Masukหลังจา
จนกระทั่งในห้องเหลือเพียงแค่สตรีสามคน อิ่งลี่ชิวก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา “หากเจ้ารู้แล้วว่าเขาเป็นใคร เจ้าจะทำอย่างไรต่อ” “ขึ้นอยู่กับว่าเขาเป็นใครและกำลังทำงานให้ใครอยู่” ดวงตาของเฉินอวี้หลันฉายแววเด็ดเดี่ยว “หากข้าพอที่จะสามารถจัดการเขาได้ ข้าก็จะทำ” อิ่งลี่ชิวเห็นแววตานั้นก็ยิ้มออกมา “ได้ ข้าจะช่วยเหลือเจ้าในเรื่องนี้เอง” ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ หลงจู๊ที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อสักครู่ก็กลับมาพร้อมกับชาวบ้านคนหนึ่งพร้อมสีหน้าตื่นเต้น “คนของข้าได้เบาะแสมาแล้วขอรับ”
“พวกเจ้าอย่าเพิ่งลงมือ” หลงจู๊รีบออกคำสั่งห้ามลูกน้องทันที “เพียงแค่ป้องกันไม่ให้เขาหนีไปได้ก็พอ” เหล่าคนชุดดำรับคำสั่ง กระชับกระบี่ในมือให้แน่นขึ้น เฝ้าระวังเป้าหมายทั้งสองไว้อย่างไม่วางตา “ข้านึกว่ากองโจรเหยี่ยวดำจะมีเกียรติว่านี้เสียอีก” แม้เฉินอวี้หลันจะถูกรายล้อม แต่เพราะจิ้งผิงที่ยืนคุ้มกันอยู่ไม่มีท่าทีกระวนกระวาย ดังนั้นนางจึงไม่เผยความตระหนกออกมาให้เห็นเช่นกัน “ไม่คิดว่าจะแสร้งทำเป็นช่วยเหลือแล้วตลบหลังเช่นนี้” “ขออภัยที่ข้าเสียมารยาท” หลงจู๊ประสานมือให้เฉินอวี้หลัน แต่ด้วยสีหน้าและท่าทางได้บ่งบอกว่าจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายไปไหนเด็ดขาด “
เมื่อออกมาได้ ทั้งสองคนก็หาตรอกเล็กๆ ที่ไม่มีผู้คนและแต่งหน้าจนไม่เหลือเค้าเดิม ทางด้านเฉินอวี้หลันกลายเป็นคุณชายรูปงาม ส่วนจิ้งผิงก็เป็นสาวใช้ส่วนตัวที่งดงามไม่น้อย ก่อนจะว่าจ้างรถม้าคันหนึ่งเพื่อไปยังเขตตะวันตกของเมืองหลวง “ในเมืองหลวงมีร้านค้าที่มีรูปเขียนของนกสามตัวไม่น้อย แต่ที่เยอะที่สุดคือย่านการค้าที่อยู่ฝั่งตะวันตก” จิ้งผิงเอ่ยออกมาเมื่อรู้สึกว่ารถม้าขยับแล้ว “เท่าที่ข้าลองตรวจสอบดูคร่าวๆ พบว่าพ่อค้าของร้านเหล่านี้เกือบครึ่งเป็นผู้มีวรยุทธ์” เฉินอวี้หลันใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามจิ้งผิงด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำ “หากต้องการข้อมูล เจ้าว่าร้านค้าไหนถึงจะใช้ได้”&nb
หลังจากจิ้งผิงออกไปได้ประมาณสองชั่วยาม นางก็กลับมาพร้อมกับสีหน้าเย็นชาไม่เปลี่ยนแปลง “ข้าตรวจสอบแล้ว” จิ้งผิงมอบกำไลเหล็กดำคืนให้เฉินอวี้หลัน “สิ่งที่คนผู้นั้นบอกกับท่านเป็นความจริง” จิ้งผิงนึกย้อนกลับไปตอนที่นางเดินทางไปยังเขตตะวันตกเพื่อค้นหาร้านค้าที่มีรูปเขียนของนกสามตัว ในตอนแรกนางนึกว่าร้านค้าเหล่านี้จะหายากจนต้องพลิกแผ่นดิน ทว่าเมื่อไปถึงก็สามารถเจอร้านที่มีรูปเขียนของนกสามตัวทันที ดังนั้นนางจึงเลือกร้านขายเนื้อที่มีลูกค้าน้อย เนื่องจากไม่ต้องการให้เป็นจุดสนใจ แม้ในตอนแรกพ่อค้าล้วนแต่มีสีหน้าปกติ ทว่าทันทีที่นางหยิบกำไลเหล็กดำขึ้นมาสวม พ่อค้าก็ส่งสัญญาณมือให้นางทันที
หลังจากที่จิ้งผิงเข้ามาอยู่ในจวนแม่ทัพใหญ่ เฉินอวี้หลันก็ต้องตกตะลึงกับความสามารถของอีกฝ่าย เพราะจิ้งผิงทำงานได้เกินคาดมากๆ ในช่วงกลางวันนางจะทำหน้าที่เป็นสาวใช้ในจวนแม่ทัพใหญ่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ส่วนตอนกลางคืนก็จะเดินตรวจตรารอบเรือนของนางอย่างแข็งขัน เป็นเช่นนี้อยู่สามวันเต็มๆ จนเฉินอวี้หลันอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ “เจ้าไม่พักผ่อนเช่นนี้ ร่างกายของเจ้าจะไหวหรือ?” “ข้าใช้ชีวิตเช่นนี้จนเคยชินแล้ว” จิ้งผิงไม่ปิดบัง “ส่วนการพักผ่อนข้าก็ใช้เวลาว่างพักผ่อนจนเพียงพอแล้วเช่นกัน” เฉินอวี้หลันรับฟังก็ได้แต่สงสัยว่าสตรีผู้นี้ใช้ชีวิตมาอย่างไรกันแน่ ทั้งการพักผ่อนอันแสนน้อยนิด รวมไป
หลังจากได้เบาะแสใหม่มาอยู่ในกำมือ เฉินอวี้หลันก็รู้สึกว่าทุกอย่างดูราวกับเป็นเส้นด้ายที่พันกันยุ่งเหยิงจนไม่รู้ว่าควรจะเริ่มแก้ตั้งแต่ตรงไหนดี แต่ถึงแม้จะพันกันไปมาอย่างวุ่นวาย แต่ตอนนี้นางก็เริ่มมองเห็นปมของมันแล้ว ตอนนี้สิ่งที่นางมั่นใจที่สุดคือการตายของนางมีผลต่อใครบางคนอย่างแน่นอน ดังนั้นการจะตามหาความจริงอาจจะไม่ใช่แค่ต้องสืบข้อมูลของจูป๋ายเจี่ยนคนเดียวแล้ว แต่อาจจะต้องตามหาตัวผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ ด้วย น่าเสียดายที่นางรู้จักคนน้อยเกินไป ส่วนคนที่เป็นขุนนางและสามารถเข้าออกราชสำนักได้อย่างเปิดเผยที่นางรู้จักก็กลับกองทัพไปเสียแล้ว เฉินอวี้หลันถอนใจ ดูเหมือนว่าตอนนี้นางจะต้องรอให้ซางไห่ช่วยเก็บรวบรวมข้อม







