LOGIN“สนใจรับฉันเป็นแฟนไหมคะ”
ภายในห้องประชุมเงียบสนิทจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกา หัวใจของเถาเยี่ยนเต้นเป็นจังหวะไปพร้อมกับเสียงนาฬิกา ลู่จิ่งเซิงไม่ได้ตอบทันที เขามองเธออยู่นาน ราวกับต้องการแน่ใจว่าไม่ได้ฟังผิด ก่อนมุมปากของชายผู้ไม่เคยยิ้มให้ใครจะยกขึ้นเพียงเล็กน้อย “คุณเถา” เขาเรียกเธอด้วยน้ำเสียงต่ำ “คุณรู้หรือเปล่าว่าการยื่นข้อเสนอให้ผมแล้ว จะไม่มีโอกาสถอนคำพูดง่าย ๆ” เถาเยี่ยนคิดถึงชีวิตที่เคยสูญเสีย และคนทรยศสองคนที่กำลังรอให้เธอเดินกลับเข้าไปในกับดักเดิม ครั้งนี้เธอไม่ลังเลอีกต่อไป “ฉันไม่คิดจะถอนคำพูดค่ะ” ดวงตาของลู่จิ่งเซิงเข้มขึ้น รอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าของเขาทำให้เธออ่านความคิดไม่ออก จากนั้นชายหนุ่มจึงปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้า ก่อนคำตอบที่ทำให้หัวใจของเถาเยี่ยนเต้นผิดจังหวะ “ถ้าอย่างนั้น บอกเหตุผลที่ผมควรตอบตกลงมาสิครับ” “ถ้าอย่างนั้น บอกเหตุผลที่ผมควรตอบตกลงมาสิครับ” คำถามของลู่จิ่งเซิงทำให้เถาเยี่ยนเงียบไปชั่วขณะ แม้เตรียมใจมาก่อนแล้วว่าผู้ชายอย่างเขาย่อมไม่รับข้อเสนอที่ฟังดูไร้เหตุผล แต่เมื่อถูกดวงตาคมคู่นั้นจับจ้อง เธอกลับรู้สึกราวกับความลับทั้งหมดกำลังถูกเขามองทะลุ เถาเยี่ยนไม่สามารถบอกความจริงว่าเธอย้อนเวลากลับมาจากอีกสองปีข้างหน้า และรู้ดีว่าเขาคือคนเดียวที่เคยช่วยเหลือเธอโดยไม่หวังผลตอบแทน หากพูดออกไปเช่นนั้น กลัวว่าแทนที่จะได้แฟน เธอคงถูกส่งไปพบจิตแพทย์ก่อน หญิงสาวจึงเลือกตอบเพียงส่วนที่สามารถอธิบายได้ “ฉันต้องการเลิกกับหานจวิ้นเหาค่ะ แต่ครอบครัวของเรามีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกัน คุณพ่อไม่มีทางยอมรับการบอกเลิกง่าย ๆ ถ้าไม่มีเหตุผลที่หนักแน่นพอ” “ดังนั้นคุณเลยคิดใช้ผมเป็นเหตุผล” น้ำเสียงของลู่จิ่งเซิงไม่ได้แสดงความไม่พอใจ ทว่าเถาเยี่ยนไม่กล้าประมาท “ใช่ค่ะว่าต้องการอาศัยชื่อของคุณป้องกันไม่ให้เขากับครอบครัวกดดันฉัน แต่ฉันไม่ได้คิดให้คุณช่วยโดยไม่มีอะไรตอบแทน” ชายหนุ่มยกมือประสานกันบนโต๊ะ “คุณคิดว่าตัวเองมีอะไรที่ผมต้องการล่ะ” คำถามตรงไปตรงมานั้นแทงเข้ากลางจุดอ่อนของเธอ ลู่จิ่งเซิงเป็นถึงประธานลู่กรุ๊ป มีทั้งอำนาจ เงินทอง และคนมากความสามารถอยู่รอบตัว ส่วนเธอเป็นเพียงหัวหน้าแผนกคนหนึ่ง ต่อให้มีหุ้นของเถากรุ๊ปอยู่ในมือ หุ้นเหล่านั้นก็ยังไม่มีสิทธิ์บริหารอย่างสมบูรณ์จนกว่าเธอจะอายุครบยี่สิบเจ็ดปี แต่สิ่งที่เธอมีเหนือกว่าคนอื่นคือความทรงจำจากอดีต “ภายในสองเดือน ลู่กรุ๊ปกำลังจะเข้าซื้อกิจการบริษัทเทคโนโลยีใช่ไหมคะ” แววตาของลู่จิ่งเซิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย การเจรจาซื้อกิจการครั้งนี้เป็นความลับระดับสูง ผู้บริหารหลายคนยังไม่ทราบ แล้วหัวหน้าแผนกการตลาดของบริษัทในเครือรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร “คุณได้ข่าวมาจากไหน” “แหล่งข่าวไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ฉันกำลังจะบอกค่ะ” เถาเยี่ยนพยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคง “ก่อนลงนามสัญญา คุณควรตรวจสอบสิทธิบัตรระบบวิเคราะห์ข้อมูลหมายเลข AZ17 ให้ละเอียด เจ้าของสิทธิบัตรตัวจริงไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ถือหุ้น ถ้าลู่กรุ๊ปซื้อกิจการไปทั้งที่ข้อพิพาทยังไม่จบ บริษัทจะเสียทั้งเงินและเวลา” ชาติก่อนลู่กรุ๊ปต้องเผชิญคดีฟ้องร้องจากนักพัฒนาคนหนึ่งนานเกือบปี ถึงจะชนะคดีในที่สุด แต่โครงการใหม่กลับล่าช้าจนคู่แข่งช่วงชิงตลาดไปได้ถึงสามสิบเปอร์เซ็น เธอไม่รู้รายละเอียดทุกอย่าง เพียงจำหมายเลขสิทธิบัตรได้เพราะเคยรับผิดชอบแผนประชาสัมพันธ์แก้ไขภาพลักษณ์ของบริษัทในช่วงนั้น ลู่จิ่งเซิงมองเธออยู่นาน ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกหาเลขาคนสนิทของตน “อี้โจว ตรวจสอบสิทธิบัตรของบริษัทอันเฉิง ส่งผลให้ผมภายในวันนี้” เมื่อวางสายแล้ว เขาถามต่อ “ข้อมูลแค่นี้ คุณคิดว่าเพียงพอให้ผมรับคุณเป็นแฟน” “ยังมีข้อมูลอื่นอีกค่ะ แต่ฉันจะบอกเมื่อเราตกลงเงื่อนไขกันเรียบร้อยแล้ว” ริมฝีปากของชายหนุ่มยกขึ้นบาง ๆ “คุณกำลังต่อรองกับผม” “ฉันกำลังเสนอความร่วมมือที่เป็นประโยชน์กับเราทั้งสองฝ่ายค่ะ” เถาเยี่ยนรู้ดีว่าตนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้าย ถ้าแสดงความอ่อนแอเกินไป เขาจะมองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงที่นำปัญหาส่วนตัวมาขอความช่วยเหลือ แต่หากโอ้อวดมากเกินไป เขาย่อมสงสัยที่มาของข้อมูลจนไม่ยอมไว้ใจ ลู่จิ่งเซิงเอนหลังพิงเก้าอี้ สายตายังคงอยู่บนใบหน้าของเธอ “แล้วคำว่าแฟนในความหมายของคุณต้องทำอะไรบ้าง”เถาเยี่ยนไม่คิดว่าเขาจะถามต่ออย่างจริงจัง หัวใจจึงเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว “แสดงตัวต่อหน้าครอบครัวฉันเมื่อจำเป็น ไปร่วมงานด้วยกันเป็นครั้งคราว และช่วยยืนยันว่าเราคบกันค่ะ ระยะเวลาสามเดือน หลังจากฉันจัดการเรื่องหมั้นหมายกับทรัพย์สินเรียบร้อย เราสามารถจบความสัมพันธ์โดยไม่มีใครเสียหาย” “ไม่มีใครเสียหาย” เขาทวนคำซ้ำ ๆ และ ช้า ๆ “คุณคิดว่าชื่อเสียงของผมสามารถนำมาใช้แล้วคืนได้เหมือนสิ่งแบบนั้นนะเหรอ” เถาเยี่ยนเม้มริมฝีปาก เธอลืมคิดไปว่าหากประธานลู่กรุ๊ปประกาศคบกับผู้หญิงคนหนึ่ง เรื่องย่อมกลายเป็นข่าวใหญ่ การเลิกราภายในสามเดือนอาจส่งผลต่อทั้งภาพลักษณ์และธุรกิจของเขา “ถ้าคุณเห็นว่าเงื่อนไขข้อไหนไม่เหมาะสม เรายังปรับได้นะคะ” “ข้อแรก ระหว่างที่คบกับผม คุณต้องไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนอื่น ไม่ว่าจะจริงหรือเพื่อรักษาหน้าครอบครัว” “ฉันตั้งใจบอกเลิกหานจวิ้นเหาอยู่แล้วค่ะ”“ฉันหมายถึง พี่ควรแจ้งตำรวจ ไม่ควรยั่วโมโหคนร้าย” เถาซินหรูแก้ตัวด้วยท่าทางแสนไร้เดียงสาไม่ต่างจากอดีตเลยเลยสักนิด เถาเยี่ยนยิ้มบาง ๆ “ฉันยังไม่ได้บอกเลย ว่าคนที่ปล่อยข่าวให้ฉันทำอะไร แล้วเธอรู้ได้ยังไงหึ เถาซินหรูน้องสาวผู้แสนดี” ใบหน้าของน้องสาวต่างแม่ซีดลง ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง เถาเยี่ยนมองเห็นความหวาดระแวงซ่อนอยู่ใต้ท่าทางอ่อนหวานชัดเจน เถาซินหรูไหวตัวทัน รีบหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมา “ฉันคงรบกวนเวลาทำงานของพี่มากเกินไป งั้นฉันกลับก่อนนะคะ” “เดี๋ยวสิ” เถาเยี่ยนเรียกให้เธอหยุด ก่อนหยิบภาพที่พิมพ์ออกมาจากเครื่องปริ้นวางลงในถุงผลไม้ ก่อนนำมันส่งให้เถาซินหรู “เอาภาพนี้กลับไปให้คุณพ่อดูด้วย บอกเขาว่าฉันจะหาคนปล่อยข่าวให้เจอ ถ้าฉันพบว่าเป็นคนในครอบครัว ฉันจะไม่ยอมให้เขาใช้เงินปิดเรื่องนี้เหมือนครั้งที่แล้วแน่” เถาซินหรูกำถุงผลไม้ที่เอามาฝากเถาเยี่ยนแน่น “ฉันไม่เข้าใจว่าพี่กำลังพูดอะไร” “ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร อีกไม่นานเธอคงเข้าใ
ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ประธานสั่งว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของคุณต้องรายงานครับ” เถาเยี่ยนถอนหายใจ ลู่จิ่งเซิงคงกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนผู้ช่วยของตัวเองให้เป็นคนคอยเฝ้าเธอโดยไม่รู้ตัว “อย่างนั้นก็ตามใจเขาค่ะ” หลังวางสาย เถาเยี่ยนเปิดข้อความข่มขู่ขึ้นมาอีกครั้ง บัญชีปริศนายังไม่มีการตอบกลับ เธอจึงส่งข้อความเพิ่ม ‘ทำไมยังไม่ปล่อยคลิปอีกล่ะ’ คนปล่อยข่าวต้องการให้เธอกลัว แต่คนอย่างเถาเยี่ยนไม่กลัวอยู่แล้ว ยังไงคนที่คิดทำร้ายต้องได้รับกรรมอย่างสาสม ยังไม่ทันเก็บโทรศัพท์ เสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังมาจากหน้าประตู กลิ่นน้ำหอมหวานจัดลอยเข้ามา เถาซินหรูยืนอยู่ตรงนั้นสวมชุดสีขาวสะอาด มือหนึ่งถือถุงผลไม้ อีกมือกอดช่อดอกไม้เล็ก ๆ ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยความกังวลราวกับน้องสาวที่กำลังเป็นห่วงพี่สาวอย่างแท้จริง สร้างภาพเสียเหลือเกิน “พี่เถาเยี่ยน ฉันเพิ่งเห็นข่าว เลยรีบมาหาพี่ค่ะ” คำพูดดังพอให้คนในแผนกได้ยิน เถาซินหรูเดินเข้ามาใกล้ ก่อนวางของบนโต๊ะ “พี่ไม่เป็นไรใช่
ภายในห้องทำงาน เถาเยี่ยนเพิ่งนั่งลง โทรศัพท์ก็มีข้อความจากบัญชีที่ไม่รู้จักส่งเข้ามา ‘ถ้าไม่อยากให้คลิปเมื่อคืนถูกปล่อย เลิกกับลู่จิ่งเซิงซะ’ ด้านล่างแนบภาพนิ่งจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องพักของลู่จิ่งเซิง เป็นภาพที่เธอเดินเข้าไปในห้องของเขาด้วยตัวเอง เวลาบนภาพตรงกับคืนที่จัดงานเลี้ยง เถาเยี่ยนจ้องภาพนั้นนิ่ง คนส่งข้อความไม่ได้มีแค่ภาพถ่ายจากหน้าโรงแรม แต่สามารถเข้าถึงกล้องวงจรปิดภายในชั้นพักของผู้บริหารได้ ถ้าภาพนี้ถูกตัดต่อและปล่อยออกไปพร้อมเรื่องโกหก คนทั่วไปย่อมเชื่อว่าเธอเป็นฝ่ายเข้าไปยั่วยวนลู่จิ่งเซิงจริง ๆ เธอกดบันทึกภาพและส่งต่อให้เฉินอี้ตรวจสอบ ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปเพียงประโยคเดียว ‘ถ้ามีคลิปจริงก็ปล่อยเลย ฉันกำลังรอดูอยู่’ อีกฝ่ายอ่านแล้ว แต่ไม่ตอบ เถาเยี่ยนกำลังคิดว่าจะใช้ข้อความนี้ล่อคนที่อยู่เบื้องหลังออกมายังไง จู่ ๆ เสียงคนในแผนกก็เงียบลงคล้ายโลกกำลังหยุดหมุน กลิ่นหอมเย็นที่คุ้นเคยทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร ลู่จิ่งเซิงยืนอยู่ตรงนั้นต่อหน้าพนักงานทุกค
“เยี่ยนเยี่ยน ผมมารับคุณกลับบ้าน” พนักงานรอบข้างหยุดดูทันที พลางมองมายังเธอและหานจวิ้นเหาด้วยความสงสัยและอยากรู้ เถาเยี่ยนมองดอกไม้ในมือเขา ก่อนเงยหน้ามองใบหน้าที่เคยหลงรักมาหลายปี ชาติก่อนเธอใจอ่อนแค่เห็นเขามารอ ตอนนี้เถาเยี่ยนคิดว่าเขาเหมาะกับการเป็นนักแสดงมากกว่าเป็นแฟนเก่าเธอเสียอีก แสดงเก่งเสียจริง “บ้าน” น้ำเสียงของเถาเยี่ยนสูงเล็กน้อย พลางเลิกคิ้วมองใบหน้าของเขาด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนยกยิ้มมุมปาก “บ้านของเราไง ผมรู้ว่าคุณยังโกรธ ผมยอมรับว่าผมผิด แต่คุณไม่จำเป็นต้องไปอยู่กับผู้ชายอื่น” คำพูดของเขาดังพอให้ทุกคนได้ยินราวกับต้องการประกาศให้คนอื่นรับรู้ว่า ข่าวลือที่ผ่านมาเกี่ยวกับเธอ คือเรื่องจริง หานจวิ้นเหาเจ้าเล่ห์ไม่เคยเปลี่ยน “ผมไม่โกรธที่คุณทำผิด ขอแค่คุณกลับมา ผมพร้อมให้อภัยทุกอย่าง” เถาเยี่ยนเกือบหัวเราะออกมา คนที่ควรพูดคำพูดนั้นออกมาควรเป็นเธอมากกว่า เธอแค่ตาสว่างเลือกสิ่งที่เหมาะกับเธอมากกว่าผู้ชายเฮงซวยอย่างหานจวิ้นเหา “คุณให้อภัยฉันเรื่องอะไร” “เยี่ยนเยี
“ฉันดูเป็นคนชอบใช้กำลังขนาดนั้นเลยหรือไง” “ถ้าคุณอยากตบจริง ๆ บอกผมก่อน ผมจะให้คนเตรียมน้ำแข็งประคบมือไว้ให้” หญิงสาวหลุดหัวเราะ ก่อนผลักแขนเขาเบา ๆ “ไปทำงานได้แล้วค่ะ” เมื่อมาถึงแผนกการตลาด หลินเสี่ยวถงก็รีบวิ่งเข้ามาหา “หัวหน้าเถา คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ” “ฉันสบายดี” “มีคนส่งข่าวเข้ากลุ่มบริษัทตั้งแต่ตีห้า แล้วก็ส่งอีเมลร้องเรียนถึงฝ่ายบุคคลด้วยค่ะ เขาบอกว่าคุณมีความสัมพันธ์กับผู้บริหารและได้รับตำแหน่งอย่างไม่เป็นธรรม” หลินเสี่ยวถงรีบรายงาน เถาเยี่ยนรับโทรศัพท์ของอีกฝ่ายมาดู บัญชีที่ส่งข่าวเข้ากลุ่มเป็นบัญชีที่เพิ่งสร้างใหม่ แต่รายชื่อผู้รับอีเมลถูกเลือกอย่างจงใจ ทั้งฝ่ายบุคคล ฝ่ายตรวจสอบ และกรรมการของบริษัทในเครือ คนลงมือไม่ได้ต้องการแค่ทำให้เธอเสียชื่อ แต่ต้องการให้เธอถูกพักงานด้วยอย่างนั้นหรือ “เก็บภาพหน้าจอทั้งหมดไว้ อย่าตอบโต้ และอย่าให้ใครในทีมทะเลาะกับคนอื่นเพราะเรื่องนี้” “แต่พวกเขาพูดถึงหัวหน้าแย่มากเลยนะคะ” “ย
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกำลังอบอุ่น โทรศัพท์ของเธอก็สั่นไม่หยุด หน้าจอปรากฏชื่อหลินเสี่ยวถง ลูกน้องในแผนกการตลาด เถาเยี่ยนกดรับสาย “ว่าไงเสี่ยวถง” “หัวหน้าเถา วันนี้คุณอย่าเพิ่งเข้าบริษัทเลยนะคะ” ปลายสายพูดเร็วผิดปกติ “ตอนนี้ในกลุ่มพนักงานสนใจข่าวของคุณเต็มไปหมด” มือที่ถือช้อนของเถาเยี่ยนหยุดชะงักทันควัน “ข่าวอะไร” “ฉันส่งให้แล้วค่ะ คุณลองดูก่อน แต่ต้องใจเย็น ๆ นะคะ ฉันไม่เชื่อเรื่องพวกนั้นเลย” สายถูกวางไปพร้อมกับข้อความหลายภาพที่เด้งขึ้นมา ภาพแรกเป็นภาพเถาเยี่ยนเดินออกจากโรงแรมพร้อมลู่จิ่งเซิง ภาพที่สองเป็นตอนเธอขึ้นรถของเขา ส่วนอีกภาพเป็นรถคันเดียวกันจอดอยู่หน้าบ้านตระกูลเถาเมื่อวาน เหนือภาพมีข้อความพาดหัวตัวใหญ่ ทายาทตระกูลเถาสะบั้นรักคู่หมั้น หวังจับประธานหนุ่มแห่งลู่กรุ๊ปเป็นสามี! เนื้อหาด้านล่างเขียนว่าเธอคบซ้อนมานานแล้ว จงใจสร้างเรื่องวางยาเพื่อเข้าใกล้ประธานลู่ และรีบย้ายเข้าไปอยู่บ้านของเขาทันทีหลังถอนหมั้น บางข้อความยังกล่าวหาว่าเธอได้ตำแหน่ง







