของฉันใช่ไหมคะ” ชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “ถ้าคุณเป็นของผมแล้ว ผมไม่ชอบแบ่งของผมกับใคร” ใบหน้าของเถาเยี่ยนร้อนขึ้นทันที “ฉันไม่ใช่สิ่งของนะคะ” “ผมรู้” เขาตอบอย่างเรียบเฉย “แต่ในเมื่อคุณขอเป็นแฟนผมก็ควรให้สถานะตัวเอง” เธอไม่อาจโต้แย้งได้และรับปากว่าจะจัดการทุกอย่างในคืนนี้ แล้วเดินออกจากห้องประชุมพร้อมหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นจังหวะ ทันทีที่ประตูปิดลงเฉินอี้โจวซึ่งรออยู่ด้านนอกก็เดินกลับเข้าไป เขาพบว่าผู้เป็นนายยังมองประตูบานเดิมโดยไม่ละสายตา “ท่านประธานต้องการให้ผมตรวจสอบหัวหน้าเถาเพิ่มเติมไหมครับ สืบเรื่องหานจวิ้นเหา รวมถึงการติดต่อระหว่างเขากับคนในเถากรุ๊ปช่วงหกเดือนที่ผ่านมา” “แล้วเรื่องสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าล่ะครับ” “ให้ทีมกฎหมายตรวจทุกฉบับ อย่าให้ข่าวรั่ว” เฉินอี้โจวรับคำ ก่อนอดถามไม่ได้ “ข้อเสนอของหัวหน้าเถา…ท่านประธานจะตอบตกลงเหรอครับ” ลู่จิ่งเซิงปรายตามองเลขาของตนเพียงครั้งเดียว อีกฝ่ายก็รีบก้มหน้าลง ทว่าก่อนออกจากห้อง เขากลับได้ยินเสียงทุ้มต่ำพูดขึ้น “เตรียมรถให้ผมคืนนี้” ตลอดช่วงบ่ายเถาเยี่ยนทำงานตามปกติ เธอตรวจสอบแผนการตลาดและเรียกประชุมลูกทีมโดยไม่แสดงความผิดปกติ แต่ภายในใจกำลังทวนสิ่งที่จะเกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หานจวิ้นเหาเอาหนังสือมอบอำนาจมาให้เธอเซ็นถ้าเธอปฏิเสธทันที เขาคงรู้ตัวว่าแผนถูกเปิดเผย แต่การเซ็นเอกสารฉบับนั้นเป็นสิ่งที่เธอไม่มีวันทำอีก ทางที่ดีที่สุดคือทำให้เขาเชื่อว่าเธอบอกเลิกเพราะอารมณ์และความผิดหวัง ไม่ใช่เพราะล่วงรู้แผนการเพื่อให้เขายังคงประมาทคิดว่าเธอโง่ และเปิดช่องให้เธอเก็บหลักฐาน ก่อนเลิกงานเถาเยี่ยนได้รับข้อความจากเถาซินหรู น้องสาวส่งภาพตัวเองในชุดเดรสสีขาวมาให้ดู พร้อมข้อความขอบคุณและถามว่าสวยไหม เถาเยี่ยนมองภาพนั้นไม่มีความรู้สึกใด ชุดที่เธอเคยซื้อด้วยความชอบ ตอนนี้อยู่บนร่างของผู้หญิงที่ลอบคบกับคู่หมั้นของเธอ เธอตอบกลับเพียงคำว่า ‘สวย’ แล้วบันทึกภาพเอาไว้ หกโมงครึ่ง รถของเถาเยี่ยนมาจอดหน้าโรงแรมจิ่นอวี้ แสงไฟสีทองส่องผ่านกระจกสูงของตึก แขกแต่งกายหรูหราเดินเข้าออกไม่ขาดสาย ภาพตรงหน้าซ้อนทับกับโรงแรมในคืนวันแต่งงานจนมือของเธอเย็นเฉียบ หญิงสาวหลับตา สูดลมหายใจลึก และเตือนตัวเองว่านี่ไม่ใช่วันตายของเธอ คืนนี้เธอไม่ได้มาที่นี่ในฐานะเหยื่อ แต่มาเพื่อตัดเส้นทางซึ่งเคยนำชีวิตของเธอไปสู่ความตาย เมื่อเดินเข้าไปในห้องอาหาร หานจวิ้นเหาก็ลุกขึ้นต้อนรับ เขาสวมชุดสูทสีเทาที่เธอเคยซื้อให้ และถือดอกกุหลาบแดงช่อใหญ่อยู่ในมือ ใบหน้าหล่อเหลาประดับรอยยิ้มอ่อนโยนที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้เธอหวั่นไหว “สุขสันต์วันครบรอบครับ” เขายื่นดอกไม้มาให้ เถาเยี่ยนมองมันเพียงครู่เดียวก่อนรับไว้แล้ววางลงบนเก้าอี้ข้างตัว โดยไม่ได้แสดงความดีใจเช่นทุกครั้ง หานจวิ้นเหาสังเกตเห็น แต่ยังคงรอยยิ้มเอาไว้ “คุณเหนื่อยเหรอครับ วันนี้ดูเงียบผิดปกติ” “มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยค่ะ” “เรื่องงานอีกแล้วใช่ไหม ผมบอกแล้วว่าหลังแต่งงานคุณไม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้ก็ได้ ผมดูแลคุณได้” คำพูดเดียวกับชาติที่แล้วทุกประโยค เถาเยี่ยนเคยซาบซึ้งทุกครั้งที่ได้ฟัง แต่ตอนนี้กลับเห็นเพียง เพื่อให้เธออยู่ภายใต้การควบคุมของเขา “ฉันชอบทำงานค่ะ และไม่คิดลาออก” รอยยิ้มของเขาหายไปแทบจะทันที “เรื่องนั้นเอาไว้คุยกันหลังแต่งงานก็ได้ คืนนี้เป็นวันพิเศษของเรา อย่าพูดเรื่องให้เสียบรรยากาศเลยครับ” อาหารราคาแพงถูกนำมาเสิร์ฟทีละจาน หานจวิ้นเหาพูดถึงอดีตของทั้งคู่ เล่าความทรงจำตั้งแต่วันแรกที่พบกัน และวาดภาพอนาคตหลังแต่งงานอย่างสวยงาม เถาเยี่ยนฟังเงียบ ๆ พร้อมนึกสงสัยว่าในตอนพูดคำหวานเหล่านี้ เขาเคยรู้สึกผิดต่อน้องสาวของเธอบ้างหรือเปล่านะ หรือคนอย่างเขาไม่เคยรักใครนอกจากตัวเองเลย“ฉันหมายถึง พี่ควรแจ้งตำรวจ ไม่ควรยั่วโมโหคนร้าย” เถาซินหรูแก้ตัวด้วยท่าทางแสนไร้เดียงสาไม่ต่างจากอดีตเลยเลยสักนิด เถาเยี่ยนยิ้มบาง ๆ “ฉันยังไม่ได้บอกเลย ว่าคนที่ปล่อยข่าวให้ฉันทำอะไร แล้วเธอรู้ได้ยังไงหึ เถาซินหรูน้องสาวผู้แสนดี” ใบหน้าของน้องสาวต่างแม่ซีดลง ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง เถาเยี่ยนมองเห็นความหวาดระแวงซ่อนอยู่ใต้ท่าทางอ่อนหวานชัดเจน เถาซินหรูไหวตัวทัน รีบหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมา “ฉันคงรบกวนเวลาทำงานของพี่มากเกินไป งั้นฉันกลับก่อนนะคะ” “เดี๋ยวสิ” เถาเยี่ยนเรียกให้เธอหยุด ก่อนหยิบภาพที่พิมพ์ออกมาจากเครื่องปริ้นวางลงในถุงผลไม้ ก่อนนำมันส่งให้เถาซินหรู “เอาภาพนี้กลับไปให้คุณพ่อดูด้วย บอกเขาว่าฉันจะหาคนปล่อยข่าวให้เจอ ถ้าฉันพบว่าเป็นคนในครอบครัว ฉันจะไม่ยอมให้เขาใช้เงินปิดเรื่องนี้เหมือนครั้งที่แล้วแน่” เถาซินหรูกำถุงผลไม้ที่เอามาฝากเถาเยี่ยนแน่น “ฉันไม่เข้าใจว่าพี่กำลังพูดอะไร” “ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร อีกไม่นานเธอคงเข้าใ
ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ประธานสั่งว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของคุณต้องรายงานครับ” เถาเยี่ยนถอนหายใจ ลู่จิ่งเซิงคงกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนผู้ช่วยของตัวเองให้เป็นคนคอยเฝ้าเธอโดยไม่รู้ตัว “อย่างนั้นก็ตามใจเขาค่ะ” หลังวางสาย เถาเยี่ยนเปิดข้อความข่มขู่ขึ้นมาอีกครั้ง บัญชีปริศนายังไม่มีการตอบกลับ เธอจึงส่งข้อความเพิ่ม ‘ทำไมยังไม่ปล่อยคลิปอีกล่ะ’ คนปล่อยข่าวต้องการให้เธอกลัว แต่คนอย่างเถาเยี่ยนไม่กลัวอยู่แล้ว ยังไงคนที่คิดทำร้ายต้องได้รับกรรมอย่างสาสม ยังไม่ทันเก็บโทรศัพท์ เสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังมาจากหน้าประตู กลิ่นน้ำหอมหวานจัดลอยเข้ามา เถาซินหรูยืนอยู่ตรงนั้นสวมชุดสีขาวสะอาด มือหนึ่งถือถุงผลไม้ อีกมือกอดช่อดอกไม้เล็ก ๆ ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยความกังวลราวกับน้องสาวที่กำลังเป็นห่วงพี่สาวอย่างแท้จริง สร้างภาพเสียเหลือเกิน “พี่เถาเยี่ยน ฉันเพิ่งเห็นข่าว เลยรีบมาหาพี่ค่ะ” คำพูดดังพอให้คนในแผนกได้ยิน เถาซินหรูเดินเข้ามาใกล้ ก่อนวางของบนโต๊ะ “พี่ไม่เป็นไรใช่
ภายในห้องทำงาน เถาเยี่ยนเพิ่งนั่งลง โทรศัพท์ก็มีข้อความจากบัญชีที่ไม่รู้จักส่งเข้ามา ‘ถ้าไม่อยากให้คลิปเมื่อคืนถูกปล่อย เลิกกับลู่จิ่งเซิงซะ’ ด้านล่างแนบภาพนิ่งจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องพักของลู่จิ่งเซิง เป็นภาพที่เธอเดินเข้าไปในห้องของเขาด้วยตัวเอง เวลาบนภาพตรงกับคืนที่จัดงานเลี้ยง เถาเยี่ยนจ้องภาพนั้นนิ่ง คนส่งข้อความไม่ได้มีแค่ภาพถ่ายจากหน้าโรงแรม แต่สามารถเข้าถึงกล้องวงจรปิดภายในชั้นพักของผู้บริหารได้ ถ้าภาพนี้ถูกตัดต่อและปล่อยออกไปพร้อมเรื่องโกหก คนทั่วไปย่อมเชื่อว่าเธอเป็นฝ่ายเข้าไปยั่วยวนลู่จิ่งเซิงจริง ๆ เธอกดบันทึกภาพและส่งต่อให้เฉินอี้ตรวจสอบ ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปเพียงประโยคเดียว ‘ถ้ามีคลิปจริงก็ปล่อยเลย ฉันกำลังรอดูอยู่’ อีกฝ่ายอ่านแล้ว แต่ไม่ตอบ เถาเยี่ยนกำลังคิดว่าจะใช้ข้อความนี้ล่อคนที่อยู่เบื้องหลังออกมายังไง จู่ ๆ เสียงคนในแผนกก็เงียบลงคล้ายโลกกำลังหยุดหมุน กลิ่นหอมเย็นที่คุ้นเคยทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร ลู่จิ่งเซิงยืนอยู่ตรงนั้นต่อหน้าพนักงานทุกค
“เยี่ยนเยี่ยน ผมมารับคุณกลับบ้าน” พนักงานรอบข้างหยุดดูทันที พลางมองมายังเธอและหานจวิ้นเหาด้วยความสงสัยและอยากรู้ เถาเยี่ยนมองดอกไม้ในมือเขา ก่อนเงยหน้ามองใบหน้าที่เคยหลงรักมาหลายปี ชาติก่อนเธอใจอ่อนแค่เห็นเขามารอ ตอนนี้เถาเยี่ยนคิดว่าเขาเหมาะกับการเป็นนักแสดงมากกว่าเป็นแฟนเก่าเธอเสียอีก แสดงเก่งเสียจริง “บ้าน” น้ำเสียงของเถาเยี่ยนสูงเล็กน้อย พลางเลิกคิ้วมองใบหน้าของเขาด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนยกยิ้มมุมปาก “บ้านของเราไง ผมรู้ว่าคุณยังโกรธ ผมยอมรับว่าผมผิด แต่คุณไม่จำเป็นต้องไปอยู่กับผู้ชายอื่น” คำพูดของเขาดังพอให้ทุกคนได้ยินราวกับต้องการประกาศให้คนอื่นรับรู้ว่า ข่าวลือที่ผ่านมาเกี่ยวกับเธอ คือเรื่องจริง หานจวิ้นเหาเจ้าเล่ห์ไม่เคยเปลี่ยน “ผมไม่โกรธที่คุณทำผิด ขอแค่คุณกลับมา ผมพร้อมให้อภัยทุกอย่าง” เถาเยี่ยนเกือบหัวเราะออกมา คนที่ควรพูดคำพูดนั้นออกมาควรเป็นเธอมากกว่า เธอแค่ตาสว่างเลือกสิ่งที่เหมาะกับเธอมากกว่าผู้ชายเฮงซวยอย่างหานจวิ้นเหา “คุณให้อภัยฉันเรื่องอะไร” “เยี่ยนเยี
“ฉันดูเป็นคนชอบใช้กำลังขนาดนั้นเลยหรือไง” “ถ้าคุณอยากตบจริง ๆ บอกผมก่อน ผมจะให้คนเตรียมน้ำแข็งประคบมือไว้ให้” หญิงสาวหลุดหัวเราะ ก่อนผลักแขนเขาเบา ๆ “ไปทำงานได้แล้วค่ะ” เมื่อมาถึงแผนกการตลาด หลินเสี่ยวถงก็รีบวิ่งเข้ามาหา “หัวหน้าเถา คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ” “ฉันสบายดี” “มีคนส่งข่าวเข้ากลุ่มบริษัทตั้งแต่ตีห้า แล้วก็ส่งอีเมลร้องเรียนถึงฝ่ายบุคคลด้วยค่ะ เขาบอกว่าคุณมีความสัมพันธ์กับผู้บริหารและได้รับตำแหน่งอย่างไม่เป็นธรรม” หลินเสี่ยวถงรีบรายงาน เถาเยี่ยนรับโทรศัพท์ของอีกฝ่ายมาดู บัญชีที่ส่งข่าวเข้ากลุ่มเป็นบัญชีที่เพิ่งสร้างใหม่ แต่รายชื่อผู้รับอีเมลถูกเลือกอย่างจงใจ ทั้งฝ่ายบุคคล ฝ่ายตรวจสอบ และกรรมการของบริษัทในเครือ คนลงมือไม่ได้ต้องการแค่ทำให้เธอเสียชื่อ แต่ต้องการให้เธอถูกพักงานด้วยอย่างนั้นหรือ “เก็บภาพหน้าจอทั้งหมดไว้ อย่าตอบโต้ และอย่าให้ใครในทีมทะเลาะกับคนอื่นเพราะเรื่องนี้” “แต่พวกเขาพูดถึงหัวหน้าแย่มากเลยนะคะ” “ย
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกำลังอบอุ่น โทรศัพท์ของเธอก็สั่นไม่หยุด หน้าจอปรากฏชื่อหลินเสี่ยวถง ลูกน้องในแผนกการตลาด เถาเยี่ยนกดรับสาย “ว่าไงเสี่ยวถง” “หัวหน้าเถา วันนี้คุณอย่าเพิ่งเข้าบริษัทเลยนะคะ” ปลายสายพูดเร็วผิดปกติ “ตอนนี้ในกลุ่มพนักงานสนใจข่าวของคุณเต็มไปหมด” มือที่ถือช้อนของเถาเยี่ยนหยุดชะงักทันควัน “ข่าวอะไร” “ฉันส่งให้แล้วค่ะ คุณลองดูก่อน แต่ต้องใจเย็น ๆ นะคะ ฉันไม่เชื่อเรื่องพวกนั้นเลย” สายถูกวางไปพร้อมกับข้อความหลายภาพที่เด้งขึ้นมา ภาพแรกเป็นภาพเถาเยี่ยนเดินออกจากโรงแรมพร้อมลู่จิ่งเซิง ภาพที่สองเป็นตอนเธอขึ้นรถของเขา ส่วนอีกภาพเป็นรถคันเดียวกันจอดอยู่หน้าบ้านตระกูลเถาเมื่อวาน เหนือภาพมีข้อความพาดหัวตัวใหญ่ ทายาทตระกูลเถาสะบั้นรักคู่หมั้น หวังจับประธานหนุ่มแห่งลู่กรุ๊ปเป็นสามี! เนื้อหาด้านล่างเขียนว่าเธอคบซ้อนมานานแล้ว จงใจสร้างเรื่องวางยาเพื่อเข้าใกล้ประธานลู่ และรีบย้ายเข้าไปอยู่บ้านของเขาทันทีหลังถอนหมั้น บางข้อความยังกล่าวหาว่าเธอได้ตำแหน่ง







