LOGINหลังของหวานถูกนำมาเสิร์ฟหานจวิ้นเหาจึงหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงออกมา ภายในเป็นสร้อยเพชรเส้นเดียวกับในความทรงจำ
เขาเดินอ้อมโต๊ะ ตั้งใจสวมสร้อยให้เธอ แต่เถาเยี่ยนยกมือห้าม “ไม่ต้องค่ะ” “คุณไม่ชอบเหรอ ผมเลือกอยู่นานเลยนะ” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงและดูผิดหวัง “เก็บไว้ให้คนที่เหมาะสมกว่าฉันเถอะค่ะ” หานจวิ้นเหาขมวดคิ้ว “เยี่ยนเยี่ยน คุณเป็นอะไรไปกันแน่” เขาถามเสียงเข้ม เถาเยี่ยนไม่ได้ตอบ เธอมองเห็นมุมของซองเอกสารสีน้ำตาลในกระเป๋าเอกสารข้างเก้าอี้เขาถึงรู้ว่าเวลาที่แสนสำคัญคงมาถึงแล้ว ชายหนุ่มกลับไปนั่งตรงข้าม ก่อนหยิบซองนั้นขึ้นมาวางบนโต๊ะ “ผมตั้งใจว่าจะคุยเรื่องนี้หลังมอบของขวัญให้คุณ เป็นเอกสารจัดการทรัพย์สินก่อนแต่งงาน ผมอยากช่วยดูแลหุ้นของคุณ จะได้ไม่มีใครในตระกูลเถาเอาเปรียบคุณได้” เถาเยี่ยนเปิดเอกสารอ่านอย่างช้า ๆ ทุกบรรทัดยังเหมือนเดิม เอกสารมอบอำนาจไม่ได้ให้เขาช่วยดูแลเพียงชั่วคราว แต่เป็นให้เขามีอำนาจแทนเลยล่ะ ชาติที่แล้วเธอเซ็นชื่อในหน้าสุดท้ายโดยไม่เคยอ่านข้อตกลงพวกนี้เลย “คุณให้ทนายร่างเหรอคะ” เธอถาม “ครับ เป็นทนายที่ผมไว้ใจ” “ทำไมข้อห้าจึงอนุญาตให้คุณมอบอำนาจต่อแก่บุคคลอื่นได้ และข้อเจ็ดยังระบุว่าฉันยกเลิกหนังสือมอบอำนาจฝ่ายเดียวไม่ได้” สีหน้าของหานจวิ้นเหาเปลี่ยนไปชั่ววูบ ก่อนรีบหัวเราะกลบเกลื่อน “แค่ภาษากฎหมายครับ คุณไม่ต้องกังวล เรากำลังจะแต่งงานกันแล้ว ผมไม่มีทางทำร้ายคุณ” เถาเยี่ยนเงยหน้ามองเขา ประโยคสุดท้ายทำให้ภาพมือที่ผลักเธอตกจากระเบียงปรากฏขึ้นอีกครั้งในความทรงจำของเธอ ผู้ชายคนนี้พูดว่าไม่มีทางทำร้ายเธอ ทั้งที่ในอีกสองปีเขาจะเป็นคนพรากชีวิตเธอด้วยมือของตนเอง “ถ้าคุณไม่มีเจตนาอื่น ทำไมไม่แก้เอกสารให้ฉันยกเลิกได้ทุกเมื่อ และห้ามมอบอำนาจต่อแก่คนอื่นล่ะคะ” “คุณไม่ไว้ใจผมหรือยังไง” น้ำเสียงของเขาเริ่มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ “เราคบกันมาตั้งห้าปี ผมดูแลคุณมาตลอด แค่เอกสารฉบับเดียวคุณยังต้องระแวงผมขนาดนี้เลย” ชาติก่อนคำกล่าวหานี้ทำให้เธอรู้สึกผิด แต่เถาเยี่ยนในเวลานี้กลับไม่หวั่นไหว “ความไว้ใจไม่ใช่การยอมเซ็นเอกสารที่เสียเปรียบโดยไม่ตั้งคำถามค่ะ” “ใครพูดอะไรกับคุณ” เขาจ้องเธออย่างสงสัย “หรือเป็นคนของลู่กรุ๊ป พวกเขาไม่ต้องการให้เถากรุ๊ปร่วมมือกับครอบครัวผมใช่ไหม” “ไม่มีใครพูดอะไรทั้งนั้น ฉันเพียงอ่านเอกสารก่อนเซ็น” เถาเยี่ยนปิดแฟ้มแล้วเลื่อนกลับไปตรงหน้าเขา หานจวิ้นเหาไม่ได้ยื่นมือมารับ สีหน้าของเขามืดมนลงทุกขณะ “ถ้าคุณยังไม่สบายใจ เรากลับไปคุยกันที่บ้านก็ได้ครับ” เขาพยายามลดน้ำเสียง “วันนี้คุณอาจเหนื่อยเกินไป” “ฉันไม่เหนื่อย และคิดเรื่องนี้มาดีแล้วค่ะ” เถาเยี่ยนหยิบกล่องกำมะหยี่อีกใบออกจากกระเป๋าของตน ภายในคือแหวนคู่รักที่หานจวิ้นเหาเคยมอบให้ เธอวางมันลงข้างเอกสารเมื่อเห็นแหวน สีหน้าของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปทันที “คุณหมายความว่ายังไง” “เราเลิกกันเถอะค่ะ” คำพูดสั้น ๆ ทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบสนิท หานจวิ้นเหามองเธอเหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่ได้ยิน “คุณพูดเล่นอะไร วันนี้เป็นวันครบรอบของเรานะ” “ฉันไม่ได้พูดเล่นค่ะ ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป คุณกับฉันไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก” “เพราะเอกสารฉบับนี้หรือ ผมแก้ให้คุณได้ทั้งหมด ถ้าคุณไม่ต้องการก็ไม่ต้องเซ็น ทำไมต้องพูดถึงขั้นเลิกกันด้วย” ท่าทีตื่นตระหนกของเขาไม่ได้เกิดจากความกลัวสูญเสียคนรัก แต่เกิดจากความกลัวว่าแผนเข้าถึงหุ้นของเธอจะพังลง เถาเยี่ยนมองออกอย่างชัดเจนในครั้งนี้ “ไม่ใช่เพราะเอกสารเพียงอย่างเดียวค่ะ ฉันเพิ่งเข้าใจว่าเราสองคนไม่เหมาะสมกัน” หานจวิ้นเหากำมือแน่น “คุณมีคนอื่นใช่ไหม” เถาเยี่ยนยังไม่ทันตอบ เสียงอ่อนหวานของหญิงสาวก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “พี่เถาเยี่ยน พี่จวิ้นเหา บังเอิญจังเลยค่ะ” เถาซินหรูเดินเข้ามาในชุดเดรสสีขาวของเธอ ข้างกายมีหญิงสาวอีกคนซึ่งเถาเยี่ยนจำได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาว การปรากฏตัวนี้ถูกเตรียมไว้เพื่อสร้างข้ออ้างว่าเถาซินหรูมารับประทานอาหารกับเพื่อน ไม่ได้มานัดพบหานจวิ้นเหา หานจวิ้นเหารีบซ่อนความโกรธและลุกขึ้น “ซินหรู คุณมาทำอะไรที่นี่” “ฉันนัดเพื่อนไว้ค่ะ ไม่คิดว่าจะเจอพวกพี่” เธอทำท่าประหลาดใจ ก่อนมองแหวนบนโต๊ะ “เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” “ไม่มีอะไร เธอไปหาเพื่อนเถอะ” เถาซินหรูไม่ยอมจากไปง่าย ๆ เธอแสร้งมองพี่สาวด้วยความห่วงใย “พี่ทะเลาะกันเหรอคะ วันนี้เป็นวันครบรอบไม่ใช่เหรอคะ มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกันนะคะ พี่จวิ้นเหารักพี่มาก อย่าตัดสินใจเพราะอารมณ์เลย” น้องสาวของเธอช่างดูอยู่ผิดที่ผิดทางเสียจริง เถาเยี่ยนเกือบหัวเราะออกมา ผู้หญิงที่สวมชุดของเธอเพื่อเตรียมไปพบคู่หมั้นของเธอ กลับกล้าพูดว่าหานจวิ้นเหารักเธอมาก “เธอรู้ได้อย่างไรว่าวันนี้เป็นวันครบรอบของเรา” เถาเยี่ยนถาม สีหน้าของเถาซินหรูชะงักไปเล็กน้อย “พี่เคยเล่าให้ฟังไงคะ” “ฉันจำไม่ได้ว่าเคยบอก” “คงนานแล้ว พี่เลยลืมไปค่ะ” หานจวิ้นเหาเห็นน้องสาวของเธอเริ่มเสียท่า จึงรีบพูดแทรก “เรื่องนั้นไม่สำคัญ เยี่ยนเยี่ยน เรากลับไปคุยกันตามลำพัง” เขายื่นมือมาจับข้อมือเธอ แต่ก่อนปลายนิ้วจะสัมผัส ร่างสูงของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาขวางไว้ กลิ่นหอมเย็นจาง ๆ ที่เถาเยี่ยนเพิ่งได้สัมผัสเมื่อช่วงเช้าทำให้เธอรู้ทันทีว่าเป็นใคร ลู่จิ่งเซิงยืนอยู่ข้างเธอในชุดสูทสีดำ ดวงตาเย็นชามองมือของหานจวิ้นเหา จนอีกฝ่ายต้องชักกลับโดยไม่รู้ตัว ด้านหลังเขาคือเฉินอี้โจวกับผู้บริหารของโรงแรม ไม่มีใครกล้าส่งเสียงเมื่อเห็นประธานหนุ่มหยุดอยู่ที่โต๊ะนี้ “ท่านประธานลู่” หานจวิ้นเหาพยายามยิ้ม “ไม่คิดว่าจะพบคุณที่นี่” ลู่จิ่งเซิงไม่ได้ตอบเขา ชายหนุ่มหันไปมองเถาเยี่ยนแล้วถามเพียงว่า “จัดการเรียบร้อยหรือยัง”“ฉันหมายถึง พี่ควรแจ้งตำรวจ ไม่ควรยั่วโมโหคนร้าย” เถาซินหรูแก้ตัวด้วยท่าทางแสนไร้เดียงสาไม่ต่างจากอดีตเลยเลยสักนิด เถาเยี่ยนยิ้มบาง ๆ “ฉันยังไม่ได้บอกเลย ว่าคนที่ปล่อยข่าวให้ฉันทำอะไร แล้วเธอรู้ได้ยังไงหึ เถาซินหรูน้องสาวผู้แสนดี” ใบหน้าของน้องสาวต่างแม่ซีดลง ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง เถาเยี่ยนมองเห็นความหวาดระแวงซ่อนอยู่ใต้ท่าทางอ่อนหวานชัดเจน เถาซินหรูไหวตัวทัน รีบหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมา “ฉันคงรบกวนเวลาทำงานของพี่มากเกินไป งั้นฉันกลับก่อนนะคะ” “เดี๋ยวสิ” เถาเยี่ยนเรียกให้เธอหยุด ก่อนหยิบภาพที่พิมพ์ออกมาจากเครื่องปริ้นวางลงในถุงผลไม้ ก่อนนำมันส่งให้เถาซินหรู “เอาภาพนี้กลับไปให้คุณพ่อดูด้วย บอกเขาว่าฉันจะหาคนปล่อยข่าวให้เจอ ถ้าฉันพบว่าเป็นคนในครอบครัว ฉันจะไม่ยอมให้เขาใช้เงินปิดเรื่องนี้เหมือนครั้งที่แล้วแน่” เถาซินหรูกำถุงผลไม้ที่เอามาฝากเถาเยี่ยนแน่น “ฉันไม่เข้าใจว่าพี่กำลังพูดอะไร” “ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร อีกไม่นานเธอคงเข้าใ
ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ประธานสั่งว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของคุณต้องรายงานครับ” เถาเยี่ยนถอนหายใจ ลู่จิ่งเซิงคงกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนผู้ช่วยของตัวเองให้เป็นคนคอยเฝ้าเธอโดยไม่รู้ตัว “อย่างนั้นก็ตามใจเขาค่ะ” หลังวางสาย เถาเยี่ยนเปิดข้อความข่มขู่ขึ้นมาอีกครั้ง บัญชีปริศนายังไม่มีการตอบกลับ เธอจึงส่งข้อความเพิ่ม ‘ทำไมยังไม่ปล่อยคลิปอีกล่ะ’ คนปล่อยข่าวต้องการให้เธอกลัว แต่คนอย่างเถาเยี่ยนไม่กลัวอยู่แล้ว ยังไงคนที่คิดทำร้ายต้องได้รับกรรมอย่างสาสม ยังไม่ทันเก็บโทรศัพท์ เสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังมาจากหน้าประตู กลิ่นน้ำหอมหวานจัดลอยเข้ามา เถาซินหรูยืนอยู่ตรงนั้นสวมชุดสีขาวสะอาด มือหนึ่งถือถุงผลไม้ อีกมือกอดช่อดอกไม้เล็ก ๆ ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยความกังวลราวกับน้องสาวที่กำลังเป็นห่วงพี่สาวอย่างแท้จริง สร้างภาพเสียเหลือเกิน “พี่เถาเยี่ยน ฉันเพิ่งเห็นข่าว เลยรีบมาหาพี่ค่ะ” คำพูดดังพอให้คนในแผนกได้ยิน เถาซินหรูเดินเข้ามาใกล้ ก่อนวางของบนโต๊ะ “พี่ไม่เป็นไรใช่
ภายในห้องทำงาน เถาเยี่ยนเพิ่งนั่งลง โทรศัพท์ก็มีข้อความจากบัญชีที่ไม่รู้จักส่งเข้ามา ‘ถ้าไม่อยากให้คลิปเมื่อคืนถูกปล่อย เลิกกับลู่จิ่งเซิงซะ’ ด้านล่างแนบภาพนิ่งจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องพักของลู่จิ่งเซิง เป็นภาพที่เธอเดินเข้าไปในห้องของเขาด้วยตัวเอง เวลาบนภาพตรงกับคืนที่จัดงานเลี้ยง เถาเยี่ยนจ้องภาพนั้นนิ่ง คนส่งข้อความไม่ได้มีแค่ภาพถ่ายจากหน้าโรงแรม แต่สามารถเข้าถึงกล้องวงจรปิดภายในชั้นพักของผู้บริหารได้ ถ้าภาพนี้ถูกตัดต่อและปล่อยออกไปพร้อมเรื่องโกหก คนทั่วไปย่อมเชื่อว่าเธอเป็นฝ่ายเข้าไปยั่วยวนลู่จิ่งเซิงจริง ๆ เธอกดบันทึกภาพและส่งต่อให้เฉินอี้ตรวจสอบ ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปเพียงประโยคเดียว ‘ถ้ามีคลิปจริงก็ปล่อยเลย ฉันกำลังรอดูอยู่’ อีกฝ่ายอ่านแล้ว แต่ไม่ตอบ เถาเยี่ยนกำลังคิดว่าจะใช้ข้อความนี้ล่อคนที่อยู่เบื้องหลังออกมายังไง จู่ ๆ เสียงคนในแผนกก็เงียบลงคล้ายโลกกำลังหยุดหมุน กลิ่นหอมเย็นที่คุ้นเคยทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร ลู่จิ่งเซิงยืนอยู่ตรงนั้นต่อหน้าพนักงานทุกค
“เยี่ยนเยี่ยน ผมมารับคุณกลับบ้าน” พนักงานรอบข้างหยุดดูทันที พลางมองมายังเธอและหานจวิ้นเหาด้วยความสงสัยและอยากรู้ เถาเยี่ยนมองดอกไม้ในมือเขา ก่อนเงยหน้ามองใบหน้าที่เคยหลงรักมาหลายปี ชาติก่อนเธอใจอ่อนแค่เห็นเขามารอ ตอนนี้เถาเยี่ยนคิดว่าเขาเหมาะกับการเป็นนักแสดงมากกว่าเป็นแฟนเก่าเธอเสียอีก แสดงเก่งเสียจริง “บ้าน” น้ำเสียงของเถาเยี่ยนสูงเล็กน้อย พลางเลิกคิ้วมองใบหน้าของเขาด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนยกยิ้มมุมปาก “บ้านของเราไง ผมรู้ว่าคุณยังโกรธ ผมยอมรับว่าผมผิด แต่คุณไม่จำเป็นต้องไปอยู่กับผู้ชายอื่น” คำพูดของเขาดังพอให้ทุกคนได้ยินราวกับต้องการประกาศให้คนอื่นรับรู้ว่า ข่าวลือที่ผ่านมาเกี่ยวกับเธอ คือเรื่องจริง หานจวิ้นเหาเจ้าเล่ห์ไม่เคยเปลี่ยน “ผมไม่โกรธที่คุณทำผิด ขอแค่คุณกลับมา ผมพร้อมให้อภัยทุกอย่าง” เถาเยี่ยนเกือบหัวเราะออกมา คนที่ควรพูดคำพูดนั้นออกมาควรเป็นเธอมากกว่า เธอแค่ตาสว่างเลือกสิ่งที่เหมาะกับเธอมากกว่าผู้ชายเฮงซวยอย่างหานจวิ้นเหา “คุณให้อภัยฉันเรื่องอะไร” “เยี่ยนเยี
“ฉันดูเป็นคนชอบใช้กำลังขนาดนั้นเลยหรือไง” “ถ้าคุณอยากตบจริง ๆ บอกผมก่อน ผมจะให้คนเตรียมน้ำแข็งประคบมือไว้ให้” หญิงสาวหลุดหัวเราะ ก่อนผลักแขนเขาเบา ๆ “ไปทำงานได้แล้วค่ะ” เมื่อมาถึงแผนกการตลาด หลินเสี่ยวถงก็รีบวิ่งเข้ามาหา “หัวหน้าเถา คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ” “ฉันสบายดี” “มีคนส่งข่าวเข้ากลุ่มบริษัทตั้งแต่ตีห้า แล้วก็ส่งอีเมลร้องเรียนถึงฝ่ายบุคคลด้วยค่ะ เขาบอกว่าคุณมีความสัมพันธ์กับผู้บริหารและได้รับตำแหน่งอย่างไม่เป็นธรรม” หลินเสี่ยวถงรีบรายงาน เถาเยี่ยนรับโทรศัพท์ของอีกฝ่ายมาดู บัญชีที่ส่งข่าวเข้ากลุ่มเป็นบัญชีที่เพิ่งสร้างใหม่ แต่รายชื่อผู้รับอีเมลถูกเลือกอย่างจงใจ ทั้งฝ่ายบุคคล ฝ่ายตรวจสอบ และกรรมการของบริษัทในเครือ คนลงมือไม่ได้ต้องการแค่ทำให้เธอเสียชื่อ แต่ต้องการให้เธอถูกพักงานด้วยอย่างนั้นหรือ “เก็บภาพหน้าจอทั้งหมดไว้ อย่าตอบโต้ และอย่าให้ใครในทีมทะเลาะกับคนอื่นเพราะเรื่องนี้” “แต่พวกเขาพูดถึงหัวหน้าแย่มากเลยนะคะ” “ย
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกำลังอบอุ่น โทรศัพท์ของเธอก็สั่นไม่หยุด หน้าจอปรากฏชื่อหลินเสี่ยวถง ลูกน้องในแผนกการตลาด เถาเยี่ยนกดรับสาย “ว่าไงเสี่ยวถง” “หัวหน้าเถา วันนี้คุณอย่าเพิ่งเข้าบริษัทเลยนะคะ” ปลายสายพูดเร็วผิดปกติ “ตอนนี้ในกลุ่มพนักงานสนใจข่าวของคุณเต็มไปหมด” มือที่ถือช้อนของเถาเยี่ยนหยุดชะงักทันควัน “ข่าวอะไร” “ฉันส่งให้แล้วค่ะ คุณลองดูก่อน แต่ต้องใจเย็น ๆ นะคะ ฉันไม่เชื่อเรื่องพวกนั้นเลย” สายถูกวางไปพร้อมกับข้อความหลายภาพที่เด้งขึ้นมา ภาพแรกเป็นภาพเถาเยี่ยนเดินออกจากโรงแรมพร้อมลู่จิ่งเซิง ภาพที่สองเป็นตอนเธอขึ้นรถของเขา ส่วนอีกภาพเป็นรถคันเดียวกันจอดอยู่หน้าบ้านตระกูลเถาเมื่อวาน เหนือภาพมีข้อความพาดหัวตัวใหญ่ ทายาทตระกูลเถาสะบั้นรักคู่หมั้น หวังจับประธานหนุ่มแห่งลู่กรุ๊ปเป็นสามี! เนื้อหาด้านล่างเขียนว่าเธอคบซ้อนมานานแล้ว จงใจสร้างเรื่องวางยาเพื่อเข้าใกล้ประธานลู่ และรีบย้ายเข้าไปอยู่บ้านของเขาทันทีหลังถอนหมั้น บางข้อความยังกล่าวหาว่าเธอได้ตำแหน่ง







